ชีวิตใหม่ของผม ได้โปรดจืดจางลงหน่อยเถอะครับ! [Yaoi]

    [ไนเจล กาเวน] น้ำแข็ง แสงแดด และรอยยิ้ม (2)


     

     

            “ผมชื่อกิลเบิร์ต...กิลเบิร์ต เบดิเวียร์...”

            ครั้งแรกที่เราพบกันไม่มีอะไรมากกว่าการแนะนำตัว

            ทั้ง ๆที่ผ่านไปนานแล้วแต่พอนึกย้อนกลับไปกลับไม่เคยลืมเลย

            อาจจะเพราะผมสีทองที่เหมือนแสงแดดอ่อนๆ ในยามสาย

            หรือรอยยิ้มที่ดูไร้พิษภัยในวันนั้นก็ได้

             

             

            ผมเกลียดผู้หญิง

            มันเป็๞หนึ่งในเ๹ื่๪๫น่าขำในชีวิตอย่างหนึ่งของกาเวน

            นั่นคือการที่กาเวน๻้๵๹๠า๱บุตรที่งดงามและผมตอบสนองต่อความ๻้๵๹๠า๱ของตระกูลได้ด้วยใบหน้าที่ได้มาจากท่านแม่แต่นั่นก็เป็๲เหตุที่ทำให้กาเวนได้อับอายเช่นเดียวกัน

            นั่นคือการที่ผมถูกสาวใช้ลวนลาม

            จริง ๆ คำนั้นดูจะเบาเกินไปผมถูกกดลง ตรึงเอาไว้กับพื้น สาวใช้คนนั้นฉลาดกว่าที่คิดเธอวางยาผมจนผมไม่สามารถทำอะไรได้ เธอพร่ำเพ้อว่ารักผมมาก ทั้งเส้นผม ดวงตา เสียงท่าทางและกลิ่น...

            ความ๻้๪๫๷า๹ของเธอทำให้ผมขยะแขยงอยากจะอ้วกและสั่น...

            ผมอยากจะ 'ฆ่า' เธอทิ้ง

            แต่เพราะไม่มีแรงเลยได้แต่กล้ำกลืนความอัปยศนั้นยังดีที่ก่อนเธอจะได้ทำ 'อะไร ๆ' อย่างที่เธอปรารถนาก็มีคนมาช่วยผมเสียก่อน

            ท่านพ่อหัวเสียมากผมไม่เคยเห็นท่านพ่อเป็๲แบบนั้นมาก่อน เขาเริ่มเปิดปากต่อว่าผมกับความอับอายครั้งนี้ เราสามารถปกปิดประชาชนได้แต่คงปกปิดดยุกด้วยกันเองไม่ได้คฤหาสน์ไม่ว่าที่ไหนก็ล้วนมีสายของแต่ละตระกูลอยู่ทั้งนั้นแม้ว่าเราจะได้ชื่อว่าผู้ร่วมงานก็ตาม

            “...ลูกทำให้ตระกูลอับอายมาก...”ท่านพ่อทอดถอนลมหายใจ กระทั่งคำว่ากล่าวก็ล้วนเพื่อกาเวนทั้งสิ้น “บางที... พ่ออาจจะหวังกับลูกมากเกินไป...”

            แม้ภายในผมจะไม่รู้สึกอะไรแต่สิ่งที่แสดงออกมาคือผมเสียใจและร้องไห้

            “ท่านพ่อ... ผม...”

            “ไนเจล...”ท่านพ่อหลับตาลง “ออกไปก่อน...ตอนนี้พ่อคิดว่าพ่อคงต้องคิดอะไร 'หลาย ๆ' อย่าง”

            จู่ ๆ ผมก็นึกถึงท่านแม่นึกถึงกาเวน...

            ...

            'ฉันไม่๻้๪๫๷า๹...ระ... หรือคุณ๻้๪๫๷า๹ลูกอีก ถะ... ถ้างั้นทำสัญญากัน ได้ไหม? ยะ... อย่าพบฉันอีกสักสิบปี... ระ...หรืออีกสองคนแล้วได้โปรดปล่อยฉันไป...’

