ตอนที่ 24แรกถึงชุนหนิว
ผ่านมาหลายวันหลังจากที่แม่ชีจิ้งเหวินนั้นช่วยเจียงหวู่เฉินมาจากลามะเฒ่าคืนแรกเด็กชายาเ็สาหัสมากแม่ชีจิ้งเหวินยังต้องเสียกำลังภายในไปอย่างมากกว่าจะช่วยชีวิตมันไว้ได้
ทั้งสามคนหนึ่งม้าตอนนี้กำลังเดินทางไปที่เมืองชุนหนิวเพราะร่างกายเจียงหวู่เฉินนั้นมีลมปราณพุทธสายมารของลามะเฒ่าแฝงอยู่ถึงแม่ชีจิ้งเหวินจะใช้ลมปราณสายพุทธของนางคอยยับยั้งแต่ทำได้แค่สะกดไว้ไม่ให้มันอาละวาดออกมา ทุกครั้งที่มันอาละวาดออกมามันจะเ็ปเจียนตายเหงื่อกาฬไหลไม่หยุด
แม่ชีจิ้งเหวินยังได้สอนบทสวดพื้นฐานให้แก่มันถ้าอาการกำเริบขึ้นมาให้นั่งสมาธิท่องบทสวดจะทำให้ไปเร่งพลังปรานสายพุทธที่แม่ชีจิ้งเหวินแฝงเอาไว้ในร่างของมันให้แข็งแกร่งขึ้นมายับยั้งพลังมารไว้
“ประสกน้อยหวู่เฉินอาตมามีความคิดพาประสก ไปยังวัดเสียง์เหนือ ซึ่งเป็สถานที่ออกบวชของพระภิกษุฝากฝังให้แก่ อี้เหรินไต้ซือสั่งสอน เพื่อเข้าทางธรรมสะกดพลังมารที่แฝงอยู่ในร่างประสกน้อยเห็นผองด้วยหรือไม่?” แม่ชีจิ้งเหวินยื่นข้อเสนอด้วยความเมตตา
แต่หวู่เฉินขบคิดเล็กน้อยถ้ามันไปออกบวชใครเล่าจะดูแลน้องสาวมัน มันรับปากท่านน้าซูไว้แล้วย่อมต้องทำให้ได้ “ขอบคุณซือไท่ที่เมตตา บุญคุณที่ซือไท่ช่วยชีวิต ชั่วชีวิตนี้หวู่เฉินจะไม่มีวันลืมเพียงแต่หวู่เฉินมีเื่ที่ยังต้องทำอีกมาก...ไม่สามารถละทางโลกออกบวชได้”
แม่ชีจิ้งเหวินถอนหายใจเบา “อามิตตาพุทธ หนทางไปสู่อรหัน ย่อมไม่สามารถบังคับฝืนจิตใจกันได้ประสกน้อยนั้นมีความเฉลียวฉลาดถ้าเข้าสู่ทางธรรมย่อมเป็บุญวาสนาของทั้งแผ่นดินแล้วช่างน่าเสียดาย”แม่ชีจิ้งเหวินเงียบครุ่นคิด
‘ประสกน้อยผู้นี้หลังจากผ่านเคราะห์กรรมนี้มาได้ทำให้ร่างกายแปรเปลี่ยนแปลกพิสดารั้แ่โบราณมาไม่เคยมีบันทึกไว้มาก่อนเพียงแต่... ด้วยพลังมารที่ร้ายกาจแอบแฝงไว้ อาจจะเป็อุปสรรคในการฝึกฝนหรือถ้าภายภาคหน้าไม่อาจต่อต้านพลังมารถ้าไม่ตายหรือพิการ ก็อาจจะกลายเป็มารชั่วร้ายไป...’
‘ถ้ามันเลือกหนทางสู่อรหันพลังมารย่อมถูกขจัดสิ้นด้วยความฉลาดเฉลียวอีกทั้งร่างกายแปลกพิสดาร ภายใต้การสั่งสอนของเ้าอาวาสอี้จิงแห่งวัดเสียง์เหนือย่อมต้องเกิดสุดยอดอรหัน ช่วยขจัดมารร้าย นำพาสันติสุขมาสู่ทั่วล้า’
‘แต่ถ้ามันถลำลึกเข้าเส้นทางมาร...ย่อมเกิดอาเพส มหาภัยพิบัติจนไม่สามารถประเมินได้’ แลจะให้แม่ชีจิ้งเหวินผู้เปี่ยมไปด้วยเมตตาตัดไฟแต่ต้นลมกับเด็กน้อยบริสุทธ์อย่างมัน...ย่อมเป็ไปไม่ได้
‘พุทธองค์ชี้นำข้าจนต้องลงเขามาเจอมันเพียงเพื่อช่วยชีวิตมันไว้?พามันเข้าสู่ทางธรรม?หรือดับไฟแต่ต้นลม?’ หลังจากเดินทางร่วมกันมาหลายวันแม่ชีจิ้งเหวินััได้ว่าเด็กชายมีจิตใจที่ดี! กตัญญูรู้คุณ อ่อนโยนด้วยสภาพพื้นฐานจิตใจย่อมไม่มีทางเข้าสู่ทางมาร...
อีกทั้งไม่แน่ว่ามันจะทนพลังพุทธและมารที่ตีกันในร่างกายแล้วจะมีชีวิตอยู่ได้ยาวนานขนาดนั้นจริงๆ? นางได้ทำหน้าที่ ของนางที่สุดแล้วสุดท้ายคงต้องแล้วแต่โชคชะตา?
.............................................
