“เยว่เอ๋อร์”
“ท่านพ่อ”
“เ้ามีสิ่งใดในใจ ใช่หรือไม่”
แม่ทัพเฉินกลับจากงานราชการในกองทัพ หลังงานปักปิ่นรูปลักษณ์และกิริยามารยาทของเยว่เอ๋อร์ถูกพูดปากต่อปาก ทำให้ที่จวนมิเคยขาดเทียบเชิญที่ทยอยถูกส่งเข้ามาที่จวน ทั้งงานวันเกิด วันครบรอบ สารพัดเหตุผลเพียงเพื่อชวนบุตรสาวของตนออกไปร่วมงานเพื่อกระชับสัมพันธ์ เมื่อเข้าสู่วัยหนุ่มสาวการมีคู่ครองกลายเป็เื่หลักสำหรับฮูหยินแต่ละครอบครัวการมองหาคัดเลือกคนที่ถูกใจ ฐานะเหมาะ รูปร่างหน้าตาและกิริยามารยาทเป็เื่ที่ต้องผ่านการเห็นชอบจากครอบครัวฝ่ายชาย ดังนั้นเมื่อยังไม่มีพันธะเื่คู่ครองจึงค่อนข้างมีหลายครอบครัวหลายตระกูลให้ความสนใจนางของตนไม่น้อย เขามองดูบุตรสาวบุญธรรมก็รู้จากสีหน้าและแววตาที่ไม่ปกตินัก
“ท่านพ่อ ข้า มีหลายเื่ในใจหากเป็ไปได้อยากให้ท่านพ่อรับฟังเ้าค่ะ”
“ให้พ่อเข้าไปผลัดเปลี่ยนเสื้อผ้าเสียหน่อย อีกสองเค่อเ้าค่อยไปหาพ่อที่ห้องหนังสือ”
“เ้าค่ะ”
นางมองแผ่นหลังที่เดินจากไปด้วยความคิดที่สับสนวุ่นวาย พ่อนางมิใช่ตำแหน่งใหญ่โตเป็เพียงแม่ทัพที่ไม่มีตระกูลหนุนหลังไม่สามารถเปรียบเทียบกับคนอื่นๆ ได้ ั้แ่ที่ได้รับรู้ปัญหาทางชายแดนที่ท่านพ่อกล่าวให้นางฟังอย่างไม่ใส่ใจเพียงคิดว่านางเป็เพียงเด็กน้อยเป็สตรีในเรือนเช่นบุตรสาวในจวนอื่น นางก็เริ่มสร้างช่องทางของตนเองผ่านร้านค้าในมือในการหาข่าวสารเล็กๆน้อยๆ นำมาเรียบเรียงเก็บไว้เสมอ แม้ว่านางจะมีฝีมือทั้งด้านสมุนไพรและการป้องกันตนเองในระดับที่เอาตัวรอดได้ หากแต่นางเป็ห่วงจวนแห่งนี้นางอยู่อย่างได้รับการดูแลเอาใจใส่จากทุกคนเป็อย่างดีมิเคยมีใครสร้างความลำบากใจให้ บ่าวรับใช้และสาวใช้ที่ค่อยๆเพิ่มขึ้นมาก็อยู่ในโอวาทของพ่อบ้านฉินเป็อย่างเคร่งครัดเื่ในจวนมิเคยได้ยินจากภายนอก หากแต่เหตุการณ์มิได้สงบเงียบเช่นที่มองเห็น นางอยากให้ทุกอย่างผ่านไปได้ด้วยดี
เสียงฝีเท้าที่ใกล้เข้ามาทำให้แม่ทัพเฉินที่นั่งบนโต๊ะหนังสือเงยหน้าจากงานในมือที่อ่านค้างอยู่ เสียงเคาะประตูเช่นทุกครั้งที่นางมาหามิเคยขาดมารยาทที่ควรมีสักครั้ง
“เข้ามาเถอะ”
