โนวารู้สึกตัวอีกครั้ง เขากำลังนอนอยู่แน่ ๆ เพราะสิ่งแรกที่เห็นคือเพดาน พอมองไปรอบ ๆ เห็นผ้าม่านสีฟ้าอ่อนล้อมรอบตัวอยู่ พร้อมได้กลิ่นยา มีเสียงผู้คนพูดคุยอยู่ข้าง ๆ เบา ๆ ก่อนจะมีพยาบาลคนหนึ่งเดินมาหยุดที่ปลายเตียง
“ฟื้นแล้วนะคะ รอคุณหมอสักครู่ค่ะ” พยาบาลรุ่นแม่ยิ้มหวานให้ แล้วเธอก็เดินหายไปครู่หนึ่ง ก่อนจะกลับมาพร้อมคุณหมอชายวัยกลางคนที่ท่าทางใจดีเหมือนกัน
“คนไข้ชื่ออะไร นามสกุลอะไรครับ บอกหมอหน่อย”
“นภพิรุฬห์ ทรัพย์วัฒนกุล...ครับ”
“ก่อนมาโรงพยาบาลจำได้มั้ยคะว่าทำอะไรมา”
“อ่า...ผมไปดื่ม แล้วก็โดนสาดเหล้าใส่หน้า สักพักผมก็วูบไปเลย”
“โอเค...บีบมือหมอหน่อยครับ สลับกันทีละข้าง” แพทย์เ้าของไข้ยื่นมือมาให้โนวา
“โอเค ยังมีแรงดี เอาละคนไข้ลองลุกขึ้นนั่งห้อยขาข้างเตียงช้า ๆ นะครับ”
โนวาทำตามอย่างว่าง่าย
“มองตามนิ้วคุณหมอนะ ไม่ต้องหันศีรษะตามนะครับ”
หมอชี้นิ้ว แล้วเลื่อนไปด้านซ้ายและขวาของชายหนุ่ม
“โอเคครับ เดี๋ยวหมออธิบายการรักษาให้นะครับ คนไข้หน้าผากแตกนะครับเสียเืมากเฉียบพลันเลยเป็ลม ตอนมาถึงโรงพยาบาลหมอฉีดยาชาให้ แล้วเย็บไปหกเข็มนะครับ แต่ร่างกายคนไข้น่าจะอ่อนเพลียเพราะพักผ่อนน้อยด้วย เลยหลับต่อยาวเลยครับ”
“ผมหลับไปกี่วันแล้วครับ”
“แหม...ยาวก็สามสี่ชั่วโมงเองครับ แต่ก็หลับสนิทน่าดูเลย”
“อ๋อครับ”
“ไหนลองลุกให้คุณหมอดูหน่อยว่าทรงตัวได้ปกติ”
โนวาลุกขึ้นยืน แล้วก็ก้าวเดินช้า ๆ เขารู้ตัวเองดีว่าไม่ได้มีอะไรไม่ปกตินอกจากรู้สึกตึง ๆ ที่หน้าผากบริเวณเหนือคิ้วซ้ายเล็กน้อย น่าจะเพราะน้ำแข็งไอซ์บอลกระแทกตรงนี้พอดี
“หากมีอาการอาเจียน หรือผิดปกติอื่น ๆ รีบมาสแกนสมองที่โรงพยาบาลนะครับ”
“ครับ ขอบคุณครับหมอ”
“พบญาติด้านนอก ชำระเงิน รับยาและกลับบ้านได้เลยค่ะ” พยาบาลรุ่นแม่พูดต่อจากคุณหมอ
นักบินหนุ่มยกมือไหว้ทั้งคู่แล้วเดินออกไปจากห้องฉุกเฉิน จากป้ายชื่อทำให้เขารู้ว่าเป็โรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่ง ที่ตั้งอยู่ไม่ห่างจาก Destiny Bar
หน้าห้องฉุกเฉิน มีเก้าอี้พนักพิงบุนวมสีเขียวอ่อนวางอยู่หลายตัว แต่มีตัวหนึ่ง มีบุคคลสวมเสื้อกั๊กดำทับเสื้อเชิ้ตขาว และกางเกงสแล็กดำ นอนฟุบกับที่เท้าแขนอยู่
“อย่าบอกนะว่าไอ้หมาแบมเป็คนพาเรามาส่งโรงพยาบาล แล้วนั่งเฝ้าจนถึงตอนนี้”
โนวายกนาฬิกาข้อมือดู...ตีสาม
สู้ชีวิตเหมือนกันนะไอ้น้อง
“มึง... มึง กูฟื้นละ”
“อือ...”
