สุดท้ายเฉินตงก็ปฏิเสธพี่สาวไม่ได้ เขาเดินนำเข้าตลาดมืดอย่างคุ้นเคย เฉินเฟิ่นอี้เดินตามหลังเขาไปไม่ได้สนใจสีหน้าที่กระอั่กกระอวนของเฉินตงเลยสักนิด หากเฉินไห่หลิวคุยง่ายเธอจะให้เขามาแทน
เฉินเฟิ่นอี้เตรียมพร้อมอย่างดี หมวกไม้สานถูกมัดแน่นยากที่จะแกะออกหากไม่ใช่เธอที่แกะเอง มือล้วงเข้าไปในกระเป๋าเพื่อหยิบสบู่หอมออกมาหนึ่งก้อน รอบนี้เธอไม่สามารถแยกจากเฉินตงได้เลย เขาตามติดเฉินเฟิ่นอี้ตลอดไม่ให้คาดสายตา
วันนี้บรรยากาศภายในตลาดมืดยังเป็เหมือนเดิม แต่รู้สึกว่าการเข้ามาในตลาดมืดมันง่ายกว่าครั้งแรกที่มา อาจเป็เพราะเธอเคยมาแล้วจึงไม่ได้เกร็ง เฉินเฟิ่นอี้เดินตามแผงขายของไปเรื่อย ๆ เธอไม่ได้เลือกร้านค้า แต่กำลังมองหาลูกค้าที่เหมาะกับสินค้าของเธอ
ผู้หญิงหากถูกใจแล้วไม่ว่าต้องแลกกับอะไรก็ต้องได้ของสิ่งนั้น สบู่ที่เฉินเฟิ่นอี้กดแลกมามันมีกลิ่นที่หอมมาก เธอมั่นใจได้ว่ามันจะขายได้ในราคาที่สูง ระหว่างเดินทางมาที่ตลาดมืดเฉินเฟิ่นอี้ถามราคาสบู่ในสหกรณ์กับเฉินตง เขาบอกมันราคา 4 หยวน ต่อหนึ่งก้อน และในความทรงจำของเธอสบู่มันไม่ได้หอมติดกลิ่นกาย ซึ่งถ้าขายในตลาดมืดราคาต้องมากกว่าเดิมเกือบเท่าตัวเพราะไม่ได้ใช้คูปอง
เฉินเฟิ่นอี้หยุดเดินมองร้านค้ารอบ ๆ ผู้คนเดินผ่านสวนไปมาอย่างไม่สนใจกัน ใคร ๆ ก็ไม่้าที่จะเข้ามานาน ได้ของที่้าก็รีบกลับออกไป
“พี่สาวคะ ้าอะไรเหรอคะ เผื่อฉันมีของที่พี่สาว้า” เฉินเฟิ่นอี้เดินเข้าไปหาผู้หญิงที่มองซ้ายขวาอยู่ เธอไม่เห็นใบหน้าของหล่อนเพราะอีกฝ่ายใช้ผ้าปิดหน้าไม่ต่างจากเธอ
“อ้อ ฉันรอสามีน่ะ” ผู้หญิงตรงหน้าส่ายหน้าปฏิเสธ
เฉินเฟิ่นอี้พยักหน้าเล็กน้อยแม้จะเสียดายที่ไม่ใช่คนที่เธอตามหา แต่เธอไม่ถอดใจหรอกนะเข้ามาที่นี่ทั้งทีอย่างน้อยต้องขายอะไรได้ เฉินเฟิ่นอี้จับสบู่ในมือขึ้นมาก่อนจะขยับหนีคนที่เธอเข้ามาทัก
“เดี๋ยว”
“คะ?”
“เมื่อครูฉันได้กลิ่นหอม ๆ ของอะไรสักอย่าง ใช่ของที่มาจากเธอหรือเปล่าจ๊ะ” หล่อนถามพลางชี้ไปยังสบู่หอมในมือของเฉินเฟิ่นอี้ที่ถืออยู่
“นี่สบู่หอมค่ะ ฉันเพิ่งได้รับจากญาติที่เอามาเยี่ยมบ้าน” เฉินเฟิ่นอี้อธิบาย เื่นี้เธอลืมคิดไว้เลยว่าเอาสบู่มาจากไหน แต่เดี๋ยวค่อยกำชับเฉินตงไม่ให้เอาไปพูด
“โอ้ น้องสาว เธอมีเยอะหรือเปล่า แบบว่าเอ่อ… พอจะแบ่งให้ฉันได้สักก้อนหรือเปล่า” หล่อนจ้องมองสบู่อย่างคาดหวัง กลิ่นสบู่มันหอมมาก! ไม่รู้ว่าถ้าใช้อาบน้ำแล้วกลิ่นมันจะหอมมากแค่ไหน หล่อนใช้สบู่ในสหกรณ์แต่มันก็ไม่ได้กลิ่นหอมเลย
“เอ๋ แบ่งหรือคะ ฉันมีแค่ 3 ก้อนเองค่ะ ไม่รู้ว่าญาติของฉันจะนำมาให้อีกเมื่อไหร่ เขามาหาปีละไม่กี่ครั้งเองค่ะ” เฉินเฟิ่นอี้ตอบ อีกมือก็ล้วงเอาสบู่ออกมา
ของดีอยู่กับตัวมากจะเป็ผลเสียสำหรับเธอ เฉินเฟิ่นอี้ไม่คิดจะนำออกมาขายให้แค่คนเดียว ดูเหมือนอีกฝ่ายใกล้จะกลับแล้ว เธอจึงนำออกมาแค่สามก้อน
“น้องสาว้าแลกอะไรหรือเท่าไรเหรอจ๊ะ”
“ฉันไม่เคยใช้สบู่ค่ะ ไม่รู้ว่ามันราคาเท่าไร พี่สาวพอจะรู้หรือเปล่าคะ” เฉินเฟิ่นอี้ถามเพื่อลองใจ หากหล่อนให้ราคาที่ต่ำกว่าในสหกรณ์เธอจะไม่ขายให้ ของดีขนาดนี้จะราคาน้อยได้ยังไง
“ฉันให้ก้อนละ 10 หยวน! เธอขายให้ฉันทั้งหมดได้หรือเปล่า คือว่าสามีของฉันเขาเป็ทหารน่ะ นาน ๆ กลับบ้านทีฉันก็อยากตัวหอมบ้าง” ประโยคหลังหล่อนกระซิบเฉินเฟิ่นอี้อย่างเขินอาย
“ได้ค่ะ”
เฉินเฟิ่นอี้ไม่เสียเวลาเธอตอบตกลงทันที ไม่แปลกที่อีกฝ่ายจะให้ราคาที่สูง หล่อนเป็คุณนายทหารที่รอสามีอยู่ที่บ้าน เงินต่าง ๆ ของสามีจึงตกอยู่ที่หล่อนหมด
“ขายได้ขนาดนั้น!” เฉินตงอุทาน ตอนแรกเขากระตุกแขนเสื้อพี่สาวที่บอกไม่รู้ราคา ทั้ง ๆ ที่เพิ่งถามเขาก่อนเข้ามาที่นี่
“อืม นายก็อย่านำเื่นี้ไปพูดกับใคร โดยเฉพาะพี่ชายของนายไม่อย่างนั้นฉันจะไม่พามาอีก” เฉินเฟิ่นอี้เตือน
“คะ…ครับ”
ระหว่างหาลูกค้ารายใหม่เฉินเฟิ่นอี้ก็มองผู้หญิงที่ซื้อสบู่ของเธอไปด้วย หลังจากเธอเดินออกมาก็มีผู้ชายเดินไปหาน่าจะเป็สามีของหล่อน ทั้งสองหยุดสนทนากันครู่หนึ่งก่อนที่จะเดินออกไป
เฉินเฟิ่นอี้เปลี่ยนที่ยืนเธอเดินมาห่างจากจุดเดิมพอสมควร จากนั้นจึงหยิบสบู่ออกมา 2 ก้อน วันนี้เธอจะขายแค่นี้ก็พอ วันหลังค่อยเข้ามาขายใหม่ ยิ่งที่นี่ไม่ได้ห่างจากบ้านพักมาก การที่จะทำอะไรจึงสะดวก
“น้องสาว ๆ”
ระหว่างที่เฉินเฟิ่นอี้กำลังหาลูกค้ารายใหม่ ด้านหลังของเธอกลับมีผู้หญิงเข้ามาสะกิด เฉินเฟิ่นอี้รีบหันไปมองอย่างหวาดระแวง เฉินตงที่ยืนอยู่ข้าง ๆ ถึงกลับเอาตัวมาบังพี่สาว
