จนถึงตอนนี้ก็ไม่มีใครที่จะเข้าไปช่วยคุณตาเก็บของ ไม่มีแม้แต่คนแลมอง ส่วนคนที่หันมองต่างก็ส่งสายตาจงเกลียดจงชัง มีเพียงแต่วารุตที่ค่อยๆ เดินเข้าไปหาโดยไม่มีใครแถวนั้นสนใจ
ดวงตาของชายแก่สาดแสงเปล่งประกาย เมื่อเห็นวารุตเดินมาอยู่ตรงหน้า เข่าคุณตาทรุดลงราวกับว่าพบเห็นผู้มีพระคุณ
“ได้โปรดบริจาคของให้ข้าด้วย”
เสียงแหบพร่าของคุณตาเอ่ยขึ้นพร้อมกับสายตาออดอ้อนวิงวอน มือทั้งสองข้างจับอยู่ตรงหน้าขาของวารุตแทบจะเป็การก้มลงกราบ
วารุตยืนนิ่งตัวแข็งทื่อ เขาตั้งตัวไม่ทัน ตะกุกตะกักรีบพยุงร่างของคุณตาขึ้นยืน
เขาถูกขอร้องจากคุณตาคนนี้อยู่หลายต่อหลายครั้ง แต่วารุตก็ไม่รู้ว่าตนจะให้อะไรกับคุณตาได้ เพราะว่าเขาเองก็ไม่มีอะไรเลยเฉกเช่นเดียวกัน ทำได้แค่เพียงล้วงมือลงไปในย่าม หยิบเอาขนมเปียกปูนที่เหลือห่อสุดท้ายยื่นให้
ชายแก่ไม่ปฏิเสธเอื้อมมือออกมารับขนมใบตองห่อนั้น
ซึ่งผลลัพธ์มันกลับเกินคาด คุณตามีท่าทีดีอกดีใจแม้ว่าเขาจะได้มาแค่ขนมเปียกปูนเพียงห่อเดียวก็ตาม วารุตต้องน้อมรับคำขอบคุณจากคุณตาห่าใหญ่ราวกับฝนฟ้ากระหน่ำ
ก่อนที่คุณตาจะหันไปเก็บตะกร้าที่ถูกทิ้งเกลื่อนถนนอย่างเร่งรีบ ราวกับว่ามีอะไรกระตุกจิตกระตุกใจขึ้นมา
“จะต้องไปขอที่อื่นต่อ เดี๋ยวจะไม่ทันคืนพระจันทร์เต็มดวง เย็นนี้ต้องออกเดินทาง”
ชายแก่กล่าวพึมพำ จู่ ๆ ท่านก็มีท่าทีร้อนรนขึ้นมาซะอย่างนั้น แล้วรีบเข็นเอารถเข็นที่แสนจะเก่าทรุดโทรมเดินอุ้ยอ้ายจากไป
ส่วนวารุตที่เขายังคงรู้สึกเอะใจกับอะไรบางอย่าง เอะใจกับคำพูดของผู้หญิงวัยกลางคนคนนั้น กับคำพูดของนางที่ว่า “บวงสรวงป่าร้าง”
ความสงสัยมันเกิดขึ้นอยู่ในหัวของวารุต ถึงแม้ว่าเขาจะเดาคำตอบเอาไว้แล้วก็ตาม วารุตจึงตัดสินใจรีบเดินตามคุณตาไป
เพียงแค่เขาเร่งฝีเท้าไม่กี่ก้าวก็ไล่ตามชายแก่ที่เดินอุ้ยอ้ายชักช้าได้ทัน วารุตเข้าไปเดินแทรกขนาบข้างกับคุณตาด้วยท่าทางเป็มิตร
“คุณตากำลังจะไปที่ไหน งั้นหรือขอรับ”
วารุตเปิดฉากเอ่ยถามหลังจากนี้มันอาจจะฟังดูน่าเหลือเชื่อ แต่ดูเหมือนว่าคุณตาจะลืมวารุตไปเสียแล้ว ลืมคนที่ให้ของบริจาคกับเขาเป็ชิ้นแรก ทั้ง ๆ ที่ตะกี้ยังยืนอยู่ด้วยกันอยู่แหม๊บ ๆ เพราะคุณตามีท่าทางดูงงงวย เมื่อเห็นเด็กชายที่ไหนก็ไม่รู้เดินเข้ามาถาม แต่ดูเหมือนว่ามันจะไม่สำคัญอะไรอีกแล้ว คุณตาแสดงถึงท่าทางที่อยากจะตอบคำถามนี้แบบสุดๆ ในตาของชายสูงวัยมีแสงเจิดจรัสเปล่งประกายออกมาอย่างเห็นได้ชัด
“ข้ากำลังจะเดินทางไปยังดินแดนอันศักดิ์สิทธิ์ เพื่อบวงสรวงเหล่าทวยเทพและเทวดา”
คุณตาตอบด้วยน้ำเสียงภาคภูมิใจ พลางผายมือทั้งสองข้างขึ้นเหนือหัว เสมือนเป็การสักการบูชาอะไรทำนองนั้น
