บทที่ 21
..เวลาต่อมา ณ คฤหาสน์หลักตระกูล ณ สุวรรณภูมิ..“ผมกลับมาแล้วขอรับคุณท่าน..” กิตติที่เดินเข้ามาถึงห้องทำงานของคุณท่านใหญ่ เขาก็ก้มหัวรายงานตัวในทันที ม.ล.ภาคินที่ได้ยินอย่างนั้นก็เหล่ตามองที่กิตติเล็กน้อย“เป็นอย่างไรบ้างล่ะ เรื่องที่ไปจัดการให้กับหลานชายของฉัน..” ภาคินหรือคุณตาของโอ๊ตเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง ตอนนี้เขามีหลายเรื่องให้จัดการแก้ปัญหา ทั้งงานราชงานหลวง นอกจากนี้ยังมีเรื่องของธุรกิจของตระกูลอีกหลายเรื่องอีกด้วย“เรียบร้อยดีขอรับคุณท่าน แต่ก่อนที่ผมจะแจ้งรายละเอียด ผมขออนุญาตนะครับ.. นี่เป็นแพนเค้กที่คุณชายทำขึ้นมากับมือ ผมคิดว่าคุณท่านต้องการเลยข้อร้องคุณชายให้ทำขึ้นเพื่อท่านโดยเฉพาะขอรับ..” กิตติกล่าวพร้อมยื่นแพนเค้กที่โอ๊ตทำมาให้กับคุณท่านบนโต๊ะทำงาน“หืมม.. โอ้วว นี่ฝีมือของหลานชายข้าอย่างนั้นเหรอ.. ทำดีมากกิตติ ในระหว่างที่ฉันกำลังทานมันอยู่ ก็ค่อยๆรายงานเรื่องที่ไปจัดการมาก็แล้วกัน” ภาคินกล่าวชมกิตติเล็กน้อย พ่อบ้านคนนี้ช่างเป็นคนที่เข้าใจเขาในทุกเรื่อง และสามารถจัดการได้อย่างไร้ที่ติจริงๆ“เรื่องของสกุลชุน ผมได้ทำการสอบถามพวกเขามาแล้วขอรับ เหตุผลที่เขาสืบค้นประวัติ และตามหาคุณหนูนั้นเป็นเพราะชุนตงได้รับการรักษาโรคร้ายจากคุณหนูโดยบังเอิญครับ ต้องขออภัยที่ทางเราไม่มีข้อมูลตรงนี้เลยว่าคุณหนูมีความสามารถด้านนี้ด้วยขอรับ..” กิตติกล่าวรายงานตามจริงที่เขานึกแปลกใจ“หืออ เจ้าหลานชายของฉันมีความสามารถทางการแพทย์ด้วยอย่างนั้นเหรอเนี่ย ไม่ธรรมดาจริงๆ.. แต่จะว่าก็ว่าเถอะ แพนเค้กของเขาอร่อยมากจริงๆ ฉันล่ะสงสัยจริงๆว่าถ้าได้ทานร้อนๆมันจะอร่อยกว่านี้หรือเปล่านะ” ภาคินกล่าว“อร่อยมากจริงๆขอรับคุณท่าน ยิ่งตอนทานมันร้อนๆไปทั้งอย่างนั้น รสชาติมันช่างเกินคำบรรยายจริงๆ.. ขออภัยขอรับคุณท่าน..” กิตติเผลออธิบายความอร่อยโดยที่ตัวเองก็ลืมไปว่าตอนนี้เขากำลังอยู่ในสถานการณ์ไหน เพราะตอนนี้สีหน้าของคุณท่านดูเหมือนว่าจะเริ่มไม่พอใจเข้าให้แล้ว“ถ้าจะอธิบายขนาดนั้น ทำไมไม่พูดมาให้หมดเลยล่ะ.. ชิ! แกได้กินไปกี่ชิ้นกันล่ะเนี่ย นับก่อน 1..2.....9 ชิ้น ของฉันมี 10 ชิ้น ไหนแกลองว่ามาสิ..