บทที่ 19
การมาเยือนของส่วนกลาง
มิสเตอร์เกรย์ ถูกปลดออกจากการดำรงตำแหน่งหัวหน้าหมู่บ้านอย่างเป็ทางการแล้ว ผู้นำคนใหม่ที่ได้รับคะแนนเสียงถล่มทลายเป็สามีของป้าแมรี่... มิสเตอร์โจนาธาน ล็อกวู้ด ผู้เป็เสาหลักของครอบครัวเกษตรกรรุ่นบุกเบิกของหมู่บ้านแห่งนี้ และเป็เพียงหนึ่งในผู้มีความสามารถอ่านเขียนเพียงไม่กี่คนในหมู่บ้าน
ความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ของครอบครัวล็อกวู้ด ผู้คอยเป็ที่พึ่งพิงให้กับใครหลายคนมาโดยตลอด เป็แรงผลักดันหลักที่ทำให้เขาได้รับการไว้วางใจ หลังจากกระบวนการเสร็จสิ้น มิสเตอร์เกรย์ผู้ดำรงตำแหน่งมานานก็ต้องหยิบยื่นตราประทับสำคัญประจำหมู่บ้านที่ใช้ในการติดต่อซื้อขายสินค้าจากภายนอก รวมไปถึงการสื่อสารกับขุนนางใหญ่ที่ดินแดนทั้งหมด
ใบหน้าของอสรพิษเฒ่าช่างขมขื่นเหนือคำบรรยาย
“ข้าจะเข้าตรวจสอบทรัพย์สินส่วนกลางของหมู่บ้านในวันพรุ่งนี้ หวังว่าทุกอย่างจะครบถ้วนสมบูรณ์ดีนะครับ คุณเกรย์”
“นะ...แน่นอน ข้าจะเตรียมการไว้ให้พร้อม” ใบหน้าบิดเบี้ยวพยายามตอบคำถามระหว่างข่มอารมณ์โกรธเคือง หลายคนที่มองเหตุการณ์ถึงกับเผยรอยยิ้มสะใจให้เห็น เจสันที่กลายเป็เกราะกำบังชั่วคราวของพ่อบังเกิดเกล้าหลังจากนั้น จึงรู้สึกกระอักกระอ่วนอยู่สักพัก
หลังบทสวดภาวนาขอบคุณทวยเทพเสร็จสิ้น บทสวดและเสียงเพลงส่งิญญาผู้จากไปในหน้าหนาวก็ดังขึ้น น้ำตาของครอบครัวผู้สูญเสียเริ่มหลั่งรินจากนั้นก็แห้งเหือดไป พวกเขาจะต้องกัดฟันอดทนใช้ชีวิตของตนเองต่อโดยทิ้งความผิดหวังเอาไว้เื้ั เมื่อกิจกรรมหลักของวันสำคัญจบลง กลุ่มคนก็จับตัวกันพูดคุยอีกเล็กน้อยระหว่างชื่นชมไร่มันหวานอันเป็ระเบียบซึ่งเกิดจากฝีมือเด็ก ๆ ทั้งหลาย
สองซิสเตอร์ยังคงออกหน้าแทนเ้าหนูคิทเพื่อเบี่ยงความสนใจที่เริ่มจะมีมากเกินไปออกจากตัวเขาบ้าง แิการทำสวนผสมเหล่านี้จึงกลายเป็ของพวกเธอชั่วคราวจนกว่าจะถึงเวลาที่เหมาะสม ระหว่างนั้นชาวบ้านหลายคนยังมีโอกาสได้กินมันหวานอบที่หอมอร่อยจนเปลี่ยนความคิดเกี่ยวกับอาหารประเภทนี้ไปมาก