เฉินอวี้อันมองตามบุตรสาวที่เข้ามายอบตัวทำความเคารพแล้วเดินไปนั่งยังเก้าอี้ด้านข้างที่เป็ที่ประจำของนาง บนโต๊ะมีกาน้ำชาที่เตรียมไว้รอนางพร้อมกับขนมหวานชิ้นเล็กๆ นางเป็คนกินรสชาติไม่หวานมากแม่ครัวในจวนจะเตรียมของนางแยกเป็พิเศษเสมอ
“ว่าไง วันนี้ใยเ้าดูมีท่าทางเป็พิธีรีตองมากนักเล่า”
“ท่านพ่อ ข้ามีหลายเื่ที่้าพูดให้ท่านได้รับรู้ ทั้งยัง้าให้ท่านตัดสินใจและแก้ปัญหาไปพร้อมกับข้าเ้าค่ะ”
เมื่อได้ยินเด็กสาวที่เขารักเช่นบุตรในไส้กล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่สีหน้าท่าท่างที่สงบนิ่งของนางทำให้เขารู้สึกได้ว่าเื่ที่กำลังจะรับรู้คล้ายจะเป็เื่ที่สำคัญยิ่ง
“เ้าว่ามาเถอะ พ่อจะตั้งใจฟัง”
“เื่แรกเกี่ยวกับความปลอดภัยของจวนเรา ยามนี้เงินทองและร้านค้าจวนเราก็มีมากพอสมควรแล้ว อีกทั้งข้าก็เป็เ้าของหอดับแสงส่วนหนึ่ง (ถึงไม่มีเป็อักษรยืนยันก็เถอะ) ข้ามองดูและคิดมานานแล้วว่าจวนเรามีเพียงข้าที่มีวรยุทธ์ที่สามารถดูแลตนเองได้ ท่านและคนอื่นๆในเรือนไม่เว้นแม้แต่ทหารและองค์รักษ์ล้วนมีเพียงร่างกายที่แข็งแรงในระดับทั่วไป พวกเขามีความสามารถจับดาบและกระบี่ฟาดฟันไปด้วยท่าทางธรรมดายิ่ง ซึ่งก็เป็เื่ทั่วไปของทหารในกองทัพ นี่เป็เื่ที่ท่านทราบดีที่สุด”
“อืม เป็ดังเ้าพูดทุกจวนในเมืองหลวงส่วนใหญ่ล้วนเป็เช่นนี้ เื่นี้สำคัญอย่างไรในความคิดของลูก”
“มันสำคัญมากที่สุดเ้าค่ะ หากที่จวนยังไม่ปลอดภัยแล้วจะมีที่ใดปลอดภัยสำหรับเราสองคนพ่อลูกได้อีกละเ้าคะ ท่านเองก็พบแล้วว่าคนภายนอกที่มีวรยุทธ์สามารถผ่านเข้าออกได้โดยง่าย ดังนั้นข้าเพียงอยากถามความเห็นท่านพ่อว่ามีความคิดเห็นเช่นไร”
“ข้าย่อมอยากให้จวนมีความปลอดภัยที่สุด คนในจวนสามารถดูแลกันเองภายในได้ แต่ว่าเ้าเองก็รู้ประวัติความเป็มาของพ่อดี พ่อเป็ทหารที่มีจากครอบครัวธรรมดามิได้มีทรัพย์สินเงินทองจากบรรพบุรุษอีกทั้งก็มิเคยได้มีโอกาสฝึกปรือใดๆ ทั้งสิ้น หากทำได้ข้าคงทำให้แค่หาคนที่ซื่อสัตย์ แข็งแรงมาให้กับเ้าได้เท่านั้น”
“ท่านพ่อ ข้าอยากให้ท่านลองมองดูทหารที่ปลดประจำการอายุน้อย โครงสร้างร่างกายสมบูรณ์เข้ามาเป็คนของจวนเรา จะเป็สัญญาจ้างหรือสัญญาขายตัวก็ได้แล้วแต่จะสมัครใจ หลังจากนี้ไปไม่เกินหนึ่งปีข้าจะเสาะหาคนที่พอมีฝีมือมาเป็ครูฝึกให้กับพวกเขาและคนที่ข้าจะหามาเพิ่ม หากจำเป็เมื่อเราย้ายที่อยู่ก็จะพาพวกเขาไปด้วย”
