“เอาล่ะพวกเรากลับกันเถิด”
“แล้วคุณหนูหย่าเล่า?ซู๊ดดด”
“กลับไปแล้วมีจดหมายส่งมาจากครอบครัวนางเลยรีบกลับไปอ่านน่ะ”เห็นนางใช้ผ้าเช็ดหน้าของตนเช็ดน้ำตาทั้งยังสั่งน้ำมูกต่อหน้าบุรุษโดยไม่รู้สึกเขินอายสักนิดเช่นนี้ก็ไม่รู้เลยว่าจะต้องหัวเราะหรือร้องไห้ดี
“หากว่า... พวกเราสนิทกันมากกว่านี้ข้าขอเรียกท่านว่าพี่เทียนเล่อได้หรือไม่?”นางก็อยากเรียกเขาด้วยถ้อยคำที่สนิทสนมเหมือนกับคุณหนูหย่าผู้นั้นบ้างการที่ได้ยินสตรีอื่นเรียกเขาแบบนั้นบ่อยๆมันทำให้รู้สึกกวนใจนัก
เข่อเทียนเล่ออมยิ้มอย่างอดใจไม่ไหวเหตุใดนางจึงชอบทำให้ผู้อื่นคาดไม่ถึงอยู่เรื่อยเลยเล่า“หากทำตัวดีข้าจะพิจารณาให้”
“จริงนะ!” พริบตาเดียวความเศร้าก็ถูกแทนที่ด้วยรอยยิ้มสดใสนี่เป็การบอกว่าเขากำลังเริ่มเปิดใจให้นางแล้วใช่หรือเปล่าแม้ว่าจะยังไม่สามารถมัดหัวใจเขาไว้ได้แต่ก็ถือว่าความพยายามที่ผ่านมาไม่สูญเปล่าแล้ว
เข่อเทียนเล่อจ้องมองรอยยิ้มนั้นด้วยสายตาลึกล้ำคล้ายว่ากำลังครุ่นคิดบางอย่างอยู่เขายังคงหาเหตุผลที่นางทำเช่นนี้ไม่ได้แต่ถึงอย่างไรก็ไม่สามารถรีบร้อนมีแต่ต้องเฝ้ารอให้ถึงเวลา
“ข้าจะไปส่งท่านที่รถม้า”น้ำเสียงอบอุ่นอ่อนโยนแตกต่างไปจากทุกครั้งหยวนโย่วถิงได้ยินก็ผงกศีรษะรับด้วยท่าทางน่ารักอาลี่เข้ามาช่วยพยุงขึ้นแล้วเดินไปขึ้นรถม้าที่จอดรออยู่พอเข้าไปด้านในเรียบร้อยแล้วก็ได้ยินเสียงเคาะที่ด้านข้างของรถม้าจึงได้ยกม่านขึ้นเป็เข่อเทียนเล่อที่ยืนอยู่ตรงนั้น“วันหลังข้าจะสอนท่านขี่ม้าเอง”
“เ้าค่ะ!”หยวนโย่วถิงตอบกลับทั้งหัวเราะคิกคักอย่างอารมณ์ดีพลางยื่นศีรษะไปด้านนอกเล็กน้อยยกมือป้องปากกระซิบเบาๆว่า “คราวหน้าพวกเราไปกันแค่สองคนนะเ้าคะ”
ยามนี้ดวงหน้าเล็กอยู่ห่างจากเขาไม่มากนักเห็นดวงตาใสกระจ่างของนางแฝงความตื่นเต้นยินดีจนปิดไม่มิดก็อดเอ็นดูไม่ไหวเผลอยกมือขึ้นคล้ายจะลูบศีรษะของนางทว่าก็หยุดชะงักไว้
หยวนโย่วถิงที่เห็นเช่นนั้นจึงได้ยกศีรษะของตนเองไปถูไถกับมือของเขาแทนเช่นนี้ก็ถือว่าเขาเป็ฝ่ายเริ่มก่อนแล้ว“หากท่านอยากลูบหัวของข้าก็ทำได้เลยข้าอนุญาต”
“อะแฮ่มเดินทางกลับปลอดภัย” เข่อเทียนเล่อถอยหลังออกมาสองก้าวกระแอมไอหนึ่งทีอย่างทำตัวไม่ถูกหยวนโย่วถิงเห็นเช่นนั้นก็ยิ่งยกยิ้มอย่างอารมณ์ดีปล่อยม่านลงแล้วสั่งให้สารถีกลับจวน
เข่อเทียนเล่อมองตามรถม้าจนสุดสายตาแล้วเลื่อนลงมามองมือข้างที่ถูกศีรษะน้อยๆนั้นถูไถความรู้สึกยังที่ได้ััเส้นผมนุ่มลื่นกับกลิ่นหอมอ่อนๆ ช่างแปลกประหลาดนักคล้ายกับถูกมนต์สะกดชวนให้รุ่มร้อนในหัวใจ
ดูท่าจะไม่ดีแล้วสิ...