“ข้าไม่นึกว่าหัวมันป่าจะหอมอร่อยได้ขนาดนี้ นึกว่าพวกมันจะเป็เหมือนที่คนในเมืองเปรียบเปรยไว้เสียอีก...” ป้าแมรี่ยังคงเป็ผู้กล้าคนสำคัญที่มีใจเปิดกว้าง เธอเป็คนแรกที่ตัดสินใจหยิบของกินที่ทุกคนคิดว่าเป็อาหารชั้นต่ำของคนอดอยากขึ้นมาลิ้มลองเพื่อเปิดทางให้คนอื่น ๆ มีความกล้ามากขึ้น
พืชมีหัวกินได้ที่อยู่ในดิน ถูกตีตราว่าเป็อาหารชั้นต่ำมาช้านานแล้ว ทุกครั้งที่มีภัยพิบัติหรือโรคระบาด เหล่าคนไม่มีอันจะกินทั้งหลายก็จะเข้าป่าไปขุดหาของเหล่านี้ประทังความหิว พืชมีหัวใต้ดินกินได้ทุกประเภทจึงมีความเกี่ยวโยงกับเหตุการณ์ร้ายแรงเหมือนเป็ลางร้ายในสังคมจนยากจะแยกออก
แต่คิทกลับไม่มีความเห็นเช่นนั้น
มันหวานป่าเป็พืชที่เติบโตได้อย่างรวดเร็ว ให้ผลผลิตสูง และเปี่ยมไปด้วยคุณค่าทางโภชนาการ แม้ส่วนประกอบหลักจะเป็คาร์โบไฮเดรต แต่มันก็ยังมีโปรตีนและวิตามิน รวมไปถึงแร่ธาตุมีประโยชน์หลายอย่าง แถมใบและยอดอ่อนของมันหวานยังสามารถนำมาปรุงเป็อาหารได้อีก ด้วยเหตุนี้การเพาะปลูกพืชชนิดนี้เป็อาหารจึงไม่ใช่ทางเลือกยอดแย่แบบที่ทุกคนปักใจ
เด็กน้อยมั่นใจว่า เวลา... จะเป็ตัวพิสูจน์คุณค่าของพวกมันเอง
คิทยังคงนึกถึงข้าวโพด ข้าวหลายสายพันธุ์ ผักสดแสนอร่อย พืชมีหัวชนิดต่าง ๆ เช่น เผือก และมันฝรั่ง รวมไปถึงเครื่องเทศหลายสิบชนิด น่าเสียดายที่ป่าสนเรดวู้ดมีเพียงบางอย่างให้หยิบใช้เท่านั้น แม้ป่าแห่งนี้ได้รับพรจากทวยเทพอย่างที่ทุกคนบอกแต่ทรัพยากรภายในก็มีขีดจำกัดของมัน
ข้อจำกัดดังกล่าวทำให้ความ้าหลายอย่างของเ้าเด็กหัวใสถูกระงับเอาไว้ชั่วคราว ระหว่างฝึกฝนฝีมือและเพิ่มพูนทักษะการทำสวน เขาคงต้องคอยสอดส่องหาพืชพรรณชนิดใหม่ ๆ มาทดลองปลูกไปด้วย
สิ่งสำคัญอีกอย่างคือการแจ้งให้ชาวบ้าน ทำการรวบรวมของเสียส่วนบุคคลไว้เป็หลักแหล่ง ชาวบ้านทุกคนรับฟังความเห็นของเ้าหนูคนเก่ง เพราะเหตุผลหลายข้อที่เขาพูดออกมา ล้วนยากที่จะปฏิเสธ...
