ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    ๔๘. บทที่ ๒๑ สิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่สูญหาย (๑)


            หอช่างเป็นห้องใหญ่หลบอยู่ด้านหลังมีนอกชานต่อเชื่อมจากโถงชานกว้างเครื่องมือที่เก็บอยู่ในห้องล้วนเป็นเครื่องมือช่างที่ประณีต ใช้กับงานละเอียดบางชิ้นก็ทำด้วยเงิน ทองเหลืองและเหล็กกล้า นับว่าเป็นเครื่องมือที่มีค่ามากของช่างชั้นครูส่วนพวกเครื่องมือหยาบจะถูกเก็บไว้นอกเรือนในเพิงเก็บของข้างโรงช่าง

            แสงพรายกำลังง่วนอยู่กับการขัดเช็ดถูทำความสะอาดเครื่องมือ เสียงของพิไรก็ดังขึ้นหน้าห้อง

            “นี่ท่าน พ่อปู่เรียกให้ไปพบ”

            เสียงเง้างอดที่พูด กับหน้าซึ่งเชิดขึ้นขณะที่เจ้าตัวก็ยืนขวางประตูห้องอยู่


            ผู้ถูกตามตัวบรรจงเก็บเครื่องมือวางลงแล้วเดินเบียดผ่านประตูออกไปราวกับไม่มีหญิงสาวยืนอยู่ยิ่งทำให้นางถึงกับถลึงตามองด้วยความตกใจ

            “เอ๊ะนี่กระไร ฉันยืนอยู่จะรอให้ขยับถอยออกไปก่อนก็ไม่ได้เลยเชียวหรือ”

            เจ้าหนุ่มไม่ตอบคำเพียงหันหน้ามายิ้มให้ แต่เป็นรอยยิ้มแห้งๆ ที่ดูเศร้าและเย็นชา จนหญิงสาวต้องสะบัดหน้าหนี


            เมื่อเดินออกมาตามนอกชานซึ่งเปิดโล่งแล้วเลี้ยวขวาเข้าสู่โถงชานกว้างที่มีหลังคาคลุมด้านซ้ายเป็นหอหน้า มี ๒ ห้องพัก เป็นห้องของครูพิธานและห้องของพิไรบุตรสาวส่วนด้านขวามือเป็นหอกลาง มี ๒ ห้องเช่นกัน คือห้องพระและห้องพักของปู่หลวง

            ผู้เฒ่าเจ้าของสำนักช่างนั่งรออยู่บนพื้นชานหอกลางหน้าห้องของท่าน

            “เป็นยังไงทำความสะอาดเสร็จหมดหรือยัง”

            “ยังไม่เสร็จขอรับคงอีกสักสองวันจึงจะแล้วเสร็จดี” ชายหนุ่มกล่าวตอบผู้ชราด้วยความนอบน้อม

            “ไม่เป็นไร ค่อยๆ ทำไปเถอะที่ข้าให้เจ้าทำความสะอาดเพราะเจ้าจะได้รู้ว่าทั้งบ้านทั้งสำนัก มีเครื่องมืออะไรอยู่ตรงไหนบ้าง โดยเฉพาะเครื่องมือสำคัญ”

            “ขอรับแล้วที่ปู่หลวงเรียกข้าพเจ้ามา มีสิ่งใดจะสั่งให้ทำเพิ่มเติมบ้างหรือขอรับ”

            “ไม่มีสิ่งใดหรอกจะบอกว่าพรุ่งนี้ให้พักงานทำความสะอาดเครื่องมือไว้ก่อนข้าจะให้ไปช่วยเตรียมดินเหนียวที่จะเอามาใช้ปั้นรูปหล่อพระพุทธรูป หน้าตัก ๑๒ นิ้วจะขึ้นไปขุดเอาดินบนเขาหลวงทิศหัวนอน (ทิศใต้)เจ้าก็เตรียมตัวไปพักนอนค้างข้างนอกด้วยหนึ่งคืน พรุ่งนี้กินข้าวแต่เช้าแล้วเรารีบออกเดินทางกัน”

            แสงพรายรับคำแล้วปู่หลวงก็สั่งหญิงสาวต่อทันที

            “เจ้าก็ไปเตรียมเครื่องบูชาที่จะนำไปไหว้พระเจ้าสี่พระองค์วัดเชตุพนและพระขพุงด้วยนะ”


            เขาหลวงอยู่ทางทิศใต้ของตัวเมืองสุโขทัยห่างจากกำแพงเมืองด้านใต้ออกไปราว ๓๐๐ เส้น (๑๒ กิโลเมตร)มีลักษณะคล้ายองค์พระพุทธรูปนอนหงายขนาดใหญ่ยาว ๑๕๐ เส้น (๖ กม.)นอนทอดพระเศียรไปทางทิศใต้ ทอดพระบาทมาทางทิศเหนือทำให้ชาวเมืองยึดทิศใต้เป็นทิศเบื้องหัวนอนบนยอดเขามีพระขพุงเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ชาวเมืองกราบไหว้บูชาแม้องค์พ่อขุนก็จัดขบวนแห่ช้างม้าขึ้นไปบวงสรวงสักการะเป็นประจำทุกปี


