เนตรมารสะท้านฟ้า (จบแล้ว)

    ตอนที่ 154 จิ้งเหลนลาวา 2

    ตอนที่ 154


    จิ้งเหลนลาวา 2


     


                    จากการปะทะกับเจ้าจิ้งเหลนลาวาเต็มวัยตัวแรกทำให้เสวี่ยหมิงรู้ว่าเพียงหมัดลมปราณเหมันต์ไม่สามารถสังหารจิ้งเหลนลาวาระดับแรกธรรมชาติขั้นปลายได้ในหมัดเดียวหรือสองหมัด ดังนั้นแม้ว่าตอนนี้เสวี่ยหมิงจะได้เปรียบเป็นอย่างมากแต่ศัตรูมีจำนวนมากเสวี่ยหมิงจึงไม่กล้าประมาท ใช้ออกด้วยท่วงท่าโจมตีอันสุดรั้ง...สายน้ำมิหวนคืน ท่วงท่าดุจเดิมแต่ลมปราณธาตุน้ำนั้นหนุนเสริมแปรเปลี่ยนจากเพลิงไฟที่โหมกระพือกลายเป็นคลื่นน้ำใหญ่พัดพาทำลายศัตรูด้วยกระแสลมปราณเหมันต์เชี่ยวกราก เมื่อเป็นท่าทักษะที่หนุนเสริมกับพลังของเส้นชีพจรลมปราณโดยตรงอานุภาพล้วนแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง


     


                    คลื่นน้ำที่ปรากฏสูงใหญ่ราวกับสึนามิที่โหมกระแทกเข้าทำลายทุกสิ่งที่กีดขวาง ความรุนแรงยังสูงส่งกว่าลมปราณเปลวเพลิงอันดุดันก่อนหน้าราวกับเป็นคนละทักษะวิชา ซึ่งหากโจวอู่เว่ยผู้เป็นอาจารย์และผู้คิดค้นมาพบเห็นเข้าคงต้องอ้าปากค้างและไม่อาจเอ่ยคำใด ๆ ออกมาได้อีกพักใหญ่


     


                    คลื่นน้ำลมปราณที่ปรากฏแม้พลิ้วไหวอ่อนหยุ่นแต่ยามปะทะชนกับร่างของจิ้งเหลนลาวากลับแข็งกร้าว  พัดผ่านร่างของจิ้งเหลนลาวาตัวใด ไม่เพียงกระแทกทำร้ายแต่ยังผนึกแข็งร่างของอสูรร้ายอยู่ภายใน ผิวหนังที่ร้อนระอุมอดดับแถมยังปรากฏแผลปริแตกกระจายไปทั่วทั้งร่างของจิ้งเหลนลาวาที่ขวางเส้นทางโจมตีในครั้งนี้


                                                      


                    สภาวะหมัดของสายน้ำมิหวนคืนสิ้นสุดลงพร้อมจิ้งเหลนลาวาจำนวนสี่ตัวที่ถูกแช่สังหาร แต่หากทดสอบเพียงท่วงท่าเดียวย่อมไม่คุ้มค่า เสวี่ยหมิงจึงไม่เร่งรีบจู่โจมสังหารจิ้งเหลนลาวาที่เหลือ เปลี่ยนกระบวนท่าจากรุกเป็นรับใช้ออกด้วย...ม่านธาราบรรจบตามติดต่อเนื่องในทันที


     


                    ม่านน้ำแข็งที่อ่อนหยุ่นยังมิลึกซึ้งเท่าม่านควันเย็นเยียบที่ปรากฏ พลังเหมันต์ในร่างเมื่อเร่งเร้าจนสุดรั้งก่อนใช้ออก ท่าป้องกันกำแพงน้ำแข็งหนาปรากฏเพียงแวบผ่านก่อนจะระเหิดออกกลายเป็นม่านควันสีขาว อ่อนหยุ่นว่าลึกซึ้งยากทำลาย แต่ม่านควันลึกลับไร้สภาวะยากจับต้อง แต่แล้วเมื่อจิ้งเหลนลาวาที่หลงเหลือพุ่งผ่านม่านควันเข้ามาได้เพียงครึ่งร่าง ควันบางเบากลับแปรสภาพเป็นแข็งกร้าว ไอขาวถูกรีดบางดังคมกระบี่กรีดบาดร่างของจิ้งเหลนลาวาตัวที่อ่อนแอให้ขาดกลางตกตายโดยไร้โลหิตหยดลงพื้น ส่วนจิ้งเหลนตัวที่แข็งแกร่งกว่าแม้ไม่ตาย แต่ก็ถูกน้ำแข็งลมปราณยึดร่างเอาไว้กลายเป็นหลอมรวมเข้ากันจนกลายเป็นเสาน้ำแข็งหยุดนิ่ง


     


