บทที่ 6
เหตุบังเอิญที่เธอเพิ่งจะรู้ เท่ากับเป็นการตอบคำถามที่ให้ตั้งขึ้นในใจ...เก้าอี้ที่นั่งตัวที่สามตรงโต๊ะอาหารค่ำนั้น คือที่นั่งของแรนส์ แมคเควดนั่นเอง และเอลเลนเองก็รู้แต่แรกแล้วว่าเทรเวอร์จะไม่อยู่รับประทานอาหารค่ำที่บ้านวันนี้ อาจจะเป็นได้ว่าการที่แรนส์เอานกกระทามาให้ ทำให้เขาได้รับเชิญให้ร่วมโต๊ะอาหารด้วยดูราวกับเขาจะรู้ว่าเธอจับตามองดูอยู่ แรนส์จึงหันมาสบตาด้วย แววรู้ทันจางลงจากดวงตาคู่สีน้ำตาลราวกำมะหยี่เนื้อนุ่มนั้น เปลี่ยนเป็นแววครุ่นคิดขึ้นมาแทน คล้ายจะคาดคะเนอยู่ในใจว่า ลาร่จะเตาได้หรือไม่ว่ายามค่ำของเทรเวอร์จะต้องยุติลงในอ้อมแขนของผู้หญิงคนใดคนหนึ่ง ความทระนงทำให้คางของเธอเชิดขึ้น แต่สีหน้ามิได้แสดงความรู้สึกใดๆ ออกมาแม้แต่น้อย"คุณพ่ออยู่ในห้องทำงานแน่ะค่ะ คุณยังพอมีเวลาดื่มก่อนอาหารถ้าอยากจะดื่มร่วมกับท่าน"เธอพูดด้วยน้ำเสียงชาเย็น"ขอบคุณครับ เห็นจะต้องเอาสักแก้ว" เขาผงกศีรษะให้เบาๆพร้อมด้วยช่อกุหลาบที่ถือไว้ในมือ ลาร่าออกเดินตรงไปยังครัวเพื่อหาแจกันสำหรับใสดอกไม้ ได้ยินเสียงฝีเท้าหนัก? ของแรนส์ แมคเควด ขณะที่เขาเดินเข้าไปในห้องทำงานสองถึงสามครั้งที่แรนส์เคยมาร่วมรับประทานอาหารคำในบ้านหลังนี้ เทรเวอร์จะอยู่ร่วมด้วย เขาเป็นคนที่มีความสามารถคุยได้ตลอดเวลาที่นั่งรวมโต๊ะกันอยู่ เป็นบุคคลที่มีเสน่ห์ ฉลาดเฉลียว และทำให้ผู้ที่นั่งรวมกันอยู่รอบโต๊ะต้องพลอยคุยตามไปด้วยบิดาของลาร่านั้น บางโอกาสก็เป็นคนช่างพูด และบางโอกาสก็นั่งฟังเงียบๆ โชคร้ายไปหน่อยที่คืนนี้เขาเลือกที่จะเป็นฝ่ายนั่งฟัง ซึ่งทำให้ตกเป็นภาระของลาร่าที่จะต้องชวนสนทนาปรกติแล้วมันก็ไม่ใช่เรื่องยากสำหรับเธอเลย เธอเพียงแต่ตั้งคำถามเฉพาะที่จำเป็นเพื่อให้เขาตอบ ซึ่งช่วยแก้ปัญหาให้ผ่านพ้นไปได้แต่ทว่า ค่ำวันนี้ดูเหมือนจะไม่ประสบผลสำเร็จเท่าไรนักเพราะแรนส์ แมคเควดออกจะมิใช่คู่สนทนาที่ดี เขาตอบคำถามเธออย่างเสียไม่ได้ คล้ายจะรู้อยู่ว่าเธอไม่ได้สนใจในคำตอบอย่างจริงจัง ดังนั้นการพูดน้อยของเขาจึงก่อให้เกิดความน่ารำคาญใจมากกว่า"ฉันทราบค่ะว่าปรกติแล้วเวลาของคุณมักจะหมดไปกับงาน คุณแมคเควด" ลาร่าปิดบังความรู้สึกหงุดหงิดในอารมณ์ที่ต้องทำหน้าที่เป็นผู้สัมภาษณ์ซึ่งขึ้นอยู่กับเธอไว้ "แต่คุณใช้เวลาว่างทำอะไรบ้างคะ? ก็รู้อยู่หรอกค่ะว่าคุณคงต้องล่าสัตว์ เพราะนกที่เอามาให้เอลเลนคืนนี้ก็เห็นๆ อยู่แล้ว แต่คุณจะต้องมีงานอดิเรกอย่างอื่นอีกด้วยแน่""ก็ตกปลา ว่ายน้ำ อ่านหนังสือ ดูโทรทัศน์ แล้วก็อะไรต่อมิอะไรไปตามเรื่อง" และก่อนที่จารำจะทันถามต่อ เขาก็เบือนสายตามามองเธอ "แล้วคุณล่ะครับ คุณนายคอชแรนส์หาเรื่องสนุกให้ตัวเองวิธีไหนล่ะ? "ลาร่าพอจะเดาได้ทันทีว่าเขามีจุดประสงค์อะไร แรนส์แมคเควดกำลังย้อนถามเธอด้วยคำถามเดียวกัน ซุ้มเสียงเยาะนั้นมิได้ปิดบังความรู้สึกไว้เลยว่า เขาเองก็ไม่ได้สนใจในคำตอบของเธอเช่นกัน"ถ้าฉันพอจะมีเวลาว่าง ปรกติแล้วก็มักจะออกไปขี่ม้าหรือไม่ก็อ่านหนังสือ ก็เหมือนคุณนั่นแหละค่ะ เวลาส่วนใหญ่ของฉันหมดไปกับการทำงาน" เธอตอบตัดบทอย่างสุภาพ"จริงๆ น่ะหรือครับ" คิ้วเข้มๆ เลิกขึ้นอย่างไม่อยากเชื่อซึ่งอาการเช่นนั้นราวจะยั่วประสาทเธออยู่"บ้านหลังนี้มันใหญ่มากนะคะ คุณแมคเควด" เธอตอบอย่างจะป้องกันตัวด้วยน้ำเสียงเย็นชา "เพราะฉะนั้นมันก็ต้องการการดูแรักษาอย่างสม่ำเสมอ ลำพังเอลเลนน่ะรับไม่ไหวหรอกค่ะ ไหนจะต้องดูแลบ้าน ไหนจะต้องทำอาหาร"รอยยิ้มอย่างเห็นชัดฉาบอายขึ้นในดวงตาแฝงเลศนัย“ผมรู้สึกว่ามักยากอยู่นะครับที่จะมองให้เห็นภาพคุณเช็ดถูพื้นบ้าน คุณนายคอชแรนส์"คำพูดประโยคนั้นเกี่ยวข้องเข้าไปในเรื่องส่วนตัวอยู่มากลาร่าจึงยิ้มๆ แสร้งทำเป็นไม่ใส่ใจในคำพูดของเขาเสีย เปลี่ยนสายตาหันไปมองทางผู้เป็นบิดาซึ่งนั่งอยู่ตรงหัวโต๊ะ เรือนผมน้ำตาลปนแดงของท่านแซมด้วยสีเทาเงินเป็นประกาย"ส่วนสำคัญที่สุดในการใช้เวลาของฉันก็คือการถอดรหัสแล้วก็พิมพ์งานให้พ่อค่ะ เวลานี้งานเอกสารทางบริษัทเทรเวอร์เขาก็ช่วยไปมากแล้ว...แล้วยังมีคุณอีกนะคะ คุณแมคเควด ที่ช่วยบริหารงานด้านไร่ปศุสัตว์ เพราะนั้น พ่อก็เลยใช้เวลาให้สมกับที่อยากทำมานานปีแล้ว ฉันไม่รู้ว่าคุณจะสังเกตเห็นบ้างหรือเปล่า แต่พ่อน่ะค่ะ....กำลังเขียนหนังสือตำราเกี่ยวกับวิธีการปลูกต้นพีคั่นค่ะ""พ่อแค่ลองดูเท่านั้น...แค่ลองดูยายหนู" พ่อของเธอกล่าวแท้ "แต่ผมก็เคยเล่าเรื่องนี้ให้คุณฟังแล้วไม่ใช่หรือแรนส์? ""คุณเคยบอกว่ากำลังเขียนหนังสือครับ แต่ไม่ได้บอกอย่างชัดเจนว่าเขียนเรื่องอะไร""คือผมคิดมาตั้งหลายปีแล้วนะว่ามันถึงเวลาที่ควรจะมีหนังสือเกี่ยวกับแง่มุมต่างๆ ของอุตสาหกรรมพีคั่นเสียที" ลาร่าสังเกตเห็นว่าสีหน้าของพ่อแช่มชื่นเมื่อได้พูดคุยเรื่องถูกใจเอนหลังพิงพนักเก้าอี้อย่างสบายใจขึ้น "หนังสือเล่มนี้จะประกอบขึ้นด้วยหลักวิชาการต่างๆ ในการบำรุงรักษา การต่อกิ่งการปลูก เรื่องของเชื้อโรค วิธีป้องกันไม่ให้เกิดโรค การเก็บเกี่ยวผลผลิต การตลาด ประโยชน์และกับความไร้ประโยชน์ในรูปแบบต่างๆ ซึ่งสรุปแล้วข้อมูลต่างๆ นี้ได้มาจากการวิจัยและความรู้ที่ผมได้รับมาเป็นเวลานานหลายปีนั่นเอง""ซึ่งต้องนับว่าเป็นงานที่ท้าทายมากนะครับ" แรนส์ว่า"ผมพยายามจะให้หนังสือเล่มนี้มีคุณค่ามากที่สุด" มาร์ดิน