บทที่ 34 งานเลี้ยงค็อกเทลนี้หรูหราจริง ๆ
พูดจบฟู่ซือเหยียนก็หยิบแก้วเก็บความร้อนขึ้นมาเปิดดู
ในแก้วเป็โจ๊กเห็ดหูหนู กลิ่นหอมโชยออกมาจนผู้ช่วยจางก็ได้กลิ่นเช่นกัน “นี่คุณหลีให้มาครับ เธอบอกว่าเป็ของตอบแทนคุณฟู่”
“ให้โจ๊กเห็ดหูหนูเป็ของขวัญ ดูเรียบง่ายดีนะ” ฟู่ซือเหยียนมองแก้วสีชมพูแล้วอดหัวเราะไม่ได้ เขาหยิบแก้วกาแฟที่ดื่มหมดแล้วมา แล้วเทโจ๊กเห็ดหูหนูใส่ลงไป
จิบหนึ่งอึกก็รู้สึกอุ่น ๆ และหวานไปทั้งตัว
“ประธานฟู่ โจ๊กนี่หวานเกินไป ไม่เหมาะกับคุณหรอกครับ” ผู้ช่วยจางได้กลิ่นหอมนั้นแล้วอดใจไม่ไหว “หรือว่าผมเอาไปจัดการข้างนอกให้ แล้วค่อยสั่งอาหารมาให้คุณใหม่ดีไหมครับ”
ฟู่ซือเหยียนเหลือบมองเขาด้วยสายตาเ็า “ไม่ต้อง ออกไปทำงานได้แล้ว”
“...”
เวลาประมาณสี่โมงเย็น ผู้ช่วยจางก็เดินไปที่แผนกแปลเพื่อคืนกระติกน้ำร้อนให้กับหลีเกอ “คุณหลี นี่กระติกน้ำของคุณครับ”
“ขอบคุณค่ะ ที่จริงบอกฉันให้ไปเอาเองก็ได้นี่คะ” หลีเกอหัวเราะ “ไม่ต้องลำบากเอามาให้เองหรอกค่ะ”
“พอดีผมต้องลงไปเอาของข้างล่างพอดีครับ” ผู้ช่วยจางปฏิเสธอย่างสุภาพ แต่ขณะกำลังจะเดินออกไป เขาก็ลังเลเล็กน้อย ก่อนจะหันกลับมาถามหลีเกอ “คุณหลี ครั้งหน้าคุณเตรียมให้ผมสักชุดด้วยได้ไหมครับ?”
“คุณก็ชอบกินของหวานเหรอคะ” หลีเกอคิดว่าผู้ช่วยจางไม่น่าจะชอบของหวานแบบนี้ ‘ได้ค่ะ ถ้าครั้งหน้าแม่ฉันทำอีก ฉันจะเอามาให้เพิ่มอีกชุดหนึ่งนะคะ”
“คุณแม่ของคุณทำอาหารเก่งมากเลยนะครับ”
“แม่ของฉันเคยทำงานเป็แม่ครัวมาก่อนค่ะ”
“ไม่แปลกใจเลยครับ”
ไม่รู้ว่าเป็เพราะอะไร ทั้งสองคนก็เริ่มคุยกันมากขึ้น คุยกันถูกคอมากขึ้นเรื่อย ๆ
หลีเกอพบว่าผู้ช่วยจางที่ภายนอกดูเ็าและจริงจังในการทำงานนั้น ที่จริงแล้วเป็คนอบอุ่นและยังเลี้ยงแมวหนึ่งตัวและสุนัขพันธุ์เยอรมันเชพเพิร์ดหนึ่งตัวที่บ้านอีกด้วย
หลังจากคุยกันมาสักพัก หลีเกอก็กระซิบถามเขาว่า “่นี้ที่ประธานฟู่มาบริษัทบ่อย ๆ มีปัญหาอะไรหรือเปล่าคะ?”