                    เสวี่ยหมิงเหม่อมองไปรอบ ๆ บัดนี้จิ้งเหลนลาวาซึ่งยังลังเลที่จะเข้าร่วมจู่โจมในระลอกสอง ต่างหดหัวหดหางถอยหนีไปจนหมดสิ้น ส่วนที่ยังมีชีวิตอยู่ก็ไม่อาจทำอย่างไรได้ เพราะร่างครึ่งท่อนจมแช่อยู่ในเสาน้ำแข็งที่ส่งเสียงดัง...ชี่ ชี่ ของเพลิงไฟที่พยายามหลอมละลายน้ำแข็งลมปราณเพื่อให้ตัวมันหลุดรอดออกมา


     


                    ...พลังลมปราณเหมันต์ช่างลึกล้ำยิ่งนัก แม้พลังโจมตีจะไม่อาจสังหารจิ้งเหลนลาวาระดับลมปราณแรกธรรมชาติขั้นปลายได้ภายในครั้งเดียว แต่ยังพันธนาการมันเอาไว้ได้อย่างสมบูรณ์


     


                    เสวี่ยหมิงเดินสำรวจดูรอบ ๆ เสาน้ำแข็งซึ่งเกิดจากทักษะม่านธาราบรรจบที่ปะทะเข้ากับจิ้งเหลนลาวา เพื่อวิเคราะห์ว่าหากเป็นการต่อสู้ที่รวดเร็วจริง ๆ เขาควรจะจู่โจมใส่ร่างที่ถูกพันธนาการนี้ต่อไปด้วยวิธีไหนดี แต่แล้วเปลวไฟร้อนแรงพลันพวยพุ่งลงมาจากท้องฟ้า จนยามค่ำคืนกลายเป็นสว่างวาบขึ้นมาในทันที


     


                    ลูกไฟที่ตกลงแม้รุนแรงและรวดเร็วแต่หาได้มุ่งเป้าเข้าใส่เสวี่ยหมิงโดยตรงแต่เป้าหมายของมันกลับเป็นเสาน้ำแข็งทั้งสองต้นที่เหลืออยู่


     


                    บรึ้ม !!!


                    เพลิงร้อนแรงทำเอาเสาน้ำแข็งแตกระเบิดออกพร้อมร่างของจิ้งเหลนลาวา ก่อนจะตามมาด้วยเสียงขู่คำรามดังสะท้อนก้องไปทั่ว


     


                    เสวี่ยหมิงเร่งเร้าสมาธิจนถึงขีดสุดบวกกับพลังของดวงตาเทพมารบรรพกาลที่เปิดใช้อยู่ เพียงแค่ศัตรูผู้มาใหม่เข้าสู่ระยะตรวจจับ เสวี่ยหมิงก็รับรู้ได้ทันทีว่าจิ้งเหลนลาวาที่ปรากฏห่างออกไปไกลกว่าร้อยวาเบื้องหน้าคือราชาของป่าแห่งนี้...สัตว์อสูรระดับเชื่อมฟ้าดินขั้นต้น


     


                    ...มาได้ดี ข้าเองก็อยากทดสอบดูว่าจะพอสู้กับสัตว์อสูรที่มีระดับสูงกว่าตัวเองหนึ่งระดับเช่นเจ้าได้ไหม


     


                    เสวี่ยหมิงรั้งทักษะอาณาเขตที่เกิดจากดวงตาเทพมารบรรพกาลซึ่งไม่สามารถระบุผลลัพธ์ได้กลับคืน เพื่อคงพลังจิตวิญญาณที่ถูกใช้ออกไปและนำกลับมาเพื่อใช้ในการตรวจจับการเคลื่อนไหวของราชาจิ้งเหลนลาวาตัวนี้ เพราะเสวี่ยหมิงรู้ดีว่าผู้ฝึกตนหรือสัตว์อสูรที่เข้าสู่ขอบเขตเชื่อมฟ้าดินนั้นระดับของความเร็วจะเพิ่มขึ้นกว่าผู้ฝึกตนในระดับแรกธรรมชาติอย่างไม่อาจเทียบ


     


                    เมื่อศัตรูยังไม่เร่งจู่โจมเสวี่ยหมิงจึงมีเวลาเพียงพอสร้างเสาน้ำแข็งขึ้นมาหลายต้น ก่อนจะระเบิดทำลายออกจนรอบบริเวณเต็มไปด้วยเศษน้ำแข็งลมปราณ เมื่อสถานที่พร้อมเสวี่ยหมิงก็ใช้วิธีการเดียวกับในคราแรก สร้างอาณาเขตเย็นเยียบเชื่อมต่อกันกับลมปราณของตนเอง จากเศษน้ำแข็งที่หักกระจายกลับกลายเป็นทุ่งน้ำแข็งแผ่ขยายออกไปรอบ ๆ ตัวราวสามสิบวา


     