ไอ้หน้าหมาของโนวา งัวเงียตื่นขึ้นมาด้วยใบหน้าที่ยับไปซีก นักบินหนุ่มหัวเราะก๊ากเสียงดังก่อนจะรีบหุบปากเพราะนึกได้ว่าเป็โรงพยาบาล
“หัวเราะทำเชี่ยไร กี่โมงแล้ว”
“พูดจากกับผู้ใหญ่ให้มันดี ๆ หน่อย ปีนเกลียวนะมึงอะ”
แบมเหลือบตามองแบบไร้ร่องรอยความเคารพ โนวาก็ไม่ได้บ้าความซีเนียริตี้เหมือนพวกกัปตันรุ่นเก่า ๆ เลยตอบกลับไป
“ตีสาม”
“แปลว่าเพิ่งงีบไปไม่นาน” แบมเหมือนพูดกับตัวเองมากกว่าพูดกับโนวา แต่นักบินหนุ่มก็สำเหนียกได้ว่า อีกฝ่ายคงเสียการเสียงานเพราะเขา มันจะได้ค่าจ้างครบชั่วโมงมั้ยก็ไม่รู้
“ขอบใจมากที่พามาส่งโรงพยาบาล กูไปจ่ายเงินแป๊บนะ เดี๋ยวไปส่งบ้าน”
แบมยังมึน ๆ อยู่เลยไม่ทันได้ตอบอะไร แต่พอโนวากลับมาพร้อมถุงยา เขาก็สติแจ่มใสดีแล้ว
“รถคุณลูกค้ายังจอดอยู่ที่ร้าน ถ้าไม่เป็ไรแล้วก็กลับไปเอาเองนะ ผมจะกลับบ้านละ”
โครก~
โนวาได้ยินเสียงท้องใครบางคนร้อง พอมองหน้าแบม ก็ได้เห็นใบหูขาว ๆ เปลี่ยนเป็สีแดง
“เดี๋ยวพาไปเลี้ยงต้มเืหมู กูก็หิว”
“ไม่เป็ไร ค่อยไปหาไรกินที่บ้านเอง”
“อย่างอแง เดี๋ยวเป็กระเพาะ”
แบมไม่ทันได้เถียงต่อ ข้อมือเขาก็โดนลากออกมาจากหน้าห้องฉุกเฉิน ที่จริงความสูงของทั้งคู่ไล่เลี่ยกัน เพียงแค่ตัวโนวาหนากว่าแบม
มากอยู่ เรี่ยวแรงก็เลยเยอะตามไปด้วย
นักบินหนุ่มเป็นักท่องราตรีตัวยง เขาเลยรู้ว่าแถว Destiny Bar มีตลาดกลางคืนที่เปิดจนถึงเช้าอยู่ด้วย ถนนทั้งเส้นเรียงรายไปด้วยร้านอาหารข้างทางที่ขึ้นชื่อของกรุงเทพมหานคร
แท็กซี่จากหน้าโรงพยาบาลพาทั้งคู่มาส่งที่นั้น โนวาควักเงินจ่ายไปร้อยบาท โดยไม่ต้องทอน แล้วจูงข้อมือแบมเดินดุ่ม ๆ เข้าไปในซอยที่คราคร่ำไปด้วยนักท่องราตรี ทั้งไทยและต่างชาติ จนกระทั่งหยุดหน้ารถเข็นที่มีควันหอมฉุยลอยออกมายียวนชวนให้น้ำลายสอ