หลังจากวันที่ได้ไปขี่ม้ากับเข่อเทียนเล่อก็ผ่านมาหลายวันแล้วคืนนี้หยวนโย่วถิงมีนัดกับไป๋หวงลู่ว่าจะออกไปเที่ยวชมเทศกาลโคมไฟด้วยกันครั้นถึงเวลารถม้าของไป๋หวงลู๋ก็มารับนางที่จวนพวกนางจะนั่งไปด้วยกัน
ถนนหนทางเต็มไปด้วยบรรยากาศรื่นเริงท้องฟ้าเริ่มมืดโคมไฟหลากสีสันส่องวิบวับตลอดทางสว่างไสวราวกับเป็ตอนกลางวันพวกนางสองคนก้าวลงจากรถม้าและเริ่มเดินสำรวจสองข้างทางไปเรื่อยๆร้านค้าไหนมีสิ่งที่น่าสนใจก็หยุดชมกันนานหน่อย
“ถิงถิงข้าเมื่อยขาแล้วพวกเราไปหาที่นั่งกันเถอะ”ไป๋หวงลู่ร้องบอก
“ข้ายังอยากดูอีกหลายร้านเลยเอาเช่นนี้เ้าไปรอข้าที่ร้านนั้นเดี๋ยวข้าดูเสร็จแล้วจะตามไป”หยวนโย่วถิงชี้ไปยังร้านน้ำชาที่อยู่ไม่ไกลมากนักและคนก็ไม่เยอะคงจะพอมีที่นั่งอยู่บ้าง
“ก็ได้เ้าก็รีบๆตามมานะ”ไป๋หวงลู่เห็นด้วยแล้วก็พาสาวใช้เดินไปทางร้านน้ำชาจึงเหลือเพียงหยวนโย่วถิงกับอาลี่สองนายบ่าวเดินดูร้านนั้นร้านนี้ไปอีกสักพักหยวนโย่วถิงก็รู้สึกว่าเหนื่อยแล้วคิดจะกลับไปหาไป๋หวงลู่ทว่าสายตาก็เห็นใครคนหนึ่งที่คุ้นเคยจึงได้เดินตามไป
“คุณหนูจะไปไหนเ้าคะ?”อาลี่ที่กำลังมองดูรอบๆพอหันกลับมาอีกทีก็เห็นว่าคุณหนูเดินกำลังเดินไปอีกทางครั้นจะตามไปผู้คนที่เดินสวนกันไปมาก็ทำให้นางไม่สามารถวิ่งตามไปด้วยจึงร้องะโเรียก
“รออยู่ตรงนี้เดี๋ยวข้ากลับมา”หยวนโย่วถิงหันกลับมาเห็นอาลี่อยู่ไกลเกินไปก็ร้องบอกให้นางรออยู่ตรงนั้นเพราะหากว่าต้องรอให้อาลี่เดินมาถึงนางก็คงจะเดินตามคนผู้นั้นไม่ทัน
“คุณหนู” อาลี่ที่พยายามเบียดเสียดท่ามกลางฝูงชนก็ไม่อาจติดตามหยวนโย่วถิงได้ทันเมื่อเงยหน้าขึ้นมาอีกทีก็ไม่เห็นตัวคนเสียแล้วได้แต่กระวนกระวายใจอยู่ตรงนั้นนางไม่กล้าเดินมั่วซั่วอีกเพราะหากคุณหนูกลับมาจะได้หากันเจอ
หยวนโย่วถิงตามคนผู้นั้นมาก็เห็นว่าเขาเดินเข้าไปในโรงเตี้ยมแห่งหนึ่งนางเดินตามไปเรื่อยๆเมื่อขึ้นมาถึงชั้นสองตัวคนก็หายไปแล้วทั้งๆ ที่ก็เดินตามมาติดๆไม่คิดว่าจะคลาดสายตาไปได้ตลอดสองฝั่งเป็ห้องส่วนตัวนางจะรู้ได้อย่างไรว่าเขาเข้าไปที่ห้องไหน
ขณะที่กำลังยืนลังเลว่าจะกลับดีหรือไม่ก็มีมือปริศนาโผล่มาจากด้านหลังปิดปากแล้วก็ดึงร่างของนางเข้าไปในห้องๆหนึ่งทว่ายังไม่ทันได้ตอบโต้ที่หน้าประตูก็ได้ยินเสียงคนพูดขึ้น
ร่างของหยวนโย่วถิงถูกคนที่ซ้อนอยู่ด้านหลังรั้งให้เข้าไปซ่อนตัวในตู้เมื่อประตูปิดลงภายในห้องก็สว่างขึ้นมาทันทีพร้อมกับได้ยินเสียงของบุรุษและสตรีพูดคุยกันไม่นานก็มีเสียงเคลื่อนไหวและเสียงร้องของสตรีที่ฟังดูแปลกๆ
