“หวังว่าภาษีที่ต้องเสียจะไม่มากจนเกินไป”
ไม่เพียงแต่เหมาเว่ยจะได้ทราบว่าสถานที่ที่เขาอยู่คือเมืองอะไรและเป็นอาณาจักรใด จากคำบอกเล่าของเสี่ยวเอ้อทั้งสองก็ยังได้รู้อีกว่า แต่ละอาณาจักรตั้งอยู่ในตำแหน่งไหนบ้าง เริ่มจากตรงกลางคืออาณาจักรมังกรฟ้าและเมืองดารากระจ่างที่เคยเป็นอาณาจักรหนึ่งมาก่อน ทางทิศเหนือเป็นที่ตั้งของอาณาจักรเพลิงหงษา ทิศใต้คือวารีบรรพต ตะวันออกมีอาณาจักรพฤกษาจันทราตั้งอยู่ และสุดท้ายคือตะวันตกเป็นที่ตั้งของอาณาจักรศิลาทมิฬ
“รู้เยอะขนาดนี้ แล้วพวกเจ้าทราบไหมว่า พวกที่เคยมาหาเรื่องในโรงเตี๊ยมของเราเหล่านั้นคือใคร?”เหมาเว่ยถามถึงกลุ่มคนที่เคยถูกเขาสังหาร สิ่งที่ทราบเป็นเพียงคำเรียกว่าสาวกเท่านั้น
“ข้าไม่ทราบ”
“ข้าเองก็ไม่ทราบ”
นับว่าเป็นความผิดหวังครั้งสำคัญ เหมาเว่ยที่เห็นพวกมันเป็นศัตรูแต่กลับไม่อาจทราบที่มาหรือแม้แต่ชื่อได้เลย ท้ายที่สุดการสนทนาก็จบลงโดยที่ทั้งสามได้ช่วยกันตระเตรียมสิ่งต่างๆสำหรับวันรุ่งขึ้น ก่อนที่จะแยกย้ายกันไปพักผ่อน
.
.
.
7 วันผ่านไป
“เสี่ยวเอ้อ ขอบะหมี่หมูสับและน้ำเปล่าใส่น้ำแข็งหนึ่งที่”
“ข้าขอบะหมี่ต้มยำกุ้งไม่ใส่ไข่เพิ่มด้วยนะ”
"ขอรับ"
“ที่นี่เสิร์ฟน้ำเปล่าพร้อมกับใส่น้ำแข็งกินแล้วสดชื้นโดยแท้ถึงจะพิลึกหน่อยๆ ข้าก็เพิ่งจะเคยกินน้ำเย็นๆก็ครั้งนี้แหละ”
“ใช่ๆ มีทั้งชาร้อนและน้ำเย็นๆให้เลือกดื่ม เสียอย่างเดียวที่ไม่มีสุรา”
เจ็ดวันให้หลังจากการที่โรงเตี๊ยมได้เปิดบริการอีกครั้ง เมนูที่มีให้เลือกเพียงสองเมนูก็กลับเป็นที่นิยมภายในเมืองดารากระจ่างเป็นอย่างมาก มิหนำซ้ำการที่มิได้มีเพียงแค่น้ำชาร้อนๆมาเสิร์ฟอย่างเดียว โดยนำเอาน้ำเปล่าพร้อมใส่น้ำแข็งมาเสิร์ฟ ก็นับได้ว่าเป็นที่สนใจแก่ผู้ที่มาลิ้มลองรสชาติอาหารไม่ใช่น้อยเลย
"เชิญขอรับนายท่าน เชิญด้านใน"
น่าตกใจจริงๆที่การค้าโรงเตี๊ยมหมี่เหลืองเจริญก้าวหน้าไปอย่างรวดเร็ว หากนับจำนวนบะหมี่ทั้งสองรสชาติที่ขายในแต่ละวันเพียงอย่างเดียว ก็มีจำนวนทะลุไปถึง 2,500 ชามเสียแล้ว ซึ่งถ้านับรวมจำนวนเงินทั้งหมดที่เหมาเว่ยได้มาจากการค้าตลอดเจ็ดวัน ยังมีมากถึง 145 ตำลึงทองเลยทีเดียวเชียว
