“จักไม่ให้ข้าร้อนรนได้อย่างไร ลูกข้าทั้งคน ป่านนี้จักเป็นตายร้ายดีอย่างไร แลตลาดนั้นก็ไม่ได้ไกลถึงต้องใช้เวลาเดินทางกลับนานขนาดนี้ นอกจากเสียว่า...” คุณเอื้องฟ้าย่อตัวลงนั่งได้เพียงครู่ แต่ความร้อนรุ่มที่สุมอยู่ในอกทำให้หญิงชราต้องลุกขึ้นยืนเดินไปเดินมาเป็นรอบที่สาม
“ไอ้ช้อยมาแล้วเจ้าค่ะ” อีนวลมองเห็นคบไฟเล็กๆ เดินตรงเข้ามายังเรือนด้วยความเร็วคงที่ ก่อนจะนั่งคุกเข่าลง
“ไหนล่ะลูกข้า” คุณเอื้องฟ้าเลื่อนสายมองหาพระพายอย่างกระวนกระวายใจ
“ไม่พบขอรับ ข้าพายเรือออกไปตามเส้นทาง จนไปถึงตลาด ตามหาจนทั่วแลถามหาจากคนในตลาดก็ไม่มีใครพบ อีกทั้งพ่อค้าแม่ค้าก็เริ่มทยอยเก็บของกลับกันแล้วขอรับ” สิ้นคำรายงานของบ่าวรับใช้ คุณเอื้องฟ้าขาแข้งอ่อนแรงในทันที เธอเกือบเป็นลมทั้งยืน อีนวลรีบหายาดมสมุนไพรมาช่วยบรรเทาอาการ
“ทำใจดีดีไว้เจ้าค่ะ” อีนวลพยายามช่วยพยุงร่างของหญิงชราเอาไว้ ครู่หนึ่งเมื่อเธอตั้งสติได้จึงหันไปออกคำสั่งกับบ่าวอีกสองสามคน
“ไอ้เพ็ง ไอ้จ้อย ไอ้บุญ เอ็งสามคนไปแจ้งให้โปลิสช่วยออกตามหาลูกข้าบัดเดี๋ยวนี้ หากปล่อยไว้คงไม่ได้การ” คุณเอื้องฟ้าประคองตัวเองให้นั่งในท่าถนัด พร้อมกับออกคำสั่งเสียงเข้ม ก่อนจะได้ยินเสียงโวยวายของบ่าวด้านล่างดังขึ้นมา
“คุณพระพายกับคุณแก้วจันตากลับมาแล้วเจ้าค่ะคุณเอื้องฟ้า” เสียงนั้นดังซ้ำๆ อยู่หลายครั้ง ก่อนจะเห็นร่างของทั้งสามเดินฝ่าความมืดออกมา พร้อมๆ กับมีบ่าววิ่งเข้าไปรับตัว ทั้งหมดเดินตัวเปียกชุ่มขึ้นมาบนเรือนในสภาพอ่อนแรง
“ลูกแม่ มันเกิดอันใดขึ้น เหตุใดถึงเป็นเยี่ยงนี้ แก้วจันตา” คุณเอื้องฟ้ารีบปรี่เข้าไปกอดลูกชายพลางหันมาสำรวจร่างกายของทั้งคู่อย่างร้อนรน
“นี่เจ้ามีแผลด้วยรึพระพาย” คุณเอื้องฟ้ายิ่งใจหายมากขึ้นหลังจากก้มไปเห็นบาดแผลที่เท้าของลูกชาย
“เพราะมึงใช่ฤาไม่ อีกลิ่นจันทร์ ลูกกูถึงเป็นเยี่ยงนี้” หญิงชราหันดวงตาเกรี้ยวกราดมายังบ่าวรับใช้ที่ตัวเปียกชุ่มไม่ต่างกัน เธอนั่งคุกเข่าก้มหน้าไม่สบตา ด้วยความโกรธทำให้หญิงชรากระชากตัวของหญิงสาวขึ้นมาแล้วฟาดมือไปยังใบหน้าของกลิ่นจันทร์เต็มแรงจนเธอล้มพับไป