หยวนโย่วถิงที่ถูกกอดรัดอยู่ในอ้อมกอดของบุรุษด้านหลังทว่านางกลับไม่ใเพราะรู้ว่าคนที่อยู่ด้านหลังคือเข่อเทียนเล่อนางจำกลิ่นหอมของเขาได้ในตอนแรกก็ใแต่พอรู้ว่าเป็เขาจึงได้ไม่ขัดขืน
ทว่าสิ่งที่นางสนใจในตอนนี้ก็คือคุณหนูบ้านไหนกันหนอใจกล้าทำเื่เปลี่ยนข้าวสารเป็ข้าวสุกกับบุรุษด้านในตู้มีช่องพอให้มองเห็นด้านนอกจึงเพ่งสายตามองลอดออกไปเพื่อที่จะได้ให้เห็นใบหน้าของคุณหนูผู้นั้น
ท่าทางอยากรู้อยากเห็นไม่ถูกเวลาของนางทำให้คนข้างหลังต้องกุมขมับเสียงร้องครวญครางของสตรีกับเสียงหยาบโลนเริ่มดังไปทั่วห้องขนาดนี้นางยังอยากจะดูอีกหรือ
“อย่าดู” เสียงดุเบาๆจากด้านหลังพร้อมกับมือที่จับตัวนางให้หันกลับจนถลาเข้าไปซบอยู่ในอ้อมอก “อุดหูไว้ด้วย”
หยวนโย่วถิงเงยหน้าขึ้นมองก็เห็นใบหน้าที่มีหน้ากากหนังสีดำปกปิดไว้ครึ่งหนึ่งวันนี้เขาแต่งตัวต่างไปจากทุกวันแม้กระทั่งหน้ากากเงินที่สวมใส่อยู่ตลอดก็ยังถูกเปลี่ยนเป็หน้ากากหนังสีดำ
“ท่านมาทำอะไรที่นี่”หยวนโย่วถิงยิ้มพรายกระซิบถามเสียงเบาท่าทางตื่นเต้นยินดีไม่ได้ทำตามคำสั่งของเขาจนเข่อเทียนเล่อก้มลงมากระซิบที่ข้างหูของนาง
“ข้าบอกให้ท่านอุดหูไว้เหตุใดไม่เชื่อฟัง”กล่าวจบก็ขึงตาดุใส่อีกหยวนโย่วถิงได้ยินเช่นนั้นมีหรือจะไม่เชื่อฟังรีบทำตามคำสั่งในทันทีชายหนุ่มลอบยิ้มอย่างพึงพอใจขณะที่นางมองไม่เห็น
“เบาๆหน่อยประเดี๋ยวคนข้างนอกได้ยินพอดี” เสียงบุรุษในห้องเอ่ยขึ้น
“กะ ก็มันเสียวนี่นาอ๊า!” หญิงสาวร้องบอกอย่างเสียวซ่าน
แม้นางจะยกมือปิดหูไว้แล้วก็ยังได้ยินอยู่บ้างอยากจะรู้จริงๆว่าเป็คู่รักคู่ไหนคุ้นเคยกันขนาดนี้คงไม่ใช่ครั้งแรกกระมัง
กว่าเสียงเคลื่อนไหวภายในห้องจะหยุดลงหยวนโย่วถิงก็ยืนเมื่อยขาอยู่เป็นานสองนานคงเป็เพราะพวกเขาคิดถึงกันมากแน่ถึงได้ใช้เวลาร่วมกันนานขนาดนี้
เมื่อแน่ใจว่าเหตุการณ์สงบลงเข่อเทียนเล่อค่อยๆเปิดตู้แล้วเดินออกมาด้วยฝีเท้าแ่เบาในอ้อมอกมีร่างน้อยของหยวนโย่วถิงอยู่จากนั้นก็พริ้วกายออกไปทางหน้าต่างอย่างเงียบเชียบ
หยวนโย่วถิงซุกตัวอยู่ในอ้อมกอดัักระแสอบอุ่นจากร่างกายของเขาที่โอบล้อมนางไว้ใบหน้าพลันร้อนผ่าวแดงสุกเป็ผลตำลึงแม้จะรู้สึกเขินอายแต่ว่านานๆทีจะได้มีโอกาสใกล้ชิดกันขนาดนี้ธรรมเนียมจารีตพวกนั้นก็ละเว้นสักวันก็แล้วกัน