แม่ชีจิ้งเหวินไม่เซ้าซี้ต่อพวกมันก็ได้เดินทางมาถึงเมืองที่มีไว้ด้วยกำแพงใหญ่ขนาดของเมืองใหญ่กว่าเมืองจิ้นหยงเกือบห้าเท่าที่ด้านใต้ติดกับทะเลบูรพาอันกว้างขวางเป็เมืองท่าที่ใหญ่และคึกคักเป็อันดับต้นๆของแคว้นลิขิตฟ้า
“อามิตตาพุทธในเมื่อประสกน้อยทั้งสองมาถึงเมืองชุนหนิวอย่างปลอดภัย อาตมาขอลาแต่เพียงเท่านี้”เด็กทั้งสองขอบคุณแม่ชีเฒ่าแต่ก่อนจะแยกกันแม่ชีเฒ่าได้เตือนทิ้งท้ายว่า
“คงจื่อไต้ซือนั้นาเ็หนักมากภายในยี่สิบปีนี้ยากจะออกมาสู่โลกภายนอกอีก แต่ประสกน้อยโปรดระวังไว้คงจื่อไต้ซือมีสารณุศิษย์มากมาย...ถ้ามีเื่อันใดไม่สามารถรับมือได้ สามารถขอความช่วยเหลือยังวัดเสียง์ใต้ของอาตมาได้ขอพุทธองค์ทรงเมตตา”
พอเด็กทั้งสองแยกกับแม่ชีเฒ่าพวกมันก็เข้าไปในเมืองชุนหนิวภายในเมืองชุนหนิวนั้นคึกคักกว่าเมืองจิ้นหยงจนเทียบไม่ได้เมืองชายแดนที่ติดกับแคว้นศัตรู จะเทียบกับเมืองการค้าที่เจริญรุ่งเรืองได้เยี่ยงไร? การแต่งกายหรือสีหน้าท่าทางของผู้คนที่นี้แตกต่างกับเมืองจิ้นหยงราวกับนรกกับ์
หลังจากเด็กทั้งสองทานบะหมี่ที่ร้านบะหมี่ข้างทางเสร็จพวกมันทั้งสองได้ไปที่ท่าเรือซึ่งมีขนาดใหญ่มาก ที่นั้นมีคนเดินกันแออัดบ้างขนส่งสินค้า บ้างตั้งแผงสินค้าให้คนมาเลือกซื้อ
เด็กทั้งสองมาที่ร้านเรือโดยสารรับจ้างแห่งหนึ่ง เพื่อจะจ้างเรือไปส่งยังเขาไผ่เขียวซึ่งไม่สามารถเดินเท้าเข้าไปได้
“ไม่มีเรือไปทางนั้นหมายความว่าไง?พวกข้ามีเงินจ่ายมากมายนะ!”
“ไม่เกี่ยวกับเื่เงิน...่ไม่กี่สัปดาห์มานี้ได้ยินว่าน่านน้ำแถบนั้นมีสัตว์อสูรน้ำที่น่ากลัวอาละวาด ไม่มีทางที่เรือทั่วไปจะผ่านเข้าไปได้เลย”
“แล้วพวกข้าจะทำยังไงพวกเราต้องไปยังสำนักไผ่เขียวนะ!”
“เ้ามาบ่นกับข้าแล้วข้าจะทำยังไง? บางทีรอมันไปเอง หรือรอทางการส่งคนไปจัดการ”
“แล้วต้องรออีกนานแค่ไหน?”
“อ่าไม่รู้สิอาจจะเดือนหรือสองเดือน ที่แถบนั้นปกติก็ไม่มีใครสัญจรไปอยู่แล้วด้วย”
“แล้วทหารเมืองนี้ทำไมถึงชักช้าปานนั้นทำไมต้องรอหลายเดือนกว่าจะไปจัดการได้?”
“โถ่ คุณชายน้อย ทะเลแถบนี้มีเรือสินค้าเรือเศรษฐีมากมาย ย่อมมีโจรสลัดออกอาละวาดออกปล้นกัน ทางการก็ต้องทุ่มกำลังรับมือกับพวกนั้นก่อน...” เจียงหวู่เฉินสีหน้าไม่ดีจะให้มันนั่งรอในเมืองนี้ไปเฉยๆสองเดือนอีกทั้งไม่แน่ว่าสองเดือนต่อมาจะไล่อสูรนั่นไปได้แล้วจริงๆ
“คุณชายน้อยท่านนี้ ถ้าท่านเงินถึงจริงๆทำไมไม่ลองไปว่าจ้างสำนักคุ้มภัยฉลามขาวดูล่ะ ถ้าเป็ที่นั้นต้องผ่านอสูรไปได้แน่...เพียงแต่ราคาอาจสูงอยู่”
“นั่นไม่ใช่ปัญหาสำนักคุ้มภัยฉลามขาวนั้นอยู่ไหน?”
“ห่างออกไปสิบล็อกพอท่านไปถึงก็จะรู้ทันที ว่าที่ไหนคือสำนักคุ้มภัยฉลามขาว”
..........................
เจียงหวู่เฉินและเสี่ยวไปเดินไปตามทางที่พนักงานคนนั้นพูดพอมาถึงก็เจอสิ่งก่อสร้างขนาดใหญ่ ที่บนสุดมีรูปปั้นฉลามขาวขนาดั์นี้กระมังเห็นแล้วจะรู้ได้ทันที?
เพียงแต่ข้างหน้ามีกลุ่มคนสองกลุ่มเหมือนจะทะเลาะกันอยู่กลุ่มหนึ่งใส่ชุดสีฟ้า อีกกลุ่มใส่ชุดสีขาว