ไม่นานร่างกายของเฉินฟางซินก็หายเป็ปกติหญิงสาวได้รับการดูแลเป็อย่างดีไม่ต่างจากชาติก่อนนั่นทำให้นางอดที่จะน้ำตาคลอไม่ได้เมื่อนึกถึงความรักที่ครอบครัวมีให้
“เถียนเถียนเ้าเจ็บตรงไหนหรือไม่ทำไมถึงได้ร้องไห้ล่ะ”
“เถียนเถียน้าอะไรหรือไม่เดี๋ยวพี่ชายไปซื้อให้”
“พี่สาวอยากให้ข้าไปจัดการพวกที่ใส่ร้ายพี่หรือไม่เดี๋ยวข้าจะไปจัดการพวกมันเอง”
ทั้งจางหยุนผิงผู้เป็มารดาเฉินไฉ่หงและเฉินจื่อเซี่ยต่างก็รักและตามใจนางตลอดมามิต่างจากเฉินซีฮันผู้เป็บิดาหญิงสาวรีบเช็ดน้ำตาก่อนจะยิ้มให้ทุกคน
“ข้าเพียงมีความสุขเท่านั้นเ้าค่ะ”
“งั้นหรือ…ดีแล้วที่เ้ามีความสุข”
สตรีมีอายุเอ่ยก่อนจะกอดบุตรสาวของตนเองแม้ว่านางจะไม่พอใจที่การลงโทษนั้นน้อยเกินไปแต่นางก็มิสามารถทำอันใดได้นอกจากเตือนให้บุตรสาวของนางระมัดระวังเท่านั้น
“เื่อวี่เออร์และิเออร์นั้น…”
“ช่างเถอะเ้าค่ะท่านแม่เื่ยังไม่เกิดหากพวกเราทำอะไรมากไปกว่านี้จะถูกกล่าวหาได้ว่ารักแกบ้านท่านอารองและท่านอาสามได้”
“แต่ข้าไม่ยอมที่พวกมันกล้าใส่ร้ายเ้าเช่นนี้เป็เพราะพวกเรายอมจนเกินไปและนั่นอาจเป็อันตรายแก่เ้าได้”
“ใช่ ๆหากเป็เช่นนั้นจริง…ข้าไม่รู้ว่า..จะทำเช่นใดดี”
พี่ชายและน้องชายของหญิงสาวเอ่ยด้วยความรู้สึกมากมายที่ทำให้เฉินฟางซินรับรู้ได้ถึงความรักของพวกเขาเพราะชาติที่แล้วทั้งสองก็ทำเพื่อนางทุกอย่างเหมือนกับตอนนี้เช่นกันแต่กลับเป็นางที่โง่เสียเอง
“ต่อไปจะไม่มีเื่เช่นนี้เกิดขึ้นอย่างแน่นอนเ้าค่ะข้าจะระมัดระวังและอยู่ห่าง ๆ พวกนาง”
“เ้าพูดแล้วนะ”
“เ้าค่ะพี่ชาย”
เสียงหัวเราะและความสุขที่ลอยออกมาจากเรือนได้ทำให้เท้าที่กำลังก้าวเข้ามาอดที่จะยิ้มไม่ได้เฉินซีฮันนั้นรักบุตรีคนนี้มากแม้ว่าเขาจะไม่เคยคิดมาก่อนว่าพี่น้องในตระกูลจะกล้าทำร้ายกันได้ถึงเพียงนี้แต่ครั้งนี้สิ่งที่เกิดกับบุตรีของเขาได้ทำให้เขามั่นใจว่า….น้องชายทั้งสองของเขานั้นมิได้ซื่อสัตย์อย่างแท้จริงมิเช่นนั้นบุตรีของพวกเขาคงไม่กล้าทำร้ายบุตรสาวของเขาเป็แน่
“ท่านพ่อ”
ทันทีที่ร่างสูงใหญ่ปรากฏสตรีที่อยู่ในอ้อมกอดของมารดาได้ยิ้มต้อนรับผู้ที่เดินเข้ามา
“อาการเ้าเป็อย่างไรบ้าง”
“ข้าดีขึ้นแล้วเ้าค่ะ…”
“เช่นนั้นเหตุใดถึงมิออกไปสูดอากาศด้านนอกเสียหน่อย”
“ลูกยังออกไปไม่ได้…เพราะว่า…เอ่อ…”
