“ถ้าย้ายทะเบียนบ้าน เธอก็จะไม่ติดใจเอาความเรื่องนี้อีกหรือ”
สีหน้าของอู๋อู๋เต็มไปด้วยความคาดหวังหล่อนยังจำเรื่องที่เกิดขึ้นไม่นานก่อนหน้านี้ได้ครั้งนั้นซูอินเคยเสนอว่าหากยอมย้ายทะเบียนบ้านของเธอ เธอก็จะไม่ติดใจเอาความเมิ่งเมิ่งอีก
สีหน้าของซูอินเปลี่ยนเป็นขี้เล่นขึ้นมาทันที “จะเป็นแบบนั้นได้ยังไงล่ะ”
อู๋อู๋โมโหสุดขีด น้ำเสียงขึ้นสูงในทันที “นี่เธอกำลังล้อฉันเล่นอยู่ใช่ไหม”
ซูอินส่ายหน้า “แน่นอนว่าไม่ใช่อย่างนั้น ความหมายของฉันคือ จะไม่ดำเนินคดีต่างหาก”
สำหรับชีวิตเด็กนักเรียน การที่นักเรียนชายทะเลาะวิวาท ยกพวกตีกันไม่ใช่เรื่องแปลกนัก หากไม่ใช่เพราะเธอเอะใจ และแจ้งเรื่องนี้ให้หลี่หมิงฉีทราบใช้สถานีโทรทัศน์เพื่อทำให้มันกลายเป็นเรื่องใหญ่ตระกูลหลิงที่มีอิทธิพลในเมืองก็คงทำให้เรื่องนี้เงียบได้อย่างแน่นอน
ทว่าในตอนนี้เรื่องราวใหญ่โตจนยากเกินกว่าที่สองสามีภรรยาตระกูลหลิงจะควบคุมได้
เรื่องนี้เริ่มจากการตีกันธรรมดาของเด็กนักเรียนที่พบเห็นได้บ่อยจนกลายเป็นเหตุการณ์รุนแรงที่ขยายวงกว้างสำหรับผู้มีหน้าที่รับผิดชอบดูแลทางอัยการคงกล่าวถึงความรับผิดชอบและติดตามเรื่องนี้อย่างแน่นอน
แน่นอนว่าอาจจะไม่ต้องดำเนินคดี หากเธอผู้เป็นเหยื่อออกหน้าเพื่อแสดงการให้อภัยตระกูลหลิงก็คงต้องลงแรงสักหน่อยเพื่อพยายามชี้นำความคิดของผู้คนถึงตอนนั้นเรื่องใหญ่ก็อาจกลายเป็นเรื่องเล็กได้
นี่คงเป็นสาเหตุหลักที่สองสามีภรรยาเดินทางมาที่นี่
ซูอินมองลึกลงไปที่สองสามีภรรยาที่อยู่ตรงหน้า พวกเขายังคงแต่งตัวดีเหมือนที่ผ่านมาแต่ขอบตาคล้ำและแววตาที่วิตกกังวลกลับไม่อาจปกปิดได้มิด
คงร้อนใจแล้วสินะ
แต่เธอจะไม่มีทางให้อภัยหลิงเมิ่งเด็ดขาด
ถึงขั้นนี้แล้วหากเทียบกับการดำเนินคดี ค่ารักษาพยาบาล ค่าชดเชยค่าเสียหายด้านจิตใจต่างๆ ที่เกี่ยวเนื่องกันล้วนเป็นเพียงเรื่องเล็กน้อยยิ่งไปกว่านั้นที่หลิงจื้อเฉิงจ่ายค่ารักษาพยาบาลก้อนใหญ่ขนาดนั้นให้ต่อให้ฟ้องร้องกันก็ยากที่จะได้รับเงินชดเชยมากขนาดนี้