“กูคิดไว้แล้วเชียว หากมีมึงไปด้วยจักต้องเกิดเรื่อง เหตุใดกูจึงโง่นักที่ไม่ปรามมึงแต่แรก” เสียงตวาดของคนมีอำนาจดังลั่นลงไปยังด้านล่าง
“อีแดง พรุ่งนี้มึงดูเถิดจักได้เห็นคนตายก็ครานี้” นังสานั่งยิ้มย่องอยู่กับนังแดง นึกสะใจอย่างบอกไม่ถูก
“คุณแม่ ยั้งมือเถิด ท่านกำลังเข้าใจผิดนะขอรับ เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับกลิ่นจันทร์” พระพายเบี่ยงตัวเข้ามาบังร่างของหญิงสาวเอาไว้ พร้อมทั้งเอื้อมมือไปห้ามมารดาที่กำลังวางท่าลงโทษกลิ่นจันทร์อีกครั้ง
“ถ้าไม่ใช่เพราะมัน เหตุใดพวกเจ้าถึงมีสภาพเป็นเยี่ยงนี้ เปียกปอนกันไปหมด แจ้งมาให้ข้าหายข้องใจบัดเดี๋ยวนี้” หญิงชรายอมลดมือลงแม้จะโกรธจนตัวสั่น
“ไม่เป็นอย่างนั้นจริงๆ นะเจ้าคะ ข้าขอยืนยัน” แก้วจันตาเห็นท่าไม่ดีจึงรีบพูดความจริง ก่อนเรื่องราวจะเลยเถิดกันไปใหญ่
“เรื่องเป็นอย่างไร” เสียงอันดุดันมีพลังทำให้แก้วจันตารู้สึกเกรงกลัวขึ้นมา ก่อนจะพยายามเรียบเรียงเรื่องราวช้าๆ
“เรือจ้างลำนั้นพาพวกเราเดินทางไปตลาดผ้านั้นจริงเจ้าค่ะ แต่ว่าชนเข้ากับบางอย่างใต้น้ำจนเรือแตก ในตอนนั้นข้ากลัวมาก ด้วยเพราะว่ายน้ำไม่เป็น ส่วนคนเรือก็กระโดดน้ำเอาตัวรอดหนีหายไป กลิ่นจันทร์ก็เลยพาข้าว่ายน้ำเข้าฝั่ง กลิ่นจันทร์ช่วยชีวิตข้าเจ้าค่ะ ในตอนนั้นพวกเราหาทางกลับเรือนกันโดยใช้วิธีเดินเท้า เพราะไม่อยากนั่งรอเรือที่แล่นผ่านไปมาให้เสียเวลา แต่ไม่นึกว่า ทางเท่านั้นอ้อมไปอ้อมมาจนทำให้พวกเราเสียเวลามากกว่าเดิม” คำพูดของแก้วจันตาทำให้คุณเอื้องฟ้าลดระดับความโกรธลง ก่อนจะหันไปมองกลิ่นจันทร์
“หากเรื่องราวเป็นอย่างที่แก้วจันตาบอกข้า ครั้งนี้ก็ถือว่าเจ้ารอดไปนะกลิ่นจันทร์” หญิงสาวก้มหน้ายอมรับทุกอย่างโดยไม่เงยหน้าสบตาเจ้านาย พระพายเหลือบมองหญิงสาวครู่หนึ่ง เป็นครั้งแรกที่เขารู้สึกผิดต่อเธอ อาจเพราะที่ผ่านมาเขาเข้าใจผิด คิดเข้าข้างตัวเองว่ากลิ่นจันทร์เสน่หาในตัวเขา