การจัดเก็บสิ่งปฏิกูลให้เป็ที่เป็ทาง สร้างประโยชน์หลายอย่างให้ชุมชน แม้เ้าหนูจะยังไม่สามารถอธิบายได้ว่าเชื้อโรคคืออะไร แต่เขาก็พูดถึงสถานการณ์ร้ายแรงที่เกิดจากอาหารและน้ำดื่มปนเปื้อนสิ่งสกปรกพวกนั้น ชาวบ้านหลายคนที่เคยเจ็บป่วยเพราะทานอาหารไม่สะอาดจึงออกเสียงตอบรับเป็ตัวอย่างชิ้นสำคัญให้ทุกคนได้ทราบ
มิสเตอร์โจนาธานเห็นด้วยกับข้อเสนอดังกล่าว จึงตัดสินใจใช้พื้นที่ท้ายหมู่บ้านใกล้กับกองขยะสดเพื่อเป็จุดรองรับสิ่งสกปรกเ่าั้ แรงงานชายที่ว่างเว้นจากการทำไร่นาจึงมีงานชิ้นใหม่รอคอยอยู่ หลุมดินหลายหลุมจะถูกขุดขึ้นมาตามแผนที่วางเอาไว้ เมื่อของเสียมีมากถึงระดับหนึ่ง หลุมนั้นก็จะถูกกลบฝังเพื่อให้เวลาเปลี่ยนสภาพพวกมันให้กลายเป็ปุ๋ยหมักสำหรับทุกคนต่อไป
เพียงเท่านี้ บ้านเมืองในฝันของคิทก็เข้าใกล้ความหวังที่ตั้งเป้าเอาไว้ไปอีกขั้นหนึ่ง เด็กหนุ่มจึงทุ่มสุดตัวเดินทางไปดูพื้นที่พร้อมกับหัวหน้าหมู่บ้าน และออกความเห็นเกี่ยวกับการจัดการสิ่งปฏิกูลหลายอย่าง
เ้าตัวเล็กยิ้มร่าอย่างมีความสุขเมื่อทุกคนร่วมแรงร่วมใจกัน จนกระทั่ง... วันทำความสะอาดใหญ่ของหมู่บ้านเรดวู้ดมาถึง
สำหรับคนที่จมูกดีกว่ามนุษย์ปกติหลายพันเท่านั้น ไม่มีอะไรย่ำแย่ไปกว่าการที่อุจจาระและปัสสาวะหมักหมมจนเน่าเหม็นของคนนับร้อย เดินทางมารวมตัวกันที่เชิงเขาอีกแล้ว แม้จะแยกััทางกลิ่นได้ดีในระดับที่พอรับได้ แต่มันก็กระทบกับจิตใจของเด็กน้อยพอควร
นี่เป็ครั้งแรกที่เขาไม่มีความอยากอาหาร แถมยังต้องปลีกตัวไปแอบอ้วกในดงไม้ทั้งวัน โชคดีที่ผู้คนทำงานกันให้วุ่น จึงไม่มีใครสังเกตเห็นพฤติกรรมประหลาดดังกล่าว
กิจกรรมสุดโหดเกิดขึ้นต่อเนื่องถึงสองวัน หลุมดินที่ถูกขุดไว้สิบหลุมถูกถมจนเต็มไปถึงสี่แห่ง
เดือนถัดไปทุกคนคงมีปุ๋ยสุดวิเศษให้ใช้กันถ้วนหน้า สองซิสเตอร์ได้แต่เฝ้ามองความเปลี่ยนแปลงโดยรอบอย่างตื่นเต้น พวกเธอเชื่อแล้วว่านิมิตจากเทพเ้าของคิทมีประโยชน์และสามารถใช้งานได้จริง
ถนนหนทางของหมู่บ้านดูสะอาดตาขึ้นมาก แต่ละบ้านหันมาปลูกดอกไม้หลากชนิดที่นักล่าหลายคนเก็บติดมือมาจากในป่า ที่พักอาศัยภายในเมืองจึงกลายเป็เหมือนสรวง์
กลุ่มนักเดินทางที่ทำหน้าที่คุ้มกันขบวนส่งของจากทางศาสนจักรเป็คนกลุ่มแรกจากนอกหมู่บ้านที่ได้เห็นความเปลี่ยนแปลงนี้ ่แรกที่เดินทางมาถึง คนนำทางของกลุ่มถึงกับต้องดูแผนที่เพื่อให้แน่ใจอีกครั้งว่าตนเองเดินทางมาถูกสถานที่
กลุ่มนักบวชจากลัทธิไวท์วิงส์ เทพแห่งแสงสว่างและการรักษา ลัทธิแลนด์บรูห์ เทพแห่งการเกษตรกรรม และลัทธิฟอริส เทพแห่งผืนป่า พาคณะเดินทางของตนเองไปเยี่ยมเยียนหัวหน้าหมู่บ้านคนใหม่ตามธรรมเนียม จากนั้นจึงพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเล็กน้อย
บ้านล็อกวู้ดต้อนรับพวกเขาเป็อย่างดี บาทหลวงทั้งสามต่างคุ้นเคยกับการเดินทางมาที่แห่งนี้แล้ว จึงไม่ต้องมีการแนะนำตัวให้เสียเวลา...
