4
ภรรยาไม่ได้ความ
เล่อหวงตื่นขึ้นมาด้วยสภาพที่โทรมอย่างยิ่ง ใต้ตาดำคล้ำ ร่างเปลือยระบมมีร่องรอยจากััเร่าร้อนเมื่อคืน ยิ่งได้เห็นใบหน้าตนในคันฉ่อง มือเล็กแทบปาคันฉ่องทิ้ง ก่อนจะส่งสายตาหาคนตัวใหญ่ ซึ่งลุกออกไปนานแล้ว เพราะที่นอนด้านข้างเย็นชืด เสียงหวานบ่นงึมงำไม่ได้ศัพท์
ขาเรียวตวัดลงจากเตียง รวบเสื้อผ้าบนพื้นขึ้นมาปิดตัวก่อนเดินเข้าไปหลังฉากกั้น ซึ่งมีไอร้อนลอยอวลขึ้นมา เห็นได้ชัดว่าเขาเพิ่งเติมน้ำ นางลงแช่น้ำร้อนอย่างผ่อนคลาย ริมฝีปากบวมเจ่อเป่าลมอย่างสบาย
ร่างเล็กสวมชุดกระโปรงสีน้ำตาลอ่อนลายดอกติงเซียง เสื้อแขนกว้างถึงข้อศอก สาบเสื้อด้านซ้ายทับมาตรง่อกค่อนไปทางขวา มีกระดุมสีน้ำตาลติดจากคอเสื้อลงมาตามแนวดิ่ง เสื้อตัวในสีขาวแขนยาวถึงข้อมือ เล่อหวงจัดการรวบผมครึ่งบนทั้งหมดม้วนเป็เกลียวแล้ววนทบเป็มวยสูงไว้บนกลางกระหม่อม ส่วนผมครึ่งล่างรวบเก็บปลายผมด้านท้ายทอย หยิบปิ่นหยกสีขาวรูปผีเสื้อปักส่งท้าย ก่อนยืนขึ้นหมุนตัวไปมารอบคันฉ่องบานเล็กอย่างพึงใจ
“ข้าจะไปตลาด” ร่างบางเปิดประตูก้าวออกมา ะโเสียงใสบอกคนในครัว ฉวีอวิ้นมู่ชะโงกศีรษะออกมามองคนแต่งกายงดงาม มุมปากหยักยกขึ้น ถามเสียงนุ่ม
“เดินไหวแน่นะ”
“เื่ของข้า” ใบหน้าพริ้มเพราแดงเรื่อ ถลึงตาใส่คนพูดมาก ยังเคืองไม่หายที่เขาทิ้งร่องรอยไว้บนกายตน นางปวดเมื่อยยังไม่หายทว่ากลับไม่กล้าสู้หน้าอีกฝ่าย จึงต้องหาเื่หลบเลี่ยงออกไปข้างนอก
“ให้ข้าไปเป็เพื่อนหรือไม่” เขาหยั่งเชิง ทราบแก่ใจว่านางไม่ชอบเดินไปไหนมาไหนกับเขาต่อหน้าชาวบ้านซื่อหลิว มีเพียงยามขึ้นเขา จึงยอมเดินตามตนไปอย่างจำยอม
“ไม่ต้อง”
“เช่นนั้นรีบไปรีบกลับล่ะ”
“อื่อ” เล่อหวงขานรับในลำคอค่อยเดินออกจากลานบ้าน ชายหนุ่มมองส่งร่างบางจนพ้นสายตา จึงหลุบมองจานอาหารตรงหน้าพลางถอนหายใจเฮือกหนึ่ง
หมู่บ้านซื่อหลิว เป็หมู่บ้านขนาดเล็กตั้งอยู่ใกล้เชิงเขา มีคนอาศัยอยู่ประมาณ ห้าสิบเอ็ดครัวเรือน ผู้คนส่วนใหญ่มีฐานะยากจน บ้านใดพอมีฐานะมักส่งบุตรหลานเข้าไปศึกษาในตัวอำเภอ ด้วยเหตุนี้เล่อหวงจึงพอรู้อักษรอยู่บ้าง จึงไม่แปลกที่ร่างบางจะเดินหายเข้าไปในร้านหนังสือซึ่งเป็ร้านเดียวในหมู่บ้าน
“ดูนั่นสิ ใช่เล่อหวงหรือไม่”
“ใช่”
“ข้าได้ยินมาว่าออกเรือนแล้วไม่ยอมช่วยสามีทำงานบ้าน นั่งชี้นิ้วสั่งราวกับยังอยู่บ้านเดิม”
