เฉินโจวในตอนนี้เต็มไปด้วยความกังวล เขาไม่แน่ใจเลยว่าหลิวจื้อิจะต้องเจอกับผลกระทบอะไรบ้าง เื่มันไม่เล็กแน่นอนตงหยางเสิ่นคือหลานชายของคณบดีคณะคหกรรมศาสตร์ ถ้ามีเื่กันขึ้นมา คนที่ซวยที่สุดอาจเป็หลิวจื้อิต่างหาก
ยิ่งคิดก็ยิ่งเครียด ใครจะไปคิดว่าการมาถ่ายคลิปทำอาหารครั้งนี้ จะบานปลายกลายเป็เหตุการณ์รุนแรงขนาดนี้ ไม่รู้เลยว่าในกลุ่มกองเชียร์ที่เข้ามาร่วมชมจะมีใครแอบถ่ายคลิปแล้วอัปลงโซเชียลหรือเปล่า แต่ต่อให้ไม่มีใครโพสต์คลิป เหตุการณ์ก็ไม่น่าจะปิดไว้ได้อยู่ดี
แล้วถ้าเื่ไปถึงหูมหาวิทยาลัยขึ้นมาจริง ๆ ... หลิวจื้อิจะโดนลงโทษไหม? จะถูกไล่ออกหรือเปล่า?
สำหรับเฉินโจวตอนนี้ ต่อให้ภารกิจที่ได้รับมาจากระบบจะล้มเหลว หรือคลิปการถ่ายทำนี้จะพังพินาศยังไงก็ช่าง เขาขอแค่ให้หลิวจื้อิไม่ต้องเดือดร้อนจากเื่นี้ก็พอ
จินหงเหว่ยที่สังเกตเห็นสีหน้าเครียดจัดของเฉินโจวก็ยิ้มน้อย ๆ เดินเข้ามาตบบ่าเขาเบา ๆ พร้อมพูดปลอบใจ
“ไม่ต้องห่วงหรอก ยังไม่มีอะไรเกิดขึ้น รอดูก่อน ถ้าหลิวจื้อิยังไม่กลับมาอีกสักพัก เราค่อยช่วยกันออกไปตาม”
เวลาผ่านไปสิบกว่านาทีหลังเหตุการณ์วุ่นวาย หลิวจื้อิก็เดินกลับเข้ามาในห้องอาหารพร้อมกับตงหยางเสิ่น
เฉินโจวมองภาพตรงหน้าอย่างไม่วางตาไม่รู้ว่าหลิวจื้อิพาตงหยางเสิ่นไปพูดคุยหรือทำอะไร แต่ที่แน่ ๆ ตอนนี้เ้าหนุ่มตงหยางเสิ่นดูเปลี่ยนไปจากเดิมแบบเห็นได้ชัด ท่าทางเจี๋ยมเจี้ยม ไม่พูดจายียวนอย่างเคย และที่สำคัญ... ดูเหมือนจะเชื่อฟังขึ้นมาด้วย?
เอินเสิ่นที่เห็นลูกชายกลับมาก็รีบวิ่งเข้ามาดูอาการ สำรวจทั่วทั้งตัวอย่างใ ก่อนจะถามเสียงสั่นว่า
“ลูกเป็อะไรไหม?”
แต่ตงหยางเสิ่นกลับตอบด้วยน้ำเสียงไม่สบอารมณ์ “ไม่ได้เป็อะไรซะหน่อย อย่ามาห่วงให้มันมากนัก”
หลิวจื้อิยืนกอดอกอยู่ใกล้ ๆ ก่อนจะโบกมือแล้วะโเสียงดังฟังชัด
“เอาล่ะ! กลับมาถ่ายทำกันต่อได้แล้ว ไม่มีปัญหาอะไรอีกแล้วตอนนี้!”
