หลังจากที่เรื่องทุกอย่างสงบลงเป็นที่เรียบร้อย เฟยหรงที่พึ่งรอดพ้นจากความตานพลันล่วงหล่นลงมาสู่พื้นที่ในทันทีเนื่องจากผลข้างเคียงของผลไม้ดาราทั้งสามผลที่มีทำให้ร่างกายของเขาปริแตกและสูญเสียเลือดจำนวนมาก
เฟิงหยางเซียนหลังจากที่เห็นว่าลูกเขยของตนกำลังตกลงมาจากท้องฟ้าก็กลับมาอยู่ในร่างมนุษย์ตามเดินและพุ่งไปรับตัวของชายหนุ่มเอาไว้ก่อนที่จะลอยกลับไปยังสถานที่ๆครอบครัวของเขาอยู่
"เรื่องในวันนี้จบลงแล้ว กลับไปทำหน้าที่ของพวกเจ้าเสีย"เฟิงหยางเซียนประกาศออกไป เหล่าผู้อาวุโสและสมาชิกทุกคนพากันคำนับและจากไป ส่วนเฟิงหยางเซียนเองก็เดินเข้าไปในคฤหาสน์พร้อมกับอุ้มลูกเขยของเขาไปด้วย เช่นเดียวกับเฟิงหยินที่นางเองก็อุ่มเฟิงหยาลี่เข้าไปเหมือนกัน
ในเวลาต่อมาเพียงไม่กี่ชั่วยามนั้นข่าวสารของการต่อสู้ในครั้งนี้ก็แพร่สพัดออกไปอย่างรวดเร็วอย่างไม่คาดคิด ภายในจักรวาลทิศตะวันออกในเวลานี้เหล่าขุมกำลังระดับกลางขึ้นไปเมื่อได้ทราบข่าวสารนี้ก็พากันฮือฮายกใหญ่
ตำหนักเทพเจ้าสวรรค์กลับกลายเป็นตัวตลกในทันทีเนื่องจากการที่เทพนิรันทร์ถึงสองคนไม่สามารถเอาชนะเทพอมตะ อีกทั้งการลงมือของเทพนิรันทร์บรรพกาลก็ยังล้มเหลวไม่เป็นท่า นี่สามารถเรียกได้ว่าอัปยศอย่างแท้จริง
ทางด้านใจกลางจักรวาลทิศตะวันออกอันเป็นที่ตั้งของตำหนักเทพเจ้าสวรรค์ในเวลานี้เกิดความโกลาหลขึ้นมายกใหญ่ หยางเซินและหยางฮ่าวที่กลับมาพร้อมกับความล้มเหลวตอนนี้ถูกออกจากเทพนิรันทร์คนอื่นด้วยสายตาดูถูกในทันใด แต่ทว่าคนที่อัปยศที่สุดหาใช่พวกเขาสองคนไม่ แต่เป็นเทพนิรันทร์บรรพกาลคนที่สี่ของตำหนักเทพเจ้าสวรรค์ที่บัดนี้ได้รับบาดเจ็บสาหัสไปถึงแก่นปราณอีกทั้งต้องเสียแขนข้างหนึ่งไปจากการปะทะกับเทพผลาญสวรรค์เฟยเสี่ยวโหรว
"ท่านเจ้าตำหนัก พวกเรายกกองกำลังไปถล่มพวกมันเลยดีหรือไม่ หากเป็นเช่นนั้นยังพอกู้สถานการณ์ที่น่าอับอายนี้กลับมาได้บ้าง"เทพนิรันทร์บรรพกาลขั้นกลางคนหนึ่งกล่าวเสนอแนะ แต่ทว่าสายตาของเจ้าตำหนักเทพเจ้าสวรรค์กลับมืดครึ้มในทันที
"เหอะๆไปจัดการพวกมันหรือ เจ้าคิดว่าทำได้ง่ายปานนั้นงั้นหรือ อย่าลืมสิ่งที่หยางตี้รายงานเจ้าเด็กคนนั้นเป็นถึงนายน้อยของตำหนักดาราสวรรค์และเกี่ยวดองกับตระกูลวิหคเพลิงเป็นที่เรียบร้อยแล้ว นั่นหมายความว่าหากเราคิดจะทำลายตระกูลวิหคเพลิงมันก็เท่ากับว่าเป็นการเปิดศึกกับตำหนักดาราสวรรค์ด้วย"
