ริมฝีปากอวบอิ่มประกบเข้าจูบกับริมฝีปากชายหนุ่มอย่างไม่มีสัญญาณบอกล่วงหน้า มือบอบบางประคองใบหน้าหล่อเหลาใขณะที่ฝ่ามืออบอุ่นของเขาก็เข้าโอบเอวคอดกิ่วของเธอ เรือนกายสองร่างแนบชิด ชายหนุ่มหลับตาพริ้มถึงรสจูบอันแสนหอมหวานที่ผสมผสานกับกลิ่นหอมอ่อนจากเรือนผมและลำคอขาวเนียนของเธอ เธอถอนริมฝีปากออกอย่างแ่เบา ดวงตาที่สบกันทำใจหญิงสาวเต้นระทึกแทบทะลุมาด้านนอก และใช่ ไม่มีใครที่จะไม่รู้สึกประหม่าหรือใจเต้นเมื่อต้องจูบกับหนุ่มหล่อคมคนนี้ เธอส่งรอยยิ้มหวานพราวเสน่ห์ให้เขาพร้อมเอ่ยกระซิบชิดริมฝีปากเขาด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลเสนาะหู
“ขอบคุณนะอีริค สำหรับการพาฉันออกมาดินเนอร์กับพ่อคุณและคุณลิต้า มัน…วิเศษมากๆ เลย”
“มาอารมณ์ไหนของคุณกันเนี่ย?”
มือเรียวขาวเนียนลูบไล้ต้นคอแกร่งพลางชำเลืองมองสองสาวที่ยืนดูเธอและเขาอย่างสะใจ พวกเธอดวงตาโตตะลึงงันต่อภาพที่เห็นแล้วรีบก้าวท้าวเดินผ่านไปอย่างอารมณ์เสีย เฟรย่ากระตุกยิ้มมุมปากและหัวเราะเสียงคิกคักในคออย่างสบายอารมณ์เมื่อเธอรู้สึกถึงชัยชนะ ชายหนุ่มชำเลืองมองใบหน้างามตรงหน้าพลางส่งยิ้มอ่อนโยน เขาคว้ามือเธอมากุมไว้และเดินเคียงคู่กันไปยังลานจอดรถที่จอดมอเตอร์ไซค์ไว้
***************************************************************
ท้องฟ้าสีมืดดำที่ถูกแต่งแต้มด้วยบทกวีแห่งดวงดาวที่ส่องแสงเหมือนเกล็ดหิมะในตอนกลางคืน ซึ่งปรากฏอยู่นิ่งๆ ราวกับภาพถ่ายเก่าๆ เมืองพอทสดัมที่มีชีวิตชีวาในยามค่ำคืน น้ำค้างบนถนนสะท้อนแสงสีส้มจากเสาบนไฟถนนสองข้างทาง เสียงเพลงที่ดังกระหึ่มจากไนต์คลับที่คนหนุ่มสาวเพิ่งเริ่มออกไปเที่ยวกลางคืน แม่น้ำที่ยังคงแสงสะท้อนจากดวงดาวระยิบระยับและดวงจันทร์ที่สว่างไสว มองเห็นคู่รักหนุ่มสาวจำนวนไม่น้อยที่เดินจับมือกันอย่างมีความสุข เฟรย่าแย้มรอยยิ้มอ่อนโยนเมื่อเห็นสิ่งต่างๆ รอบกายที่แพร่กระจายไปด้วยกระแสความรัก ซึ่งเธอหวังอยากจะเจอความรักดีๆ เช่นนั้นเหมือนกัน เธอช้อนตากลับมามองชายหนุ่มนักบิดด้านหน้าแล้วก็อดอมยิ้มไม่ได้ ความเร็วของมอเตอร์ไซค์พอเหมาะที่จะทำให้เธอรู้สึกถึงลมที่พัดผมของเธอจนลำคอยุ่งเหยิง ร่างบางเริ่มรู้สึกสั่นสะท้านกับลมหนาวเย็นในฤดูร้อน เธอเอื้อมแขนเข้าโอบกอดรอบเอวของชายหนุ่ม และศีรษะของเธอเอนพิงแผ่นหลังของเขาเบาๆ ความรู้สึกอบอุ่นพลันผุดขึ้นมาท่ามกลางลมหนาวเย็นอย่างบอกไม่ถูก
ชายหนุ่มชำเลืองมองมายังด้านข้างและเอ่ยขึ้นด้วยความเป็ห่วง
“คุณหนาวเหรอ?”
“ก็นิดหน่อยอ่ะ” หญิงสาวเอ่ยขึ้นพลางยกใบหน้าขึ้นวางบนไหล่ซ้ายของเขา
“เอาล่ะ อดทนเอาหน่อยนะ อีกไม่ไกลแล้ว” หลังเอ่ยจบเขาฝ่ามืออบอุ่นก็เอื้อมมากุมมือที่เธอเกาะเอวไว้อย่างแ่เบา
“อ่ะ อีริค…”
“กอดผมแน่นๆ ล่ะ ผมเองก็ไม่มีเสื้อกันหนาวให้คุณ หวังว่านี่คงจะช่วยคุณไม่มากก็น้อยนะ”
ลมกระโชกแรงทําให้ต้นไม้สองข้างทางส่ายไปมา หญิงสาวเริ่มรู้สึกว่านี่ไม่ใช่ทางกลับบ้านของเธอ
“นี่เรากำลังจะไปไหนกันน่ะ?”