มิหนำซ้ำเงินที่ได้รับจากแขกที่มาพักก็นับว่าไม่น้อยเลย ห้องพิเศษต่อคืนถูกตั้งราคาไว้ที่ 10 ตำลึง ส่วนห้องธรรมดาที่มีจำนวนถึงครึ่งหนึ่งของห้องพักทั้งหมดก็ถูกตั้งราคาไว้ที่ 5 ตำลึง โดยห้องทั้งสองชนิดยังมาพร้อมกับเมนูอาหารเช้าที่มีอยู่ทั้งสองเมนูอีกด้วย
“แฮ่กกก แฮ่กกก เหนื่อยมากจริงๆ แต่ก็ถือว่าคุ้มค่า การทำการค้านับว่ากำไรงาม”เหมาเว่ยนับเงินพลางส่งเงินจำนวน 5 ตำลึงแจกให้เสี่ยวเอ้อทั้งสองเพื่อเป็นสินน้ำใจในการทำงานต่อไป”นี่เป็นของพวกเจ้า อาปิงอาเปียว และหากการค้าเจริญมากกว่านี้โดยที่พวกเจ้ายังทำงานขยันขันแข็งอยู่กับข้า รับรองพวกเจ้าจะได้มากกว่านี้อีกแน่นอน”
“แฮ่กกก แฮ่กกก ขอบคุณเถ้าแก่ ขอบคุณ”
“แฮ่กก แฮ่กกกก ขอบคุณขอรับ เถ้าแก่ ท่านดีกับเราพี่น้องจริงๆ ที่แท้แล้วท่านไม่จำเป็นต้องให้เงินมากมายขนาดนี้แก่พวกเราก็ได้ แต่ท่านก็ยังให้”
“มันถือเป็นรางวัลที่พวกเจ้าสมควรจะได้รับ หากมีใครสั่งเมนูทั้งสองก็ให้บอกไปว่าของหมดเชิญมาใหม่โอกาสหน้า และเรื่องที่ข้าให้ไปหาคนงานเพิ่มด้วย พวกเจ้าไปตามพวกมันมาพบข้าได้แล้ว เป็นวันรุ่งขึ้นเลยยิ่งดี ส่วนตอนนี้ข้าจะออกไปหาซื้อวัตถุดิบเพิ่ม พวกเจ้าช่วยดูแลที่นี่กันไปก่อน ข้าขอฝากด้วย แล้วจะรีบกลับมา”เหมาเว่ยลุกขึ้นนำเงินกองโตเดินกลับไปทางห้องนอนของตน พลางนึกคิดไปตลอดทาง’เงินมากมายขนาดนี้ ไม่คิดเลยว่าข้าจะได้มาด้วยเวลาอันสั้น ว่าแต่จะนำไปเก็บไว้ที่ใดดี โลกนี้ก็เหมือนกับว่าไม่มีธนาคารรับฝากเงินเสียด้วย หรือจะถึงเวลาที่ต้องซื้อถุงจักรวาลซะแล้ว’
เมื่อคิดได้ดังนั้นเหมาเว่ยก็นำเงินบางส่วนเข้าไปเก็บไว้ภายในห้อง พร้อมกับออกเดินทางไปยังหอสมบัติเจ็ดชั้นฟ้าโดยทันที ซึ่งจำนวนเงินที่เขานำติดตัวไปนั้นมีมากถึง 120 ตำลึงทอง แต่พอไปถึงก็พบว่าเป็นชายหนุ่มรูปงานผู้หนึ่งมาทำหน้าที่แทนสาวงามเซียงเซียงที่เคยเจอกันในครั้งก่อน เหมาเว่ยจึงรีบเข้าไปซื้อถุงจักรวาลที่มีขนาดเล็กที่สุดในราคา 100 ตำลึงทอง และเดินออกมาโดยมิได้สนใจสิ่งใดอื่น
“ขอบพระคุณ คุณชาย ท่านสามารถมาเยือนที่นี่ได้ทุกเมื่อ เชิญ ข้าน้อยจะไปส่ง”
แม้จะเป็นคนละคนจากครั้งก่อน แต่เหมาเว่ยก็ได้รับการต้อนรับอย่างนอบน้อมเป็นอย่างดี ซึ่งเป้าหมายต่อไปของเขาคือร้านค้าที่เคยผ่านตามาเมื่อในอดีต เป็นร้านค้าขายตำราวรยุทธที่พบเห็นได้โดยทั่วไปภายในเมือง