“เอ่อ ฉันแค่จะสอบถามอะไรหน่อย” หล่อนสะดุ้งใเดินถอยหลังไปหลายก้าว
เฉินเฟิ่นอี้ถอนหายใจพยักหน้าให้เฉินตงถอย ที่นี่คือตลาดมืดถึงเธอจะยืนเหม่อแต่ก็ต้องมีสติอยู่ตลอดเวลา เฉินเฟิ่นอี้กระชับกระเป๋าสะพายแน่นมองคนตรงหน้าที่เอ่ยปากพูด
“ก่อนหน้านี้ฉันเห็นเธอแลกสบู่กับผู้หญิงคนหนึ่งไป น้องสาวยังพอมีอยู่หรือเปล่า ฉันอยากได้น่ะ” หล่อนรีบพูดทันที ก่อนหน้านี้หล่อนมองอยู่ตลอดแต่ไม่กล้าเข้าไปทัก
“มีค่ะ” เฉินเฟิ่นอี้หยิบสบู่หอมสองก้อนออกจากกระเป๋าผ้า เพียงแค่มันออกจากกระเป๋าผ้าก็ส่งกลิ่นหอมฟุ้งไปทั่วบริเวณ เฉินเฟิ่นอิงแบมือให้อีกฝ่ายมอง
สบู่ก้อนหนึ่งสำหรับเฉินเฟิ่นอี้มันสามารถใช้ได้หลายเดือน เพราะฉะนั้นคนในอำเภอถือว่ามันคุ้มมาก พวกเขาไม่ได้ทำงานตากแดดและเหงื่อไม่ได้เยอะ ไม่จำเป็ต้องใช้สบู่อาบน้ำเยอะ อีกทั้งแค่โดนน้ำมันก็มีฟองแล้ว
“น้องสาวของฉันหล่อนกำลังจะแต่งงาน ฉันอยากได้สบู่เป็ของขวัญแต่งงาน เธอแบ่งให้ฉันสักก้อนได้หรือไม่” น้องสาวของหล่อนเป็คนชอบสบู่มาก หากหล่อนได้ใช้สบู่ก้อนนี้คงจะมีความสุขและคิดถึงหล่อนเสมอ
“ผู้หญิงคนนั้นให้ฉัน 10 หยวนค่ะ”
หล่อนชะงักเมื่อรู้ราคาสบู่อันที่จริงตอนแรกก็รู้ว่าราคามันแพงมาก แต่หล่อนไม่คิดว่าราคามันจะสูงขนาดนี้ วันนี้หล่อนนำเงินมาแค่สิบหยวน หากไม่ซื้อเอาไว้มันคงจะหมดแน่
“ฉัน ฉันมีแค่ 10 หยวน”
“ฉันแบ่งขายได้ค่ะ” ดีซะอีกเธอจะได้กลับบ้านก่อนขายครบอย่างน้อยวันนี้เธอก็ได้เงินเกินเป้าหมายที่อยากได้แล้ว
“ได้”
เฉินเฟิ่นอี้ทำการแลกเปลี่ยนเงินและสบู่หอม วันนี้ใช้เวลานานกว่าวันแรกที่เขามาขายคูปอง แต่ก็ถือว่าได้ผลตอบรับที่ดีมาก สบู่หอมก้อนที่ 5 ถูกขายไปในราคาสิบห้าหยวน รวมเป็สี่สิบห้าหยวนพอดี ซึ่งมันใช้ได้อีกราว ๆ หนึ่งเดือน หลังจากย้ายเข้ามาพักในอำเภอเธอค่อยมาขายก่อนเปิดเทอม
เมื่อขายของเสร็จเฉินเฟิ่นอี้ก็เดินดูของที่น่าสนใจ แต่สุดท้ายก็ไม่ได้อะไรติดมือกลับ เพราะถูกเฉินตงห้ามเนื่องจากราคาค่อนข้างสูง อย่างแอปเปิลที่เคยซื้อหนึ่งหยวน ที่นี่ขายสามหยวนซึ่งราคามันต่างกันเป็เท่าตัว
ก่อนจะไปร้านอาหารที่นัดกันเอาไว้เฉินเฟิ่นอี้แวะสหกรณ์ในอำเภอ นมผงของเฉินชิงชิงหมดแล้ววันนี้ได้โอกาสเข้ามาในอำเภอเธอจึงต้องรีบซื้อ อีกอย่างของแห้งบางอย่างในบ้านก็หมด ซึ่งก่อนจะแยกกันเธอก็บอกทุกคนไปแล้วว่าอาจกลับไปรวมตัวช้า
“เด็กสมัยนี้มีลูกเร็วกันจริง ๆ” เฉินเฟิ่นอี้กำลังเลือกนมผงถึงกลับชะงัก เธอหยิบนมผงใส่ตะกร้าที่เฉินตงถือก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองพนักงานที่เธอไม่คุ้นหน้า
“คุณคุยกับฉันเหรอคะ”
“เธอร้อนตัวเองนะ ฉันยังไม่ได้ว่าอะไรเลย” พนักงานหญิงหัวเราะก่อนจะเดินไปหาเพื่อนร่วมงาน
“ฉางลี่เฟย น้องสาวสามีของพี่สาวรอง” เฉินตงกระซิบบอก ไม่แปลกที่เฉินเฟิ่นอี้จะไม่คุ้นหน้า วันแต่งงานของพี่สาวรองฉางลี่เฟยไม่ได้อยู่บ้าน
เฉินเฟิ่นอี้พยักหน้าถึงว่าพี่สาวรองบอกหล่อนจะไปได้นานมากแค่ไหน ตอนนี้หล่อนยังกล้าค่อนแคะเธอที่เป็ลูกค้า ถ้ารู้ว่าเป็น้องสาวของพี่สะใภ้หล่อนคงไม่ใช่ด่าเธอหรอกนะ
ของแห้งที่เคยซื้อถูกหยิบลงตะกร้า ผลไม้ที่ไม่มีในสหกรณ์ตำบลเช่นเดียวกันที่ถูกเฉินเฟิ่นอี้เลือกซื้อ อะไรที่หาได้ในสหกรณ์ตำบลเธอก็ไม่ได้ซื้อไปให้หนัก
“ทั้งหมด 12 หยวนค่ะ”
เฉินเฟิ่นอี้ยื่นเงินและคูปองให้พนักงานหญิงอีกคนที่เคยขายให้เธอรอบก่อน โดยมีฉางลี่เฟยยืนทำปากขมุบขมิบอยู่ข้าง ๆ ของทั้งหมดถูกห่อด้วยกระดาษอย่างเป็ระเบียบ
“ที่นี่มีผู้จัดการหรือเปล่า?” เฉินเฟิ่นอี้ถามระหว่างรับเงินทอน ไม่ใช่ว่า้าให้อีกฝ่ายออกจากงาน แต่เธอ้าให้หล่อนต้อนรับลูกค้าดี ๆ
“คุณลูกค้ามีปัญหาอะไรหรือเปล่าคะ แจ้งฉันได้เลยค่ะเดี๋ยวจัดการให้” พนักงานหญิงรีบก้มหัวขอโทษ
“ไม่มีอะไรหรอกค่ะ ฉันกลัวว่าถ้าปล่อยไว้นานสหกรณ์อำเภอจะถูกมองไม่ดี พนักงานหญิงคนนั้นพูดให้ฉัน คุณพอจะเข้าใจในสิ่งที่ฉัน้าสื่อหรือเปล่าคะ” เฉินเฟิ่นอี้ชี้ไปยังฉางลี่เฟยที่พอถูกชี้กลับชักสีหน้าใส่ลูกค้าอย่างไม่ยอม
“ฉางลี่เฟย! เธอเสียมารยาทกับลูกค้ารีบขอโทษเร็ว” พนักงานหญิงรีบกระซิบบอกด้วยความหวังดี
เฉินเฟิ่นอี้ไม่ยอมเดินออกจากสหกรณ์ประจำอำเภอ โชคดีที่เวลานี้ไม่มีลูกค้า เธอจึงไม่กลัวว่าจะเกะกะและทำให้คนอื่นเดือดร้อนไปด้วย
“ฉันไม่้าคำขอโทษค่ะ แค่อยากให้ทางสหกรณ์อบรมพนักงานหน่อย ฉันเป็ลูกค้านะคะไม่ใช่ขอทานถึงจะมาพูดอะไรก็ได้ ไม่ใช่สิ ต่อให้ฉันเป็ขอทานหล่อนก็พูดแบบนี้ไม่ได้” เฉินเฟิ่นอี้ส่ายหน้า
“หล่อนไม่้าคำขอโทษ เธอก็เห็นแล้วนี่ น่ารำคาญ” ฉางลี่เฟยบ่นเพื่อนร่วมงานที่หวังดีกลับหล่อน ก่อนจะเดินออกจากจุดชำระเงินไปอย่างอารมณ์เสีย
“ฉันต่อขออภัยแทนหล่อนด้วยนะคะ หล่อนคงอารมณ์เสียที่ถูกดุค่ะ” พนักงานหญิงยิ้มแห้ง
เฉินเฟิ่นอี้สายหน้าอย่างจนปัญญา เพื่อนร่วมงานก็ดีขนาดนี้ฉางลี่เฟยก็คิดไม่ได้ อีกทั้งเงินเดือนก็ไม่ใช่น้อย ๆ สิ่งที่เธอเป็ห่วงที่สุดก็คือพี่สาวรอง หากฉางลี่เฟยถูกไล่ออกจากงานบ้านฉางต้องได้รับผลกระทบอย่างหนัก ไม่แน่คนที่ให้หล่อนไปทำงานอย่างพี่สาวรองก็จะได้รับผลกระทบไปด้วย