แพทย์ทหารวิปลาส

    บทที่ 30: ชายชราเสียสติ

    บทที่ 30: ชายชราเสียสติเมื่อได้ยินเสียงนั้น สีหน้าของหลี่ลี่ก็แปรเปลี่ยนไป เขาพึมพำ: “ทำไมตาแก่นี่ถึงได้เรียกฉันอีกแล้ว? ฉันไม่ได้ไปยุ่งกับเขาซะหน่อย?”เขาเร่งร้อนลงบันไดไปด้านล่าง หลี่ลี่มีท่าทีลนลาน ทว่าจำต้องแสร้งแสดงออกด้วยความเยือกเย็นภายในสวน มีชายร่างสูงคนหนึ่ง เรือนผมมีสีดำปะปนไปด้วยสีขาว เป็นชายชราที่ดูมีอายุราวหกสิบปี เดินวนไปมาอยู่ที่เดิม ใบหน้าเต็มไปด้วยความโกรธเกรี้ยวเมื่อเห็นหลี่ลี่ปรากฏตัวขึ้นมา ชายชราก็ชี้จมูกเขาแล้วตวาด: “หลี่ลี่ ใครบอกให้แกเอาคนนอกเข้ามา? เอาเขาออกไปเดี๋ยวนี้!”“หล่าวหลี่ นี่เป็นคำสั่งของคุณหนู คุณไปพูดกับคุณหนูเถอะ” หลี่ลี่มีท่าทีหวาดกลัวชายชราคนนี้อย่างชัดเจน เขาไม่กล้าที่จะขึ้นเสียงดังกับอีกฝ่าย“ฉันไม่สนใจ ไล่ไปให้ฉันเดี๋ยวนี้ หมาแมวที่ไหนก็มาอยู่ในบ้านตระกูลหลี่ได้เหรอ ไม่มีกฎเกณฑ์อะไรแล้วรึไง?” ดวงตาของหล่าวหลี่เบิกกว้างราวกับระฆัง เขาไม่ฟังคำอธิบายของหลี่ลี่เลยแม้แต่น้อย“หล่าวหลี่ คุณได้คืบอย่าเอาศอก นี่คือหมอเทวดาที่รักษานายท่าน ถ้าคุณกล้าทำตัวไร้เหตุผล เชื่อไหมว่านายท่านจะเอาไม้มาตีคุณ?”“ถุ้ย! ยังมีหน้ามาพูดอีก? เป็นศาสตราจารย์ตู้ที่นายน้อยเชิญมาที่เป็นคนรักษานายท่านชัดๆ จะเป็นไอ้ต้มตุ๋นนี่ได้ยังไง? แกหลบไป  ฉันจะไล่มันไปเอง!”หลี่ลี่นิ่งอึ้ง: “คุณพูดอะไรนะ? นี่ตาฟ้าฟางไปแล้วเหรอ?”ชายชราผู้นี้มีเบื้องหลังยิ่งใหญ่ เขาเป็นตัวตนที่พิเศษที่สุดภายในตระกูลหลี่ชื่อของเขาคือหลี่จ้ง ติดตามหลี่จ้งซานมาตั้งแต่สมัยเด็ก ทั้งสองเป็นเหมือนพี่น้องกัน ช่วยเหลือกันก่อร่างสร้างเครือบริษัทจ้งซานขึ้นมา มีสถานะสูงส่งอย่างมากภายในตระกูลหลี่ แต่เป็นเพราะว่าได้รับบาดเจ็บที่ศีรษะตอนสมัยยังหนุ่ม ทำให้ค่อนข้างสติไม่ดี ไม่อาจที่จะควบคุมอารมณ์ของตนเองได้สุดท้ายแล้ว หลี่จ้งก็จึงต้องเกษียณออกมาอยู่ที่บ้าน ไม่กล้าที่จะออกไปพบเจอผู้คนตามใจ ที่จะสร้างปัญหาที่ไม่จำเป็นขึ้นมาหลี่จ้งได้รับความเคารพรับถือจากหลี่จ้งซานอย่างมาก ดังนั้นแล้วจึงมีสถานะสูงมากภายในตระกูล ไม่มีใครกล้าที่จะทำตัวอยู่ในระดับเดียวกับเขา แม้ว่าเขาจะเสียสติ ก็ไม่มีใครกล้าโต้เถียงเขาดังนั้นแล้ว เมื่อหลี่จ้งเสียสติ ก็กลายเป็นว่าไม่อาจหยุดยั้งได้อย่างสิ้นเชิง แม้ว่าจะไปหานายท่าน ก็ไม่อาจที่จะจัดการเขาได้“ไม่ต้องสนใจว่าฉันไปได้ยินมาจากใคร จะยังไง ฉันต้องไล่คนด้านในนั่นออกไปวันนี้!” หลี่จ้งไม่ได้สนใจอะไรมากขนาดนั้น พุ่งเข้าไปราวกับคลื่นลูกใหญ่หลี่ลี่ไม่กล้าที่จะต่อต้านหรือผลักไสอีกฝ่าย