ผู้สืบทอดแห่งจักรพรรดิแวมไพร์

    สัญญาณขอความช่วยเหลือ

    การพบปะอันยาวนานจบลงไปโนอาห์ก็เดินเข้ามาในห้องนั่งเล่นประจำของเธอเองที่ตอนนี้กำลังมีเมญ่านั่งจัดปาร์ตี้น้ำชากันกับวิคตอเรียสองคน
    "พี่สาวคงลำบากน่าดูเลยนะคะ ที่ต้องรับมือกับท่านลุงแบบนั้น"
    "ไม่เป็นไรหรอกเรื่องแค่นี้เองไม่ได้หนักหนาอะไรเมื่อเทียบกับอนาคตของน้องสาวของพี่แล้วไม่มีอะไรที่เกินกำลัง"
    "เมญ่าว่าแล้วพี่สาวนี่ดีกว่าพี่ชายจริงๆ"
    เมญ่าพูดออกมาแบบนั้นเล่นเอาโนอาห์ไปไม่เป็นกันเลยทีเดียว จริงอยู่ที่ตอนแรกเธอเคยเป็นผู้ชายมาก่อนแต่ตอนนี้ทั้งอารมณ์ความรู้สึก แม้กระทั่งความคิดมันก็กลายเป็นแบบหญิงสาวไปจนหมด
    บอกตามตรงว่าโนอาห์เองยังแปลกใจจนนึกคิดไร้สาระว่าบางทีเธออาจเป็นผู้หญิงมาตั้งแต่แรกแล้วก็ได้
    โนอาห์ตอบกลับไปด้วยท่าทีร้อนรน
    “หรือว่าตอนที่เป็นพี่ชาย พี่เย็นชาเกินไปอย่างนั้นเหรอ หรือว่าพี่ปฏิบัติตัวเป็นแบบอย่างที่แย่...”
    “ไม่ใช่หรอกค่ะ แค่ความรู้สึกมันต่างกันไปมาก พอเป็นพี่ชายหนูรู้สึกว่าพี่สาวดูเป็นเหมือนที่พึ่งพิงได้ตลอดเวลา แต่พอเป็นพี่สาวมันให้ความรู้สึกเหมือนได้รับการปกป้องเอาไว้ด้วยอ้อมกอด”
    คำพูดของเมญ่าทำให้โนอาห์จมลงสู่ห้วงความคิดในทันทีเมื่อเห็นคนอย่างโนอาห์คิดมากเพราะเรื่องของเมญ่าแม้กระทั่งวิคตอเรียที่ว่าเป็นคนที่หัวเราะออกมาได้ยากยังหลุดหัวเราะออกมา...
    มันก็เลยกลายเป็นว่าโนอาห์กลายเป็นคนที่จริงจังไปเองอยู่ฝ่ายเดียว
    “เดี๋ยวเถอะ คิดจะหัวเราะกันไปถึงไหนกัน”
    “ท่าทีของพี่สาวในตอนนี้มันทำให้หนูประทับใจมากเลยค่ะ”
    …
    “มาเข้าเรื่องกันเลยดีกว่าพี่สาว ที่หนูเรียกพี่มาพบหลังจากการพบปะทั้งที่ควรให้พี่สาวได้พักผ่อนหลังจากงานใหญ่ มันก็คือสิ่งนี้ค่ะ”
    เมญ่านำจดหมายฉบับหนึ่งยื่นไปให้โนอาห์ ต้องบอกก่อนนะว่าจดหมายที่ให้กับโนอาห์ไปนั้นคือจดหมายเวทมนตร์ที่บันทึกเป็นภาพฉายเอาไว้ในซองจดหมายเมื่อเปิดขึ้นมาดูแล้วจดหมายก็จะหายไปทันที
    โนอาห์รับมาจากเมญ่าแล้วก็เปิดมันออกในทันที
    ภาพตรงหน้ามีหญิงหนึ่งคนซึ่งเป็นคนที่กำลังถ่ายภาพฉายภาพหนึ่ง ตรงหน้าของเธอคนนั้นห่างไกลออกไปราวยี่สิบกิโลเมตรมีสิ่งมีชีวิตแปลกประหลาดตนหนึ่งที่สูงถึงสิบเมตรกำลังเดินทางเข้ามาด้วยการวิ่ง