"ในสี่ตำหนักใหญ่ของจักรวาลตำหนักดาราสวรรค์ลึกลับซับซ้อนที่สุด แม้ข้าจะไม่กลัวที่จะเผชิญหน้ากับเฟยอู่หนานแต่เรื่องนี้จะทำโดยประมาทไม่ได้"จ้าวตำหนักนามหยางมู่กล่าวออกมา ทำให้เหล่าผู้อาวุโสพลันสงบปากสงบคำไปในทันที
"แล้วเราจะทำอย่างไรดีละท่านเจ้าตำหนัก หากไม่เช่นนั้นพวกเราไม่เป็นที่หัวเราะเยาะแก่คนทั้งจักรวาลหรอกหรือ"เทพนิรันทร์บรรพกาลขั้นกลางอีกคนกล่าวขึ้น
"ตอนนี้พักเรื่องนี้ไปก่อนและพัฒนาขุมกำลังให้ได้มากที่สุด อีกร้อยปีข้างหน้าในงานประลองจักรวาลเมื่อถึงวันนั้นพวกเราจะให้เหล่าสมาชิกระดับเทพนิรันทร์ลงไปล่าสังหารพวกมันในมิติเร้นลับแค่เพียงเท่านี้ก็ไม่มีใครเอาผิดเราได้และเมื่อขุมกำลังระดับเทพนิรันทร์ทั้งหมดถูกฆ่าตายนั่นเท่ากับว่าพวกเราจะมีโอกาสได้ชำระหนี้แค้นกับพวกมัน"หยางมู่ประกาศคำสั่งเหล่าผู้อาวุโสพากันคำนับและแยกย้ายออกไปในทันที แผนการในครานี้แม้จะกินระยะยาวแต่ก็ถือว่าเป็นแผนการที่ยอดเยี่ยม
"ส่วนพวกเจ้า กลับไปฝึกฝนตัวเองเสียอีกร้อยปีข้างหน้าในงานประลองหากทำผลงานได้ไม่ดีพอ คงรู้สินะว่าผลที่ตามมานั้นจะเป็นอย่างไร"ได้ยินคำของหยางมู่ ทั้งหยางเซินและหยางฮ่าวตัวสั่นเทาในทันใด พร้อมเขาคาราวะและตอบรับคำสั่งของผู้เป็นนายก่อนที่จะเดินก้มหน้าก้มตาออกไปด้วยความอับอายที่มีจนมากล้น มีเพียงแค่วิธีเดียวที่จะทำให้พวกเขาหลุดพ้นสถานการณ์นี้ไปได้นั่นคือการกุมชัยชนะในงานประลองและฆ่าชีวิตของผู้ที่เป็นปฏิปักษ์ของตำหนักเทพเจ้าสวรรค์ให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้
ตำหนักเทพเจ้าสวรรค์เข้าสู่การปิดด่านครั้งใหญ่ ในเวลาเดียวกันทางด้านตำหนักดาราสวรรค์ตอนนี้มีชายหนุ่มและหญิงสาวคู่หนึ่งกำลังนั่งคุกเข่าก้มหน้าก้มตาอยู่ พวกเขาไม่ใช่ใครอื่นนอกจากเฟยอู่หลินและเฟยหงลี่ที่ตอนนี้โดนบนจนหูชาเนื่องจากเฟยเสี่ยวโหรวได้ทำการรายงานเรื่องของเฟยเทียนให้ได้ฟัง
"เจ้าลูกตัวดี!! ไฉนไม่พาหลานกลับมา??"เฟยอู่หนานกล่าวด้วยความโมโห แต่ทว่าเฟยอู่หลินกลับทำหน้ามุ้ยไม่กล่าวตอบอะไร
เมื่อเห็นว่าผู้เป็นสามีไม่ยอมตอบคำถาม เฟยหงลี่พลันอดไม่ได้ที่จะกล่าว "ท่านพ่อ เรื่องนี้อย่าโทษอู่หลินมากเกินไปเลยนะเจ้าคะ ไม่ใช่ว่าพวกเราไม่อยากจะพาเขากลับมา แต่ทว่าอู่หลินไม่อยากบังคับจิตใจพวกลูกๆทั้งยังรู้สึกผิดเนื่องจากได้ทำสิ่งที่ผิดพลาดไปในตอนที่สูญเสียความทรงจำ"
