FIX 7th : ปล่อยบั๊ค
ทีมเดปฯ ยืนสแตนด์อัพมีตติ้งสรุปงานกันใน่เช้าก่อนเริ่มงานตามปกติ การสแตนด์อัพของพวกผมก็ไม่มีอะไรมาก ทุกคนก็เล่างานที่ทำไปเมื่อวานและงานที่กำลังจะทำต่อวันนี้ ถ้ามีปัญหาอะไรก็รายงานในที่ประชุมวงยืนไปเลย และที่ต้องยืนคุยกันก็เพราะจะได้ไม่เสียเวลายืดเยื้อ ปกติพี่เมื่อยจะไม่ได้ต้องมายืนประชุมกับพวกผมแต่สงสัยวันนี้พี่แกมีอะไรจะแจ้ง
“ที่เมื่อวานคุยกับคุณฮิมไปน่ะ ผมเรียงเฟสให้แล้วก็จะมีแค่ตามในจอนะ” ทุกคนหันไปที่จอที่พี่เมื่อยชี้ไป จอทีวีขนาด 42 นิ้วเชื่อมต่อกับโน้ตบุ๊คของพี่เมื่อย พี่เขาสรุปงานให้เรียบร้อยแล้วและส่งให้ทุกคนในอีเมลแล้วด้วย พวกเราจบประชุมกันภายใน 10 นาทีและแยกย้ายกลับไปที่โต๊ะทำงาน
“ครั้งนี้จะวางยาอีกหรือเปล่าปลาทอง” รุ่นพี่ตำแหน่ง Tester ที่นั่งคนละล็อคกับผมแต่อยู่ติดๆ กันเอ่ยแซวขณะที่เดินกลับไปที่โต๊ะทำงานด้วยกัน ถึงแม้ผมจะทำงานมาแค่เดือนนึงแต่ผมก็เคยปล่อยอัปเดตแอปขึ้นไปบน iOS แล้วและแน่นอนว่าครั้งนั้นแม้พี่เขาจะ test อย่างดี แต่ผมดันเสือกไปโดนโค้ดเก่าด้วย นั่งแก้บั๊คยับเลย
“ครั้งนี้ไม่พลาดแล้วพี่” ผมบอกก่อนจะนั่งลงเพราะถึงโต๊ะตัวเองก่อน ส่วนพี่เขาก็เดินเลี้ยวไปทางโต๊ะตัวเอง หลังจากนั้นไม่นานพี่คณิณก็เดินมา เขาไม่ได้นั่งแต่กลับหยิบฟ๊อกกี้กระบอกฉีดขึ้นมาฉีดใส่ต้นไม้เล็กๆ ของเขาพลางจับใบน้อยๆ ของพวกมันไปด้วยอย่างตั้งอกตั้งใจ ถ้าสังเกตดีๆ จะเห็นว่าพี่เขายิ้มบางๆ บนริมฝีปาก
“พี่ณิณนี่ยิ้มง่ายดี” พอเห็นเขายิ้มผมก็อยากจะแซว แต่พอแซวแล้วพี่เขาก็คว่ำปากลง หันมองผมผ่านเลนส์แว่นด้วยดวงตาเรียบเฉย
“โธ่พี่ แซวนิดเดียว ผมแค่อิจฉาพี่ที่มีความสุขกับต้นไม้เอง ผมนี่สิ ไม่มีงานอดิเรกอะไรเก๋ๆ แบบพี่เลย” ถ้าไม่นั่งโค้ดดิ้งก็เล่นเกม ดูหนัง ชีวิตก็ทำวนอยู่แค่นี้ เื่เลี้ยงต้นไม้อะไรนี่ไม่เคยอยู่ในหัว จริงสิ ต้นไม้ของคุณฮิม… เห็นเ้าของร้านดีเอ็มบอกผมไว้ว่าจะจัดส่งวันนี้ ไปดูเลขแทร็คหน่อยดีกว่า
“พี่ก็ทำอยู่อย่างเดียวถ้าไม่นับงาน คือเลี้ยงต้นไม้” ผมยิ้มเพราะคำตอบของพี่เขา สบตากลับพี่คณิณเล็กน้อย ก่อนจะเหลี่ยวกลับมาสนใจมือถือ ผมเข้าแชทของร้านต้นไม้ก็เจอเลขแทร็คที่เ้าของร้านพิมพ์ทิ้งไว้ในนั้น
“เฮ้ยพี่ ต้นไม้จะมาส่งแล้ว น่าจะภายในสองสามวันนี้ พี่มาช่วยผมเอาใส่กระถางด้วยนะ”
พี่คณิณพยักหน้าและพวกเราก็ไม่ได้คุยอะไรกันอีก ผมเปิดเพลงเสียงดังใส่หูฟังแบบเฮดโฟนสีฟ้าพาสเทลของผมแล้วนั่งขยับหัวตามจังหวะก่อนจะเริ่มทำงาน
วันนี้คุณฮิมไม่มาแฮะ งั้นสงสัยคงไม่ว่างแวะไปจีบพี่หมี
ผมคิดหลังจากที่เหลือบมองเวลาที่หน้าจอมือถือ ซึ่งเป็เวลา 16.57 อีกไม่กี่นาทีผมกับทุกคนก็จะเลิกงานแล้ว ผมยืดตัวบิดี้เีไปมาในที่นั่งของผมก่อนจะเหวี่ยงมือออกไปอย่างเร็วและแรง
ปั้ก!
