เกาะรัก...ทะเลแดง

    ตอนที่ 44 กลับบ้าน .... เอาคืน

            เช้าวันนี้น้ำใสตื่นเช้า หล่อนเดินเข้าห้องน้ำ จัดการตัวเองในชุดนักศึกษาเรียบร้อย เดินยิ้มลงมาข้างล่าง  เห็นมารดาแสนสวยนั่งอ่านหนังสืออยู่

            “แม่ขา”

            “ว่าไงลูก  เมื่อคืนหลับสบายมั๊ย”

            “ค่ะ  สบายมากที่สุดในโลกเลย ไม่มีที่ไหนที่จะมีความสุขเท่าที่บ้านเราอีกแล้วค่ะแม่”  หญิงสาวพูดพลางเดินรี่ไปกอดเอวแล้วนั่งลงเก้าอี้ข้าง ๆ

            “อ้อนแบบนี้จะขออะไรอีกล่ะ”

            “วันนี้น้ำจะไปมหาวิทยาลัยนะค่ะ  หายไปนานจะไปดูซะหน่อย  แล้วจากนั้น น้ำว่าน้ำจะไปซื้อของใช้บางอย่างนะคะ อีกอย่างน้ำอยากไปเดินเล่นด้วยค่ะ”

            “จ๊ะ  ไปเถอะ”

            “ค่ะ”  น้ำใสคว้ากระเป๋าขึ้นสะพายไหล่ ขณะกำลังก้าวเท้าออกเดิน  เห็นนายธเนศเดินเข้ามา หญิงสาวจึงยกมือไหว้ตามมารยาท

            “สวัสดีค่ะคุณลุง”

            “ไหว้พระเถอะหลาน   จะไปมหาวิทยาลัยแล้วเหรอ”

            “ค่ะ”

            “แหม น่าจะอยู่ช่วยเลือกชุดแต่งงานให้แม่เขาหน่อยนะ วันสำคัญทั้งที”  คำพูดของนายธเนศสะกิดใจหญิงสาวจนต้องหันหน้าไปสบตามารดา

            “คือ ขอโทษนะลูก  แม่ลืมบอกไป  แม่กับคุณลุงเอ่อ”   คุณนายนฤมลอึกอัก  ไม่กล้าบอก    แต่พอขยับปากจะบอก ก็ถูกหนุ่มใหญ่พูดแทรกขึ้นมาก่อนว่า

            “เรากำลังจะแต่งงานกันนะหลาน  เอ๊ะ  นี่คุณยังไม่ได้บอกหนูน้ำใสอีกเหรอครับ”

            “คือ  ดิฉันมัวแต่ตื่นเต้นเรื่องลูกกลับบ้านนะค่ะ  ก็เลย”

            “ไม่เป็นไร  ไม่เป็นไร  จะบอกช้าบอกเร็วยังไงหนูน้ำใสก็ต้องรู้อยู่ดี  ลุงดีใจนะที่เราจะได้เป็นครอบครัวเดียวกัน ฮะ ฮะ  ฮะ”  นักการเมืองหนุ่มใหญ่หัวเราะดีใจที่แผนการของเขาดำเนินไปด้วยดีไม่มีสะดุด

            น้ำใสงงกับข่าวใหม่ที่ได้รับรู้ หญิงสาวคงต้องคิดทบทวนเรื่องเกาะเอริคอีกครั้ง  คงต้องใช้เวลาคิด

            “น้ำขอตัวก่อนไว้เราค่อยคุยกันตอนเย็นนะคะ สวัสดีค่ะคุณลุง”  หญิงสาวยกมือไหว้ตามมารยามตามเคย  ทั้งๆความจริงที่หล่อนรู้เรื่องเขากับสุดาทิพย์ มันยิ่งทำให้หล่อนไม่พอใจเขามากกว่าแต่ก่อน

            น้ำใสเดินไปยังรถสีเหลืองของตนเอง ขาก้าวขึ้นรถ แต่ใจหล่อนลอยไปที่เกาะ ภาพนายธเนศกอดกับสุดาทิพย์มันผุดขึ้นมาในหัว

            คิดซิน้ำใสคิดให้ออกว่าจะทำยังไง  แม่กำลังจะแต่งงานกับผู้ชายที่พัวพันการฆาตกรรม อีกทั้งยังเอาเพื่อนของลูกสาวของผู้หญิงที่ตนเองบอกว่าชอบมาเป็นเมียน้อย ผู้ชายแบบนี้จะมาแต่งงานกับแม่เราได้ยังไง    ต้องไม่ได้  ต้องหาทางขัดขวาง