หลังจากที่กล่าวออกไปดังนั้น เฟยหงลี่พลันเล่าต่อถึงเรื่องในอดีตที่ผ่านมาให้ทุกคนในครอบครัวได้ฟังจนหมดสิ้น บรรดาแม่ๆทั้งสองของเฟยอู่หลินเมื่อได้ยินเช่นนั้นก็พลันน้ำตานองหน้าและพุ่งเข้าไปกอดบุตรชายของพวกนางอย่างรักไคร่
"ท่านพี่ เรื่องนี้โทษอู่หลินไม่ได้ เพราะท่านลงโทษเขาเช่นนั้นไม่ใช่หรือ"เฟยฮุยหยากล่าวขึ้นทำให้เฟยอู่หนานถึงกับอึ้งงันไปในทันที อะไรจะเข้าข้างลูกชายได้มากขนาดนั้นกัน
"เห้อ เรื่องนี้ช่างมันก็แล้วกัน ผลาญสวรรค์ไปนำตัวนายน้อยคนที่เจ้าช่วยเอาไว้กลับมาที่นี่เสีย"เฟยอู่หนนเปลี่ยนเรื่อวและออกคำสั่งในทันที
"ขอรับนายใหญ่"เฟยเสียวโหรวหรือเทพผลาญสวรรค์กล่าวรับทราบก่อนที่จะเปิดรูหนอนและเดินเข้าไปในทันที ส่วนเฟยอู่หลินนั้นตอนนี้ได้รับการประคบประหงมอย่างดีจากบรรดามารดาทั้งสองของเขาเป็นอย่างดี
ตัดกลับมาที่ทางด้านของตระกูลวิหคเพลิงภายในคฤหาสน์ใหญ่ร่างกายของเฟยหรงยังคงนอนแน่นิ่งและเต็มไปด้วยเปลวเพลิงอมตะที่ปกคลุมร่างกายเพื่อรักษาอาการบาดเจ็บอย่างต่อเนื่อง ภาพนี้ทำให้เฟิงหยางเซียนถึงกับตกตะลึงและประหลาดใจอย่างช่วยไม่ได้ ชายคนนี้กลับมีเปลวเพลิงวิหคอมตะเฉกเช่นเดียวกันกับตระกูลวิหคเพลิง แล้วแบบนี้จะไม่ให้เขาตกตะลึงได้อย่างไร
เวลาผ่านไปสองวันเต็มๆหลังจากเกิดเหตุการณ์ร้ายขึ้น เฟิงหยาลี่คอยดูแลเฟยหรงเป็นอย่างดีในเวลานี้รอยปริแตกบนร่างกายได้หายไปหมดแล้ว อีกทั้งพลังปราณของชายหนุ่มก็กลับมาแล้วถึงสามส่วนด้วยกัน แสดงให้เห็นว่าอีกไม่นานเฟยหรงก็จะฟื้นตื่นขึ้นมาแล้ว
"สามีเมื่อไรท่านจะฟื้นเสียที"เฟิงหยาลี่กล่าวด้วยความเป็นห่วงอย่างสุดซึ้ง ในขณะที่นางกำลังเช็ดตัวเฟยหรงอยู่นั้นเองเฟิงเยว่ฉานก็เข้ามาลูบผมของน้องสาวด้วยความเป็นห่วงเช่นเดียวกัน นางนั้นมีน้องสาวอยู่แค่คนเดียวจะไม่ให้เป็นห่วงำด้อย่างไร
"หยาลี่! เดี๋ยวเขาก็ฟื้นแต่ว่าตอนนี้เจ้าต้องรีบไปหาท่านพ่อก่อน ดูเหมือนว่าท่านพ่อจะมีอะไรให้กับเจ้านะ"เฟิงเยว่ฉานกล่าวขึ้นมา เฟิงหยาลี่ที่ร้องให้จนตาแดงพลันพยักหน้าก่อนที่จะยื่นผ้าที่ใช้เช็ดตัวให้พี่สาว
"เช่นนั้นเดี๋ยวข้ามานะเจ้าคะ ท่านพี่ช่วยดูแลเขาให้ข้าหน่อย"นางกล่าวจบก็เดินออกไปในทันทีโดยที่ไม่ได้ฟังความคิดเห็นของเฟิงเยว่ฉานผู้เป็นพี่สาวเลยแม้แต่น้อยว่าอยากทำหรือไม่
"เห้อ น้องสาวคนนี้นี่ แล้วดูแลคนป่วยมันทำอย่างไรกันละ ข้าทำไม่เป็นเสียหน่อย"เฟิงเยว่ฉานนั่งลงพร้อมยื่นมืออันเรียวงามเช็ดไปที่เฟยหรงอย่างไม่ใส่ใจอะไรมากนัก