ว่ากินไปเท่าไร สารภาพมา!” ภาคินกล่าวอย่างไม่พอใจ พร้อมกับนับจำนวนแพนเค้กของตัวเองที่กิตตินำมาให้ เขาจะเปรียบเทียบว่าเขาได้ทานมากที่สุดจริงๆหรือเปล่า“ผมขอสาบานด้วยชีวิตเลยขอรับ คุณชายทำให้เพื่อเป็นการขอบคุณที่พวกเราหารถกลับมาคืนคุณชายได้คนละ 2 ชิ้น จากนั้นผมก็ขอร้องให้คุณชายทำเพิ่มด้วยการจ่ายเงินต่อชิ้นชิ้นละ 1 หมื่นบาทขอรับ ผมมีเงินติดตัวไปเพียงแค่ 120,000 บาทก็เลยได้มาทั้งหมดรวมแถมแล้วก็ 17 ชิ้นขอรับ” กิตติกล่าวตามความจริง“เท่ากับว่ากินไปทั้งหมด 7 ชิ้นอย่างนั้นสินะ!.. ก็ยังดีที่ยังนึกถึงฉัน ครั้งนี้จะให้อภัยก็แล้วกัน เอาๆต่อๆ..” ภาคินกล่าว เพราะอย่างน้อยกิตติก็ไม่ลืมที่จะนึกถึงเขา ถึงมันจะได้กินแบบร้อนๆไปตั้ง 7 ชิ้นก็ตามเถอะ“ขอรับคุณท่าน.. นอกจากนี้คุณชายยังเป็นเพื่อนกับคุณหนูเล็กของสกุลชุน แต่เราก็ยังไม่มีข้อมูลว่าทั้งสองคนมีความสัมพันธ์กันแบบไหน หรือคุณชายจะคิดกับคุณหนูคนนั้นอย่างไร ผมก็เลยไม่ได้ติดสินใจทำอะไร เกรงว่าคุณชายอาจจะมีใจให้กับเธอก็อาจจะเป็นไปได้ขอรับ ตอนนี้การรักษา และเพิ่มความสัมพันธ์ของตระกูลกับคุณชายเป็นเรื่องที่เหมาะสมควรทำที่สุดขอรับ..” กิตติกล่าว“อื้มม.. แกทำถูกแล้วล่ะ แต่ว่าแม่หนูคนนั้นเป็นคนยังไงกันล่ะ เหมาะสมกับการที่จะมาเป็นคุณหญิงของตระกูลเราหรือเปล่า” ภาคินกล่าวถามพร้อมกับปากที่กัดกินแพนเค้กอย่างสุขใจ“ตอนนี้ผมคิดว่านางยังไม่มีคุณสมบัติเพียงพอขอรับ.. แต่ก็สามารถให้นางเรียนรู้เพิ่มเติมได้ และไม่ใช่เรื่องยากแต่อย่างใดขอรับ” กิตติกล่าว และเขาพยายามจะสื่อว่าคุณสมบัติพื้นฐานของปิงปิงนั้นดีมากอยู่แล้ว แต่มันก็ยังไม่เพียงพอต่อนายหญิงตระกูลใหญ่อย่าง ณ สุวรรณภูมิอยู่ดีในตอนนี้“เข้าใจละ จับตาดูเรื่องนี้อย่างใกล้ชิดด้วยก็แล้วกัน.. เอาล่ะ แล้วเรื่องรถที่หายไปล่ะ มันมีอะไรอยู่เบื้องหลังหรือเปล่า..” ภาคินเอ่ยสั่งการ และถามเรื่องต่อไปในทันที“ในเรื่องนี้ทางตำรวจที่นำโดยพลโทกฤษณะกำลังดำเนินการสืบสวนด้วยตัวของเขาเองครับ.. แต่มันก็มีเรื่องให้น่าสงสัยเช่นกันขอรับ เราพบตัวต้นเหตุจริงๆของเหตุการณ์ในครั้งนี้แล้ว เพียงแต่ว่าเขาคนนั้นเป็นเพื่อนรุ่นเดียวกับคุณชายขอรับ.. ผมไม่กล้าเสี่ยงทำอะไรต่อ เกรงว่าคุณชายอาจจะไม่พอใจก็เป็นไปได้ขอรับ”กิตติกล่าว ภาคินที่ได้ยินก็ชะงักไปเล็กน้อย เขาต้องคิดให้ดีว่าจะจัดการกับเรื่องนี้ยังไงให้เหมาะสม เขาไม่ต้องการให้มันมีผลกระทบต่อหลานชายของเขาเลย เพราะถ้าเดินเกมผิดพลาดอีกฝ่ายงอแงขึ้นมา แผนที่วางเอาไว้ก็พังไม่เป็นท่าอย่างแน่นอน“สืบหาความสัมพันธ์ที่เกี่ยวของกับหลานชายของฉันเอาไว้ ถ้าเป็นคนที่เขาเกลียดก็อย่าให้พวกมันมีที่ยืนบนแผ่นดินอีก.. ทำอะไรก็ระวังเอาไว้ด้วย อย่าให้หลานชายของฉันต้องเข้าใจผิดล่ะ” ภาคินใช้ความคิดเล็กน้อย เขาจะใจร้อนไม่ได้ เขาต้องใจเย็นๆเอาไว้ ทั้งๆที่ในหัวต่างหาวิธีการทำลายพวกนั้นให้มันย่อยยับอยู่หลายวิธี แต่ก็ต้องเก็บเอาไว้ก่อน“ขอรับคุณท่าน ผมจะระวัง.. ต่อไปเป็นเรื่องรถที่คุณท่านมอบให้กับคุณชายขอรับ เขาใช้เหตุผลที่มีคนอื่นมาใช้รถนอกจากเขา และคืนรถให้เรามาครับ แน่นอนว่าผมก็โต้แย้งอะไรไม่ได้ เมื่อคุณชายอ้างศักดิ์ศรีของตระกูลขึ้นมา คุณท่านจะให้ผมจัดการยังไงต่อดีขอรับ..” กิตติกล่าวรายงาน“หึหึ.. เจ้าหลานคนนี้มันฉลาดไม่น้อย.. ได้! ในเมื่อมันจะเล่นอย่างนี้ก็ได้!.. พรุ่งนี้ก็แค่ส่งรถที่หรูกว่า แพงกว่า ฟังก์ชันดีกว่าให้กับเขาไปก็แล้วกัน เราจะค่อยๆส่งของที่มันแพงขึ้นเรื่อยๆไปให้ ถ้าเขาต้องการที่จะปฏิเสธมันอยู่อีกล่ะก็..ฮ่าๆ น่าสนุกจริงๆ” ภาคินกล่าวพร้อมกับหัวเราะอย่างชอบใจ เขาอยากจะเห็นสีหน้าของหลานชายตนแล้วสิ ว่าพรุ่งนี้เขาจะทำหน้าตายังไงให้กับเขาได้เห็นกันนะ“ขอรับคุณท่าน คืนนี้ผมจะรีบจัดการหลังจากนี้ทันทีขอรับ..” กิตติเอ่ยกล่าว“เออ.. จริงสิ! กิตติ พรุ่งนี้เอาเอกสารตัวนี้ไปมอบให้กับเขากับมือเลยนะ.. ห้ามพลาด! มันเป็นเอกสารยืนยันว่าเขาเป็นหม่อมหลวง หาวิธีไหนก็ได้ให้เขายอมรับมันไป เข้าใจแล้วนะ เออ..แล้วก็อย่าลืมเอาแพนเค้กมาอีกเยอะๆล่ะ พรุ่งนี้เตรียมเงินสดไปสัก 10-20 ล้านเลยก็ได้” ภาคินกล่าวพร้อมยื่นเอกสารให้กับพ่อบ้านที่เขาไว้ใจที่สุด และเขาไม่ลืมที่จะกำชับให้ซื้อแพนเค้กที่เขากำลังทานอยู่มาอีกในวันพรุ่งนี้ เพราะมันอร่อยมากจริงๆ“ขอรับคุณท่าน ผมจะจัดการตามที่ท่านสั่งเอาไว้ขอรับ..” กิตติกล่าวรับปาก พร้อมกับรับเอกสารสำคัญของคุณหนูมา จากนั้นเขาก็ออกไปจากห้อง