อเล็กซานเดอร์พูดอย่างกระตือรือร้น"อย่างเช่นในเวลานี้ผมกำลังรวบรวมข้อมูลจากแหล่งต่างๆ อย่างเช่นคุณก็มีสภาพหรือลักษณะต่างๆ ของต้นพี่คั่นแถบเท็กชัสบางทีคุณอาจจะช่วยให้รายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ในเรื่องนี้กับผมได้บ้าง""ด้วยความยินดีทีเดียวครับ"รอยยิ้มขรึมๆ ด้วยความพอใจปรากฏขึ้นตรงมุมปากของลาร่า ในครู่ต่อมาการสนทนาก็ดูจะลึกซึ้งเข้าทุกทีในเรื่องต่างๆ ที่เกี่ยวกับชนิดและพันธุ์ต่างๆ ของต้นพีคั่น มีการแสดงความคิดเห็น การแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างกันอย่างกว้างขวางตลอดเวลาการรับประทานอาหารค่ำมื้อนั้นครั้งหนึ่ง ลาร่าสบสายตาของแรนส์เข้าโดยบังเอิญ แววในตาคู่นั้นราวจะเสียดสีว่าเขารู้อยู่ที่เธอสามารถชักนำให้การสนทนาดำเนินไปในเรื่องที่ปลอดภัยที่สุดเช่นนี้และลาร่าก็ออกจะขุ่นใจที่เขาสามารถจะอ่านใจเธอได้อย่างง่ายดายกาแฟและของหวานถูกนำเข้ามาเสิร์ฟ หลังจากดื่มกาแฟแล้ว ลาร่าก็ผุดลุกขึ้นยืน รู้ดีว่าถ้าขืนปล่อยให้เป็นหน้าที่ของพ่อแล้ว บุรุษทั้งสองจะต้องนั่งคุยกันอยู่ที่โต๊ะอาหารไม่รู้จบ"พ่อคะ ทำไมไม่ชวนคุณแมคเควดเข้าไปในห้องทำงานล่ะ จะได้คุยกันแล้วก็ดื่มบรั่นดีต่อ? " เธอแนะขึ้น"อา...เป็นความคิดที่ดีมากทีเดียว" พ่อของเธอคล้อยตามอย่างกระตือรือร้น "ไปคุยด้วยกันไหมล่ะ ลาร่า? ""ไม่ละคะ ขอบคุณ" รอยยิ้มอย่างสุภาพประกอบคำปฏิเสธอย่างหนักแน่นฉาบอยู่บนริมฝีปาก "หนูจะช่วยเอลเลนเก็บโต๊ะค่ะ"หลังจากเก็บล้างจานชามเรียบร้อยแล้ว ลาร่ายังเลี่ยงให้ห่างจากห้องทำงานอยู่ดี เลือกที่จะนั่งอยู่ตามลำพังในห้องนั่งเล่น ไม่ได้คิดจะเข้าไปร่วมสนทนากับบิดา ซึ่งท่านมีความคิดเก่าๆ ฝังแน่นในสมองว่า ผู้หญิงนั้นควรจะรวมตัวคุยกันอยู่ที่ใดที่หนึ่ง ในขณะที่พวกผู้ชายปรึกษาหารือกันในเรื่องสำคัญ ทั้งที่มันเป็นความคิดเห็นที่พ้นสมัยเต็มที ว่าผู้หญิงไร้ความสามารถในการที่จะแสดงความฉลาดออกมาให้ปรากฏ แต่จะอย่างไรก็ตาม ลาร่าก็มิได้แคร์ในสิ่งนี้เลย เธอได้กลับไปสู่ชีวิตเมื่อครั้งยังเป็นเด็กสาวอีกครั้งด้วยการหาความสุขให้ตัวเองด้วยมือข้างหนึ่งที่ถือปริศนาอักษรไขว้ไว้ เธอเอื้อมไปเปิดโทรทัศน์ ภาพยนตร์โทรทัศน์เรื่องนั้นเป็นเรื่องรักหวานป่านน้ำผึ้งลาร่าดูไปได้เพียงแค่ครึ่งเดียวก็หมดความอดทนต้องรีบปิด เธอไม่อาจจะยอมรับได้ แม้จะเป็นนิยายก็ตาม ไม่อยากได้พบได้เห็นเรื่องรักที่ก้องกังวานด้วยเสียงระฆัง พระเอกนางเอกจะต้องใช้ชีวิตอย่างมีความสุขด้วยกันจนชั่วฟ้าดินสลาย ประสบการณ์ในชีวิตที่ผ่านมาทำให้เธอมองเห็นมันเป็นเรื่องชวนหัวมากกว่านิยายลึกลับในห้องนอนของเธอยังจะให้ความสนุกได้มากกว่า