เมืองชุมนุมเซียน
ภายในห้องทดลองของศาลายา์ เหล่าชายชราจักรพรรดิยากับชายชราตงหยางกำลังยืนจ้องมองหลอดเืด้วยใบหน้าคิ้วขมวด
ซึ่งหลอดเืนี้เป็เืของคนที่ได้รับควันพิษปริศนาที่ผ่านมา พวกเขาได้รับให้มาตรวจสอบว่ามันเป็พิษอะไร
ตลอดหลายปีที่ผ่านมาศาลายา์ของพวกเขาได้จดบันทึกพิษและยาแก้พิษเอาไว้ทุกประเภทที่ถูกใช้ในโลกยุทธภพ
ในบรรดาพิษมากมายเหล่านี้ มีเพียงพิษผลาญ์เท่านั้นที่พวกเขายังไม่สามารถสร้างยาแก้พิษให้กับมันได้
แต่ทว่าตอนนี้ผลตรวจจากยาพิษใหม่ที่พวกเขาพึ่งได้รับมาทำให้พวกเขาต้องตกตะลึง เพราะมันเป็พิษที่น่ากลัวกว่าพิษผลาญ์ด้วยซ้ำ!!!
นอกจากมันจะไม่มียาแก้พิษแล้ว พิษนี้ยังใช้เวลาลุกลามทั่วร่างกายเพียง5-10นาทีเท่านั้น
แต่พิษผลาญ์อย่างน้อยต้องใช้เวลาลุกลามทั่วร่างกาย1-2วัน ความต่างของพิษทั้งสองนี้เหมือนฟ้ากับเหว!!
เหล่าจักรพรรดิยามองชายชราตงหยางด้วยใบหน้าเคร่งเครียด"ทะ-ท่านตงหยางพิษนี้มาจากนิกายหมื่นพิษจริงๆเหรอขอรับ?"
ในอดีตนิกายหมื่นพิษสามารถกลายเป็ั์ใหญ่ของทวีปตะวันตกได้ เป็เพราะพิษผลาญ์ของพวกเขาที่ไม่มีใครสามารถรักษาได้
แม้สุดท้ายนิกายหมื่นพิษจะถูกนิกายต่างๆร่วมมือกันจัดการทำให้นิกายหมื่นพิษตกต่ำลง แต่ถ้าพิษใหม่นี้มาจากพวกเขาจริงๆ
นิกายหมื่นพิษที่กำลังตกต่ำจะสามารถกลับมาผงาดเป็ั์ใหญ่ได้อีกครั้ง แถมครั้งนี้อาจยิ่งใหญ่กว่าในอดีตด้วยซ้ำ!!
"าในอดีตประมุขรุ่นที่10ของนิกายหมื่นพิษได้หลบหนีรอดไปได้ แถมเขายังเป็เซียนที่บรรลุเต๋าพิษระดับสุดยอดแล้ว มันอาจจะเป็ไปได้ว่าพิษใหม่นี้อาจถูกสร้างขึ้นมาจากเขา"
"แต่น่าเสียดายที่เราไม่มีหลักฐานว่าเป็ฝีมือของเขาจริงๆ ไม่อย่างนั้นเราสามารถเอาเหตุการณ์โศกนาฏกรรมครั้งนี้ร้องเรียนไปยังสมาคมพันธมิตรเซียนได้"ชายชราตงหยางถอนหายใจเบาๆ
สมาคมพันธมิตรเซียนนั้นเป็องค์กรที่ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อควบคุมเซียนโดยเฉพาะ หรือจะพูดให้ถูกคือการสร้างสมดุลให้กับยุทธภพ
โดยที่เหล่าเซียนจะถูกสั่งห้ามเข้ามายุ่งเกี่ยวใดๆกับความขัดแย้งของผู้ฝึกตนระดับต่ำ แม้ว่านิกายของพวกเขาจะถูกโจมตี พวกเขาก็ไม่มีสิทธิ์ที่จะเข้ามาแทรกแซง ยกเว้นเสียว่าคนที่โจมตีนิกายของพวกเขาจะเป็เซียนเหมือนกัน!!