    +++++++++++++++++++++

            น้ำใสคิดคิด แล้วก็คิด จนขับรถมาถึงมหาวิทยาลัยแบบไม่รู้ตัว  แต่เพียงแค่ก้าวขาลงจากรถ สิ่งผิดปกติก็เกิดขึ้นกับหล่อน สายตาหลายคู่จ้องมองหล่อนเป็นตาเดียวเป็นสายตาที่แปลกแตกต่างจากคนเรียนมหาวิทยาลัยเดียวกัน พวกเขามองหล่อนแบบเหยียด ๆ อย่างไรพิกล

            ไม่เพียงแค่สายตา ปากบางคนยังป้องหากันกระซิบกระซาบแล้วมองมายังหล่อน    น้ำใสสังเกตว่า ไม่ว่าหล่อนจะเยื้องย่างไปที่ไหน   มักมีคนมองด้วยสายตาแปลก ๆ และซุบซิบกันอยู่เสมอ   น้ำใสเริ่มรู้สึกไม่พอใจ  เหมือนหล่อนเป็นหัวข้อสนทนาของคนหลายคนดังนั้นหล่อนจึงโทรฯไปหาภคกรเพื่อสอบถามความจริง

            “ฮัลโหล   ภคกรพูดครับ.”

            “กร  น้ำเองนะ”

            “อ้าวน้ำ มีอะไรเหรอ”

            “ระหว่างที่เราไม่อยู่  มีอะไรเกิดขึ้นที่มหาวิทยาลัยเหรอ”

            “ทำไมละน้ำ มีอะไรหรือเปล่า  แล้วน้ำอยู่ที่ไหน”

                “เราอยู่ที่มหาวิทยาลัย  แต่  กรรู้มั๊ย เราเหมือนตัวประหลาดเลย  ไปไหนมีแต่คนมองเราแปลก ๆ ซุบซิบนินทาเรากันใหญ่เลย  กร นายต้องเล่าให้เราฟังเดี๋ยวนี้ ว่าระหว่างที่เราไม่อยู่   มันเกิดอะไรขึ้นทำไมทุกคนมองเราแบบนั้น บอกมาเดี๋ยวนี้นะกร”

            “ได้ ได้  แต่บอกแล้วน้ำต้องใจเย็น ๆ นะ”

            “ได้”

            “สัญญาก่อน”

            “สัญญา”  น้ำใสรับคำแต่แอบกัดริมฝีปาก   ลองภคกรย้ำให้ใจเย็นแบบนี้  มันต้องเป็นเรื่องที่ทำให้น้ำใสขัดเคืองใจแน่

            “คือ ยังดวงตาตัวดีนะซิ หล่อนให้สมุนของหล่อนสองคนไปปล่อยข่าวว่าที่น้ำหายไปนะ ไม่ได้ไปไหนหรอก แต่ไปอยู่กับผู้ชาย”

            “ใช่ดวงตาแน่เหรอ”  หญิงสาวถามย้ำ

            “ตอนแรกเราก็ไม่รู้หรอกว่าใครปล่อยข่าว เราก็เลยให้เพื่อนเราแอบไปถามสมุนดวงตา  โดยสองคนนั้นไม่รู้หรอกว่าเพื่อนเรารู้จักกับเรา แม่สองคนนั่นเลยบอกเสียหมดเปลือกว่า ดวงตาเป็นคนบอกพวกเขาเองเลย”

            “จริงเหรอกร” น้ำใสถามไปยังงั้นเองทั้งที่แน่ใจว่าเป็นฝีมือเจ้าหล่อนแน่

            “ฮื่อ”

            “แล้วดวงตาเขารู้ได้ยังไงว่าเราไปอยู่กับผู้ชาย”

            “เขาว่าพ่อเขารู้จักกับคุณธเนศ  แล้วเขาก็รู้ว่าคุณธเนศชอบกับเอ่อ อย่าโกรธเรานะ  ชอบกับแม่น้ำนะก็อย่างที่เรารู้กันอยู่  พ่อดวงตานะเขานายแบงก์ใหญ่  ส่วนคุณธเนศก็นักการเมืองใหญ่  สองคนเลยสนิทกัน ดวงตาเขาว่า  นายธเนศเขามาเล่าให้พ่อเขาฟัง  เรื่องน้ำใสหายตัวไปแล้วมีผู้ชายโทรมาบอกข่าวกับส่งแฟกซ์มาให้นะ ก็เรื่องนั้นละ ดวงตาเขาเลยว่าน้ำไปอยูกับผู้ชาย  เขาก็เลยให้เพื่อนเขากระจายข่าว  ทีนี้  เรื่องมันก็เลยดังมันก็เลย”