            ...

            หลาย ๆ อย่างของท่านพ่อ...ของกาเวนคืออยากได้ 'ทายาท' คนใหม่หรือเปล่านะ?

            ความอัปยศสูงสุดที่เกิดขึ้นตอนนี้จะอย่างไรก็คงไม่สามารถแก้ไขได้อยู่ดีจริงอยู่ที่ว่ามันอาจจะไม่เป็๲จุดอ่อนเอาไว้โจมตี แต่ขึ้นชื่อว่าขุนนาง...หน้าก็บางกว่าที่คิด

            ผมครุ่นคิดอยู่เพียงครู่หนึ่งแล้วตัดสินใจ “ท่านพ่อ... ผม...ผมคิดว่า เ๹ื่๪๫นี้สามารถใช้เป็๞จุดอ่อนและ... จุดแข็งของเราได้ครับ”

            “หืม?”

            “การมีจุดอ่อนที่ไม่ว่าใครก็รู้...”ผมหลุบตาลง “จะทำให้เขาลดการระวังลง...เพราะคิดว่าผมไร้พิษภัย หรือสามารถควบคุมได้ และมีวิธีป้องกัน...ในตอนนั้นผมก็จะสามารถเข้าถึงตัวอีกฝ่ายโดยง่าย...”

            ท่านพ่อหรี่ตาผมสังเกตถึงความพึงพอใจบางอย่างที่ปรากฏขึ้นมา “ลูกหมายความว่ายังไงไนเจล?”

            “ขอเพียงเขาลดการป้องกันลงด้วยความไว้ใจผมสามารถศึกษาและ...’ควบคุม' เขาได้”

            คนแข็งแกร่งมักไม่กลัวคนอ่อนแอยิ่งรับรู้จุดอ่อนของอีกฝ่ายก็ยิ่งไม่ระแวงเพราะความถือดี มันเหมือนมีเป้าบอกอยู่ว่ายิงตรงไหนถึงตายแต่นั่นแหละพวกเขาอาจจะไม่รู้ว่านั่นเป็๲เพียงเป้าหลอก...

            ล่อลวงให้ยิงเข้ามาและสวนกลับอย่างรุนแรง

            “ไนเจล กาเวน 'จะ' กลัวผู้หญิง...” จุดอ่อนที่แสนง่ายอาวุธเองก็หาง่ายเช่นเดียวกัน

            ผมไม่กังวลว่าตัวเองจะเผลอทำให้ความลับหลุดออกมาผมไม่คิดว่าตัวเองจะรักผู้หญิงได้ อีกอย่าง... คนรักเอง... ก็ย่อมต้องถูกเลือกตามความ๻้๪๫๷า๹ของตระกูลอยู่แล้ว

            จะเป็๲ใคร

            ก็ได้ทั้งนั้น

             

             

            กิลเบิร์ตเบดิเวียร์เป็๲คนที่ควบคุมได้ง่ายมาก

            ขอเพียงผมทำตัวเป็๞น้องชายที่น่ารักอ้อนบ้าง ยิ้มบ้างและอ่อนโยน เขาก็จะแสดงสีหน้าปลาบปลื้ม ซึ่งนั่นมันก็ดีแต่สิ่งที่ร้ายแรงที่สุดคือเบดิเวียร์คนนี้ไม่ได้เป็๞แบบที่ผมฝัน

            เขาเก่งหรือเปล่าผมไม่รู้ แต่ที่แน่ๆ คือเขาไม่ขยันและออกจะเรื่อยเฉื่อย

            มีชีวิตที่ทำอะไรตามใจตัวเอง ยิ้มหัวเราะอย่างมีความสุขตลอดเวลา เขาดูเหมือนเด็กชาวบ้านที่ไม่มีอะไรวางไว้บนบ่า ทั้งๆ ที่หลังชื่อของเขาคือ 'เบดิเวียร์' แท้ ๆ

            “ผมชอบให้ไนเจลยิ้มนะ”เพราะเขาพูดแบบนั้นผมจึงต้องยิ้มอยู่เสมอมันไม่ใช่เ๱ื่๵๹ยากเพียงแค่ขยับมุมปากเท่านั้น “ยิ่งยิ้มกว้างมากแค่ไหนแสดงว่ามีความสุขมากเท่านั้นเพราะงั้น...!”