            “ถ้าอย่างนั้นข้าพเจ้าขอตัวไปทำความสะอาดเครื่องมือช่างต่อขอรับ” แสงพรายกล่าวเมื่อได้รับฟังคำสั่งชัดเจนแล้ว

            “ไปเถอะ ค่อยๆทำงานของเจ้าไปแล้วกัน”

            เมื่อลับร่างของเจ้าหนุ่มตรงมุมเรือนนอกชานหญิงสาวก็เอ่ยขึ้นทันที

            “ดูพ่อปู่จะเอ็นดูเขาเสียเหลือเกินนะถ้าเป็นคนอื่นเข้าไปขัดถูอยู่สองวันแล้วงานยังไม่เสร็จ คงโดนตำหนิไปแล้ว”

            “จะมีใครเข้าไปได้ล่ะห้องนั้นข้าอนุญาตให้พ่อพิธานเข้าไปได้เพียงคนเดียว นี่ถ้าไม่ใช่พ่อพรายข้าก็ต้องใช้พ่อของเอ็งนั่นแหละเป็นคนทำความสะอาด.. ยังไงก็ต้องเตรียมเครื่องมือเครื่องไม้กันแล้ว”

            “นี่ถ้าพ่อปู่อนุญาตให้พี่คำแปงเข้าไปทำความสะอาดในหอช่างได้ก็จบเรื่องแล้ว”

            นางกล่าวถึง “คำแปง”ศิษย์คนโปรดของบิดาตน ก่อนแบะปาก กล่าวต่อว่า

            “อีกสองวันก็ไม่รู้จะเสร็จหรือเปล่าเห็นทำงานเหมือนคนเกียจคร้านไม่มีแรง วันๆ จะทำได้สักกี่ชิ้น..พ่อปู่ไม่เห็นหรือว่าบางทีก็เอาแต่เหม่อลอย”

            “เหอะ เรื่องเหม่อลอยข้าก็เห็น..”ชายชรารับคำให้รู้ว่าตนไม่ได้เห็นดีเห็นงามไปเสียทั้งหมด แล้วแจงต่อว่า“นั่งเหม่อเหมือนคนอมทุกข์ แต่ฝีมืองานนั้นเขารับผิดชอบดีเครื่องมือชิ้นไหนเสียก็จัดการซ่อมแซมจนคืนกลับมาดี ชิ้นไหนทื่อ ปลายทู่ก็จัดการลับฝนให้คมให้แหลม การขัดการลงน้ำมันก็สะอาดหมดจด ประณีตเห็นชัดว่าเป็นคนตั้งใจทำงาน.. นอกจากพ่อของเจ้าข้าไม่เคยเห็นช่างคนไหนจะละเอียดรอบคอบและตั้งใจทำงานเหมือนพ่อหนุ่มคนนี้”

            “ฉันขอไปสั่งคนให้เตรียมข้าวของสำหรับงานพรุ่งนี้ก่อนละ”

            นางตัดบทและลุกออกจากเรือนทันทีด้วยไม่อยากฟังพ่อปู่ของนางสาธยายถึงความดีความวิเศษของชายหนุ่มผู้มาใหม่ผู้ที่นางไม่ถูกชะตา

             

            --------------------------------------------------


            “ฉันเตรียมเครื่องมือและสิ่งของสำหรับพรุ่งนี้เสร็จหมดแล้วแม่พิไรลองดูก่อนว่าขาดเหลืออะไรอีก”น้าหมานกล่าวขึ้นหลังจากใช้เวลาทั้งช่วงบ่ายจัดการสิ่งของตามที่แม่เรือนสำนักบ้านเงินบ้านทองสั่ง

            หญิงสาวตรวจดูสิ่งของต่างๆ ที่วางกองอยู่บนแคร่มีถุงผ้าดิบเตรียมไว้สำหรับบรรจุสิ่งของ นางจับโน่นจับนี่แล้วกล่าวขึ้นกับอีกคนว่า

            “จุก อย่าลืมเก็บดอกไม้ตามที่สั่งแต่เช้าตรู่ด้วยนะ”

            “ไม่ลืมหรอกจ้ะ” จุกที่ยืนอยู่ข้างๆน้าหมานรับคำ “ได้ยินว่าพี่แสงพรายจะไปด้วยใช่ไหมหมู่นี้ดูปู่หลวงจะเรียกใช้ใกล้ชิดตลอด”