    ลักษณะร่างกายของมันเป็นภาพที่โนอาห์ที่เคยเป็นผู้กล้าคุ้นเคยเป็นอย่างดีนั่นก็คือพวกปีศาจแถมยังมีเขาบ่งบอกถึงระดับของมันที่อยู่ถึงระดับที่ 3 ขั้นกลาง
    สำหรับพวกยอดฝีมือด้านพลังวิญญาณและด้านเวทมนตร์ระดับที่สามอาจถือว่ายากเย็นไปบ้างแต่ถ้าเป็นประชาชนชาวเมืองธรรมดาละก็มันก็คือหายนะที่สามารถกลบฝังเมืองนั้นลงไปได้ว่ากันเข้าใจง่ายๆก็คือสามารถลบเมืองนั้นให้หายไปจากแผนที่ได้เลยทีเดียว
    “ได้โปรดช่วยพวกเราด้วยค่ะท่านหญิงโนอาห์พวกเราที่ไม่มีที่พึ่งพิงจากเหล่ายอดฝีมือที่ทยอยออกไปจากเมืองกำลังถูกรุกรานโดยพวกมันดูเหมือนพวกมันที่มาจะไม่ใช่แค่ตัวนี้ยังมีอีกหลายร้อยตัวกำลังมุ่งหน้ามาที่นี่”
    เสียงขอความช่วยเหลือระบุชื่อของโนอาห์อย่างชัดเจน
    ทุกคนถึงกับมองหน้ากันไปมา เป็นไปไม่ได้อย่างแน่นอนที่โนอาห์จะถูกถ่ายทอดชื่อในฐานะผู้นำตระกูลเพราะยังไม่มีพิธีกรรมที่ขึ้นรับสืบทอดอย่างสมบูรณ์มาถึง
    เนื่องจากการที่จะขึ้นรับสืบทอดผู้นำตระกูลนั้นจะต้องได้รับการยืนยันอย่างถูกต้องเสียก่อนซึ่งโนอาห์ก็ผ่านขั้นตอนที่ว่ามาแล้วไม่นานนั่นก็คือตอนที่ไปยังห้องพิจารณาตัดสินที่โนอาห์เอาชนะลีโอมาได้นั่นเอง
    ต่อมาก็ต้องรอการเรียกตัวจากเมืองหลวงของดินแดนนั้นๆหลังจากนั้นอีกสามเดือนพอไปถึงที่นั่นได้แล้ว โนอาห์ก็จะต้องเข้ารับชื่อโดยมีประมุขเป็นผู้สวมมุงกฏแห่งผู้นำให้ เมื่อมุงกฏถูกสวมไปที่หัวพิธีกรรมก็ถือเป็นอันเสร็จสิ้น โนอาห์ก็จะสามารถใช้ความสามารถประจำตัวของผู้นำตระกูลได้เพื่อควบคุมคนในตระกูลของตนเอง
    ถ้าหากสงสัยว่าทำไมตอนนั้นโนอาห์ถึงสามารถใช้งานมันได้นั่นก็เพราะมันคือพลังที่หลงเหลือจากตอนที่เป็นผู้กล้ามันไม่ถือว่าโนอาห์เป็นคนอื่นแต่ยังถือว่ามีสิทธิ์ในการครอบครองพลังนี้อยู่
    “พี่สาวมันต้องเป็นกับดักแน่เลย พี่ห้ามไปเด็ดขาดเลยนะคะ”
    เมญ่ารีบพูดห้ามโนอาห์ขึ้นมาในทันทีครั้งก่อนก็เสียพี่ชายไปโดยการหลอกล่อของเอเวลินแต่ครั้งนี้เธอไม่อยากเสียโนอาห์ไปอีกรอบ
    โนอาห์ส่ายหน้าก่อนจะค่อยๆเรียบเรียงคำพูดออกมา
    “...ไม่ได้หรอกเมญ่าที่นั่นคือสถานที่ของท่านแม่บ้านเกิดของท่านแล้วจะให้นิ่งดูอยู่เฉยๆได้ยังไงแถมที่นั่นก็เป็นเขตของท่านลุงลีโอที่ปกครองอยู่แต่เนื่องมาจากสิ่งที่ท่านลุงทำลงไปที่นั่นก็อยากจะแยกตัวออกจากตระกูลพวกเราเต็มที่แล้วเพราะฉะนั้นไม่มีทางเลือก พี่ต้องเดินทางไปที่นั่นถ้าไม่ใช่การปกป้องประชาชนชาวเมืองอย่างน้อยก็ปกป้องสถานที่สำคัญของท่านแม่เอาไว้”