หรืออาจกล่าวได้ว่า ซูอินกำลังเปิดเช็คปลอม[1]
คำพูดนั้นทำให้อู๋อู๋ตะลึง แต่หลิงจื้อเฉิงที่อยู่ข้างๆเธอกลับดึงสติกลับมาได้อย่างรวดเร็ว
“นี่…วันนี้ที่พวกเรามาก็เพื่อชดเชยให้กับเธอ”
อู๋อู๋ดึงสติกลับมาด้วยเช่นกันเธอเลิกคิ้วขึ้นก่อนจะตบหน้าขาและมองซูอินด้วยความโกรธ “ใช่สิ่งที่ควรชดเชยพวกเราก็ทำแล้ว ยังจะมาพูดเรื่องดำเนินคดีอะไร เธอขู่ฉันหรือ”
เมิ่งเถียนเฟินโกรธเช่นกันแม้จะทะเลาะกันแต่น้ำเสียงของเธอยังคงอ่อนโยนเช่นเดิม “คุณหมออู๋…คุณอย่าทะเลาะกับลูกเลยค่ะคุณหมอบอกแล้วว่าอาการกระทบกระเทือนที่ศีรษะของอินอินยังไม่หายดีจำเป็นต้องพักผ่อนและกลัวว่าจะถูกทำให้ตกใจ”
อู๋อู๋ไม่ยอมอ่อนข้อ “นี่เธอจะโทษฉันหรือยัยเด็กคนนี้เก่งเรื่องโกหกเพื่อข่มขู่คนอื่น อยากได้ทะเบียนบ้านหรือวันนี้ฉันจะไม่พูด ไม่เจรจาอะไรทั้งสิ้น!”
“อู๋อู๋…”
น้ำเสียงของหลิงจื้อเฉิงเต็มไปด้วยความจนใจในใจของเขาเกิดลางสังหรณ์บางอย่างที่ไม่ค่อยดีนัก
เขามองซูอินที่จับมือน้องชายพร้อมตบหลังเบาๆ เพื่อปลอบโยน ก่อนที่หลิงจื้อเฉิงจะส่ายหน้าเบาๆ
อู๋อู๋นี่จริงๆ เลย ความโกรธของเธอมักจะถูกกระตุ้นได้ง่ายเสมอ
เดิมทีซูอินคิดไว้ดีแล้วว่าจะตั้งใจพูดดีๆถึงอย่างไรเธอก็ยังคงต้องการให้ตระกูลหลิงรับผิดชอบเรื่องที่ซับซ้อนวุ่นวายเหล่านี้
แต่ตอนนี้เธอได้แต่ถอนหายใจ และเอ่ยเสียงเรียบ “หากจะพูดให้ชัดฉันไม่ได้กำลังเจรจาอยู่นะคะ”
เมื่อเอ่ยออกมา สองสามีภรรยาตระกูลหลิงก็มองไปที่ซูอินด้วยความสงสัยทว่าเมิ่งเถียนเฟินกลับสามารถคาดเดาสิ่งที่คลุมเครือเหล่านี้ได้
“อินอิน นี่ลูกกำลังหมายถึงอะไร”
ซูอินพยักหน้าก่อนหันไปมองสองสามีภรรยาเบื้องหน้า “นโยบายระดับชาติทุกคนต่างก็รู้ชัดเจนอยู่แล้วว่าการวางแผนครอบครัวแต่ละครอบครัวให้กำเนิดบุตรได้เพียงคนเดียวแล้วพวกคุณมีสิทธิ์อะไรมีลูกสาวสองคน ฉันกับหลิงเมิ่งไม่ใช่ฝาแฝดกันสักหน่อย!”
ที่แท้ก็เป็นเช่นนี้นี่เอง!