ใบหน้าของเฉินฟางซินแดงระเรื่อนั่นทำให้เหล่าบุรุษต่างทำหน้างงจนจางหยุนผิงต้องแอบกระซิบให้พวกเขารู้ทุกคนต่างพากันหัวเราะเมื่อรู้ว่าบุตรสาวที่พวกเขารักนั้นถึงวัยแรกรุ่นแล้ว
“นายท่านเท่าที่พวกเราสืบมาชื่อเสียงของคุณหนูสามนั้นไม่ได้ดีเท่าใดขอรับ”
“ใช่ขอรับนางนั้นชอบรังแกบ่าวและทำร้ายสัตว์ด้วยขอรับ”
ชิวจิ้นอันมององครักษ์คนสนิทของตนก่อนจะเอ่ยขึ้นมาหนึ่งประโยคนั่นทำให้ทั้งสองถึงกับอึ้งไป
“ที่เ้าพูดนั้น…เข้าได้ยินหรือ…เห็นกับตา”
“เอ่อ…ได้ยินมาเท่านั้นขอรับ”
“ชื่อเสียงของคุณหนูสามที่ลือออกไปนั้นต่างถูกขนานนามว่านางร้ายแห่งยุคด้วยมิมีสตรีใดทำเช่นนั้น”
“พวกเ้าเชื่อเช่นนั้นจริงๆ งั้นหรือ”
“หามิได้ขอรับสตรีบางคนตบตีและฆ่าบ่าวในเรือนด้วยซ้ำไปแต่คุณหนูสามกลับมิมีเื่เช่นนั้นมีเพียงเื่รังแก....เท่านั้น”
“หากเื่ที่ลือเป็จริง…ก็คงต้องมีเื่เช่นนั้นอย่างแน่นอน”
“เช่นนั้นพวกเ้าจงไปสืบเื่คุณหนูใหญ่และคุณหนูรองตระกูลเฉินด้วย”
“ขอรับ”
“เ้าสงสัยอะไรหรือ”
เฉาหรงที่นั่งฟังอยู่นานเอ่ยถามขึ้นชิวจิ้นอันหันมองเพื่อนและหมอประจำตัวก่อนจะเหม่อมองออกไปด้านนอก
“จากที่ข้าไปเฝ้ามองนางนางมิเคยทำไม่ดีกับบ่าวของนางอีกทั้งดูเหมือนว่าบ่าวในเรือนของนางจะดูมีความสุขยิ่งกว่าบ่าวเรือนอื่น ๆ”
“นี่เ้าถึงกับไปเฝ้ามองนางด้วยตัวเองงั้นหรือ”
“ข้าทำไม่ได้หรือไง”
เฉาหลงรีบส่ายหน้าไปมาก่อนจะหัวเราะเบาๆ
“เปล่าเลย ๆแต่ข้าไม่เคยเห็นเ้าเป็เช่นนี้มาก่อนต่างหาก จะว่าไปแล้วก็แปลก”
“แปลกอะไรงั้นหรือ”
“ั้แ่เมื่อครั้งไปล่าสัตว์อาการของเ้าดูทุเลาลงไปมากแต่อย่าเพิ่งชะล่าใจนักเพราะข้ากลัวว่า…มันจะกำเริบอีก”
“อื่ม…ข้ารู้แล้ว”
“แต่ทุกเช้าที่เ้าให้ข้าตรวจอาการดูเหมือนพิษของเ้าจะคงที่นะ”
“คงที่งั้นหรือ”
“นั่นใช่เวลาหลังจากที่เ้าแอบไปหานางใช่หรือไม่”
แทนคำตอบชิวจิ้นอันพยักหน้าให้แก่เฉาหรงแทนเขามิได้…มีอะไรกับนางเหมือนครั้งที่พิษกำเริบ เขาแค่เข้าไปนอนกอดนางก็เท่านั้น 'กลิ่นหอมหวานของนางและ….รสชาติร่างกายนั้นช่างเหมาะกับชื่อเถียนเถียนของนางเสียจริง….เถียนเถียนของข้า'
“นี่เ้ายิ้มหรือ”
เฉาหรงหรี่ตามองบุรุษตรงหน้าก่อนจะขยี้ตาเบาๆ ด้วยตัวเขานั้นมิเคยเห็นผู้เป็ทั้งนายและเพื่อนมีอาการเช่นนี้มาก่อน
“ดูเหมือนเ้าจะตกหลุมรักนะ”
“รักหรือ…ข้าไม่รู้จัก”
“ฮ่า ๆ ๆข้าเชื่อว่าอีกไม่นานเ้าจะต้องรู้จักมันอย่างแน่นอน”