ชนใครบางคนเข้าจนผมต้องรีบหันไปมอง
เวรละ
“เจ็บรึเปล่าครับคุณฮิม เอ๊ย พี่ฮิม” ผมกระเด้งตัวลุกขึ้นจากเก้าอี้ทำงานก่อนจะยกสองมือขึ้นพนมโดยอัตโนมัติ รู้สึกว่าตัวเองน่าจะกำลังหน้าซีด แล้วผมชนอะไรเขาหว่า มันแข็งๆ… หรือจะเป็…
“ไม่เป็ไร พี่เล่นกล้ามท้องเลยไม่เจ็บน่ะ เราต่างหากเจ็บรึเปล่า”
อ้อ กลามทองนี่เอง ผมได้แต่แอบคิดอย่างโล่งอก
“ไม่ครับๆ” ผมส่ายหน้าอย่างเร็วจนเรียกว่าสะบัดก็ไม่แปลก เขายิ้มให้ผมด้วยสายตาที่มองก็รู้ว่าเอ็นดูผมก่อนจะยกมือขึ้นวางแหมะบนหัวของผมแล้วลูบเบาๆ
เอ… แต่ถ้าเขาจะเอ็นดูผมท่ามกลางสายตาของคนทั้งชั้นนี่มันก็ไม่ค่อยดีเท่าไหร่นา
ผมโยกหัวหลบแล้วพยายามยิ้มกว้างให้เขากลบเกลื่อน
“พี่ฮิมจะไปส่งผมที่บ้านใช่ไหมครับ?”
“ใช่ พร้อมหรือยัง”
“แต่วันนี้พี่หมีน้ำตาลน่าจะกลับดึกนะครับ พี่ฮิมน่าจะต้องรอนานหน่อย”
“หืม?”
มาหงมาหืมอีกนะคนเรา วางท่าเหรอครับคุณฮิม ไม่เป็ไรน่า ปลาทองเข้าใจ ผมเขยิบไปใกล้คุณฮิมมากขึ้นแล้วเริ่มต้นกระซิบกระซาบ
“ผมรู้นะครับว่าพี่ฮิมตามจีบพี่สาวผมอยู่” เขามองหน้าผมก่อนจะยิ้มมุมปาก ผมแน่ใจว่าการไม่ปฏิเสธนี่น่าจะหมายถึงเขายอมรับกับผมแล้วเลยบอกคุณเขาอย่างให้กำลังใจ “แต่พี่หมีน้ำตาลน่ะจีบยากมาก ก็เลยอยู่บนคานมานาน แต่คิดอีกทีพี่อาจจะรอพี่ฮิมก็ได้นะครับ”
เชื่อมือปลาทองเถอะ ระดับน้องชายอย่างผมถ้าคิดจะช่วยผู้ชายคนไหนจีบพี่สาวล่ะก็ ต้องติดแน่นอน เอาหัวปลาทองรับประกันได้เลย ผมยิ้มกว้างส่งให้บอสของผม เขาพยักหน้าพร้อมยิ้มบาง
“ขอบคุณนะ ถ้าผมจีบติดจะมีรางวัลให้ปลาทองด้วย...” คุณฮิมวางมือบนไหล่ของผมแล้วบีบเบาๆ “แต่วันนี้หิวมากเลย ยังไงเราแวะไปกินข้าวกันก่อนค่อยกลับบ้านดีไหมหืม?”
ผมไม่ได้คิดอะไรมากนัก ปิดโน้ตบุ๊ค เก็บข้าวของลงกระเป๋า แล้วยอมเดินตามเข้าไปโดยดี ผมกลับมานั่งเ้า BMW X7 อีกครั้งหลังจากที่ห่างหายกันไปเกือบหนึ่งวัน ช่างเป็บุญก้นซะไม่มี และถ้าผมได้คุณเขาเป็พี่เขยล่ะก็ สงสัยชาตินี้ผมคงทำบุญมามากจนได้มีโอกาสนั่งเ้ารถเก๋งแพงหูฉี่คันนี้ไปตลอดชีวิต…
“เมื่อวานได้ยินยัยเด็กหางเปียบอกว่าปลาทองชอบกินปลาซาบะ เราไปกินอาหารญี่ปุ่นร้านประจำของพี่ไหม?”