                    ราชาจิ้งเหลนลาวาแม้รู้ว่าเสวี่ยหมิงสร้างอาณาเขตน้ำแข็งขึ้นมารอบ ๆ ตัวแต่หาได้ใส่ใจ สี่ขากระแทกพื้นดัง...ปัง ! ร่างลอยคว้างขึ้นไปเกือบถึงยอดไม้ ก่อนจะใช้ลมปราณในร่างผสานกลืนเข้ากับธรรมชาติปลดปล่อยเพลิงไฟที่ล้อมรอบตัวให้แตกระเบิดออกพร้อมพุ่งตัวราวกับลูกเกาทัณฑ์ตรงเข้าหาเสวี่ยหมิงที่หยุดยืนอยู่ใจกลางทุ่งน้ำแข็ง


     


                    เสวี่ยหมิงเร่งเร้าจิตสมาธิจนสูงสุด รับรู้ว่าศัตรูกำลังพุ่งเข้าใส่ตนเองด้วยความไวเกินกว่าที่ตาเนื้อจะจับได้ ไม่กล้ารั้งรอใช้ออกด้วยหมัดลมปราณเหมันต์รัวไวเข้าใส่ หมายกระแทกถูกช่วยชะลอสภาวะจู่โจมของคู่ต่อสู้


     


                    ปัง ปัง ปัง !!!


                    เสียงแตกระเบิดดังถี่รัว อาณาเขตน้ำแข็งที่ช่วยชะลอความไวของจิ้งเหลนลาวาระดับลมปราณแรกธรรมชาติได้กลับไร้ผลต่อราชาจิ้งเหลนลาวาตนนี้ สภาวะพุ่งด้วยอัตราเร่งยังไม่ทันยุติ ปากกว้างของราชาจิ้งเหลนลาวาพลันอ้าขยาย เปลวเพลิงที่ร้อนแรงเหนียวข้นแตกระเบิดออกห่อคลุมที่ว่างด้านหน้าเสวี่ยหมิงจนสิ้น


     


                    ...ความร้อนของเจ้าอสูรตนนี้รุนแรงเสียยิ่งกว่าลมปราณเปลวเพลิงของเราหลายเท่าตัว แต่จะให้หลบหลีกในตอนนี้ก็คงไม่ทันแล้ว


     


                    ความคิดวิ่งไวการกระทำคล้อยตาม ลมปราณเหมันต์ในร่างถูกรีดเร้นจนหมดสิ้น หมายสร้างปาฏิหาริย์เช่นเดียวกับในคราวที่ปะทะกับฉีปิง ผลักดันพลังไอเย็นออกห่างตัว


     


                    บรึ้ม !!!


                    มวลอากาศสั่นสะเทือนรุนแรงจนต้นไม้ใหญ่รอบ ๆ การปะทะต้นไม้ใหญ่ที่ไม่แกร่งพอหักโค่นลง เสียงกัมปนาทดังไกลออกไปหลายลี้


     


                    การปะทะครั้งนี้ไม่ได้เป็นไปตามที่เสวี่ยหมิงคิด เพราะทันทีที่ร้อนเย็นปะทะกันมันก็แตกระเบิดออกในวินาทีเดียวกัน ไม่ได้หลอมกลืนกันจนเข้าสู่ชายขอบแห่งเต๋าสุดขั้วเช่นคราก่อน แรงระเบิดส่งร่างของเสวี่ยหมิงที่อยู่ใกล้ให้จมมิดลงไปในพื้นดิน ก่อเกิดเป็นหลุมลึกมองไม่เห็นก้น แม้จะโดนแรงกระแทกทำร้ายแต่ยังดีที่เสวี่ยหมิงหนังเหนียวทนทานจากเคล็ดวิชาบ่มเพาะกายาแห่งพระเจ้า แถมก่อนจะใช้ออกด้วยพลังลมปราณเหมันต์ให้พุ่งออกไป ทั่วร่างยังสร้างม่านธาราบรรจบห่อหุ้มเอาไว้อีกชั้นจึงช่วยดูดซับแรงระเบิดเข้าไปได้ราวสามถึงสี่ส่วน


     


                    เสียงดังรุนแรง พื้นที่โดยรอบเสียหายจนน่าตระหนกแต่เสวี่ยหมิงที่อยู่ใกล้กลับได้รับบาดเจ็บเพียงแค่ภายนอกเท่านั้น และด้วยพลังรักษาของเส้นชีพจรเหมันต์แม้บาดแผลภายนอกไม่สมาน แต่ก็สามารถต่อสู้อีกครั้งได้ในทันที


     


                    ตูม !!!


                    เสียงแตกระเบิดส่งแรงอัดอากาศที่เบื้องบนให้สะท้อนลงมาในหลุมลึก เสวี่ยหมิงไม่แน่ใจจึงไม่ได้โผทะยานกลับขึ้นไปในทันที แต่ใช้พลังจิตวิญญาณเข้าตรวจสอบจนพบว่าผู้ที่กำลังปะทะกับราชาจิ้งเหลนลาวาในตอนนี้คือ...หลิงจือ