เหลือทิ้งไว้เพียงแค่คุณท่านภาคินที่กำลังเพลิดเพลินกับแพนเค้กอยู่ในห้องทำงานเพียงลำพัง“ห๊ะ! หมดแล้วอย่างนั้นเหรอ.. น่าเสียดาย! แต่จะว่าไปเจ้าหลานบ้าคงไม่ได้ใส่พวกกัญชงกัญชาอะไรนั่นหรอกมั้ง..” ภาคินกล่าวอย่างนั้น เพราะเขาเริ่มจะติดใจในรสชาติของมันเข้าให้แล้ว มันอดไม่ได้ที่จะนึกถึงสารเสพติดที่ทำให้จำพวกซุปหอมหวานอย่างนั้น ..ทางด้านสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ณ ห้องทำงานของกฤษณะ..“รายงานขอรับท่านนายพล.. จากการสอบสวนอย่างเข้มงวดพิเศษ ผู้ต้องหา AและB ให้การตรงกันครับ.. พวกเขาถูกจ้างด้วยเงินจำนวน 20,000 บาทจากนักศึกษาคนหนึ่งให้กระทำการขโมยครับ!..” ตำรวจที่รับผิดชอบเอ่ยขึ้นรายงานกับผู้บังคับบัญชาของตน“แล้วนักศึกษาคนนั้นเป็นใครกัน.. ยังไงเราก็ต้องหาตัวผู้จ้างวานคนนั้นให้ได้..” กฤษณะกล่าว เรื่องนี้มันเกี่ยวโยงกับเรื่องที่ใหญ่เอามากๆ ถ้าเขาไม่มีคำตอบที่ดีกว่าเดิมให้กับทางฝั่งนั้น มีหวังตำแหน่งการงานของเขาคงจะจบสิ้นแล้ว“เรากำลังสเก็ตภาพของผู้จ้างวานอยู่ครับ คาดว่าน่าจะใช้เวลาไม่นานในการหาตัวผู้จ้างวานครับ แต่จากการให้การของผู้ต้องหาทั้งสองคน ดูเหมือนว่าผู้จ้างวานนั้นจะมีความแค้นต่อผู้เสียหายค่อนไปทางมาก หากเราถามกับผู้เสียหายเองจะไม่เร็วกว่าเหรอครับ..” นายตำรวจกล่าว“ไม่ได้! จะไปรบกวนเขาอีกไม่ได้!.. พวกแกทำยังไงก็ได้ ฉันต้องการตัวผู้จ้างวานก่อนเที่ยงวันพรุ่งนี้.. ถ้าไม่ได้ เราได้เดือดร้อนกันหมดแน่..รีบไปหาตัวมันมาซะ!.” กฤษณะกล่าวสั่ง แน่นอนว่าตอนนี้เขาไม่พอใจเอามากๆกับการทำงานของลูกน้อง แม้ว่านายตำรวจผู้รับผิดชอบคดีนี้จะทำไปด้วยความสงสัยก็ตาม แต่เขาก็ทำอะไรไม่ได้ เพราะมันเป็นคำสั่งของนายใหญ่“ทราบแล้วครับ..” ลูกน้องตะเบ๊ะทำความเคารพก่อนออกจากห้องไป“ขอให้พวกมันหาตัวได้ทีเถอะ.. เฮ้อ” กฤษณะกล่าวอย่างกลุ้มใจ สีหน้าของเขาไม่ค่อยจะสู้ดีนัก แรงกดดันที่ได้รับมามันช่างมหาศาลจริงๆ และนั่นก็เป็นเหตุผลที่ตำรวจทั่วทั้งเชียงใหม่ต่างก็ยุ่งวุ่นวายกันในคืนนี้ มันเป็นเพราะเพียงแค่ ‘รถ’ แถมยังเป็นเพียงแค่ ‘รถคันเดียว’ ที่หายไป ส่วนเจ้าตัวต้นเหตุกำลังนอนหลับปุ๋ยไม่รู้เรื่องรู้ราวตามประสาคนสุขใจ และกำลังฝันดีต่อไป..