‘เก็บเงินที่เหลือได้ทั้งหมดเลย ยอดจริงๆ ไว้ข้ามีเงินพอจะมาหาซื้อถุงจักรวาลที่ใหญ่กว่านี้ แต่ก่อนจะกลับไปที่โลกโน้น ข้าคงต้องไปเยือนร้านขายคัมภีร์ดูสักครั้ง แม้จะพอเดาได้ว่าเป็นวรยุทธพื้นๆก็ตามที’
ไม่นานต่อจากนั้นชายหนุ่มก็เดินมาถึงร้านค้าเก่าๆราวกับแผงขายของข้างทาง บนแผนไม้เล็กๆถูกจัดเรียงด้วยวิชาวรยุทธต่างๆมากกว่าหลายสิบชนิด เขาหยุดเดินเลือกดูสิ่งที่ถูกวางขายก็พบว่าทั้งหมดนั้นเป็นวิชาระดับทั่วไปตามที่คิดไว้จริงๆ แต่เมื่อมาแล้วเหมาเว่ยจึงเอ่ยถามผู้เป็นเจ้าของร้านออกไปว่า
“พี่ชาย มีวิชาระดับที่สูงล้ำกว่านี้ขายหรือไม่?”
“วิชาที่มีขายตามข้างถนน อย่างเก่งก็ระดับทั่วไปแบบที่เจ้าเห็นนั่นแหละ ระดับทั่วไปขั้นสูงก็นับว่าหายากแล้วนะ ถ้าเจ้าต้องการสูงกว่านี้ก็ไปหาเอง ไปเข้าเป็นลูกศิษย์สำนักต่างๆโน้นไป!”ชายเจ้าของร้านเผยสีหน้าและน้ำเสียงที่ไม่เป็นมิตรสักเท่าไหร่’ให้ตายสิ อยากได้วิชาดีๆแต่กลับมาหาซื้อตามข้างถนนเนี่ยนะ ท่าจะบ้า!
“คงจะถูกอย่างที่ท่านพูดมา ข้านี่เลอะเลือนจริงๆ เช่นนั้นข้าขอซื้อคัมภีร์เล่มนี้ ไม่ทราบว่าท่านจะขายให้ข้าเท่าไหร่?”เหมาเว่ยหยิบคัมภีร์ปกสีน้ำเงินขึ้นมาเล่มหนึ่ง
“คีมภีร์หมัดราชสีห์ระดับทั่วไปขั้นสูง ข้าขายให้เจ้า 30 ตำลึงทอง”
“30 ตำลึงทอง ไม่แพงไปหน่อยเหรอ ลดให้ข้าอีกสักหน่อยสิพี่ชาย”เหมาเว่ยเจรจาต่อราคาเมื่อมีเงินไม่เพียงพอ’อยากได้ จะเป็นวิชาใดก็ได้ สำหรับตอนนี้ข้าต้องการฝึกทั้งนั้น’
‘โดยมากระดับทั่วไปขั้นสูงมีราคาอยู่ที่ 15 ตำลึงทอง แต่ดูท่ามันอยากจะได้จริงๆ งั้นข้าขอเสนอ...’เจ้าของร้านยิ้มมุมปากก่อนจะเปิดเผยราคาที่ต้องการจะได้รับ“20 ตำลึงทอง น้อยกว่านี้ข้าคงขายให้เจ้าไม่ได้ ลดให้เท่านี้ก็ถือว่าข้ายอมขาดทุนมากแล้ว ถ้าเจ้าไม่ซื้อห้ามเปิดอ่านโดยเด็ดขาด”
‘ขาดทุนกับผีสิ แท้ที่จริงตัวคัมภีร์สามารถคัดลอกนำไปตั้งขายใหม่ได้ แถมมันยังพูดดักคอไม่ให้ข้าเปิดอ่าน ไม่เช่นนั้นขอแค่ได้อ่านเพียงครั้งเดียว ข้าอาจจะทำความเข้าใจได้โดยไม่จำเป็นต้องซื้อ’เหมาเว่ยยืนครุ่นคิดชั่วครู่ ก็เป็นเวลาเดียวกับที่เจ้าของร้านเปล่งเสียงถามย้ำอีกครั้ง
“ว่าไง เจ้าจะซื้อไหม ถ้าไม่ซื้อก็ไปไกลๆ!”