ถ้ามีเซียนคนใดกล้าฝ่าฝืนกฏในการสังหารผู้ฝึกตนระดับต่ำหรือทำลายนิกายอื่น พวกเขาจะต้องถูกจัดการโดยสมาคมพันธมิตรเซียนตามขนาดของความร้ายแรง
โดยมีโทษั้แ่การถูกจองจำหลายร้อยปีไปจนถึงปะาชีวิต!!
อาจพูดได้ว่าสมาคมพันธมิตรเซียนเปรียบเสมือนศาลของโลกยุทธภพที่สร้างขึ้นมาเพื่อไม่ให้เซียนใช้อำนาจตามใจชอบ
ไม่อย่างนั้นด้วยพลังของระดับเซียน พวกเขาสามารถทำลายนิกายใหญ่ได้ในพริบตา!!
…
หมู่บ้านกลางหุบเขา
"ในที่สุดก็มาถึงแล้ว"หลงเทียนเดินทางเข้าหมู่บ้านด้วยรอยยิ้มโล่งใจ
ในด้านหลังของเขา เฉินเหมยกวาดสายตามองรอบๆด้วยความตื่นเต้น นี่เป็ครั้งแรกที่เธอจะได้เห็นที่พักของเซียน เธอคาดหวังว่าหมู่บ้านแห่งนี้จะต้องมีบางสิ่งที่พิเศษกว่าเหล่านิกายใหญ่
แต่ไม่ว่าเธอจะตั้งใจมองอย่างไร เธอก็เห็นแต่เพียงบ้านไม้ธรรมดาเท่านั้น ไม่มีค่ายกลยิ่งใหญ่อะไรปกป้องไว้เลย
“เฮ้อ..ข้าลืมไปเลยว่านายท่านตั้งใจเรียนรู้วิถีชีวิตของคนธรรมดา ท่านคงไม่อยากทำให้หมู่บ้านแห่งนี้เป็จุดสนใจมากเกินไป”เฉินเหมยถอนหายใจด้วยความเสียดาย
จนกระทั่งเธอได้เดินตามชายหนุ่มมาถึงบ้านท้ายหมู่บ้าน ทันใดนั้นเองที่สายตาของเธอได้จดจ่อเข้ากับป้ายชื่อสำนัก
“นะ-นี่..มันจะ-เจตจำนงค์เต๋า!!!”ดวงตาของเฉินเหมยเบิกกว้างด้วยความตกตะลึง ก่อนจะเลื่อนสายตาหันมองไปอื่น ไม่อย่างนั้นิญญาของเธอคงพังทลายจากการมองมันนานเกินไป
เพียงครู่หนึ่งประตูสำนักก็ถูกเปิดออก ใบหน้าของเฉินเหมยก็ได้ััเข้ากับคลื่นปราณบริสุทธิ์ที่พัดผ่านร่างกายมาเหมือนกับสายลม
“พะ-พลังปราณบริสุทธิ์..นี่..คืออะไรกัน!!”เฉินเหมยยืนนิ่งอ้าปากค้าง
ในฐานะอดีตผู้าุโของหอคอยเงาสังหาร เธอเคยเข้าไปบ่มเพาะในบ่อปราณบริสุทธิ์ของหอคอยเงาสังหารหลายครั้ง แต่มันกลับไม่ได้มีความบริสุทธิ์เหมือนกับที่เธอได้ััอยู่ตอนนี้
“ที่นี่มันแผ่นดินศักดิ์สิทธิ์สำหรับการบ่มเพาะของผู้ฝึกตน!!”เฉินเหมยพยายามสงบสติอารมณ์ด้วยร่างกายที่กำลังสั่นเครือ
แต่เมื่อสายตาของเธอเหลือบไปเห็นร่างของหมาน้อยสีขาวที่เป็คนเปิดประตูให้พวกเขา มันเกือบทำให้เธอล้มลงบนพื้นทันที“หือ!..อสูรศักดิ์สิทธิ์!!”