            เขาดึงแก้มผม... ก่อนจะหัวเราะออกมา

            “ไนเจลต้องมีความสุขมากๆ นะ!!”

            กิลเบิร์ตเป็๞คนบ้า

            และอีกอย่างที่น่าแปลกใจคือฮาเรฟชอบกิลเบิร์ตมาก

            กระทั่งตอนที่เขาไม่เหลืออะไรฮาเรฟก็ยังคงทำตัวเหมือนเดิมเพราะอย่างนั้นเบดิเวียร์เลยไม่โดนทึ้งเท่าไหร่ต้องเข้าใจว่าแม้จะเป็๞เพื่อนร่วมงานแต่อะไรหลาย ๆอย่างก็ทำให้ใครต่อใครต่างเกรงใจแลน-สลอตเสียหลายส่วน

            เพราะอย่างนั้นตอนที่พบกับฮาเรฟเมื่อถามไป

            สิ่งที่ตอบกลับมาคือรอยยิ้มที่ไม่สามารถอ่านความหมายได้เลย

            พอถามท่านพ่อ ท่านเพียงตอบมาอย่างเรียบเฉยว่า“...นิสัยเสียของแลนสลอตลูกไม่ต้องไปสนใจหรอก”

            หลังจากวันนั้นมากิลเบิร์ตก็พยายามที่จะมาพบผมแต่เพราะตอนนี้ผมไม่มีอะไรที่อยากจะได้จากเขาแล้วเลยเลือกจะหลบเลี่ยง บอกปัดเสมอซึ่งพอทำแบบนี้เขามักจะก้มหน้าและเดินกลับไปเงียบ ๆ เหมือนเด็กถูกทิ้งอย่างไรอย่างนั้น

            มองเงาดำที่เหมือนพาดครึ่งตัวด้วยอารมณ์หดหู่แล้วยกยิ้มขำ

            ผมคิดว่า... เขาค่อนข้างน่ารักดี

            แต่พอทำแบบนั้นมาก ๆเข้าฮาเรฟก็เป็๲คนพูดให้ผมไปพบกับ   กิลเบิร์ตแทน

            “ฉันรำคาญ” ฮาเรฟปิดตาสีรุ้งของตัวเองลง “เขาบ่นถึงนายสามเวลาหลังอาหาร...ถึงนายจะตัดสินใจไม่ได้แต่ฉันอยากจะให้นายให้คำตอบเขาเร็ว ๆเพราะไม่อย่างนั้นฉันคงเป็๞โรคประสาท”

            “...ขอโทษครับเพียงแต่ผม...”

            การเผชิญหน้ากับฮาเรฟก็ไม่ต่างจากกิลเบิร์ตขอเพียงผมเลือกเป็๞ 'น้องชายที่น่ารัก' ก็เพียงพอ

            “ฉันไม่ได้๻้๵๹๠า๱จะว่านายไนเจล”ฮาเรฟยิ้ม “สำหรับฉันพวกนายต่างก็เป็๲เพื่อนรักทั้งคู่...เพราะงั้น... ถ้ามีอะไรที่จะช่วยให้พวกนายคืนดีกันได้ฉันก็อยากจะทำแต่นั่นจะต้องไม่ใช่การบังคับใจนายหรืออะไร”

            ผมหลุบตาลงไม่ได้พูดอะไร

            เบดิเวียร์ไม่มีประโยชน์ แต่แลนสลอตตรงกันข้าม

            “ฉันเคารพในการตัดสินใจของนาย”ฮาเรฟเอื้อมมือมาลูบหัวผม “ไม่ว่านายจะตัดสินใจแบบไหนจะเพื่อตระกูลหรืออะไร... สำหรับฉันแล้วไนเจล กาเวนก็ยังเป็๞เพื่อนรักของฉันพอ ๆกับกิลเบิร์ต เบดิเวียร์...”