“ตกลงข้าซื้อ 20 ก็ 20 เอานี่”เหมาเว่ยเทเงิน 20 ตำลึงทองที่เหลือให้แก่เจ้าของร้าน พลางเดินออกมาพร้อมกับคัมภีร์หมัดราชสีห์ และตรงเข้าไปยังโรงเตี๊ยมทันที’ถ้าไม่ติดตรงที่ข้ากำลังรีบ จะขอเดินดูร้านอื่นให้หนำใจไปเลย’
.
.
.
ณ โกดัง
เมื่อกลับมาถึงโรงเตี๊ยมเหมาเว่ยก็รีบนำเงินที่เก็บไว้ภายในห้องใส่มาในถุงจักรวาลทันที จากนั้นก็เดินทางต่อโดยกลับไปยังอีกโลกหนึ่ง เมื่อมาถึงก็รีบนำคัมภีร์ที่ได้มาเปิดอ่านทำความเข้าใจ และเริ่มต้นการฝึกฝนหมัดราชสีห์อยู่เพียงลำพังรอเวลาให้ถึงกำหนดรับหม้อชาบูที่ได้นัดหมายในอีกไม่นานนี้
ปึกก ปึกก ปึกกกกก!!
ฟุบ ฟุบ ฟุบ!!!
วูบบบบ!!
‘ตั้งสมาธิเคลื่อนกำลังภายในจากจุดตันเถียนไหลไปตามจุดชีพจรในร่าง และขับออกไปตรงหมัดเพื่อแสดงอนุภาพ’เยลหรือเหมาเว่ยตั้งท่าเตรียมออกหมัด พร้อมทั้งโคจรพลังตามเคล็ดวิชา
ราชสีห์คำราม!
ฟืบบบ!!
กรรร!!!!
ตูมมมมมมมมมม!!
พริบตาที่หมัดของเยลปรากฏไอปราณสายหนึ่งในตำแหน่งกำปั้น เขาก็กระแทกหมัดขวาของตนซัดตรงออกไปทันที ซึ่งสิ่งที่เกิด คล้ายกับสายลมแสนเบาบางก่อตัวเป็นรูปราชสีห์ พุ่งทะยานออกไปชนเข้ากับผนังด้านหนึ่งในโกดังเต็มๆ และส่งผลให้เกิดการระเบิดเล็กๆจนผนังเป็นรูโหว่โดยที่มิได้ตั้งใจ
“สึสเอ๋ย ไม่คิดว่าจะแรงแบบนี้ ได้เรื่องจนได้ ต้องรีบหาแผ่นไม้มาอุดรูไว้ก่อนแล้วกู ซวยจริงๆ”เยลรีบหาแผ่นไม้เล็กๆโดยใช้ค้อนและตะปูนำมาตอกปิดรูเอาไว้ ขณะนั้นก็ดูเวลาไปพลางๆ ก่อนจะรีบเปลี่ยนชุดและออกไปขึ้นรถเพื่อมุ่งสู่ที่ที่นัดหมายโดยไม่รอช้า’ถึงเวลาแล้ว น่าจะพอดีกับการไปขายทอง ทั้งเราต้องไปรับน้ำจิ้มและผงน้ำซุปอีกนิดหน่อย แล้วค่อยไปหาซื้อชุดถ้วยชามและวัตถุดิบอื่นๆต่อก็เป็นอันเสร็จธุระวันนี้’
.