    “ทำไมกัน ถ้า...ถ้าหากเรื่องไม่คาดฝันเกิดขึ้นมาอีกละครั้งก่อนพี่สาวก็โดนหลอกล่อออกไปจากนั้นก็กลับมาหาหนูด้วยสภาพร่างกายที่จวนตายไปแล้วด้วยไม่สิต้องบอกว่าเหลือเวลาชีวิตอีกไม่นาน”
    “ช่วยไม่ได้นี่นะก็ตอนนี้เขตนั่นเดิมทีมันก็เป็นส่วนหนึ่งของเรามาก่อนถึงตอนนี้จะยังไม่สามารถมั่นใจได้ว่าที่นั่นจะยกเรื่องแยกตัวจากการปกครองของตระกูลเราไปตอนไหนก็เถอะ”
    “เรื่องนี้คุณหนูเมญ่าไม่จำเป็นต้องกังวลไปดิฉันกับซาเรียก็จะติดตามไปกับนายหญิงด้วย”
    เจ้าของเสียงนั่นก็คือไมอาที่ปรากฏตัวออกมาจากเงาของโนอาห์พร้อมกับซาเรีย
    “ติดตามไปที่ว่านี่...”
    “นายหญิงได้โปรดเข้าใจดิฉันด้วยเพราะด้วยความเป็นห่วงนายหญิงของนายท่านครั้งนี้ นายท่านได้ให้ซาเรียมาเป็นผู้คุ้มกันอีกคนขอเพียงนายหญิงรับสั่งพวกเราพร้อมที่จะปฏิบัติตามได้ทุกเมื่อไม่ว่าคำสั่งนั้นจะเป็นอะไรก็ตาม โดยเฉพาะการคุ้มกันที่ดิฉันกับซาเรียจะต้องคอยปกป้องนายหญิงก็เป็นเรื่องที่ดิฉันพึงกระทำอยู่แล้ว”
    โนอาห์ที่ไม่รู้จะทำยังไงกับสองคนที่อยู่ตรงหน้าดีก็ได้แต่ถอนหายใจแล้วหันกลับมาพูดกับเมญ่า
    “ไม่ต้องกังวลไปหรอกพี่จะรีบจัดการแล้วกลับมาให้เร็วที่สุด และถ้าหากมันอันตรายถึงชีวิตพี่ก็จะถอยกลับมาเอง”
    วิคตอเรียที่นั่งดื่มชาอย่างสบายใจก็วางถ้วยชาลงก่อนที่จะพูดขึ้น
    “เลิกกังวลได้แล้วเมญ่า รอโนอาห์อยู่ที่นี่เถอะ ไม่นานเดี๋ยวมันก็เสร็จแล้ว”
    ด้วยคำพูดของวิคตอเรียทำให้เมญ่ายอมถอยไปแต่โดยดี
    เมื่อพูดคุยกับเมญ่าจบไปโนอาห์ก็หันไปมองวิคตอเรียรวมไปถึงไมอากับซาเรีย
    “ไปเตรียมตัวเถอะพวกเราจะออกเดินทางในอีกหนึ่งชั่วโมงต่อจากนี้จะรอช้ากว่านี้ไม่ได้กำแพงป้องกันเวทมนตร์ของเมืองนั้นเองก็น่าจะต้านเอาไว้ได้ไม่นานนัก”
    โนอาห์เองก็เข้าใจเมญ่าที่เป็นห่วงเธอมากถึงขนาดนี้แต่เธอจะไม่ไปก็ไม่ได้เพราะสถานการณ์ของที่นั่นย่ำแย่ด้วยตัวเธอที่เป็นผู้นำตระกูลแล้วด้วยยิ่งต้องออกไปลงพื้นที่ด้วยตนเอง
    ส่วนสิ่งไหนที่รอเธออยู่ที่นั่นไม่ว่ามันจะเป็นอะไรก็ตาม โนอาห์ก็จะไม่ยอมให้ตัวเองพลาดท่าเป็นครั้งที่สองอย่างแน่อน...
    . . .