            “ขอบคุณนะครับฮาเรฟ...”

            “...กิลเบิร์ตชอบนายมากนะ”ฮาเรฟหลุดยิ้ม “แม้ว่าหมอนี่จะไม่มีอะไรดีแต่ความจริงใจนั่น... ฉัน...คิดว่าเบดิเวียร์ซื่อสัตย์และไร้เล่ห์เหลี่ยมนั่นคือความจริง”

            ...ต่อให้คุณไม่บอกผมก็รู้...

            แต่ความจริงใจไม่ใช่สิ่งที่ผม๻้๪๫๷า๹...ผม๻้๪๫๷า๹พลังเพื่อควบคุมคุณต่างหาก

            เพราะโลกนี้มีแลนสลอตและเพราะผมเป็๲กาเวน... กาเวนที่ต้องขึ้นเป็๲หัวหน้าของอัศวินโต๊ะกลมจะอ่อนแอไม่ได้ จะด้อยความสามารถไม่ได้...

            บางทีผมก็อยากถามเหลือเกิน...

            การเกิดเป็๲กาเวนคือคำสาป...ใช่หรือเปล่านะ?

             

             

            การพบกันครั้งนี้ผมมีคำตอบในใจอยู่แล้ว

            เพราะอย่างนั้นตอนที่เหลืออยู่แค่สองคนผมตั้งใจจะบอกมันออกไปทว่าท่าทางของกิลเบิร์ตแปลกไป... เหมือนไม่ใช่คนเดิม

            ความหงุดหงิดบางอย่างเข้ามาในหัว

            'ไม่ต้องพูดอะไรทั้งนั้นไนเจล...กาเวน'

            กิลเบิร์ตเรียกผมว่า 'ไนเจล' ไม่เคยมีคำว่า 'กาเวน' ต่อท้าย

            'แค่ฟังฉันอย่างเดียวก็พอ'

            กิลเบิร์ตมักจะแทนตัวเองว่า 'ผม' ไม่ใช่ 'ฉัน'

            กิลเบิร์ตมักจะยิ้มออกมาบาง ๆไม่ใช่รอยยิ้มกระตุกมุมปาก

            ถ้าเป็๞เขา...

            รู้ตัวอีกทีท่าทางที่เคยสร้างมาตลอดก็หายไป...เหมือนควบคุมตัวเองไม่ได้ชั่วขณะทั้งมือและเท้าผมก็ไปเสียแล้ว

            ผมสงสัยตัวเอง...อะไรทำให้ผมดูเป็๞คนโง่ที่มีความมั่นใจกัน? ความจริงนั่นอาจจะเป็๞กิลเบิร์ตก็ได้เขาอาจจะแสร้งทำตัวโง่ ๆ เลียนแบบใครสักคนที่เขาเห็น...

            จนกระทั่งอีกฝ่ายสลบไปผมถึงค่อย ๆคืนสติมาอย่างสับสน ไม่ค่อยเข้าใจตัวเองเท่าไหร่นัก ไหนจะคำพูดที่บอกว่า 'กิลของฉัน' นั่นอีก... ไม่เข้าใจตัวเองเลยจริง ๆ...

            ถ้าถามท่านพ่อ...จะมีคำตอบแบบไหนออกมากันนะ...

            “อา...”ขยี้หัวและตบแก้มตัวเองอย่างไม่เข้าใจ “ไม่ชอบเลย...”

            ไม่ชอบที่ตัวเองเป็๞แบบนี้มันดูเหมือนคนโง่...

            กาเวน... กาเวน... กาเวน... ผมต้องทำทุกอย่างเพื่อกาเวนถ้าผมทำไม่ได้แบบนั้น... อาจจะมี 'กาเวน' คนอื่นมาแทนที่ก็ได้...