.
.
ผ่านไปชั่วครู่เยลก็เสร็จจากการนำเงินตำลึงทองไปขาย เขาแลกเปลี่ยนเป็นเงินบาทไปทั้งหมด 20 ตำลึงทองโดยเก็บไว้ใช้สำรองที่เหลืออีก 5 ตำลึงทอง ทว่า เพียงเท่านั้นก็พอจะทำให้เขามีเงินสดมากถึง 1,600,000 บาทเศษเลยทีเดียว
“ขอบคุณมากครับ เราได้โอนเงินสดเข้าบัญชีให้แล้ว หากมีทองคำที่ต้องการจะขายอีก เชิญมาที่ร้านได้ทุกเมื่อเลยนะครับ”
“ครับ ขอบคุณครับ”เยลกล่าวขอบคุณพร้อมกับความรู้สึกสุดแสนดีใจจนเนื้อเต้น’หนึ่งล้านหกแสนได้มาอยู่ในบัญชีง่ายๆเลย การค้านี่รวยไวจริงๆ ฮ่า ฮ่า ฮ่า!’
เยลเดินอมยิ้มออกจากร้านทองขนาดใหญ่ภายในห้างสรรพสินค้าชื่อดัง ซึ่งการที่เขาร่ำรวยได้อย่างรวดเร็วนั้น หลักๆแล้วก็มาจากค่าเงินที่แตกต่างกันระหว่างสองโลกมีมากมายมหาศาล เพียงลงทุนนิดๆหน่อยๆโดยหาสิ่งที่จะได้รับความนิยมในโลกโน้น ก็เท่ากับว่าสามารถกลายเป็นเศรษฐีได้ในชั่วพริบตา
“ทางนั้นสินะ”เยลเดินต่อไปจนถึงร้านที่ได้สั่งหม้อชาบูเอาไว้ การที่เขามารับด้วยตนเองก็เป็นเพราะต้องการเลือกซื้อสิ่งอื่นต่อจากนี้ด้วย
“สวัสดีค่ะ คุณเยลที่นัดเอาไว้สินะคะ”พนักงานสาวสวยผมยาวสีดำรูปร่างดี เข้าทักทายเยลทันทีที่ไปถึง
‘ใส่ชุดรัดติ้วขนาดนี้ ขายหม้อหรือขายอย่างอื่นกันแน่ว้ะ’เยลฉีกยิ้มและตอบกลับอย่างสุภาพ”ครับ ผมเยล ขอโทษนะครับ แล้วรู้ได้ยังไงว่าเป็นผม”
สาวสวยอมยิ้มก่อนที่จะเปิดปาก“ก็วันนี้มีลูกค้าที่นัดเอาไว้แค่รายเดียว แล้วหัวหน้ายังบอกว่าหน้า...ตา ดีด้วย ฉันก็เลยคิดว่าน่าจะเป็นคุณ”
“แห๊ะ แห๊ะ แห๊ะ งั้นเหรอ คงไม่ขนาดนั้นมั้งครับ"เยลหัวเราะแห้งๆก่อนที่จะถูกเชิญเข้าไป
“เชิญด้านในเลยค่ะ สินค้าที่สั่งมาถึงแล้ว เข้าไปตรวจรับได้เลย ตามฉันมาค่ะ”
“ครับ”เยลลอบแอบมองตาละห้อยไปยังสะโพกกลมกลึง ที่กำลังโยกย้ายส่ายไปมาของสาวสวยขณะที่เธอเดินนำเข้าไป’ขนาดร้านขายหม้อยังรับสมัครพนักงานหุ่นดีหน้าตาสวยขนาดนี้ ซี๊ดดด! เห็นแล้วอยากตีหม้อจริงๆ’