เมื่อเสียงประกาศดังขึ้น ผู้เข้าแข่งขันทุกคนต่างก็รู้สึกโล่งใจ แม้จะยังงุนงงอยู่บ้างว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่ แต่การได้กลับมาถ่ายต่อให้จบ ก็ถือว่าเป็ข่าวดี พวกเขาจะได้ไม่มาเสียเที่ยวฟรี
ส่วนเื่ของสองคนนั้น... จะจบยังไง จะลากไปถึงไหน สำหรับพวกเขาแล้ว มันไม่เกี่ยวอะไรอีกต่อไปแล้วด้วยซ้ำ
ที่แน่ ๆ คือ่เวลาหยุดพักชั่วครู่นั้น ช่วยให้หลายทีมได้ใช้เวลาคิดเมนูเพิ่มเติม และเตรียมตัวกันให้ดียิ่งกว่าเดิมเสียด้วยซ้ำ
ทางฝั่งของเจิ้งฟางเองก็รู้สึกโล่งใจไม่แพ้กัน แม้ว่าต่อให้เลิกถ่ายทำตอนนี้เธอก็ยังได้รับค่าจ้างอยู่ดี แต่เป้าหมายสำคัญที่เธอรับงานในครั้งนี้ ไม่ใช่เื่เงิน ทว่าเป็โอกาสในการโชว์ตัวในฐานะพิธีกร
ทันทีที่ได้รับข้อเสนอให้มาร่วมรายการ เธอก็รีบเข้าไปดูช่องของทีมงานที่ว่าจ้าง ตอนแรกก็รู้สึกผิดหวังเล็กน้อย เพราะยอดผู้ติดตามยังไม่มาก แถมในช่องก็มีแค่สองคลิปเท่านั้น แต่พอได้ดูคลิปพร้อมกับอ่านคอมเมนต์ของผู้ชม ก็พบว่าช่องนี้กำลังเริ่มมีแรงสนับสนุนที่ดี และที่น่าประหลาดใจกว่านั้น คือคลิปใหม่ที่กำลังจะถ่ายทำกลับได้รับความสนใจอย่างล้นหลาม
เธอลองนั่งอ่านคอมเมนต์ของคนที่พูดถึงคลิปนี้แล้วก็รู้ทันทีโอกาสของเธอมาถึงแล้ว หากเธอทำหน้าที่พิธีกรในคลิปที่กำลังได้รับความสนใจสูงแบบนี้ออกมาได้ดี ไม่เพียงแค่งานในอนาคตจะมีคนเข้าหามากขึ้น แม้แต่ค่าตัวของเธอก็มีโอกาสเพิ่มขึ้นตามไปด้วย
ในขณะที่เพ่ยเจียงก็รู้สึกโล่งใจเช่นกัน แต่ความคิดของเธอไม่ได้สว่างไสวเหมือนเจิ้งฟาง แม้ตอนนี้ทุกอย่างจะดูสงบดี แต่หลังจบการถ่ายทำ เ้าเด็กตงหยางเสิ่นจะเอาเื่นี้ไปแจ้งกับทางมหาวิทยาลัยหรือไม่ หรืออาจจะร้องเรียนโดยตรงกับแพลตฟอร์มที่คลิปจะถูกอัปโหลดก็ได้
ซึ่งนั่นยิ่งน่ากลัวเพราะกฎของแพลตฟอร์มเกี่ยวกับความรุนแรงนั้นชัดเจน หากเื่ไปถึงหูผู้ดูแลแพลตฟอร์ม ไม่ใช่แค่คลิปนี้จะถูกลบ แต่อาจส่งผลให้ทั้งช่องโดนเพิกถอนไปเลยก็ได้
หลังจากความวุ่นวายสงบลง ผู้เข้าแข่งขันทุกคนก็กลับเข้าประจำที่ ตงหยางเสิ่นเองก็สงบลงอย่างเห็นได้ชัด ไม่มีท่าทีแข็งขืนหรือก้าวร้าวเหมือนก่อนหน้านี้
ในที่สุด ทีม "คุณแม่กับลูกสาว" ก็ได้ไอเดียสำหรับเมนูอาหาร พวกเธอเลือกใช้เนื้อวัวมาย่างเป็ฐาน ทำเป็สเต๊ก แล้วนำเนื้อไก่และเนื้อหมูมาทอดวางซ้อนทับไว้้า เสิร์ฟพร้อมเครื่องเคียงเป็เส้นวุ้นเส้นและเส้นบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปวางขนาบข้างกัน โดยมีซอสสูตรพิเศษที่ผสมจากวัตถุดิบในรายการราดลงบนเนื้อและเส้นทั้งสอง จากนั้นปิดท้ายด้วยไข่ดิบวางไว้บนยอดเนื้อ กลิ่นหอมของเนื้อทั้งสามชนิดผสมกับกลิ่นของซอสโชยออกมาอย่างยั่วน้ำลาย เหมยลี่อู๋ตั้งชื่อเมนูนี้ว่า "์ทับซ้อนเคียงข้าง"
เจิ้งฟางในฐานะพิธีกรซึ่งเคยเป็เชฟมาก่อนยังอดเอ่ยชมไม่ได้กับความคิดสร้างสรรค์ของเมนูนี้ แต่ในส่วนของรสชาตินั้น ยังต้องให้กรรมการทั้งสามเป็ผู้ตัดสิน