เมิ่งเถียนเฟินอดไม่ได้ที่จะพยักหน้า และเริ่มเอ่ยอย่างตรงไปตรงมา “ใช่การตรวจสอบในชนบทยังถือว่าไม่เข้มงวดนัก แต่ในเมืองเข้มงวดมากหากให้กำเนิดบุตรมากกว่าที่กำหนดไว้ก็จะถูกไล่ออกจากงาน พวกคุณมีบุตรเกินแบบนี้คงไม่ถูกต้องแน่นอน โดยเฉพาะคุณหมออู๋ที่มีอาชีพหมอเป็นหลัก”
ซูอินเอ่ยต่อ “คุณหมออู๋อยากตกงาน หรืออยากให้ธุรกิจของประธานหลิงได้รับผลกระทบหรือคะ”
สองสามีภรรยาตระกูลหลิงที่ได้รู้เรื่องนี้ตกใจขึ้นมาทันที
การวางแผนครอบครัวหรือ
พวกเราไม่ได้นึกถึงจุดนี้เลย
หลิงจื้อเฉิงคำนวณมาตรการรับมืออย่างรวดเร็วหากเทียบกับเขาอย่างละเอียดในด้านต่างๆ แล้ว อู๋อู๋เป็นคนบุ่มบ่ามกว่าเขามาก
“ทะเบียนบ้านตกหล่นไปแล้ว จะทำอะไรได้”
ซูอินยิ้ม “ฉันเข้าใจความหมายของคุณเพราะถึงยังไงตระกูลหลิงก็มีเงิน กว้างขวาง ไปที่ไหนก็มีมิตรสหายมากมายเรื่องเล็กน้อยแค่นี้คงทำอะไรพวกคุณไม่ได้”
อู๋อู๋นั่งหลังตรง แววตาฉายความเย่อหยิ่งอย่างภาคภูมิใจ
เธอมีเงิน มีเส้นสาย และแข็งแกร่ง
“ความเก่งกาจของพวกคุณเป็นเรื่องจริง แต่ตอนนี้มันมีประโยชน์หรือคะหากว่ามี แล้วพวกคุณจะมาร้องขอให้ฉันเห็นใจแบบนี้หรือคะ”
ใบหน้าเย่อหยิ่งของอู๋อู๋แตกทันทีหลิงจื้อเฉิงก็ไม่มีกะจิตกะใจคิดอะไรอีก
“ข้างนอกเกิดเรื่องขนาดนั้นหากจะเพิ่มมาอีกสักหนึ่งเรื่องฉันก็ไม่ใส่ใจหรอกค่ะ”
“อินอิน…” หลิงจื้อเฉิงเริ่มคอแห้ง “นี่ไม่ใช่เรื่องฉลาดเลยนะ ทำไมต้องให้คนอื่นรู้ด้วย หากพวกเราถูกมองไม่ดีเธอก็จะได้รับผลกระทบไปด้วยนะ”
“ไม่ ไม่ ไม่ ฉันไม่รู้สึกได้รับผลกระทบเลยสักนิด เพราะฉันไม่ได้ทำผิด”
ซูอินไม่ค่อยทำตัวเป็นจุดสนใจ ไม่ชอบออกหน้าอยู่แล้วแต่ก็เคยสัมผัสยุคความบันเทิงของโลกยุคหลัง เวยป๋อ ความนิยมในโซเชียล การไลฟ์เพื่อจะได้โด่งดังเป็นที่รู้จัก ทำให้คนจำนวนไม่น้อยยอมล้ำเส้นทัศนคติสามประการ
เธอเคยผ่านประสบการณ์เหล่านั้น ทำให้ความคิดเปลี่ยนไป
คนที่ก่อเรื่องจนขายหน้าไม่ใช่เธอ หรือจะให้พูดอีกว่า “แท้ที่จริงใครกันแน่ที่บีบให้ฉันต้องทำแบบนี้”
หลิงจื้อเฉิงพูดไม่ออก
หลังจากเงียบไปครู่หนึ่ง ซูอินจึงถามอีกครั้ง “พูดมาสิคะว่าตกลงจะยอมปล่อยทะเบียนบ้านของฉันได้หรือยัง”
สองสามีภรรยาตระกูลหลิงไม่เต็มใจ แต่เรื่องมาถึงขั้นนี้แล้วพวกเขามีทางเลือกไหนอีก