“ไม่มีอะไรครับ คุณหลีแค่ทำงานของคุณไปก็พอ” ผู้ช่วยจางรู้ว่าเธอกำลังถามเื่ของบริษัทอย่างอ้อม ๆ “ถ้ามีอะไร ผู้บริหารระดับสูงก็จะจัดการเอง ไม่กระทบถึงพวกคุณแน่นอนครับ”
หลีเกอก็ไม่ได้ถามอะไรมากไปกว่านั้นอีก
ที่เขาพูดมาก็จริง ถึงแม้บริษัทจะมีปัญหาก็เป็เื่ของผู้บริหารระดับสูง ไม่เกี่ยวกับพวกเธอ
เช้าวันเสาร์ หลีเกอก็ไปที่สำนักงานเขต
หลังจากรออยู่ครู่หนึ่ง เธอได้รับใบทะเบียนสมรสสองฉบับที่ประทับตราว่าเป็โมฆะ ในใจรู้สึกโล่งใจแต่ก็มีความรู้สึกเศร้าเล็กน้อย
เดิมทีเธอคิดว่าจะแต่งงานอยู่ด้วยกันกับเขาจนแก่เฒ่า แต่กลับจบลงภายในปีเดียว
หลีเกอครุ่นคิดอยู่เพียงครู่เดียว ไม่นานเธอก็ไปซื้อของที่ห้างสรรพสินค้า อย่างอารมณ์ดี เธอซื้อต้นไม้กลับบ้านสองสามต้น ขณะกลับถึงบ้าน เธอก็พบกับพนักงานส่งของที่กำลังมาส่งพัสดุพอดี
หลังจากหลีเกอไปจัดการปูขนในครัวเสร็จ เธอจึงออกมาแกะกล่องขนาดใหญ่ เมื่อเปิดกระดาษห่อออก ก็พบว่าภายในเป็ชุดราตรียาวสีแชมเปญที่พับไว้อย่างเรียบร้อย ดูระยิบระยับสวยงาม
หลีเกอมองแล้วถึงกับหายใจติดขัด
ไม่กี่เดือนก่อน เธอมีโอกาสได้เข้าร่วมงาน ‘Valentino Early Spring Show’ และได้เห็นชุดนี้บนเวที เธอจ้องมองนางแบบไม่วางตาและพูดกับตัวเองว่ามันสวยมาก แต่ก็แพงเกินไป
ไม่คิดเลยว่าตอนนี้เธอจะได้เป็เ้าของชุดนี้
“เธอมีเส้นสายดีขนาดนั้นเลยเหรอ? ถึงขนาดได้เป็พรีเซนเตอร์ของวาเลนติโน่ได้?” หลีเกอพึมพำกับตัวเอง ขณะที่มองไปที่โลโก้บนกล่อง เธอรู้สึกถึงความรู้สึกที่อธิบายไม่ได้บางอย่าง
ก่อนหน้านี้หานจินหยางก็ชอบส่งเสื้อผ้าและกระเป๋าวาเลนติโน่รุ่นลิมิเต็ดอิดิชันให้เธออยู่เหมือนกัน ดูเหมือนว่าเขาจะชอบแบรนด์นี้มาก
หรือว่าจะเป็หานจินหยางที่ส่งมา?
ไม่นานหลีเกอก็ล้มเลิกความคิดนี้ เธอไม่ได้แนะนำหานจินหยางให้คนในครอบครัวให้รู้จัก และหานจินหยางก็ไม่น่าจะรู้จักน้องสาวของเธอ เอาเป็ว่าเธอคงแค่คิดมากไปเอง
ตอนเที่ยง หลีเกอกินอะไรนิดหน่อยพอประทังชีวิต
เยี่ยนเจียงวิลล่าอยู่ห่างจากตัวเมืองพอสมควร หลีเกอยังต้องหาคนมาแต่งหน้าทำผมให้ เธออยู่บ้านพักผ่อน่บ่าย ก่อนจะออกจากบ้าน ตอนเธอทำผมและแต่งหน้าเสร็จก็เป็เวลาสี่โมงเย็นแล้ว
กวนรั่วหลิง ส่งข้อความมาบอกว่าเธอมีฉากที่ต้องถ่ายเพิ่ม ให้หลีเกอไปที่งานก่อนเลย
หลีเกอไม่มีทางเลือกจึงต้องนั่งรถไปก่อน
หลีเกอรู้เื่เยี่ยนเจียงวิลล่าน้อยมาก ได้ยินว่าเป็คฤหาสน์ส่วนตัวที่ตั้งอยู่ริมูเาและแม่น้ำ สภาพแวดล้อมดีมาก มักถูกเศรษฐีใช้ยืมจัดงานเลี้ยงสังสรรค์และปาร์ตี้
ท้องฟ้าค่อย ๆ มืดลง หลังจากแท็กซี่ขึ้นเขา หลีเกอก็มองเห็นรถหรูจอดอยู่ในลานจอดรถกลางแจ้งของคฤหาสน์ในระยะไกล ส่วนใหญ่เป็รถรุ่นลิมิเต็ด
คฤหาสน์ทั้งหลังสว่างไสวราวกับไข่มุกขนาดั์ที่ส่องแสงในยามค่ำคืน มีพนักงานต้อนรับยืนเรียงสองแถวหน้าประตูโค้ง ผู้ที่เข้าไปล้วนแต่งกายอย่างหรูหรา
เพียงหนึ่งนาทีหลังจากลงจากรถ หลีเกอเห็นคนรู้จักหลายคนในหมู่คนที่กำลังเดินเข้าไป พวกเขาล้วนเป็นักธุรกิจชื่อดังที่แม้แต่ในนิตยสารการเงินก็ยังพบเจอได้ยาก เธอรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย
งานเลี้ยงครั้งนี้ใหญ่กว่าที่ กวนรั่วหลิงบอกไว้เสียอีก
เมื่อหลีเกอเดินไปถึงประตู เธอถูกพนักงานรับใช้คนหนึ่งขวางไว้ “คุณผู้หญิง กรุณาแสดงบัตรเชิญด้วยครับ”
หลีเกอจึงยื่นบาร์โค้ดให้เขาสแกน
พนักงานต้อนรับมองไปที่โทรศัพท์ของเขา แล้วพูดกับหลีเกอด้วยความเสียใจ “ขออภัยด้วยครับ คุณได้รับเชิญโดยคุณกวนรั่วหลิง คุณต้องรอให้เธอมาถึงก่อนจึงจะสามารถเข้าไปได้ ตอนนี้คุณไม่สามารถเข้าไปคนเดียวได้ครับ”
“...”