ถัดมาเป็ทีม "คุณแม่ยังสาวกับเพื่อนสาว" ที่คิดเมนูด้วยแนวทางต่างออกไป พวกเธอนำเนื้อหมู เนื้อไก่ และเนื้อวัวมาปั่นรวมกัน แล้วนำไข่ดิบ วุ้นเส้น และเส้นบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปไปทอดในกระทะ จากนั้นนำเนื้อที่ปั่นไว้มาปั้นเป็ก้อนกลมสามก้อน แล้วทอดจนสุกหอม
เมื่อจัดจาน พวกเธอวางเส้นที่ทอดไว้ลงก่อน แล้ววางก้อนเนื้อสามก้อนเรียงซ้อนตรงกลาง ราดด้วยซอสสูตรพิเศษที่ผสมจากวัตถุดิบของรายการ กลิ่นหอมของเนื้อรวมกับซอสลอยโชยมาชวนให้รู้สึกหิวขึ้นมาทันที ไป๋ฉางตั้งชื่อเมนูนี้ว่า "ฮ่องเต้สามคารวะ"
เจิ้งฟางที่ดูการทำเมนูนี้ั้แ่ต้นจนจบก็อดไม่ได้ที่จะกล่าวชม ไม่แพ้ทีมก่อนหน้าเลยทีเดียว
เจิ้งฟางที่เคยเป็เชฟมาห้าปี พอเห็นเมนูของทั้งสองทีมแล้วก็แอบรู้สึกมึน ๆ สมองโล่งอย่างบอกไม่ถูก บอกตามตรงเธอเองยังเดารสชาติของทั้งสองเมนูไม่ค่อยออก เอาเป็ว่ารอฟังตอนกรรมการวิจารณ์เลยก็แล้วกัน... ขอให้โชคดีแล้วกันนะทุกทีม
มาถึงทีมเ้าปัญหา... แม่กับลูกชาย ถึงลูกชายจะสงบเสงี่ยมไม่ก่อเื่อีก แต่กลายเป็ว่าเอินเสิ่นแทบจะเป็คนเดียวที่ลงมือทำเมนูทั้งหมด
เธอเริ่มจากนำเนื้อหมูไปทอด ส่วนเนื้อไก่นำไปย่าง โดยดูเหมือนว่าจะไม่ใช้เนื้อวัวในเมนูนี้เลย จากนั้นเอาเนื้อหมูที่ทอดเสร็จไปปั่นในเครื่องปั่นอีกครั้ง แล้วราดซอสสูตรพิเศษของเธอลงบนเนื้อไก่ที่ย่างเสร็จ แล้วนำเนื้อหมูที่ปั่นแล้วมาวางซ้อนทับบนเนื้อไก่
จากนั้นเธอนำวุ้นเส้นมาห่อเนื้อทั้งหมดจนมิด เหลือให้เห็นแค่เส้นวุ้นเส้น แล้วนำไปทอดอีกที เมื่อทุกอย่างเสร็จจึงจัดลงชาม และปิดท้ายด้วยการราดซอสสูตรพิเศษที่ผสมจากวัตถุดิบที่ทางรายการเตรียมไว้ กลิ่นของเมนูนี้ช่างหอมแบบประหลาด ชวนให้งุนงงไม่น้อย เธอตั้งชื่อเมนูนี้ว่า “น้ำตกไหลผ่านโลกโลกีย์”
เจิ้งฟางที่ได้เห็นถึงกับเอ่ยปากชมออกมาอีกเช่นเคย...
แต่ตอนนี้... เจิ้งฟางรู้สึกมึนหัวอย่างบอกไม่ถูก ทั้งจากการเห็นกรรมวิธีทำอาหารและชื่อเมนูแต่ละจาน สมองของเธอตอนนี้โล่งมากถึงขั้นที่ถ้ามีใครถามว่า “1+1 เท่ากับเท่าไหร่?” เธอคงตอบว่า “3” โดยไม่รู้ตัว
กรรมการทั้งสามที่เฝ้าดูการทำอาหารของแต่ละทีม ก็ได้แต่นั่งยิ้มแห้งและทำหน้าปลงตก...
“เอ่อ... คนทำเป็แม่บ้าน ดังนั้นวิธีการคิดและลงมือทำก็ต้องแตกต่างจากเชฟมืออาชีพอยู่แล้วละครับ” หวังหงเอ่ยขึ้น สีหน้าดูอ่อนล้า “แต่ไม่ได้หมายความว่าผมจะดูถูกแม่บ้านนะครับ แม่บ้านบางคนก็เก่งกว่าเชฟมืออาชีพชื่อดังเสียอีก ผมคิดว่าที่มันออกมาแบบนี้เพราะวัตถุดิบที่ให้มันชวนสับสนไปหน่อย... อาจารย์กวางเซี่ยง เชฟจื่อหาวกง ผมต้องขอโทษด้วยจริง ๆ ครับ มันเป็ความผิดของผมเอง”
กวางเซี่ยงที่นั่งอยู่ข้าง ๆ ก็พูดปลอบ “นั่นสิ หวังหงพูดถูกแล้วล่ะ เรารู้ั้แ่แรกว่าคนที่จะมาทำอาหารคือแม่บ้าน พอเจอวัตถุดิบแบบนี้อีก... ก็คงต้องเตรียมใจไว้ระดับหนึ่งแล้วล่ะ อย่าคิดมากเลยนะ”
“อืม... ไม่ว่ายังไง พวกเราก็ควรจะลองชิมดูก่อน” เชฟจื่อหาวกงเอ่ยเสียงเรียบ “ใครจะไปรู้ รสชาติมันอาจจะอร่อยเกินคาดก็ได้”
และแล้ว... ่เวลาที่ทุกคนรอคอยมากที่สุดของรายการก็มาถึง...