นักบินหนุ่มหล่อหันไปมองคนข้าง ๆ ที่ยืนหน้าบูดเหมือนไม่สบอารมณ์
“หรือไม่อยากกินต้มเื เลือกอะไรที่มึงอยากกินก็ได้นะ กูกินง่ายอยู่ละ”
“ผมกินก๊วยจั๊บร้านนี้ได้”
ร้านที่โนวาพามามีขายทั้งต้มเืหมูและก๊วยจั๊บน้ำใส
“งั้นก็สั่ง”
“ก๊วยจั๊บใส่แต่หมูกรอบครับ...ไม่เอาเครื่องใน ไม่ใส่ผักนะครับ”
“หึ...อาหารเด็ก”
“พอดียังไม่ ‘แก่’ เท่าคุณอะนะ”
แบมก็ไม่ใช่คนปากเบา โนวาแรงใส่เขาก็แรงกลับ
โนวาทำท่าจะเขกหัวแบม แต่ก็แค่ขู่ เขาหันไปสั่งต้มเืหมูพิเศษและข้าวเปล่าจากเฮียที่เคาะกระบวยขู่
ถ้ายังไม่สั่งอีก จากลวกหมูก็จะเป็ลวกหน้ามึงแทน !
โนวายิ้มหวานให้ลุง ก่อนจะลากแบมไปนั่งที่โต๊ะว่าง
“เอาน้ำไร น้ำอัดลมมั้ย”
“น้ำเปล่า”
คนถามลุกขึ้นไปตักน้ำแข็งใส่แก้ว แล้วก็เปิดขวดน้ำรินให้
“ทำไมมึงมาเป็บาร์เทนเดอร์ได้”
“สมัคร”
“เออ...ขอบคุณ”
“พรุ่งนี้ไปจ่ายค่าเหล้าด้วยนะคุณ ห้าหมื่น แล้วก็ค่าเช็ดเืกับค่าทำขวัญแขกในร้านอีกหมื่นห้า”
“โหดจังวะ เืกูเยอะเหรอ”
“นึกว่ามีฆาตกรรมอะ”
โนวาโคลงศีรษะ ไวท์แม่ง...ตอนควงกันก็น่ารักอ่อนหวานเอาใจเก่งดีหรอก ไม่นึกว่าพอเขาขอหยุดจะโหดขนาดนี้
อินดี้ก็ยังไม่ได้กุ๊กกิ๊ก คืนนี้แทนที่จะน้ำแตกได้หัวแตกแทน ซวยฉิบหาย
เฮียยกอาหารที่สั่งมาให้พอดี ทั้งสองเลยลงมือกินเงียบ ๆ พูดง่าย ๆ คือแบมสงวนคำพูด เหมือนไม่อยากสนทนากับโนวานั่นแหละ
พอกินเสร็จ แบมจะจ่ายเองแต่โนวาก็ห้ามไว้
“บอกว่าเลี้ยงก็เลี้ยงดิ”
แบมถอนหายใจ แต่ก็ไม่อ้าปากเถียง เขาง่วงจะแย่อยากกลับไปนอนเต็มแก่ มือก็ล้วงไปกำกระเป๋าเงินในกระเป๋าสะพายแน่น เงินเดือนเขาออกวันนี้ จะได้เอาไปจ่ายค่าเช่าหอที่ค้างอยู่หลายเดือนได้สักที
หลังจากที่พ่อให้ออกจากงาน เขาก็ออกจากบ้านมาใช้ชีวิตด้วยตัวเองด้วย
‘พ่อก็ห่วงแต่หน้าตัวเองนั่นแหละ !!’