            หญิงสาวถลึงตา กล่าวทันที

            “ก็คนใหม่ ไม่ประสีประสาอะไรก็ต้องเรียกมาอยู่ใกล้ตัว จะได้คอยสั่งคอยสอนไม่ให้ทำอะไรผิดพลาดเสียหายก็แค่นั้น”

            น้าหมานพาซื่อกล่าวแย้งขึ้น

            “เอข้าว่าปู่หลวงคงจะเอ็นดูเป็นพิเศษกระมัง คนอื่นสมัยที่มาอยู่ใหม่ๆก็ไม่เห็นปู่หลวงจะให้อยู่รับใช้ใกล้ชิดอย่างนี้นี่ก็ให้เข้าไปในห้องเก็บเครื่องมือชั้นครูด้วย ขนาดคำแปงยังไม่ได้เข้าไปเลย”


            พิไรกระแทกปลายด้ามจอบที่จับอยู่ทิ้งลงบนแคร่เสียงที่กล่าวออกมาก็กระแทกกระทั้นเช่นกัน

            “นี่จะมาอะไรกันนักกันหนางานเสร็จแล้วก็ไปช่วยแม่ผินเตรียมกับข้าวกับปลากันเถอะจะมามัวยืนสนใจคนที่ไม่รู้หัวนอนปลายตีนอยู่ได้”

            ยังดีที่นางลากเสียงทอดยาวในตอนท้ายทำให้ไม่ดูขึ้งเคียดก้าวร้าวกับคู่สนทนาที่อายุแก่กว่ากล่าวแล้วนางก็ผลุนผลันจากไป ปล่อยให้น้าหมานยืนพึมพำด้วยอาการงุนงง

            “นี่เค้าเป็นอะไรของเขาดูเหมือนจะไม่ชอบพ่อพรายเอาซะเลย”

            “อ้าว น้าหมานไม่รู้หรือ พี่พิไรเค้าไม่ชอบพี่พรายเขาว่าพี่พรายหยิ่งยโส ฉันได้ยินพูดบ่นให้คนในครัวฟัง” เด็กหนุ่มกล่าวเบาๆราวไม่อยากให้ใครมาได้ยิน ทั้งที่ยืนกันอยู่เพียงสองคนในบริเวณ

            “จริงเหรอ ไอ้จุก”

            “ก็จริงนะสิน้าเขาบอกว่าพี่พรายคอตั้งหน้าเชิด ตั้งแต่วันแรกที่เหยียบสำนักเข้ามาแล้วเขาอุตส่าห์ออกไปรับที่ปากประตูด้วยตนเอง แต่กลับไม่มองหน้า ไม่พูดจาทักทายเหมือนกับว่ามาพบปู่หลวงเพียงคนเดียว คนที่เหลือไม่อยู่ในสายตา”


            “เฮ้ย มันจะอะไรกันขนาดนั้น..ข้าว่าแม่พิไรจะคิดไปเองหรือเปล่า ข้าก็เห็นพ่อพรายเขาพูดจากับข้าดีมีสัมมาคารวะให้ตลอด”

            “ก็นั่นสิ แต่ฉันก็สังเกตนะพี่พรายนี่ถ้าใครไม่ไปยุ่งกับเขา เขาก็ไม่ยุ่งด้วยนะ คอยแต่จะเก็บตัวอยู่เงียบๆ”

            “ก็มีแต่พวกสาวๆ ละที่ชอบเข้าไปสุงสิงกับพ่อพรายเขา.. พวกผู้ชายก็เกรงๆ กันจนเกร็งไปหมดเห็นเป็นหลานศิษย์ของพี่ชายปู่หลวง..” แล้วน้าหมานก็นึกถึงเรื่องหนึ่งขึ้นมาได้“เออ แล้วเอ็งเอามุ้งอีกหลังไปให้พ่อพรายหรือยังเดี๋ยวพอบุญจันมันกลับมาพ่อพรายจะไม่มีมุ้งนอน”

            น้าหมานพูดถึงบุญจันเพื่อนร่วมเรือนพักอีกคนของแสงพรายซึ่งตอนนี้ไม่อยู่ในสำนัก

            “โถ..พี่พรายเขานอนในมุ้งเสียที่ไหนกันฉันเข้าไปดูในห้องแกปูที่นอนแยกต่างหากไม่ได้เข้าไปนอนทับที่ของพี่บุญจันมุ้งก็ไม่ได้ปลดย้ายมากาง”

            “อ้าว..ยังงี้ไม่โดนยุงกัดจนลายแย่เหรอ ยิ่งฤดูนี้ด้วย”

            “ก็ดูตามแขนตามตัวพี่เขาสิมีรอยยุงกัดเสียที่ไหนล่ะ มีแต่รอยแผลเป็น..”

             

            --------------------------------------------------



    คล้ายกับเรื่องราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย ที่คุณอ่าน