            “เราพอจะเข้าใจแล้วกร  ขอบใจนะ”

            “น้ำ  ใจเย็นนะ  เราว่าน้ำอย่าเพิ่งวู่วาม”

            “ได้    แค่นี้ก่อนนะ เราจะรีบไปที่ตึกเรียน”

            “สัญญาก่อน ว่า จะ ไม่ วู่ วาม” เพื่อนหนุ่มพูดเตือนอีกครั้งแบบช้าๆ ชัด ๆ

            “ได้ เราสัญญา”

            “โอเค  งั้นก็  หวัดดีนะ”

            “จ๊ะหวัดดี”  น้ำใสปิดมือถือ หญิงสาวเดินลิ่วไปยังตึกเรียน ไปทำธุระเกี่ยวกับเวลาเรียนและตารางเรียนเรียบร้อยแล้วจึงเดินออกมา พบกับคู่อริตัวปล่อยข่าวทันที

            “ว่าไงจ๊ะน้ำใส  สบายดีเหรอ หายไปนานนี่  ไปอยู่ที่ไหนมาเหรอจ๊ะ ดวงเป็นห่วงนะ  เนี่ยดวงไปหากรเขา  ไปถามข่าวน้ำจากกรเขาตลอดเลย ดีใจด้วยนะที่ได้กลับมาอย่างปลอดภัย”

            “ขอบใจ แต่เราขอไม่ตอบคำถามเธอได้มั๊ย” น้ำใสขบริมฝีปากมือทั้งสองกำแน่น   ดวงตาทั้งคู่กระพริบหรี่ลง   หากแต่ทรวงอกกระเพิ่มขึ้นลงตามอารมณ์ที่เริ่มปะทุ

            “อ้าว  ทำไมล่ะจ๊ะ นี่เราดีใจกับเธอจริง ๆ นะ  ใช่มั๊ยพวกเรา ฮิฮิ”

            “ใช่”

            “ใช่”

            สามสาวปิดปากหัวเราร่วน เห็นภาพนั้นแล้วน้ำใสแทบจะระงับอารมณ์ไม่อยู่  น้ำใสพ่นลมหายใจออกฟืดฟาดพูดเสียงขุ่นไปว่า

            “ดวงตา คนอย่างเธอไม่สมควรได้รับความเป็นเพื่อนจากฉันอีกต่อไป เธอแย่มาก   ต่อไปฉันจะไม่คิดว่าเธอเป็นเพื่อนฉันอีก”

            “เอ๊ะ ! เธอมาว่าฉันเรื่องอะไร  ฉันไปทำอะไรให้เธอ”

            “เธอก็รู้ดีอยู่แก่ใจยังจะมาถามอีก   ใครกันเป็นคนปล่อยข่าวเรื่องฉันอยู่กับผู้ชายเธอใช่มั๊ย”  น้ำใสคาดคั้น

            “ทำไม  เป็นฉันแล้วจะทำไม  ก็แล้วมันเรื่องจริงมั๊ยล่ะ หรือว่าไม่จริง”   อีกฝ่ายตอบโต้ไม่ลดละ

            “จะจริงหรือไม่จริงมันก็เรื่องของฉัน  เธอไม่ควรเอาไปพูดแบบนั้นทั้งที่เธอยังไม่รู้เรื่องว่าความจริงมันเป็นยังไง  เธอเป็นเพื่อนภาษาอะไร เสียแรง ที่แต่ก่อนฉันคิดว่าเธอเป็นเพื่อนฉัน  แต่ตอนนี้ฉันเปลี่ยนใจแล้ว ฉันไม่คิดว่าเธอเป็นเพื่อนฉันอีกต่อไปแล้ว”

            “ก็ได้  แล้วคิดเหรอว่าฉันคิดว่าเธอเป็นเพื่อน   ฉันคิดอยู่ตลอดเวลาว่าเพราะเธอทำให้กรเขาไม่สนใจฉัน”

            “มันอยู่ที่ตัวเธอเองต่างหาก  ไม่เกี่ยวกับฉัน   ก็เธอทำตัวแบบนี้  คิดแต่เรื่องไม่ดีแบบนี้  กรเขาถึงไม่สนใจเธอ  ก็สมควรแล้วละ”  น้ำใสพูดเยาะกลับเอาบ้าง ทำเอาดวงตาเต้นเร่าด้วยความโกรธ

            “น้ำใส  เธอกล้าว่าฉันเหรอ”

            “ทำไมฉันจะว่าเธอไม่ได้  ทีเธอยังกล้าเอาเรื่องฉันไปพูดเสียหายเลย  ทำไมฉันจะพูดบ้างไม่ได้”