‘หัดใช้ชีวิตให้เก่งเหมือนปากบ้างนะแบม’
เพราะทะเลาะกับพ่อในวันนั้น แบมก็เก็บของออกจากบ้านที่อยู่กับพ่อ ออกมาใช้ชีวิตคนเดียว...ซึ่งมันก็ไม่ง่ายจริง ๆ นั่นแหละ
“ข้ามถนนไปเอารถฝั่งนู้นกัน บ้านอยู่ไหน เดี๋ยวไปส่ง”
เสียงของโนวาเรียกสติแบมให้กลับมา
“ไม่ต้องเดี๋ยวนั่งแท็กซี่กลับเอง”
“อีน้อง ตีสี่ เดี๋ยวหายไปกลางทาง กูทำลูกคืนให้พ่อมึงไม่ได้นะ”
“เขาก็ไม่มารับรู้อยู่แล้วว่าผมยังอยู่หรือหายไป”
โนวาฟังผ่าน ๆ ยังไม่ทันได้ใส่ใจเพราะถนนว่างพอดีก็ลากข้อมือข้ามถนนมาด้วยเลย
แบมคาใจมาก ว่าทำไมไอ้นักบินศัตรูหมายเลขสอง ต่อจากตะวันศัตรูหัวใจหมายเลขหนึ่งถึงได้แรงควายนัก ลากทีเขาปลิวตามมือมันตลอดเลย
Porche Cayenne สีขาวจอดเด่นเป็สง่าอยู่กลางลานจอดรถ กุญแจยังอยู่ในกระเป๋ากางเกงของโนวา
เขาเดินไปยัดแบมใส่ที่นั่งข้างคนขับ ป้องกันไอ้เด็กหน้าหมาดื้ออีก ก่อนจะมาเปิดประตูฝั่งคนขับขึ้นไปนั่ง
“บ้านอยู่ไหนนะ”
ชื่อซอยที่อีกฝ่ายอยู่ ไม่น่ามีคฤหาสน์หรูของผู้บริหารระดับสูงตั้งอยู่ได้ แต่โนวาก็ไม่ได้คิดว่าตัวเองจะรู้เื่อสังหาดีขนาดนั้น เลยป้อนชื่อลงไปในจีพีเอสแล้วให้นำทางไปยังปลายทาง
ใช้เวลานานพอสมควรขนาดรถไม่ติดกว่าจะมาถึง แล้วสภาพตรงหน้าที่ชายหนุ่มมองผ่านกระจกรถไปคือหอพักเก่าคร่ำครึ ที่มีคราบดำเกาะผนังเหลือง ๆ
ลูกคุณหนู หลานคุณนายแบบไอ้คนที่นั่งข้าง ๆ เขาไม่น่าจะใช้ชีวิตอยู่ได้นะ
“หนีออกจากบ้านมาเหรอ”
แบมพยักหน้า เหมือนไม่อยากตอบ
“เพราะ...เื่ไอ้เต้าหู้เหรอ”
แต่โนวามันก็ลูกอีช่างเสือกอยู่แล้วไง
“ถึงแล้วก็ปลดล็อกประตูให้ผมด้วย”
โนวาขับรถเข้าไปใกล้ทางเข้าหอพักสภาพน่ากลัวนั่นมากขึ้น ตรงตีนบันไดทางขึ้นเขาเห็นผู้หญิงท่าทางอารมณ์ร้ายกำลังโยนกองเสื้อผ้าลงบนพื้น
“เฮ้ย !!” จู่ ๆ แบมก็ะโลั่น แล้วทำท่าจะรีบลงจากรถ โนวาเลยกดเปิดล็อกให้
เขาเห็นแบมหน้าตาตื่นเข้าไปคุยกับผู้หญิงคนนั้น เขาเลยลงตามไปด้วย
“ทำไมเอาของผมมากองตรงนี้ !”
“ค้างค่าเช่าห้องสามสี่เดือน กูจะเก็บไว้ให้รกห้องทำไม !!”