เมื่อได้ยินคำพูด่แรกเขาก็รู้สึกเห็นด้วย แต่เมื่อฟังท้ายประโยคก็รู้สึกขัดแย้งมีความจำเป็ใดที่ทำให้จวนแม่ทัพของเขาจะต้องย้ายที่อยู่ทั้งต้องไปกันหมดครอบครัว
“เ้าคิดว่ามีเหตุร้ายแรงอันใดที่ต้องย้ายจวน”
“ท่านพ่อ หากท่านต้องเดินทางไปประจำที่ชายแดน ท่านคงมิคิดทิ้งข้าให้อยู่ในเมืองหลวงเพียงลำพังกับบ่าวรับใช้ในจวนในยามที่ท่านต้องอยู่ไกลใช่หรือไม่เ้าคะ หรือท่านใจดำทิ้งบุตรสาวคนนี้ไว้ได้โดยมิรู้ว่าท่านจะไปนานกี่เดือนกี่ปี”
“ไม่ พ่อไม่ทิ้งเ้าไว้แน่ หากมีคำสั่งจริงพ่อจะพาเ้าและคนทั้งหมดไปประจำที่ชายแดน หาจวนให้เ้าอาศัยอยู่ใกล้กับกองทัพที่พ่อต้องดูแล แน่นอน”
“ท่านพ่อ ท่านรับปากแล้วนะเ้าคะ จากข่าวคราวที่ข้ารวบรวมได้มาใน่เกือบปีที่ผ่านมาจากชาวบ้านและคนจากเมืองอื่นที่เดินทางไปมาในเมืองหลวง ชายแดนช้าเร็วต้องมีการเปลี่ยนแปลงถึงกองทัพจะมีแม่ทัพหลายคนแต่ว่า ในพื้นที่ที่แตกต่างกันฝ่าาย่อมเลือกใช้คนที่รู้จักพื้นที่ที่จะต้องส่งไปมากที่สุด ข้าดูแล้วหากแคว้นจ้าวเกิดการแย่งชิงภายในราชวงศ์ชายแดนด้านนั้นคงมีท่านเป็ตัวเลือกที่ดีที่สุด”
สิ้นเสียงนางทั้งห้องก็เงียบสนิทมีเพียงเสียงลมพัดใบไม้ด้านนอกและเสียงแมลงดังเบาๆ ในที่สุดเฉินอวี้อันก็ยอมรับสภาพว่าลูกสาวคนนี้เก่งกาจมากเื่ราวในแคว้นยังอยู่ในสายตานาง เขามิจำเป็ต้องปิดบังนางเป็เขาเองที่กังวลจนเกินไป
“ข่าวที่กองทัพได้มาก็เป็เช่นที่เ้าว่าแต่สถานการณ์ยังไม่มีการเคลื่อนไหว เ้ามิต้องกังวลไป”
“เส้นทางห่างไกล หากข่าวมากระทันหันพวกเราจะลำบากจำเป็ต้องเตรียมการไว้บ้าง หากจำเป็ต้องเดินทางไปชายแดนด้านทรัพย์สินและร้านค้าทั้งหมดท่านพ่อจะทำอย่างไรได้โปรดบอกแก่ลูก จักต้องใช้เวลาในการจัดการพอสมควรอีกทั้งคนงานในร้านค้าด้วยนะเ้าคะ”
“พ่อคิดว่าหนทางยาวไกลการเดินทางมิสะดวกสบาย ข้าวของที่เ้าจะเตรียมไปควรดูแลให้พอดีไม่มากไม่น้อยจนเกินไป ส่วนจวนและร้านค้าพ่อคิดว่าควรให้คงอยู่เช่นเดิมพ่อบ้านฉินเป็คนเก่าแก่ของพ่อไว้ใจได้ ในเมืองหลวงหากละทิ้งเสียทั้งหมดอาจมีผู้ประสงค์ร้ายใส่ร้ายข้าในท้องพระโรงต่อหน้าฝ่าาได้”
“ข้าเข้าใจแล้วเ้าค่ะ ข้าจะกำชับทุกอย่างเป็อย่างดี”