            “น้ำใส เธอ เธอ  มันมากไปแล้วนะ  นี่แน๊ะ” ดวงตาเหวี่ยงฝ่ามือไปที่แก้มน้ำใสดังเพี๊ยะจนน้ำใสหน้าหันตามแรงเหวี่ยง แต่ไม่มีหนสองสำหรับดวงตาเมื่อหล่อนเหวี่ยงฝ่ามือกลับอีกรอบหวังให้โดนหน้าน้ำใสอีก    แต่น้ำใสกลับคว้ามือนั้นได้ทัน  พร้อมกับออกแรงกระชากดึงเข้าหาตัวจากนั้นหญิงสาวก็เอี้ยวตัวหลบเล็กน้อย  ดวงตาจึงเสียหลัก   เซถลาจนหน้าเกือบคมำลงพื้นดีแต่ว่าสองสาวเพื่อนซี้ของเจ้าหล่อนช่วยคว้าไว้ได้ทัน

            น้ำใสอาศัยจังหวะนี้เอาคืนเมื่อดวงตาหันหน้ากลับมาหญิงสาวจึงฟาดฝ่ามือสุดแรงไปที่แก้มแดงด้วยเครื่องสำอางสองทีซ้อน  จากนั้นน้ำใสก็ใช้แรงทั้งหมดที่มีผลักจนดวงตาล้มลงกระแทกพื้นจนเจ้าตัวร้องโอยดังลั่น

            “น้ำใส เธอ  เธอ”  ดวงตาพูดได้เท่านั้นก็ต้องหยุดหาเรื่องน้ำใส เพราะหล่อนเจ็บก้นจนหน้าเหยเก   เพื่อนสนิททั้งสองเห็นท่าไม่ดีรีบย่อตัวลงไปนั่งข้างๆ  เพื่อประคองให้ลุกขึ้น แต่ไม่สำเร็จ

            น้ำใสเท้าสะเอวยิ้มเยาะ ก่อนจะพูดต่อแบบสะใจว่า

            “จำไว้นะดวงตา  ต่อไปอย่ามายุ่งเรื่องของฉันอีก  จำไว้” น้ำใสทำท่าจะเดินออกไปจากที่นั่น แต่แล้วก็หยุดกึกเมื่อนึกอะไรขึ้นมาได้บางอย่าง หญิงสาวหันกลับไปพูดต่อว่า

            “อ้อ แล้วก็อีกเรื่องที่ฉันจะบอกเธอ  ถ้าเธอยังไม่เปลี่ยนไอ้นิสัยแย่ๆ แบบนี้  ชาตินี้ทั้งชาติ  เธออย่าหวังเลยว่าภคกรเขาจะสนใจเธอ   อย่าหวัง”    น้ำใสยิ้มหวานแต่ดวงตาเปล่งประกายแบบเป็นต่อ

            “น้ำใส เธอ  เธอ  กรี๊ด”  ดวงตาหวีดร้อง  กำปั้นทุบลงไปที่พื้นด้วยความโกรธแต่แล้วก็ห่อปากหน้านิ่วเมื่อรู้สึกเจ็บมากตอนที่ทุบลงไป    เจ็บทั้งตัวเจ็บทั้งใจจนต้องยอมปล่อยให้คู่แค้นเดินจากไปต่อหน้าต่อตา

    +++++++++++++++++++++

            น้ำใสขับรถออกจากมหาวิทยาลัยอย่างอารมณ์ดีหญิงสาวผ่อนคลายด้วยการไปเดินเล่นในห้างสรรพสินค้า เลือกดูเลือกซื้อของใช้บางอย่าง

            น้ำใสใช้เวลานายพอควรในห้างที่แอร์เย็นฉ่ำ

            เมื่อออกมานอกห้าง น้ำใสคิดว่าจะแวะหาของทานเนื่องจากมองนาฬิกาแล้วเห็นว่าเป็นตอนเที่ยงกว่าแล้ว ดังนั้นน้ำใสจึงขับรถออกไปเพื่อหาดูร้านอาหารระหว่างที่จะกลับบ้าน

            ขณะที่สายตากำลังมองหาร้านอาหารจนเจอร้านที่ถูกใจและกำลังจะนำรถไปจอดมองจากในรถเข้าไปในร้าน น้ำใสเห็นชายสองคนที่หล่อนคุ้นเคยนั่งอยู่ในร้าน