ในตอนแรกที่เลือกเก็บทะเบียนบ้านของซูอินไว้ก็เพื่อหาโอกาสสานความสัมพันธ์กับเธอใช้เธอเป็นเครื่องมือของตระกูลหลิงเพื่อทำให้ธุรกิจก้าวหน้าแต่เมื่อมาถึงขั้นนี้ก็เห็นชัดเจนแล้วว่าอีกฝ่ายไม่มีทางยอมให้ความร่วมมือและการเดินทางไปยังมณฑลในครั้งนี้ทำให้เขาเจอช่องทางช่วยเหลือใหม่
หลิงจื้อเฉิงถอนหายใจยาวก่อนจะพยักหน้า
“ตกลง ฉันรับปาก”
เขานิ่งไปเล็กน้อยก่อนมองอีกฝ่าย ท่าทีแสดงถึงความกังวลใจ “นี่ อินอินหลายปีที่ผ่านมาพวกเราถือเป็นครอบครัวเดียว…”
ซูอินไม่อยากทนฟังคำพูดไร้สาระเช่นนั้นอีกและไม่อยากเสียเวลาโต้เถียง คนเป็นครอบครัวเดียวกันจะมาถึงขั้นนี้ได้อย่างไร
ความรักใคร่ระหว่างพวกเขามันหมดไปนานมากแล้ว
“ไม่ว่ายังไง แค่คุณตกลงก็ดีแล้วค่ะ”
เธอรู้สึกโล่งใจและดันกองธนบัตรที่อยู่ตรงหน้ากลับไป “เงินพวกนี้คุณเอากลับไปเถอะค่ะ แต่ฉันขอพูดตรงๆหลิงเมิ่งทำร้ายฉันจนถึงขนาดนี้ โดยเฉพาะกับน้องชายของฉันที่ยังเด็กมากหากไม่นับค่ารักษาพยาบาล พวกคุณก็ยังมีหน้าที่รับผิดชอบเรื่องอื่นอีกอย่างน้อยก็ต้องชดเชยด้านจิตใจ”
“เธอต้องการให้ทำยังไงอีก” สีหน้าของอู๋อู๋เต็มไปด้วยความหงุดหงิด
ซูอินเหลือบมองเธอ สีหน้าเหมือนจะยิ้ม แต่ก็ไม่ยิ้ม “เหมือนกับที่คุณหมออู๋คอยย้ำเรื่องความภาคภูมิใจเหล่านั้นมาตลอดครอบครัวของพวกคุณมีเงิน มีเพื่อนฝูงมากมาย เต็มไปด้วยเส้นสายทุกที่การย้ายทะเบียนบ้านเป็นเรื่องยุ่งยาก ช่วยฉันติดต่อหาคนช่วยสักหน่อยสิคะอย่างไรเสียสำหรับพวกคุณ เรื่องเล็กๆ แค่นี้คงไม่เหลือบ่ากว่าแรงหรอกนะคะ”
“เธอฝันไปเถอะ!”
เมื่อเห็นว่าอู๋อู๋จะพยายามหลบหลีกอีกครั้ง ซูอินก็รีบพูดดัก “ไม่ยอมก็ไม่เป็นไร คงไม่ยากหรอกที่ฉันจะทำให้เรื่องนี้กลายเป็นเรื่องใหญ่เมื่อถึงตอนนั้นผู้คนมากมายให้ความสนใจ ก็คงทำให้เรื่องนี้ถูกดำเนินการเร็วขึ้น”
หลิงจื้อเฉิงดึงมือของอู๋อู๋และรีบพยักหน้า “ตกลง ฉันรับปาก”
“ก่อนหน้านี้ที่หลิงเมิ่งย้ายทะเบียนบ้าน เหมือนจะใช้เวลาราวๆสามวันใช่ไหมคะ”
หลิงจื้อเฉิงกัดฟัน “ภายในสามวันทะเบียนบ้านของเธอจะถูกย้ายกลับไปที่ตระกูลซูอย่างแน่นอน!”
-----------------------------------------------------------------------
[1] เปิดเช็คปลอมเป็นอุปมา หมายถึง คำมั่นสัญญาหรือหลักประกันที่ไม่สามารถบรรลุตามปรารถนาหรือเป็นจริงได้