เสียงดังจนนักบินหนุ่มต้องยกมืออุดหู
“ผมเอาเงินมาจ่ายแล้วครับ ป้าอย่าไล่ผมออกเลยนะ”
แบมยื่นมือที่หยิบออกมาจากทั้งกระเป๋าให้เธอ
ผู้หญิงคนนั้นน่าจะเป็เ้าของหอ เธอแหงนหน้าขึ้นมามองโนวาที่เดินเข้ามาใหม่ด้วย
“อ๋อ...นี่คงเป็ผัวเกย์แมงดาของมึงสินะ ออกไปทำงานดึก ๆ ดื่น ๆ ทุกวัน แต่ไม่มีเงินจ่ายค่าห้องกู คงเอาไปเลี้ยงมันหมดสิ”
เอ้า ! ป้าดูละครหลังข่าวเยอะไปหรือเปล่าเนี่ย
“เอาเงินที่ค้างมา !!”
หญิงนางนั้นกระชากแบงก์พันปึกใหญ่ในมือแบมไปทั้งหมด เธอประเมินด้วยสายตาแล้วก็ขากถุยอย่างกักขฬะ
“ยังไม่ครบค่าเช่าที่มึงค้างกูด้วยซ้ำ ไป ๆ กูไม่ให้พวกเกย์อยู่หอกู”
พูดจบก็เท้าเอวเดินเข้าหอไปเลย ไม่สนใจแบมที่ทำหน้าเหมือนโลกจะแตกทรุดลงไปนั่งคุกเข่ากับพื้นข้าง ๆ กองข้าวของเครื่องใช้ที่มีไม่ได้เยอะนัก
โนวายังไม่เข้าใจสถานการณ์เท่าไหร่ แต่เขาก็มีมนุษยธรรมพอที่จะเข้าไปแตะไหล่ของแบมแล้วย่อลงไปให้ความช่วยเหลือ
“เอาของขึ้นรถ แล้วไปอยู่กับกูก่อนจนกว่าจะหาที่ใหม่ได้แล้วกัน”
แบมส่งเสียงอย่างหงุดหงิด “คุณแม่ง...ทำผมซวยฉิบหาย จะมาส่งทำไมก็ไม่รู้”
“เอ้า...ปากมึง”
โนวาอยากโกรธ แต่ดูสีหน้าแบมแล้วก็โกรธไม่ลง จึงลงมือรวบของที่กองอยู่กับพื้นไปใส่ท้ายรถตัวเอง
แบมเห็นแล้วก็คงคิดว่าตัวเองจะดื้อไปตอนนี้ก็ไม่มีอะไรดีขึ้น เลยช่วยขนของใช้ที่มีอยู่ไม่กี่อย่างขึ้นรถโนวาไป
“สามีป้าเขาหนีไปกับผู้ชายน่ะ ั้แ่นั้นป้าเขาก็ตั้งแง่กับผู้เช่าทุกคนที่เป็คู่รักชายชายน่ะ ไล่ออกไปหลายคู่แล้ว”
แบมอธิบายเมื่อขึ้นมาอยู่บนรถของโนวาอีกครั้ง แล้วเขาก็คิดขึ้นมาได้ว่าจะอธิบายยืดยาวให้ศัตรูหมายเลขสองของตัวเองฟังทำไมวะ
“เออ อย่าไปอยู่เลย เ้าของหอความคิดงี่เง่าแบบนั้น”
แบมไม่ตอบอะไรกลับมาอีก โนวาดูสภาพแล้วก็นึกสงสารขึ้นมา
“อยู่กับกูไปก่อน มีห้องนอนว่างอีกห้อง ่นี้แม่ไม่มาเยี่ยม ไม่มีใครใช้”
“เด็ก ๆ คุณล่ะ”
“โอ๊ย...กูไม่ให้ใครเข้าห้อง ขนาดไม่ให้เข้ามายังวุ่นวายฉิบหาย เป็เ้าข้าวเ้าของกูเก่งเหลือเกิน”