"อื้อ!! ภรรยาข้าเหตุใดจึงมือหนักเช่นนี้"ในขณะที่นางกำลังเช็ดเฟยหรงอยู่นั้นเอง เสียงของชายหนุ่มก็ดังขึ้นมาพร้อมกับดึงมือของเฟิงเยว่ฉานมาหนุนนอนอย่างสบายใจ
"นี่!! ข้าไม่ใ่ชภรรยาของเจ้านะ"เฟิงเยว่ฉานกล่าวขึ้นมาด้วยน้ำเสียงเย็นชาพร้อมกับจะดึงมือออกมาแต่ทว่าเฟยหรงกลับจับเอาไว้แน่นและหลับต่อไปอย่างไม่สนใจอะไรทั้งสิ้น ใช่! เมื่อครู่ที่เฟยหรงพูดออกมาก็แค่ละเมอเท่านั้นเองไม่มีอะไรมากเกินไปกว่านั้นแม้แต่น้อย
"เจ้า!!"เฟิงเยว่ฉานเมื่อดึงมือไม่ออกก็พลันยกมือขึ้นพร้อมกับเปลวเพลิงวิหคอมตะที่ปรากฏออกมาและฟาดไปที่เฟยหรงในทันใด แต่ทว่าการกระทำของนางพลันต้องหยุดไปเมื่อคิดได้ว่าชายคนนี้เป็นน้องเขยของนาง ทั้งยังบาดเจ็บเช่นนี้เพื่อช่วยน้องสาวของนางอีกด้วย การที่นางจะไปทำร้ายเขาเพิ่มย่อมไม่เป็นผลดีอย่างแน่นอน อีกทั้งเฟิงหยาลี่ผู้เป็นน้องสาวอาจจะโกรธนางไปด้วย
"เห้อ"เมื่อเห็นว่าไร้หนทางที่จะได้มือคืนจากชายหนุ่ม เฟิงเยว่ฉานพลันนั่งลงด้วยท่าทีไม่ยินยอมและไม่ใส่ใจมากนัก ในเวลานี้นางจะทำอะไรได้อีกครั้งจะดึงมือออกก็ทำไม่ได้ จะทำร้ายเขาก็ทำไม่ได้ก็คงได้แต่ให้เขาอาศัยมือของนางหนุ่นนอนไปเช่นนี้ก่อนรอให้น้องสาวของนางกลับมาค่อยหาวิธีเอามือออกก็แล้วกัน
แต่ทว่าเรื่องราวไม่ได้กลับไม่ได้ง่ายดายอย่างที่นางคิด ในเวลาเพียงไม่นานหลังจากนั้นเฟยหรงพลันลืมตาตื่นขึ้นมาในทันที และจับจ้องไปที่หญิงงามที่เขาอาศัยมือหนุนอยู่ด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความลึกซึ้ง
"ตื่นแล้วหรือ เช่นนั้นก็ช่วย........."
"ฟุ๊บ!!"
"จ๊วบ"
เฟิงเยว่ฉานยังไม่ทันกล่าวจบประโยคเฟยหรงพลันดึงแขนของนาง จนหญิงงามผลาลงมาในอ้อมอก ทั้งยังจับศรีษะของนางเข้ามาประจูบอย่างดูดดื่มในทันที ในเวลานี้เฟิงเยว่ฉานพลันตื่นตระหนกยกใหญ่และอาศัยแรงของนางทุบตีเฟยหรงแต่ทว่าด้วยตบะที่เท่ากันในระดับเทพบรรพกาลบวกกับร่างกายของเทพมังกรแล้วนั้นชายหนุ่มกลับไม่รู้สึกรู้สาอะไร
ในเวลานี้เฟิงเยว่ฉานหน้าแดงเต็มไปด้วยความอับอาย นางรู้ได้ทันทีว่าหลังจากตื่นขึ้นมาชายหนุ่มคงคิดว่านางเป็นเฟิงหยาลี่เป็นแน่แท้ถึงได้กระทำการอุกอาจเช่นนี้ ครั้นจะผละตัวออกหนีก็ทำไม่ได้ แถมเมื่อได้สัมผัสรสจูบของชายหนุ่มเป็นเวลานานร่างกายของนางกลับอ่อนยวบลงทันใดราวกับไม่อาจที่จะต่อต้านรสจูบนี้ได้อะไรอย่างนั้น