“ฟาเธอร์แจคสัน ไม่เจอกันนานเลยนะครับ” โจนาธานทักทายหัวหน้านักบวชแห่งไวท์วิงส์เป็คนแรก ก่อนจะหันมาทักฟาเธอร์จาคอบ และฟาเธอร์แมทธิว อย่างเป็กันเอง
“ข้าก็คิดว่าทำไมที่นี่ถึงเปลี่ยนไปมาก ที่แท้เป็เ้าที่ขึ้นมาเป็หัวหน้าหมู่บ้านนี่เอง”
“เื่นั้น... สองซิสเตอร์จากโบสถ์เป็ผู้คอยชี้แนะแนวทางพัฒนาน่ะครับ” โจนาธานตอบตามที่นัดแนะกับซิสเตอร์เอาไว้ เขาเป็อีกคนหนึ่งที่คำนึงถึงความปลอดภัยของเ้าหนูเดวิดอย่างยิ่งยวด
“โอ้... เป็แอนกับลิซ่าหรอกรึนี่ น่ายินดีจริง ๆ” จาคอบผู้คุ้นเคยดีกับสองซิสเตอร์เอ่ยขึ้นด้วยความประหลาดใจ นอกจากนี้ใบหน้าของเขาแฝงความกังวลอยู่หลายส่วน ผิดแปลกกับความหมายที่พูดออกมานัก
“เป็อะไรหรือเปล่าครับฟาเธอร์ สีหน้าดูไม่ดีเลย”
“อ่า... บอกตามตรงว่าข้ากำลังกังวลเล็กน้อยน่ะ คือว่า...”
“ของสำคัญของเ้านี่ดันถูกลืมหยิบติดมือมาด้วย ได้ข่าวว่าถูกไหว้วานให้เอาติดตัวมาด้วย คงกำลังเกรงกลัวพี่สาวสองคนที่โบสถ์กระมัง...” แจคสันเป็คนเฉลยคำตอบดังกล่าวโดยไม่ปล่อยให้อีกคนได้พูดจบเพราะเกรงว่าจะใช้คำที่วกวนเหมือนเคย
ระหว่างจิบชาจากรากแดนดีไลอ้อนคั่วที่อุ่นกำลังดี แมทธิวผู้นิ่งเงียบมาตลอดก็สอบถามความหลังเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงผู้นำหมู่บ้าน เื่ราวความคดโกงของเกรย์ ช็อปเปอร์จึงถูกตีแผ่อย่างละเอียด ฟาเธอร์ทั้งสามช่วยยืนยันความจริงหลายข้อเกี่ยวกับการเก็บภาษีระหว่างโบสถ์กับส่วนบริหารของท้องถิ่น เพราะพวกมันไม่เคยมีในบัญญัติระหว่างอาณาจักรกับศาสนจักรั้แ่ต้น
ช่างเป็หัวหน้าหมู่บ้านที่มีความคิดสกปรกและอุกอาจยิ่งนัก และแม้ว่าเขาจะได้รับโทษถูกยึดทรัพย์สินพวกนั้นคืนเข้าส่วนกลางไปแล้ว แต่ผู้มีอำนาจทั้งสองจากลัทธิแห่งการเกษตรและป่าใหญ่ก็ได้หมายหัวมิสเตอร์เกรย์และครอบครัวไปเรียบร้อยแล้ว
“ใจเย็นหน่อยเถอะพวกเ้า... อย่าให้บาปของบิดากลายเป็บาปของบุตรเลยนะ” ผู้นำคณะเดินทางแห่งแสงสว่างตักเตือนสหายทั้งสอง เนื่องจากเขาคุ้นเคยกับครอบครัวช็อปเปอร์ค่อนข้างมาก และคำนึงถึงเจสันอยู่หลายส่วน “ปล่อยให้เขามีเวลากลับตัวกลับใจหน่อยเถอะ ถ้าหากทำไม่ได้ ค่อยว่าเื่บทลงโทษกันอีกที...”