“ข้าก็ได้ยินมาว่านางทุบตีมู่ขาเป๋จนเขียวช้ำทุกวัน” หญิงวัยกลางคนป้องปากกล่าว ั์ตาฉายแววเห็นใจบุรุษหนุ่มขาเป๋ยิ่ง เกิดมาขาเป๋ก็น่าสงสารพออยู่แล้ว ยังมีภรรยาที่ร้ายกาจทุบตีทุกวัน ช่างน่าสงสารนัก
“แค่เป็บุตรีไม่ได้เื่ว่าแย่แล้ว เป็ภรรยาผู้อื่นก็ยังไม่ได้ความ ช้าเร็วมู่ขาเป๋คงส่งนางคืนเล่อสือพร้อมหนังสือหย่ากระมัง” หากเล่อหวงยังไม่ช่วยสามีทำมาหากิน ไม่ช้าคงถูกหย่าขาด บุรุษใดจะปรารถนาภรรยางอมืองอเท้า
“เล่อสือเองคงลำบากใจมากโข จะอย่างไรนั่นก็บุตรสาว”
เสียงนินทายังคงมีมาให้ได้ยินเป็ระยะ เพียงแต่วันนี้เล่อหวงไม่มีกะจิตกะใจจะไปสน ดวงตาคู่โตไล่มองไปตามชั้นวางหนังสือในร้านไปทีละชั้นอย่างใจเย็นผิดวิสัย แถวนี้ไม่มีสิ่งที่้าจึงย้ายไปอีกแถว ทอดสายตามองหาช้า ๆ ก่อนจะชะงักตาเป็ประกาย มือเรียวดึงหนังสือเล่มบางสีเขียวมาเปิดอย่างว่องไว ก่อนดูไม่ลืมเหลียวซ้ายแลขวา เมื่อไม่พบใครจึงก้มหน้าอ่านอย่างตั้งใจ
เพียงหน้าแรกก็ทำใบหน้านวลแดงก่ำ ลมหายใจเริ่มติดขัด หน้าต่อ ๆ ไป ทำให้ดวงตากลมโตเบิกกว้าง ตกตะลึงระคนใคร่รู้
ใช้เวลาอยู่ร้านหนังสือหนึ่งชั่วยามเต็ม ร่างบางจึงถือหนังสือเล่มบางมาคิดเงิน เ้าของร้านหนังสือเป็ชายชราไว้เครายาวเลยลำคอ ดวงตาที่เริ่มฝ้าฟางตามกาลเวลาเหลือบมองลูกค้าแวบหนึ่งก่อนห่อหนังสือให้โดยไม่พูดสิ่งใด จนหญิงสาวต้องถามอย่างเหนียมอาย
“เล่มนี้เถ้าแก่คิดเท่าไร”
“ไม่คิดเงิน ถือเป็ของขวัญให้อวิ้นมู่” ชายชราไม่แม้แต่เงยหน้ามองลูกค้า ตั้งอกตั้งใจห่อหนังสืออย่างทะนุถนอมราวกับเป็สมบัติล้ำค่า
“ไม่ได้ เล่มนี้ของข้า เกี่ยวอะไรกับฉวีอวิ้นมู่” ริมฝีปากแดงเรื่อเม้มแน่น มองชายชราตาขวาง
คนถูกมองเงยขึ้นสบดวงตาวาววับเอาเื่ของคนอ่อนวัยกว่าพลางเอ่ย “แล้วเ้าใช่ภรรยาเขาหรือไม่”
“นี่ของข้า” นางไม่ตอบ ดึงหนังสือที่ห่อเรียบร้อยแล้วจากมือชายชรามากอดแนบอก ก่อนวางเงินอีแปะสองพวงบนโต๊ะ จ้ำอ้าวเดินออกจากร้าน
“ตายแล้ว นี่ไม่ใช่หวงเอ๋อร์บุตรสาวบ้านสามีข้าหรือ” ิหวั่งยกผ้าเช็ดหน้าขึ้นปิดรอยยิ้มหยัน เลี่ยงซิ่วถือห่อของน้อยใหญ่เยื้องไปทางด้านหลังก้มหน้านิ่ง มิกล้าสบตาคุณหนู
เสียงทักด้านหลัง พลอยให้ขาเรียวชะงัก ร่างเล็กหันมาหาคนทักอย่างเสียไม่ได้ “นึกว่าใคร นางปีศาจจิ้งจอกนี่เอง”
คนถูกทักว่าปีศาจจิ้งจอกใบหน้าบิดเบี้ยว “นังเด็กเลว”
“เ้ากำลังว่าบุตรในท้องอยู่หรือ โอ๊ะ ! เป็บุตรสาวหรือนี่ ดียิ่งข้ากำลังจะได้น้องสาว” หญิงสาวทึกทักอย่างสนุก ใบหน้ากลมขาวดุจซาลาเปานึ่งแสดงความชิงชังเท่าไร นางยิ่งมีความสุขเท่านั้น