วิธีการเข้างานแบบนี้มัน...บ้าไปแล้ว!
“ช่วยผ่อนผันให้หน่อยได้ไหมคะ คุณก็เห็นว่าข้างนอกมันร้อน” หลังจากลังเลอยู่ครู่หนึ่งหลีเกอก็พูดขึ้น “ฉันขอเข้าไปนั่งรอตรงที่คุณมองเห็นได้ไหมคะ?”
“คุณผู้หญิง รอบ ๆ คฤหาสน์ รวมถึงบริเวณประตู มีการติดตั้งอุปกรณ์ระบายความร้อนทั้งหมด ดังนั้นจะไม่ร้อนครับ”
หลีเกอ “...”
หลีเกอได้ยินเสียงหัวเราะเบา ๆ ดังมาจากด้านหลัง น้ำเสียงที่คุ้นเคยทำให้เธอรู้สึกขนลุกซู่
“เธอเป็เพื่อนของผมเอง” หานจินหยางสวมชุดทักซิโด้สีดำ เดินเข้ามาหาหลีเกอ แล้วยื่นบัตรเชิญสีทองให้พนักงานต้อนรับดูด้วยสองนิ้ว
พนักงานต้อนรับเห็นบัตรเชิญสีทอง แววตาของเขาก็เปลี่ยนเป็เคารพทันที
“ที่แท้ก็คุณหานนี่เอง หวังว่าคืนนี้คุณจะสนุกนะครับ”
“ขอบคุณครับ”
หานจินหยางเอียงศีรษะไปด้านข้าง เห็นหลีเกอยังคงยืนตะลึงอยู่ตรงนั้น ริมฝีปากบางของเขายกขึ้นสูงกว่าเดิม “มางานเลี้ยงกับเพื่อนเหรอ? ให้ผมพาคุณเข้าไปไหม?”
“ไม่ ไม่ต้องค่ะ” หลีเกอหลีกเลี่ยงเขาเหมือนหลีกเลี่ยงงูพิษ เธอขยับไปด้านข้างสองสามก้าว ทุกครั้งที่เธอต้องเผชิญหน้ากับหานจินหยาง เธอมักจะรู้สึกหายใจไม่ออก และรู้สึกกลัวขึ้นมาจากก้นบึ้งของหัวใจ
“ผมไม่มีเจตนาอื่น แค่อยากจะพาคุณเข้าไปในงานเท่านั้นเอง”
หลีเกอรีบหันหน้าหนี “ฉันยืนรอตรงนี่ดีกว่าค่ะ คนที่ฉันรอใกล้จะมาถึงเร็ว ๆ นี้แล้ว”
“ได้ งั้นผมไปก่อนนะ”หานจินหยางไม่ได้บังคับหลีเกออีก เขาจากไปอย่างรวดเร็ว เพียงแต่ตอนที่ถึงประตูทางเข้า เขาก็หันกลับมามองหญิงสาวที่ยืนอยู่ตรงบันไดอีกครั้ง ดวงตาเต็มไปด้วยรอยยิ้ม
สายตาของเขาไม่ผิดเพี้ยนเปลี่ยบนไปจากเดิมเลย อินอินในชุดราตรีชุดนี้สวยมาก
หลังจากที่หลีเกอเห็นว่าหานจินหยางเข้าไปแล้วเธอก็อยากจะออกจากคฤหาสน์หลังนี้ทันที แต่ยังไม่ทันได้ก้าวเท้าออกไป เธอก็นึกถึงกวนรั่วหลิงขึ้นมาจึงเปลี่ยนใจ
บริษัทของครอบครัวของหานจินหยางมีอิทธิพลอย่างมากในตลาดยุโรป แม้ว่าเขาจะไม่ได้ทำธุรกิจในประเทศ H แต่เขาก็มีชื่อเสียงพอสมควร การที่เขาได้เข้าร่วมงานเลี้ยงครั้งนี้จึงไม่ใช่เื่น่าแปลกใจ