            ยังดีที่พอตื่นมากิลเบิร์ตดูงงงวยคล้ายเข้าใจและไม่เข้าใจเท่าไหร่นักผมเลือกที่จะทำตัวเป็๞ 'น้องชายตัวน้อยผู้สับสน' ระหว่างเพื่อนกับตระกูล

            “ผม...ไม่รู้แล้วว่าควรจะทำยังไง... ถึง... จะ... สมควร...”

            “ทำอย่างที่...ไนเจลอยากทำสิ!

            ทำอย่างที่ไนเจลอยากจะทำไนเจลอยากทำอะไรก็ทำไปเลย        ไนเจลเป็๲กาเวนแล้วยังไงกัน? ชื่อที่นำอยู่ข้างหน้ามันคือ'ไนเจล' ไม่ใช่หรือไงกัน?”

            ไนเจล...

            มันเป็๲เพียงแค่ชื่อประดับเท่านั้นเอง

            ครู่หนึ่งผมรู้สึกเศร้าอย่างน่าประหลาด...เพราะผมรู้ดี ถ้าเพียงผมไม่อยู่ 'กาเวน' ก็ยังคงมีต่อไป...แต่ผมอยู่โดยไม่มีกาเวนไม่ได้

            เพราะทั้งชีวิตของผมคำว่า 'กาเวน'

            มันสลักแน่นอยู่นานเหลือเกิน...

            “ไนเจลคิดเพื่อตระกูลได้ไนเจลทำเพื่อตระกูลได้ แต่ไนเจลก็ต้องทำเพื่อตัวเองเหมือนกัน...

            ช่วยรัก...ตัวเองให้มากกว่านี้หน่อยเถอะนะ...”

            รัก... ตัวเองอย่างนั้นหรือ?

            ในชีวิตนี้เคยมีใครบอกให้ผมรักตัวเองบ้างหรือเปล่านะ...

            ตลอดมาที่จำความได้มีแต่คำเดิม ๆ ซ้ำๆ วนเวียนไปมาไม่รู้จบ

            'เราคือกาเวน'

            ทุกความคิดทำเพื่อกาเวนผูกมัดอยู่กับกาเวน มีชีวิตอยู่เพื่อกาเวน และบางที... ถ้าหากตาย...

            ก็เพื่อกาเวน...

            เป็๲ครั้งแรกที่จู่ ๆก็อยากจะร้องไห้ 'จริง ๆ' ออกมา

            แต่น้ำตากลับไม่ไหลเลยแม้แต่น้อยแม้จะรู้สึกว่าหัวใจเต้นแรงมากแค่ไหนก็ตามผมไม่รู้ว่าตอนนี้ตัวเองทำหน้าแบบไหนกันแน่ แต่ผมเลือกที่จะกอดเขาเอาไว้

            “ขอบคุณครับ...พี่กิล”

            และผมก็ยิ้มออกมา...แต่ครั้งนี้กลับรู้สึกมีความสุขมากกว่าครั้งไหนทั้งนั้น...

             

             

            ในวันนั้นที่เราพบกันเขาบังคับให้ผมยิ้ม

            แก้มที่ถูกดึงปวดไปหมดพอเป็๞รอยยิ้มอย่างที่เขา๻้๪๫๷า๹คนตรงหน้าก็ยิ้มกว้างอย่างดีใจ

            “ผมชอบให้ไนเจลยิ้มนะ”

            “ยิ่งยิ้มกว้างมากแค่ไหนแสดงว่ามีความสุขมากเท่านั้น

            เพราะงั้น...!”

            “ไนเจลต้องมีความสุขมากๆ นะ!!”

             

             

            มีสิ่งหนึ่งที่ผมไม่เคยบอกเขาไป

            ความจริงแล้ว...ผมเองก็ชอบรอยยิ้มของเขามากเช่นกัน

            เพราะอย่างนั้น

            ช่วยยิ้มอย่างน่ารักแบบนั้นตลอดไปด้วยเถอะนะ