            “คุณลุงธเนศ  เอริค”  หญิงสาวอุทานตกใจ ไม่คิดว่าจะเจอเอริคที่กรุงเทพฯ

            “มาทำอะไร” น้ำใสพึมพำในรถ   หญิงสาวตัดสินใจแอบมองเหตุการณ์ดูก่อน  ยังไม่ลงจากรถ

            น้ำใสเห็นเอริคคุยกับนายธเนศ แต่นายธเนศดูจะเป็นฝ่ายพูดเสียมากกว่า  ไม่เห็นเอริคพูดอะไร ได้แต่พยักหน้ารับเป็นบางช่วงเท่านั้น

            จากนั้นสองคนก็หยิบของบางอย่างยื่นหมูยื่นแมวให้กัน แล้วนายธเนศก็ลุกขึ้นเดินออกจากร้านไปที่รถซึ่งจอดอยู่ใกล้ ๆกับรถของน้ำใส หญิงสาวก้มหน้าทรุดตัวลงกับเบาะรถแทบจะทันทีทันใดด้วยกลัวหนุ่มใหญ่เห็น    จนได้ยินเสียงเครื่องยนต์ถูกสตาร์ท ตามด้วยเสียงล้อหมุนเบียดพื้นถนนดังเอี๊ยดอาดค่อย ๆ ห่างออกไปหญิงสาวจึงยืดตัวโผล่หน้าขึ้นมอง

            นายธเนศไปแล้วแต่เอริคยังคงนั่งอยู่ที่เดิม  น้ำใสมองชายหนุ่ม ความคิดถึงโหยหาพลุ่งพล่านขึ้นในใจจนอยากจะวิ่งลงจากรถไปหาเขา   แต่ทว่า เมื่อนึกเรื่องหลายเรื่อง   เรื่องเกาะ เรื่องเด็กโดนฆ่า   โดยเฉพาะเรื่องนายธเนศที่มาเกี่ยวพันกับมารดาหล่อน หญิงสาวจำต้องตัดใจและคงต้องตัดสินใจอะไรบางอย่าง

            ‘จะปล่อยให้อารมณ์ความรู้สึกอยู่เหนือเหตุผลและความถูกผิดไม่ได้’

            การที่นายธเนศรู้จักกับเอริคนั่นแสดงว่า เอริคย่อมมีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องเลวร้ายบนเกาะนั่นแน่นอนต่อให้หล่อนรู้สึกพิเศษกับเขามากเพียงใดมันก็เทียบไม่ได้กับความรักที่หล่อนมีให้แม่หล่อนจะยอมให้คนอย่างนายธเนศเข้ามาเกี่ยวข้องกับชีวิตของแม่ที่แสนดีของหล่อนไม่ได้ยอมไม่ได้ ฉะนั้น  หล่อนคงจะไม่สามารถคิดอะไรกับเอริคได้มากไปนี้อีกแล้ว   แปลกที่พอคิดถึงตรงนี้   น้ำใสกลับเจ็บแปลบที่หน้าอกขึ้นมาทันทีจนต้องยกฝ่ามือขึ้นทาบทับหวังใช้พลังทั้งกายและใจฉุดรั้งความรู้สึกเจ็บปวดที่ต้องคิดกับเอริคแบบนั้นให้เข้มแข็ง

                น้ำใสตัดสินใจขับรถออกจากที่นั่น  ทิ้งให้เอริคนั่งอยู่ที่เดิมคนเดียว

    +++++++++++++++++++++

    คล้ายกับเรื่องเกาะรัก...ทะเลแดง ที่คุณอ่าน

    คู่มือเศรษฐีนีชาวนาฉบับสาวน้อยทะลุมิติ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    คู่มือเศรษฐีนีชาวนาฉบับสาวน้อยทะลุมิติ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    775K 1120
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชนบทตัวน้อยๆ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชนบทตัวน้อยๆ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    862K 774
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    207K 185
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    ทะลุมิติไปเป็นชายาฮ่องเต้ทรราช ขนสมบัติชาติหนีไปสร้างแคว้นใหม่ [จบ]

    ทะลุมิติไปเป็นชายาฮ่องเต้ทรราช ขนสมบัติชาติหนีไปสร้างแคว้นใหม่ [จบ]

    นิยาย รัก
    671K 788
    พลิกฟ้าคืนชีวาชายาอนุ [แปลจบแล้ว]

    พลิกฟ้าคืนชีวาชายาอนุ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    295K 786
    ทะลุมิติไปเป็นฮองเฮา พร้อมระบบเชฟเทพนักปรุง [จบ]

    ทะลุมิติไปเป็นฮองเฮา พร้อมระบบเชฟเทพนักปรุง [จบ]

    นิยาย รัก
    615K 1801
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592