“พูดเหมือนตัวเองหล่อมาก” แบมกลอกตา
“แล้วกูไม่หล่อตรงไหนไอ้ลูกหมา”
“ผมพูดได้เหรอ”
“หุบปาก ไม่ต้องพูด”
แบมแอบแลบลิ้นใส่โนวาที่หันไปสนใจถนน ปลายทางครั้งนี้คือคอนโดฯ ของนักบินหนุ่ม
รถยุโรปคันสวยเลี้ยวเข้ามาในคอนโดฯ หรู ที่อยู่ใกล้กับทางด่วนที่เชื่อมไปสนามบินสุวรรณภูมิ กว่าจะถึงได้ฟ้าก็เริ่มมีแสงอาทิตย์ทาทาบแล้ว
โนวาไม่ทันจะได้จอด รถทั้งคันก็สั่นะเืเพราะแรงกระแทกจากด้านหลัง
ดีที่ระบบความปลอดภัยของรถดีเยี่ยม คนจึงไม่เจ็บตัวเท่าไหร่ แต่ระดับความหัวเสียคือไม่น้อย
“อะไรอีกวะเนี่ย !” โนวาสบถ เขามองกระจกหลังก็เห็นรถกระบะคันใหญ่จอดต่อท้ายอยู่ แล้วก็ถอยหลังไปก่อนจะเร่งเครื่องมาชนท้ายรถเขาอีกรอบ
“โว้ย...อย่าทำให้ประกันกูขึ้นราคาโดยใช่เหตุได้มั้ยเนี่ย ประกันรถยุโรปมันแพงนะโว้ย”
“คุณเรียกตำรวจมั้ย ไม่รู้คนขับเมารึเปล่า” แบมหันมาเตือนสติโนวา
“รปภ. มาแล้ว เดี๋ยวลงไปเคลียร์ มึงลงไปรอในอาคารก่อนไป อยู่ในรถเดี๋ยวเกิดโดนชนอีกจะาเ็”
“อือ”
แบมลงจากรถพร้อมกับโนวา คู่กรณีก็ลงมาเช่นกัน อีกฝ่ายดูเป็ชายหนุ่มหน้าตาดี หุ่นก็ดี แต่ดวงตาแดงก่ำ ไม่บอกก็รู้ว่ากำลังโกรธจัด
“พี่โนวา มันเป็ใคร !?”
เออ เสียงก็ดี ถามดังจนแก้วหูเกือบแตก แถมชี้หน้าเขาอีก แบมกำลังจะเดินหลบ แต่ก็โดนพ่อหนุ่มคนนั้นปราดเข้ามาหาเงื้อมือเตรียมตบ โชคดีที่โนวาเอาตัวมาขวางไว้ทัน
“มันใช่มั้ย ที่ทำให้พี่ปฏิเสธบาร์บี้”
อ่อ...ชื่อบาร์บี้ แต่กิริยานี่วอนเจอบาทาเหมือนกันนะ
“บาร์บี้ หยุด !!”
“ไม่หยุด จนกว่าพี่โนวาจะคบกับบี้”
“มาดักรอชนรถพี่เพราะเื่นี้ ?”
“พี่ต้องคบกับบี้เท่านั้น คนอื่นที่ Cyrus จะได้หยุดมายุ่งกับพี่สักที”
โนวากลอกตา แล้วยื่นมือขวาไปคว้าข้อมือแบม
แล้วอย่างแม่น เหมือนคว้าจนชิน แบมมองข้อมือตัวเอง พร้อมสายตาแบบ...อีกแล้วเหรอวะ...
“นี่แฟนพี่ ทั้ง Cyrus ไม่มีใครได้เป็เ้าของพี่ทั้งนั้น”
กูเหรอ...