คำสอนของท่านไวท์วิงส์มักเปิดทางให้ผู้ทำผิดได้มีโอกาสกลับตัวกลับใจเสมอ ไม่เหมือนเทพเ้าองค์อื่นที่ค่อนข้างเด็ดขาด และเพราะองค์ไวท์วิงส์เป็ดั่งสะพานเชื่อมต่อไปถึงเทพทุกองค์ สหายผู้มีอารมณ์ฉุนเฉียวทั้งสองจึงลดความร้อนระอุในใจลงหลายส่วน
เมื่อพูดคุยกันเสร็จสิ้นใน่เช้า ขบวนนักเดินทางของศาสนจักรก็แยกตัวออกจากกลุ่มพ่อค้าที่ติดตามมาด้วย ผู้ทำมาหากินด้วยการค้าขาย จึงจัดตั้งกลุ่มกระโจมเพื่อใช้เป็ที่พักผ่อน บริเวณด้านหน้ากระโจมชั่วคราวหลายหลัง จะมีแคร่ไม้แสดงสินค้าที่เป็เสบียงหรือของกินจากต่างแดน หรือไม่ก็ของหน้าตาประหลาดสำหรับลูกค้าที่นึกสนุกอยากทดลองความแปลกใหม่
กลุ่มพ่อค้าจะตั้งแผงขายของเป็เวลาสองสัปดาห์ตามกำหนดการปกติ ก่อนจะเดินทางกลับพร้อมคณะนักบวชจากศาสนจักร เพื่อไปยังชุมชนถัดไป ผู้คนจึงมีโอกาสได้แลกเปลี่ยนสินค้าที่กักตุนไว้เป็เงินเหรียญ หรือไม่ก็ออกมาซื้อของที่ตน้า
เศรษฐกิจในชุมชนเรดวู้ดจึงกระเตื้องขึ้นพอประมาณ น่าเสียดายที่สินค้าของชาวบ้านแถบนี้มีราคาลดลงมากเมื่อฤดูกาลไม่ใช่หน้าหนาว ไม้สนแดงที่มีคุณภาพสูงจึงมีราคาลดลงมากกว่าครึ่ง
ขณะเดียวกันกลุ่มนักบวชสิบชีวิตก็เดินทางไปยังโบสถ์ประจำหมู่บ้านใน่บ่าย
เนื่องจากเป็การเยี่ยมเยือนที่มีกำหนดการเช่นเดิมทุกปี ห้องพักในโบสถ์ใหญ่จึงถูกจัดเตรียมไว้เรียบร้อย
ความสวยงามของสถานที่ทำให้นักบวชทั้งหลายรู้สึกผ่อนคลายและมีจิตใจปลอดโปร่งยิ่งนัก
มีเพียงฟาเธอร์จาคอบเท่านั้น ที่คอยทำตัวลับ ๆ ล่อ ๆ คอยหลบสายตาของสองซิสเตอร์ตลอดเวลา