"เอ๊ะ..เ้าหมาน้อยพัฒนาเร็วจริงๆ"หลงเทียนเดินเข้าสำนักพร้อมกับลูบศรีษะของสุนัขตัวน้อยด้วยรอยยิ้มพอใจ“เ้าหมาน้อยเก่งจริงๆ มันเรียนรู้วิธีเปิดประตูเองได้แล้ว”
คำชมของหลงเทียนได้ทำให้เจียงไป่ใครู่หนึ่ง ก่อนจะก้มหน้าด้วยความเคราพ
“สมกับเป็นายท่านจริงๆ แม้ว่าข้าได้แอบปกปิดระดับบ่มเพาะทัณฑ์์ระดับ2ที่พึ่งบรรลุก่อนหน้านี้เอาไว้ แต่นายท่านที่พึ่งมาถึงก็สามารถรับรู้เื่นี้แล้ว ในโลกนี้คงไม่มีสิ่งใดสามารถหลบซ่อนสายตาของท่านได้จริงๆ”
เมื่อหลงเทียนได้มาถึงลานฝึก สายตาของเขาก็ต้องหยุดลงบนร่างของเหล่าชาวบ้านที่กำลังนั่งหลับตาทำสมาธิด้วยท่าทางเงียบสงบ
หนึ่งในนั้นยังมีเด็กหนุ่มผมแดงกับผู้ติดตามของเขานั่งอยู่ด้วยเหมือนกัน
ถ้าคนนอกได้มาเห็น พวกเขาคงตกตะลึงกับพลังปราณบริสุทธิ์มากมายที่กำลังแทรกซึมเข้าสู่ร่างกายของเหล่าชาวบ้าน
แต่สำหรับหลงเทียนแล้ว เขาไม่เห็นพลังปราณบริสุทธิ์ใดๆเลย นอกจากเหล่าชาวบ้านที่กำลังนั่งหลับตาทำสมาธิเท่านั้น แถมบางครั้งพวกชาวบ้านยังยกมือขึ้นมาเคลื่อนไหวด้วยท่าทางแปลกๆเหมือนกำลังร่ายรำบางอย่าง
“เฮ้อ..นี่พวกเขาคิดว่าการนั่งสมาธิจะทำให้ตนเองแข็งแกร่งขึ้นจริงๆเรอะ? ข้าต้องรีบหาคนมาฝึกสอนให้พวกเขาแล้ว ไม่อย่างนั้นพวกเขาคงเสียสติไปมากกว่านี้แน่่ๆ”
หลงเทียนส่ายศรีษะเบาๆแล้วเดินผ่านเหล่าชาวบ้านเข้าไปในห้องนอนของเขา ซึ่งสิ่งแรกที่เขาทำคือเอารูปภาพทั้งหมดจากการเดินทางครั้งนี้ออกมา
"ฮ่าๆ..ครั้งนี้เราได้รูปภาพสวยๆเอาไว้เก็บเป็ที่ระลึกหลายรูปเลยแฮะ"หลงเทียนจ้องมองแผ่นกระดานไม้ขนาดใหญ่เบื้องหน้าด้วยรอยยิ้มตื่นเต้น
ซึ่งตอนนี้บนกระดานไม้มีเพียงภาพของชายหนุ่มบนอินทรีย์ติดอยู่ใบเดียวเท่านั้น
ในการเดินทางครั้งนี้เขาได้ถ่ายรูปภาพเก็บเอาไว้มากกว่า20รูป!!!