เข่อเทียนเล่อพาหยวนโย่วถิงไปยังถนนที่ไม่ค่อยมีผู้คนมากนักเมื่อเห็นว่าปลอดภัยแล้วก็ค่อยๆคลายมือออกรอนางได้ยืนอย่างมั่นคงทว่าคนในอ้อมกอดกลับยืนนิ่งไม่ไหวติงใบหน้าก็แนบชิดอกของเขาทั้งยังทำจมูกฟุดฟิดๆไปมาเหมือนสุนัขอีก
“คุณหนูหยวน”เวลาแบบนี้นางยังทำเป็เล่นได้อีกหรือ
“ตัวของท่านหอมมากเลยซื้อเครื่องหอมมาจากร้านไหนหรือว่าทำเองเ้าคะ”กลิ่นหอมเย็นแตกต่างจากกลิ่นหอมที่เคยดมให้ความรู้สึกสดชื่นแล้วก็ผ่อนคลายมากๆ เลยนางก็อยากมีกลิ่นกายที่หอมแบบนี้บ้าง
“หากชอบข้าจะเอามาให้วันหลังแต่ตอนนี้สาวใช้ของท่านอยู่ที่ไหนเมื่อครู่ไม่กลัวหรืออย่างไรหากไม่ใช่ข้าท่านจะทำอย่างไรอีกอย่างท่านแอบตามข้าเข้าไปอย่างนั้นหรือ?”เข่อเทียนเล่อไม่รู้ว่าจะต้องทำอย่างไรกับคุณหนูผู้นี้ดี
“อื้อ ข้าเห็นท่านก็เลยรีบตามมาจึงให้สาวใช้รอตรงถนนด้านโน้นแน่นอนว่าไม่กลัวเพราะข้าจำท่านได้กลิ่นของท่านข้าก็จำได้แม่นเลยนะ”หยวนโย่วถิงแย้มริมฝีปากเอ่ยตรงๆ ดวงตากลมโตกะพริบปริบๆ อย่างใสซื่อ
“เอาล่ะข้าจะไปส่งท่าน”เข่อเทียนเล่อเคยปวดหัวกับสตรีเช่นนี้มาก่อนเสียที่ไหนสาวน้อยผู้นี้กำลังทดสอบความอดทนของเขาอยู่หรือไงช่างสรรหาคำมาพูดได้ดีจริงเชียว
“ก็ได้แต่ว่าท่านซื้อโคมอันนั้นให้ข้าได้หรือเปล่า?”หยวนโย่วถิงชี้ไปที่โคมกระต่ายน่ารักเป็สีขาวตลอดทั้งใบฝีมือนั้นประณีตบรรจงยิ่งเข่อเทียนเล่อพยักหน้าแล้วพานางเดินไปซื้อโคม“ข้าอยากได้อีกอันหนึ่งแต่ว่าครั้งนี้ข้าจะขอยืมเงินท่านซื้อ”
“อยากได้อันไหน?”
“อันนี้” หยวนโย่วถิงชี้ไปที่โคมรูปกบสีเขียวพ่อค้าก็รีบหยิบให้ทันทีส่วนเข่อเทียนเล่อก็มีหน้าที่จ่ายเงินพอนางรับมาได้ก็ยื่นมันไปให้เขาพร้อมกับบอกว่า“อันนี้ข้าซื้อให้ท่าน” เดินเข้าไปใกล้เขย่งปลายเท้ากระซิบที่ข้างหูว่า“สักวันหนึ่งข้าจะต้องจุมพิตท่านให้ได้ โอ๊ะ นั่นสาวใช้ของข้านี่นาเช่นนั้นข้าไปก่อนนะ”ถูกสาวน้อยหยอกเย้าครั้งแล้วครั้งเล่ามีหรือที่หัวใจชายหนุ่มจะไม่หวั่นไหวและดูเหมือนว่าครั้งนี้มันรุนแรงกว่าครั้งไหนๆเมื่อครู่ที่นางกระซิบริมฝีปากนุ่มนิ่มนั่นัักับใบหูของเขาให้ความรู้สึกที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน
เข่อเทียนเล่อยืนเหม่อลอยอยู่สักพักพอได้สติหันกลับไปก็ไม่เห็นคนเสียแล้วก้มลงมองโคมที่นางยัดใส่มือให้เมื่อครู่...กบ? เลิกหัวคิ้วเล็กน้อยพลางส่งเสียงหัวเราะเบาๆ อย่างนึกขันสีหน้าเต็มไปด้วยความฉงนเขาไม่สามารถเข้าใจนางได้จริงๆ