ผมนั่งเม้มปากแน่น คำนวณเงินในใจ ตอนนี้ผมมีเงินติดตัวอยู่สองร้อยบาท อาหารญี่ปุ่น = แพง และอาหารญี่ปุ่นร้านประจำของคุณฮิม = แพงมาก อืมม… ผมปฏิเสธดีไหมนะ
“คิดนานจัง พี่ต้องเลี้ยงปลาทองอยู่แล้วไม่ต้องห่วงเื่นั้น”
เฮ่! ผมอยากจะลุกขึ้นมาแสดงความดีใจเหมือนเวลานักฟุตบอลทีมโปรดเตะเข้าประตูทำแต้มได้สำเร็จ แต่ผมแสดงออกหรอก ผมอ้อมแอ้มถามคุณฮิมกลับไปเสียงเบา
“อย่าดีกว่าครับ ผมเกรงใจ” แต่ถ้าคุณฮิมไม่เลี้ยงก็คือผมไม่ไปนะ ไม่มีตังจริงๆ ครับคุณท่าน…
“คิดมาก ก็เดี๋ยวเราจะช่วยพี่จีบยัยเด็กหางเปียอยู่แล้วไม่ใช่เหรอไง เื่แค่นี้สบายๆ น่า” คนขับรถเหลียวซ้ายมาสบตากับผมพร้อมรอยยิ้ม หน้าตาของเขาดูดีไม่บันยะบันยัง ขนาดผมเป็ผู้ชายยังรู้สึกว่ามันมีออร่าวิ้งๆ เป็ประกายออกมาตลอดเวลาเลย
พวกเราจบอาหารมื้อนั้นอย่างอิ่มหนำสำราญและกลับมาบนรถอีกครั้ง แน่นอนว่าเงินสองร้อยในกระเป๋าตังผมยังอยู่ครบถ้วนทุกบาททุกสตางค์ และไม่รู้เมื่อไหร่ที่ผมเผลอหลับไป รู้สึกตัวอีกทีก็เพราะคุณฮิมเอื้อมตัวมาปลดเข็มขัดนิรภัยที่คาดไว้ให้ จังหวะที่ผมลืมตาตื่นขึ้นมาเขาก็อยู่ใกล้กับผมมาก ระยะห่างระหว่างไปหน้าอาจจะไม่ถึงสิบเิเและเขามองตาผม ไม่สิ ต้องบอกว่าเราประสานสายตามองซึ่งกันและกัน
เอ่อ…
ถ้าผมจำไม่ผิด ในละครที่เคยดูตอนเด็กๆ ก็มีฉากพวกนี้นะ แต่ต้องไม่ใช่ระหว่างพระเอกกับน้องชายของนางเอกสิ มันน่าจะมีอะไรผิดพลาดแล้วล่ะ
ผมขยับตัวหนี คุณฮิมเลยกลับไปที่เบาะของตัวเอง เขาวางมือไว้บนพวงมาลัยแล้วถามผมน้ำเสียงใจดี
“หลับสบายมั้ย” พอผมพยักหน้าเขาก็แซว “กินอิ่มนอนหลับเป็เด็กเลย น่าจะเลี้ยงง่ายนะเรา”
ผมรู้สึกเหมือนกำลังถูกชมอยู่เลยพยักหน้าแรงขึ้นแล้วบอกอย่างร่าเริง
“เลี้ยงง่ายสิครับ ให้ผมกินอะไรผมก็กิน ถึงเวลานอนผมก็นอนตลอดล่ะครับคุณฮิม” ผมพูดจบก็นึกได้รีบแก้ท้ายประโยค “พี่ฮิม...” แล้วยิ้มแหยๆ แต่จริงๆ ผมไม่ต้องกลัวเื่โบนัสแล้วก็ได้นี่หว่า สุดท้ายผมก็น่าจะต้องลาออก แต่เอ… ถ้าพี่หมีน้ำตาลเป็แฟนกับคุณฮิม ผมอาจจะไม่ต้องลาออกแล้วก็ได้นะ
ผมรู้สึกเหมือนมีหลอดไฟให้ความสว่างขึ้นในหัว ถ้าเป็ในการ์ตูนน่าจะมีเสียงปิ๊ง!
“เข้าบ้านกันไหมครับ พี่หมีน้ำตาลอาจจะกลับดึกหน่อย ถ้ารอไหวอยู่รอไหมครับพี่ฮิม?”