แบมทำหน้าเหมือนอยากตาย ทำไมต้องมาเจอเื่ช็อกโลกติด ๆ กันขนาดนี้วะ
“พะ...พี่มีแฟนแล้วเหรอ” บาร์บี้ทรุดลงไปนั่งกับพื้น โอเวอร์แอ็กติ้งมาก
“ฝากไปประกาศให้ทั้งสายการบินรู้ด้วยนะว่า...แฟนพี่โนวาชื่อแบม หน้าตาน่ารักแบบนี้ ปิดตำนานโนวาไข่ทองคำไปได้เลยนะ”
บาร์บี้อึ้ง แบมก็อึ้ง
แล้วบาร์บี้ก็ขึ้นรถกระบะถอยยาวออกประตูคอนโดฯ ไปเลย
โนวายังไม่ปล่อยข้อมือแบม แต่หันมาทำสีหน้าจริงจังใส่
“ไหน ๆ มึงก็ไม่มีที่อยู่ หน้าตาเหมือนร้อนเงิน ทดแทนบุญคุณที่กูให้ที่ซุกหัวนอนหน่อยเถอะนะ”
“ยังไงนะ...” จะใส่คำลงท้ายด้วยครับ ก็ไม่ใส่ดีกว่า ไม่ค่อยอยากเคารพพี่มันเท่าไหร่
“กูจ้างมาเป็ไม้กันหมา เอ้ย !! เป็แฟนสักสองสามเดือนแล้วกันนะ”
แล้วฉันเลือกอะไรได้ไหม~
“ไม่มีทาง !!!”
“ไอ้หมาแบม...ช่วยกูหน่อย”
“ผมไม่เอาตัวเองไปเสี่ยงเด็ดขาด”
“หนี้บุญคุณอะแบม ทั้งก๋วยจั๊บหมูกรอบล้วน ช่วยมึงขนเสื้อผ้าขึ้นรถ ให้ที่ซุกหัวนอนอีก ฟรีเลยนะเว้ย คอนโดฯ หรูขนาดนี้ ถ้าต้องเช่ามี สามถึงสี่หมื่นต่อเดือนอะ”
แล้ว...กูได้ขอมึงสักคำมั้ยล่ะ ยัดเยียดมาทั้งนั้น
“แถมเงินไว้ให้กินขนมเล่นอีกนะ เดือนละสองหมื่นเป็ไงคะ”
แบมจะยกมือมากุมขมับตัวเอง ก็ยกไม่ได้อีก เพราะไอ้ศัตรูหมายเลขสองมันยึดข้อมือเขาไว้
“เป็แฟนพี่ง่ายจะตาย แค่ยอมให้ถ่ายรูปสวีตลงอินสตาแกรมวันละรูปสองรูปก็พอแล้ว”
แล้วไอ้นักบินนี่ก็ไม่เคยคิดจะหยุดพล่ามด้วยนะ
“คุณกำลังเรียกตีนให้ผมนะ ในไม่กี่ชั่วโมงที่ผ่านมา คุณทั้งหัวแตก ทั้งถูกขับรถชน หลังจากนี้ไม่รู้จะโดนอะไรอีกหรือเปล่า ผมไม่อยากโดนลูกหลงไปด้วยนะ”
“ก็เพราะแบบนี้ไง เลยต้องมีแฟนเป็ตัวเป็ตนสักคนหนึ่ง จะได้ไม่ต้องมีใครมาแย่งชิงตัวพี่อีก”
“ฮอตเหลือเกิน”
“เออ...น้องก็มาดับฮอตให้พี่หน่อยแล้วกัน”
กูคน...ไม่ใช่หัวจ่ายน้ำดับเพลิง
แบมทำหน้าหน่ายใจมาก แต่โนวากระดี๊กระด๊าแล้ว
“ไป ๆ ไปดูห้องหอของเราสองคนกันดีกว่าค่ะ” พูดจบก็เอามือพาดบ่าเขายัดกลับเข้ารถที่ด้านหลังมีรอยบุบเพียงเล็กน้อย (เหล็กมันแข็งอะเนาะ)
แม่งเอ๊ย ! พี่มันเครียดอะไรเป็กับเขาบ้างมั้ยเนี่ย !
TBC
ถ้าเอ็นดูคู่นี้ก็ฝากคอมเม้นต์ให้ชื่นใจหน่อยยนะคะ ^^
นักเขียน ออเฟียส ขอฝากเนื้อฝากตัวค่า