“โง่ แล้วยังอวดฉลาด”
“เ้าฉลาดแค่ไหนเชียว เห็นแต่ยั่วยวนบิดาข้าไปทั่ว”
เื่เถียงขอให้บอก เล่อหวงไม่เคยแพ้ใคร ก่อนจะแต่งกับบิดานาง ิหวั่งซึ่งเป็บุตรสาวพ่อค้าเนื้อหมูเคยทะเลาะถกเถียงกับเล่อหวงมาแล้ว อีกฝ่ายดูถูกมารดาผู้ให้กำเนิด แล้วยังยกตัวเองว่าเป็ว่าที่มารดาคนใหม่ของตน มีหรือเล่อหวงจะยอม ทั้งสองเคยตบตีกันเป็พัลวัน เดือดร้อนให้บิดาต้องมากำราบ นางจำได้ว่าตนถูกขังในห้องพระทั้งคืน เพื่อสงบจิตใจ ส่วนนางปีศาจจิ้งจอกมีบิดาไปส่งที่โรงหมอ ก่อนตามไปส่งถึงบ้าน คิดถึงเื่นี้คราใด อารมณ์ที่สงบของเล่อหวงพลันพลุ่งพล่าน
“ฉลาดหรือไม่ก็ระเห็จเ้าออกจากสกุลเล่อได้แล้วกัน” ิหวั่งเยาะเย้ย นางถือว่าตนชนะที่กำจัดลูกเลี้ยงได้ เด็กเมื่อวานซึนเอาแต่ใจจนเคยตัว มีหรือจะเป็คู่มือตน
“เ้ามาสิ แน่จริงเ้าก็เข้ามา” ร่างบางท้า ยัดหนังสือเข้าสาบเสื้อตัวใน ก่อนถลกแขนเสื้อขึ้นอย่างหาเื่ หญิงสาวไม่หวั่นต่อสายตาชาวบ้านที่เริ่มเมียงมองมา
“เ้าไปตบนาง” ิหวั่งสั่งเลี่ยงซิ่ว มีสาวใช้ทั้งคนเหตุใดต้องลงมือเองให้เปื้อนโคลน
“บ่าวไม่กล้าเ้าค่ะ” เลี่ยงซิ่วหน้าถอดสี ถอยร่นไปไกล วิตกระคนเกรงกลัว
“เ้าเข้ามาสิ แต่ระวังด้วยล่ะ พื้นหิมะลื่น เกิดหกล้มขึ้นมา ข้าไม่กล้ารับรองว่าบุตรในท้องเ้าจะยังอยู่ดีหรือไม่”
“นังสารเลว ฝากไว้ก่อนเถอะ กลับ!” ิหวั่งสะบัดหน้าจากไปอย่างโกรธขึ้ง มองเลี่ยงซิ่วอย่างคาดโทษ คนถูกมองตัวสั่นเทา รีบเดินตามหลังอีกฝ่ายอย่างลนลาน หากไม่ใช่ห่วงบุตรในท้องตน วันนี้นางต้องลงมือสั่งสอนลูกเลี้ยงให้รู้สำนึก
ได้ปะทะฝีปากกับมารดาเลี้ยง เล่อหวงอารมณ์ดียิ่งนัก จึงเดินซื้อของหลายอย่างรวมถึงเสื้อผ้าชุดใหม่ให้ฉวีอวิ้นมู่ ถึงค่อยกลับบ้านตีนเขา
ลานบ้านตีนเขาหลังน้อย เรือนร่างอ้อนแอ้นหันหลังให้เล่อหวงกำลังยื่นตะกร้าใบเล็กให้ฉวีอวิ้นมู่ ชายหนุ่มรับมาถือพลางเอ่ยขอบคุณ ยิ้มอ่อนโยนเมื่อเห็นเล่อหวงก้าวเข้ามาในเขตลานบ้าน
“เช่นนั้นข้ากลับก่อน วันหลังค่อยแวะมาใหม่” ดรุณีน้อยสวมชุดกระโปรงงามสีบานเย็นหมุนตัวมาเจอกับเล่อหวงที่เพิ่งกลับมาจากข้างนอกพอดี ฉีกยิ้มหวานเป็เชิงทักทายก่อนเดินอ้อมจากไป
“ซูเยว่ฉิน นางมาทำไม” หญิงสาวถามเสียงขึ้นจมูก ถือโอกาสที่เขาไม่ได้สนใจลอบมองตะกร้าในมือหนา ก่อนแสยะยิ้ม ั์ตาทอประกายชั่วร้ายแวบหนึ่ง
ซูเยว่ฉินเป็บุตรีคนเล็กของผู้ใหญ่บ้านซื่อหลิว เป็ที่รักและเอ็นดูของครอบครัวรวมถึงชาวบ้าน ต่างจากนางราวฟ้ากับเหว แต่ผู้ใดจะสนกัน