“เยว่เอ๋อร์ ส่วนเื่ของหอโอสถและเ้าสำนักมู่หลง เ้าคิดอ่านทำเช่นไร”
“ข้ามีสัญญาหลอมโอสถและรักษาอาการของท่านผู้เฒ่าเท่านั้นเ้าค่ะ ท่านมิต้องกังวลข้าชื่นชอบความสวยงามได้พบเห็นสิ่งที่งดงามย่อมชื่นชอบเป็ธรรมดาแต่ข้าเองอายุยังน้อยมิได้ชื่นชมเขาเช่นนั้นแน่นอน ข้าเองยังอยากอยู่ดูแลท่านไปอีกหลายๆ ปี ข้ามั่นใจว่าใช้เวลาเพียงไม่นานอาการเจ็บป่วยนั้นก็จะทุเลาลง"
“ดี ดี ฟังเช่นนี้พ่อก็เบาใจ” เขามิได้ยินดีที่มีคนให้ความสนใจบุตรสาวตนเช่นบิดาอื่นทั่วไป เขาพึงมีลูกสาวได้เพียงสองปีจะตัดใจได้อย่างไร เช่นนี้ก็ดี
“ท่านพ่อ หากท่านได้รับคำสั่งโยกย้ายกองทัพ เมื่อเริ่มออกเดินทางข้าจะมิได้ร่วมทางไปด้วยแต่จะแยกตัวออกไปเพื่อทำกิจธุระของท่านแม่บุญธรรมแล้วพวกเราจะไปพบกันที่ชายแดนนะเ้าคะ”
“เ้าจะนำผูู้ใดร่วมทางไปด้วย”
“มิจำเป็เ้าค่ะ หากมีผู้อื่นไปด้วยจะยิ่งทำให้ข้าลำบากยิ่งขึ้น”
สิ่งที่นางจะไปทำดูท่าจะเป็เื่สำคัญและมีอันตรายมาก แต่ก็มิอาจขัดขวางนางได้เช่นกันเขา้าให้นางนำองค์รักษ์ไปด้วยแต่นางยืนยันไม่้านำไปเป็ภาระ จึงทำได้เพียงเชื่อมั่นในตัวนางเท่านั้น
หลังจากคืนนั้นสองพ่อลูกต่างคนต่างทำหน้าที่ของตนไปตามปกติ แต่ในจวนหากสังเกตจะพบว่ามีบางสิ่งไม่ปกติ เช่นทรัพย์สินบางส่วนถูกเปลี่ยนเป็ตั๋วเงินที่สามารถแลกใช้ที่ใดก็ได้ในแคว้นอู๋ เส้นทางจากเมืองหลวงถึงชายแดนแคว้นจ้าวมีร้านค้าในนามสวิ๋นหยาเกิดขึ้นจากเมืองหลวงไปจนเกือบถึงชายแดนเป็ร้านค้าขนาดเล็กและขนาดกลาง หลงจู๊ในเมืองหลวงบางคนขอย้ายไปประจำสาขาที่เปิดใหม่ก็มี คนงานบางคนถูกขยับหน้าที่ขึ้นดูแลร้านขนาดเล็ก มีการรับคนงานใหม่ในเมืองหลวง หากมิได้สังเกตมองดูก็คาดเดาได้ว่าเป็การเปลี่ยนแปลงที่ปกติมีคนเข้าคนออกทั่วไป
โอสถที่นางหลอมขึ้นหลังจากงานปักปิ่นถูกบรรจุอย่างดี ทยอยนำออกจากจวนอย่างลับๆ ตัวนางเองก็พัฒนาพลังภายในขึ้นอีกระดับเป็ระดับกลางขั้นสูงทำให้การควบคุมเปลวไฟยามหลอมโอสถพัฒนาขึ้นด้วยเช่นกัน ยามนี้นางหยุดหลอมโอสถพื้นฐาน หากแต่ปรุงโอสถปรับพลังธาตุ โอสถเสริมพลัง และโอสถชะล้างไขกระดูกขั้นต้น ทั้งหมดเป็โอสถที่นางเตรียมไว้สำหรับท่านพ่อและคนที่ถูกคัดเลือกของนาง(ท่านพ่อกำลังคัดเลือก)