กวนรั่วหลิงต้องพยายามอย่างหนักกว่าจะเข้าวงการบันเทิงได้ แต่ก้าวแรกของเธอยังไม่มั่นคง สิ่งที่ขาดไปคือคอนเนคชั่นและสปอนด์เซอร์ งานเลี้ยงแบบนี้จึงจำเป็อย่างมากสำหรับกวนรั่วหลิง
ใครจะไปโทษกวนรั่วหลิงได้ล่ะ ในเมื่อเธอเป็น้องสาวแท้ ๆ หลีเกอจึงจำเป็ต้องช่วย
หลีเกอไม่ได้ยืนอยู่หน้าประตูนานนัก ไม่นานก็มีรถตู้คันหนึ่งแล่นเข้ามา เมื่อประตูรถเปิดออก กวนรั่วหลิงก็ถือของขวัญแล้ววิ่งกระโปรงพลิ้วเข้ามาหาอย่างเร่งรีบ
“พี่ ฉันให้บาร์โค้ดพี่แล้วไม่ใช่เหรอ? ทำไมพี่ยังมายืนเซ่ออยู่ข้างนอกอีกล่ะ?”
“คิดว่าฉันอยากยืนนักหรือไง?” โดนน้องสาวว่าเซ่อ หลีเกอจึงจ้องมองอย่างโมโหหลายครั้ง “เขาบอกว่าเธอต่างหากที่เป็คนได้รับเชิญ ถ้าเธอมาแล้วฉันถึงจะเข้าไปได้”
“ใครจะไปคิดว่าเข้มงวดขนาดนั้นกันเล่า”
“ช่างเถอะ เข้าไปข้างในกัน”
ห้องจัดเลี้ยงที่ชั้นหนึ่งของคฤหาสน์มีขนาดใหญ่เท่ากับสนามบาสเกตบอลห้าสนาม ตกแต่งสไตล์โมร็อกโก โอ่อ่า หรูหรา บรรดานักธุรกิจและผู้มีฐานะต่างก็แต่งกายหรูหรา และพูดคุยกันอย่างสนุกสนาน
นอกจากชาวเอเชียที่มีผมและตาสีดำแล้ว ยังมีชาวยุโรปที่มีผมสีทอง ผิวขาว และผิวดำอีกจำนวนมาก ทุกคนมีบุคลิกที่โดดเด่น ดูเหมือนพวกเขามาเพื่อหารือเกี่ยวกับธุรกิจทั้งนั้น
หลังจากเข้ามาได้เพียงสามนาที หลีเกอก็สำรวจห้องจัดเลี้ยงทั้งหมดแล้ว
งานเลี้ยงครั้งนี้หรูหรามาก!
กวนรั่วหลิงไม่ได้รักษามารยาทเหมือนหลีเกอ ไม่ว่าจะรู้จักหรือไม่รู้จักคนที่เดินผ่านไป เธอก็ทักทายอย่างเสียงดัง ยังไงซะเธอก็มีพี่เขยคอยหนุนหลังอยู่ ไม่ต้องกลัวหรอก!
“แล้วผู้กำกับที่เธอพูดถึงอยู่ที่ไหนล่ะ?”
“หือ? ฉัน ฉันจะลองหาดูก่อนนะ…” กวนรั่วหลิงมีท่าทีเลิ่กลั่กเล็กน้อย เพราะเื่ที่เธอหลอกหลีเกอให้มางานเลี้ยงด้วยกันนั้นเป็เื่ที่เธอแต่งขึ้น ตอนนี้จะแก้ตัวก็ดูลำบากแล้ว
แต่โชคดีที่มีชาวยุโรปมาร่วมงานไม่น้อย กวนรั่วหลิงเห็นผู้ชายคนหนึ่งดูคุ้นตามาก เธอนึกขึ้นได้ว่าเขาเป็ผู้กำกับภาพยนตร์โฆษณาเื่หนึ่ง จึงรีบพูดขึ้นทันที “พี่ คนนั้นไงล่ะ!”