“ฉินเอ๋อร์นำเทียนเอ๋อต้าน[1]มาให้ เ้าลองชิมดู รสชาติใช้ได้เลย”
“ข้าไม่หิว” นางหน้าบึ้ง ถือของเดินเข้าบ้านอย่างกระแทกกระทั้น ทิ้งให้คนตัวใหญ่มองตามอย่างไม่เข้าใจ กระนั้นเขายังเดินตามพลางถามอย่างห่วงใย
“เป็อะไรไปอีก ใครทำให้เ้าไม่สบายใจหรือ”
ร่างบางหันมาตอบเสียงเขียว “ข้าไม่อยากคุยกับเ้า” เหตุใดต้องเรียกสตรีอื่นอย่างสนิทสนมด้วย
“แต่ข้าอยากคุยกับเ้า” ฉวีอวิ้นมู่สวนกลับโดยพลัน เล่อหวงหน้าร้อนซู่ เบี่ยงตัวหลบเมื่อเขาเดินมาใกล้ ชายหนุ่มอมยิ้มไม่ได้ทำอะไรเกินกว่าดึงของบางส่วนมาจากมือบาง
หญิงสาวเผลอกลั้นลมหายใจ โชคดีหนังสือเล่มบางนางซ่อนไว้ตรงสาบเสื้อชั้นใน จึงลอบพ้นสายตาคมกริบคู่นั้น
“เหตุใดถึงชอบมีสตรีมาหาเ้านัก” แถมท่าทางยังสนิทสนม คืออะไรกัน
“รู้จักกันย่อมไปมาหาสู่เป็เื่ธรรมดา”
“ข้าไม่ชอบพวกนาง” ใบหน้านวลผ่องเชิดขึ้นอย่างถือดี แม้ซูเยว่ฉินไม่ได้ทำสิ่งใดไม่ดีต่อนาง เล่อหวงก็ไม่ชอบอยู่ดี กิริยาท่าทางเรียบร้อยดุจผ้าขาวบริสุทธิ์ นางเห็นแล้วไม่ถูกชะตา
ชายหนุ่มเลิกคิ้ว จ้องเรียวปากอิ่มด้วยสายตาล้ำลึก “เพราะเหตุใด” เสียงเขาแหบพร่านิด ๆ น่าฟังระคนหลงใหล
“ไม่ชอบก็คือไม่ชอบ ไม่มีเหตุผล”
“เช่นนั้นจะอยู่ร่วมกับผู้อื่นอย่างไร”
“ใครบอกว่าข้าจะอยู่กับคนพวกนั้น”
“เช่นนั้นเ้าจะอยู่กับใคร” นางมองเขาประหนึ่งว่าเขาเพิ่งถามคำถามแสนโง่เง่าออกมา ชายหนุ่มสบตาคู่โตอย่างตรงไปตรงมา คอยคำตอบอย่างใจเย็น
“ข้าก็อยู่กับเ้าไม่ใช่หรือ...” เสียงหวานใสพลันชะงัก ใบหน้าสวยตื่นตระหนก ร่างกายพลันร้อนผ่าว
“หึ ๆ” เสียงทุ้มหลุดหัวเราะออกมาอย่างห้ามไม่อยู่ เล่อหวงมองคนหัวเราะตนอย่างงุ่นง่าน โยนของที่เหลือใส่ร่างสูง ก่อนเดินฉิวตรงไปยังเตียง ชายหนุ่มก้มเก็บของไว้บนโต๊ะกินข้าว ก่อนสาวเท้าไปยังเตียง
ครู่ต่อมาเสียงขยับเป็จังหวะดังลอดออกมาพร้อมกับเสียงด่าทอของหญิงสาว “ชั่วช้านัก อ่า”
ผ้าม่านผืนบางสีเทาขุ่นพลิ้วไหว ชุดสวยของเล่อหวงถูกโยนออกมานอกเตียงตามมาด้วยชุดสีเข้มของฉวีอวิ้นมู่ เงาสะท้อนจาง ๆ เห็นเพียงร่างเล็กถูกยกขึ้นทาบทับร่างแกร่ง เสียงครวญมาพร้อมไฟปรารถนาซึ่งมิอาจห้าม สองร่างกอดเกี่ยวไม่ห่าง
[1] ทำจากแป้งข้าวเหนียวปั้นกลมทอดเคลือบน้ำตาลโรยงานำมาเสียบไม้เหมือนลูกชิ้นเป็ขนมขึ้นชื่ออย่างหนึ่งของเมืองซูโจวมณฑลเสฉวน เรียกอีกอย่างว่าซูโจวแปดตัวอย่างเป็อาหารจีนดั้งเดิม