ทำได้เพียงแค่มองหลี่จ้งพุ่งเข้าไปในประตู จากนั้นก็กระโดดกลับขึ้นไป มันไม่น่าจะเกิดการทะเลาะวิวาทอะไรมากมายระหว่างทั้งสองด้านในหลินเซียวยังคงมองไปยังรูปภาพ เขาได้ยินเสียงบางอย่างวิ่งขึ้นมาด้านบน ตอนแรกเขาไม่ได้สนใจมาก ทว่าอีกฝ่ายวิ่งตรงมายังเขา“วางรูปลง!” หลี่จ้งถลึงตามองเขม็ง ในดวงตาปรากฏเส้นเลือด คำพูดนั้นแทบจะสำรอกออกมา ท่าทีน่ากลัวอย่างมาก“เอ๋?” หลินเซียวตกใจเล็กๆ เขาขมวดคิ้วเอ่ยขึ้น “คุณเป็นใคร?”“ฉันบอกให้แกวางรูปลง!” หลี่จ้งพุ่งตัวเข้าไป คว้ารูปเอาไว้ จากนั้นก็ทำราวกับกำลังถือสมบัติล้ำค่าเอาไว้ วางมันลงไปบนโต๊ะอย่างระมัดระวัง แทบจะไม่ขยับไปจากตำแหน่งเดิมของมันเลยแม้แต่น้อย“เสี่ยวหย่าอา นานแล้วนะที่ฉันมาเยี่ยมเธอ จิ้จิ้ เธอผอมลงเยอะเลยนี่” หลี่จ้งยิ้มยิงฟันหัวเราะใส่กรอบรูป ท่าทีเต็มไปด้วยความยินดีอย่างมากหลี่ลี่รีบตามขึ้นมา ท่าทีอับจน ส่งสัญญาณให้กับหลินเซียวอย่างสุดชีวิต ไม่ให้เขาสร้างความขุ่นข้องให้กับหลี่จ้ง“เขาคือใคร?” หลินเซียวเดินอย่างช้าๆ ไปข้างหลี่ลี่ เอ่ยถามขึ้นเสียงเบา“แค่อย่าไปยุ่งกับเขา เขามีปัญหาที่ตรงนี้” หลี่ลี่ชี้ไปยังศีรษะของตนเอง ส่ายศีรษะด้วยรอยยิ้มจืดเจือน“โอ้?” หลินเซียวมองไปยังหลี่จ้งอย่างครุ่นคิด ในใจปรากฏความรู้สึกบางอย่างที่ไม่อาจอธิบายได้ขึ้นมา ทำไมตระกูลหลี่จึงได้แปลกประหลาดนัก“ไสหัวไป!”ทันใดนั้น หลี่จ้งจู่ๆ ก็หันหลังกลับมาอย่างกะทันหัน ใบหน้าของเขาแดงก่ำ ตวาดเสียงใส่หลินเซียว “แกมันเป็นคนนอก! ไสหัวออกไป”“เฮ้! หล่าวหลี่ เขาคือแขกของคุณหนู แถมยังช่วยเหลือนายท่านเอาไว้ คุณจะไล่เขาไปไม่ได้นะครับ”“ไร้สาระ! เป็นศาตราจารย์ตู้ที่ช่วยนายท่าน!” หลี่จ้งดูคล้ายจะใส่ใจเรื่องนี้มาก มักจะเอ่ยย้ำๆ ว่าตู้จงเทียนเป็นคนช่วยเหลือหลี่จ้งซาน“หล่าวหลี่! ถ้าคุณไม่เชื่อผม คุณก็ไปถามนายท่านดู มาทำอะไรที่นี่กัน? เอ๋? ผมแปลกใจจริง ใครกันที่บอกข่าวนี้กับคุณ คุณรู้ได้ยังไงว่ามีคนนอกอยู่ที่นี่?” หลี่ลี่มีท่าทีงุนงง โกรธจนหัวเราะออกมา เขามักจะทะเลาะกับตาแก่หลี่จ้งนี่อยู่บ่อยๆ ทว่าไม่เคยได้เปรียบเลย“ฉัน…… ทำไมฉันต้องบอกด้วยว่าโอวหยางเถี่ยบอกฉัน? เขาบอกว่า มีคนไม่ดีมาที่นี่ ต้องไล่ออกไป!” หล่าวหลี่เบิกตากว้าง มีท่าทีมีเหตุผลไร้ปราณี“โอวหยางเถี่ย?” หลี่ลี่อ้าปากค้าง แทบจะพูดจาไม่ออก แค่มองก็รู้ได้ว่า เขากำลังหวาดกลัวอยู่หลินเซียวเองก็ประหลาดใจเล็กๆ โอวหยางเถี่ย? ยอดฝีมือที่อยู่ข้างกายหลี่หมิงเยว่นั่น? ดูเหมือนว่าการที่เขามาที่บ้านตระกูลหลี่ และสิ่งที่เขาพูดไปก่อนหน้า