…
เมืองชุมนุมเซียน
ชายชราจีเฟิงกำลังเดินวนอยู่ในห้องโถงของหอการค้าแสงจันทร์ด้วยใบหน้าเคร่งเครียด"หืม..เมื่อไหร่เ้าพวกนั้นจะกลับมา หลานชายของข้าอาการเริ่มทรุดมากแล้ว"
สายตาของชายชราจับจ้องประตูห้องโถงด้วยความร้อนรน มันส่งกองกำลัง100คนออกไปตามหาคนจากลัทธิมืดในหลายเขตปกครอง
แต่จนถึงตอนนี้ยังไม่มีใครกลับมารายงานข่าวความคืบหน้าให้กับมันเลย
เพียงไม่นานได้มีเสียงฝีเท้ามากมายเดินมาหยุดอยู่นอกห้องโถง ก่อนจะมีร่างของผู้เชี่ยวชาญทั้ง10คนเปิดประตูเข้ามา
"หัวหน้าทีมสำรวจที่1รายงานตัวขอรับ"
"หัวหน้าทีมสำรวจที่2รายงานตัวขอรับ"
"หัวหน้าทีมสำรวจที่3รายงานตัวขอรับ"
แต่ก่อนที่พวกเขาจะได้รายงานตัวครบ ชายชราจีเฟิงพลันเอ่ยแทรกขึ้นมาอย่างรวดเร็ว"เป็ยังไงบ้าง!..พวกเ้าได้ตัวคนลัทธิมืดมาไหม?
"อ่า..ข้ากลุ่มที่1รับผิดชอบตามหาในเขตปกครองดาบ์ ยังไม่เห็นวี่แววของคนจากลัทธิมืดเลยขอรับ"
"กลุ่มของข้าตามหาเขตปกครองฟีนิกซ์ก็ไม่เห็นพวกลัทธิมืดเหมือนกันขอรับ"
"เขตปกครองของกลุ่มเราก็ไม่มีร่องรอยพวกมันเหมือนกันขอรับ"
"กลุ่มของข้ารับผิดชอบสำรวจเขตปกครองัฟ้าก็ไม่….."หัวหน้ากลุ่ม10ยังเอ่ยไม่ทันจบ ร่างกายของเขาพลันหยุดนิ่งลงพร้อมกับกระอักเืออกมาด้วยใบหน้าซีดเผือก
เหล่าคนที่เหลือต่างมองร่างของหัวหน้ากลุ่ม10ด้วยความใ"เกิดอะไรขึ้นกับเ้า!"
"ขะ-ข้าร้อนเหลือเกิน..มะ-ไม่ไหวแล้ว"หัวหน้ากลุ่มที่10เอ่ยด้วยเสียงสั่นเครือเป็ครั้งสุดท้ายแล้วหมดลมหายใจจากไป
เหล่าคนที่เหลือต่างมองหน้ากันด้วยความใมึนงง แต่ทันใดนั้นเองได้มีร่างของชายหนุ่มอีกคนวิ่งเข้าห้องโถงด้วยท่าทางแตกตื่น"ทะ-ท่านจีเฟิงเกิดเื่ใหญ่ขึ้นแล้วขอรับ ทีมสำรวจที่พึ่งกลับมาเสียชีวิตไม่ทราบสาเหตุ!!"
…
อีกด้านหนึ่งของหมู่บ้านกลางหุบเขา
"เอ๊ะ…รูปนี้แสงไม่ค่อยสวยเลยแฮะ"หลงเทียนยืนเลือกรูปภาพด้วยท่าทางไม่พอใจ
แม้ว่าเขาจะถ่ายรูปมาหลายใบ แต่บางรูปมันก็เป็ภาพซ้ำ บางรูปก็มีแสงสีไม่เข้าตาของเขา ซึ่งรูปภาพเหล่านี้เขาได้เลือกเผาทำลายมัน หนึ่งในนั้นได้มีภาพฉากของเหล่าผู้คนในเมืองทุ่งหญ้าเขียว!!!