“ป่ามรกตอย่างนั้นหรือขอรับ”
วารุตเอ่ยถามเข้าตรงประเด็นในสิ่งที่เขาอยากรู้
โดยที่คุณตายังคงเข็นรถเข็นไปข้างหน้าท่าทางงุ่มง่ามอุ้ยอ้ายเหมือนอย่างเคย (แม้ว่าในใจอยากจะพุ่งไปให้เร็วสักแค่ไหนก็ตาม) โดยมีเด็กชายอย่างวารุตเดินขนาบข้างกันมาติดๆ ทั้งคู่ไม่ได้สนใจกับสายตาที่ไม่เป็มิตรของเหล่าผู้คน ที่กำลังจ้องมองมาอย่างเบื่อหน่ายมาทางพวกเขาเลย วารุตและคุณตาเดินผ่านไปอย่างไม่แยแสเสียงกล่าวซุบซิบนินทา
“ท่านกำลังจะไปป่ามรกตอย่างนั้นหรือขอรับ”
วารุตเอ่ยถามอีกครั้ง เหมือนว่าคุณตาจะไม่ได้ยินในสิ่งที่เขาถามไปก่อนหน้านี้ และแล้วล้อของรถเข็นคันเก่าทรุดโทรมก็เริ่มชะลอตัว มันแทบจะหยุดนิ่งอยู่กับที่ ชายแก่หันหน้ามาหาวารุตดวงตาของเขาเบิกกว้าง
“ใช่”
คุณตาเอ่ยด้วยน้ำเสียงภาคภูมิใจอีกครั้ง
“ดินแดนอันศักดิ์สิทธิ์ ป่ามรกตเป็สถานที่เดียวในทั่วทั้งแผ่นดิน ที่ให้กำเนิดสัตว์วิเศษของเทพพระเ้า พระพรหมคือเทพผู้สรรค์สร้างทรงดลบันดาลสัตว์ประเสริฐเหล่านี้มาให้พวกเรา”
ชายแก่ตะเบ็งเสียงออกมา มันแสดงให้เห็นถึงศรัทธาแรงกล้าที่เขามีต่อสถานที่แห่งนั้น
แต่ทว่าผู้คนที่อยู่บริเวณนั้นเหมือนจะไม่มีใครรู้สึกคล้อยตาม พวกเขาต่างมองกลับมาด้วยสายตาและใบหน้าสะอิดสะเอียนเบื่อหน่าย จะเว้นก็แต่วารุตที่ยืนขนาบข้างกันอยู่ไม่ห่าง
“ข้าก็จะไปที่นั่น เช่นเดียวกันขอรับ”
วารุตเอ่ย ชายแก่ยิ้มแป้น ในปากไม่เหลือฟันแม้แต่ซี่เดียว
“แน่นอน ไม่ว่าใครต่อใครก็เดินทางไปที่นั่น ก่อนคืนที่พระจันทร์จะเต็มดวง แล้วไหนล่ะของบวงสรวงเทพเ้าของเ้า”
คุณตาเอ่ยสายตามองไปที่กระเป๋าย่ามสีดำที่วารุตสะพายอยู่บนหัวไหล่ขวา ซึ่งมันเหี่ยวแฟบเหมือนไม่มีอะไรอยู่ข้างใน
“ข้าไม่ได้จะไปบวงสรวงอะไรหรอกขอรับ ข้าจะไปตามหาสัตว์ซาตาน”
วารุตตอบถึงเจตนาของตนแบบไม่ปิดบัง
ส่วนคุณตาเองก็ไม่ได้มีท่าทีตกอกใหรือเกิดข้อสงสัยในสิ่งที่วารุตกล่าวออกมา ท่านไม่ได้บอกว่ามันไม่มีอีกแล้ว หรือมันสูญพันธุ์ไปแล้ว เหมือนกับกลุ่มนายพรานวิโรจน์ที่วารุตพบเจอเมื่อก่อนหน้านี้
“นั่นแหละ เ้ายิ่งจะต้องบวงสรวง เทพเ้าสูงสุดมีด้วยกันอยู่สามพระองค์ พระศิวะ พระวิษณุ พระพรหม เ้าจะต้องบวงสรวงพระพรหม พระพรหมคือเทพผู้สรรค์สร้าง พระองค์จะบันดาลทุกอย่างตามที่เ้า้า”
คุณตาเอ่ยร่ายยาว
ส่วนวารุตก็สงบนิ่งไม่มีโอกาสได้พูดแทรก
“เอาอย่างนี้ เ้าออกเดินทางไปพร้อมกับข้า เดี๋ยวข้าจะพาเ้าทำพิธีเอง”
คุณตาเอ่ยชักชวน
ซึ่งอะไรก็ไม่รู้ที่ทำให้วารุตไม่ตอบปฏิเสธ เขาเองก็ไม่รู้ถึงเหตุผลนั้น แถมยังตกปากรับคำว่าจะร่วมเดินทางครั้งนี้ไปกับคุณตาอีกด้วย ไปยังป่ามรกตพร้อมกันกับชายแก่สูงวัยที่ผู้คนต่างตราหน้าว่าเขาเป็คนบ้า