จะทำให้หลี่หมิงเยว่รู้สึกถูกคุกคามแล้ว“ไป ไป ไป ไป รีบไป!” หล่าวหลี่พุ่งตัวเข้าไปหาหลินเซียว ฟาดแขนใส่อีกฝ่าย ฉุดกระชากลากถู ลากชายหนุ่มลงไปด้านล่างหลินเซียวตื่นตระหนกอยู่ในใจ ดวงตาเบิกกว้างขึ้นเล็กๆ รู้สึกแปลกใจอย่างมาก อีกฝ่ายมีแรงเยอะมากชายชราที่อายุเข้าใกล้หกสิบคนหนึ่ง เรี่ยวแรงกลับน่าตื่นตะลึง หลินเซียวไม่ทันได้ใส่ใจ ก็แทบจะพลาดท่าเสียทีให้อีกฝ่าย เขาอดไม่ได้ที่จะรู้สึกสนใจในตัวหล่าวหลี่คนนี้ขึ้นมา หลินเซียวพลันสะบัดข้อมือ กดลงไปยังข้อต่อข้อศอกฟึ่บ!หล่าวหลี่ตอบสนองอย่างรวดเร็ว ข้อศอกหลบวูบออกจากฝ่ามือของหลินเซียว นิ้วไถลเข้าไปจับด้านในลำแขนของเขา รวดเร็วราวกับสายฟ้า“จับได้ดี!” หลินเซียวประหลาดใจ พุ่งตัววูบไปยังข้างกายอีกฝ่าย ใช้แรงจากหัวไหล่ กระแทกอุ้งมือทั้งสองของหล่าวหลี่ที่จับอยู่ออกราวกับเป็นเงาตามตัวตูม!ตึก ตึก ตึก!การเคลื่อนไหวของคนทั้งวูบวาบราวกับสายฟ้า เดี๋ยวเข้าใกล้เดี๋ยวแยกจาก เห็นร่างของหล่าวหลี่เซถอยออกมาสองสามก้าว ดวงตาของคนแก่กว่าเบิกกว้างหลี่ลี่ไม่อาจมองการเคลื่อนไหวของคนทั้งสองออกได้เลยแม้แต่น้อย เขารีบออกมาพยุงหล่าวหลี่ ฝืนยิ้มให้กับหลินเซียวแล้วเอ่ย “ไอ้หย๋า เขาแก่ตั้งขนาดนี้แล้ว ทำไมนายถึงตีเขาล่ะ? ถ้ากระดูกกระเดี้ยวหักขึ้นมา นายท่านต้องโมโหมากแน่”“ฉันตีเขา?” หลินเซียวกลอกตา ถ้าเป็นคนธรรมดา เมื่อครู่แขนคงถูกหล่าวหลี่หักไปแล้ว ใครตีใครกันแน่?“ฮูเร่!” หล่าวหลี่ตะโกนออกมา “แกกระทั่งลงไม้ลงมือกับคนแก่ ไม่รู้จักเคารพผู้อาวุโสและรักเมตตาเด็ก มีอย่างที่ไหนกัน”หลินเซียวมีท่าทีระแวดระวัง ชายชราเสียสติผู้นี้ ต้องเป็นยอดฝีมือที่หลบซ่อนอยู่ ไม่อาจมองเห็นก้นบึ้งได้เพียงแค่ในตอนที่หล่าวหลี่กำลังจะพุ่งออกไปอีกครั้ง หลินเซียวก็พลันแย้มยิ้มขึ้น: “คุณสติไม่ดี ผมรักษาได้ มาทำข้อแลกเปลี่ยนกันหน่อยเป็นยังไง?”“อะไรนะ?” หล่าวหลี่เหยียบเบรกดังเอี้ยด ร่างแข็งทื่ออยู่กับที่ เขาค่อนข้างสติไม่ดี ทว่าไม่ได้เสียสติไปจนหมดสิ้น เขาแค่ไม่อาจควบคุมการกระทำและอารมณ์ของตนเองได้ ทว่าสติยังคงแจ่มชัดอยู่ในระดับหนึ่ง“ว่ายังไง?” หลินเซียวแย้มยิ้มเมื่อได้ยินที่หลินเซียวเอ่ย หล่าวหลี่ก็หยุดการเคลื่อนไหวของเขาลง เขาพึมพำออกมา: “อาการเสียสติของฉัน? แกรักษาได้? เป็นไปไม่ได้!”“มันจะเป็นไปไม่ได้ได้ยังไง? ผมรักษาอาการป่วยให้คุณ คุณก็ไม่ต้องทนทรมาณกับการกดจุดชี่ตอนกลางคืนแล้ว” หลินเซียวเอ่ยขึ้นด้วยรอยยิ้มที่ไม่คล้ายรอยยิ้มเมื่อได้ยินเช่นนั้น ร่างทั้งร่างของหล่าวหลี่ก็สั่นสะท้าน ประกายแวววาวในดวงตา ทอประกายวูบผ่านราวกับสายฟ้า