“คืนนี้พักกันที่วิลล่าของผมละกัน มันใกล้กว่าบ้านของคุณซะอีก เดี๋ยวคุณจะหนาวตายซะก่อน”
“นี่คุณ!” เฟรย่าตีแผ่นหลังชายหนุ่มเบาๆ
**********************************************************
ณ วิลล่าสุดหรู
ร่างบางในชุดคลุมผ้ากำมะหยี่สีครีมยืนกอดอกมองชื่นชมบรรยากาศภายนอกยามค่ำคืนจากระเบียงห้องนอนที่ติดกับสระน้ำ ทุกอย่างเงียบสงบ ไร้เสียงรถที่เร่งความเร็วในตอนกลางคืน มีเพียงเสียงน้ำจากน้ำพุแต่งสวนที่ไหลรินผสานกับเสียงจักจั่นที่ร้องเบาๆ แว่วมาตามสายลม ลมหนาวยามค่ำคืนพัดมาเอื่อยๆ แต่ดวงหน้าสาวรู้สึกเย็นะเืราวกับมีหิมะเกาะใบหน้า มือเรียวเล็กโอบกอดร่างของตนหนักขึ้น เธอรีบหันหลังเพื่อจะกลับเข้าไปข้างในห้องนอนซึ่งส่องสว่างสีส้มด้วยโคมไฟสไตล์โมเดิร์นที่ห้อยระย้ากลางห้องนอน มือเรียวเล็กเลื่อนบานประตูอย่างแ่เบาตามด้วยลากผ้าม่านปิดอย่างมิดชิด
“อ่ะ ดื่มชาร้อนๆ ก่อนนอนสิ ช่วยเพิ่มความอบอุ่นได้ดีล่ะ” อีริคปรากฏตัวด้านหลังเธอในลุค้าเปลือยเปล่า หากแต่ว่าสวมกางเกงบ็อกเซอร์ตัวเดียว พลางยื่นแก้วชาที่รินลงในแก้วโรมันขนาดเล็กให้เธอ
“ขอบคุณนะ”
ชายหนุ่มพยักหน้าพลางเดินไปรอบๆ ห้องเพื่อจุดไฟตามเทียนหอมที่วางไว้แต่ละจุดถึง 4-5 จุด หญิงสาวมองตามพลางคิดในใจว่าหนุ่มแบดบอยก็มีมุมโรแมนติกกับเขาด้วย
“ไม่น่าเชื่อว่าคุณจะชอบเทียนหอมด้วย”
“มันช่วยผมให้รู้สึกผ่อนคลายจากความเหนื่อยล้าแล้วก็สงบจิตใจน่ะ อีกอย่างก็ช่วยสร้างบรรยากาศ…”
“บรรยากาศอะไรงั้นเหรอ…?”
มือเรียวเล็กยกชาขึ้นดื่มพลางแอบกระตุกยิ้มมุมปากเบาๆ ดวงตากลมโตลอบมองชายหนุ่มผ่านขอบแก้วตาไม่กะพริบ ชายหนุ่มเดินตรงมายังร่างบางพลางมองเธอด้วยสายตาเ้าเล่ห์ราวกับหมาป่าหิวเหยื่อ เธอขยับแก้วชาออกจากริมฝีปาก ดวงตากลมโตฉายแววสุกสกาวราวกับรู้ล่วงหน้าว่าอะไรจะเกิดขึ้น ชายหนุ่มกระตุกยิ้มมุมปากพลางหยิบยกแก้วชาในมือเธอที่เหลือชาก้นแก้วแค่ 3-4 หยด ก่อนจะวางมันลงบนโต๊ะไม้ที่ทำจากลำต้นไม้ใหญ่ที่วางอยู่ตรงกลางห้อง ร่างสูงเดินเข้ามาชิดใกล้ ฝ่ามืออบอุ่นเกลี่ยพวงแก้มขาวเนียของเธอก่อนจะทัดปอยผมเข้ากับหูของเธอ หญิงสาวเงยหน้าขึ้นจับจ้องั์ตาคมกริบด้วยความรู้สึกอบอุ่นเต็มตื้นในหัวใจ
“ถ้าเธอคิดว่าเป็อะไร ก็คงจะใช่อย่างนั้นล่ะ…”
เข้าโน้มตัวลงมาจูบริมฝีปากเธออย่างแ่เบา ท่อนแขนเกร่งโอบกอดเอวหญิงสาวไว้ พลางใช้อีกหนึ่งมือบีบเคล้นก้นงามงอนอย่างเสน่หา บรรยากาศภายในห้องเงียบงัน มีเพียงเสียงลมหายใจของหนุ่มสาวที่เป่ารดกัน เธอเอื้อมสองมือขึ้นประคองใบหน้าหล่อเหลาและโอบคล้องคอแกร่งไว้
เมื่อความรู้สึกกระสันถูกกระตุ้นให้ตื่นขึ้นมา ร่างกำยำค่อยๆ ดันร่างของหญิงสาวให้เอนกายอย่างแ่เบาลงบนเตียงหนานุ่ม หญิงสาวยอมนอนลงบนเตียงได้โดยง่ายเพราะความปรารถนาในไฟรัก มือหนาสอดเข้าใต้ชุดคลุมกำมะหยี่แล้วลูบไล้ไปตามส่วนต่างๆ ของเรือนร่างหญิงสาวที่ขาวเนียนและไร้ที่ติ รวมถึงขาอ่อนด้านในของหญิงสาวจนรับรู้ได้ว่าเธอขนลุกชันทั่วเรือนร่างจากการััที่อ่อนโยน ชายหนุ่มค่อยๆ ดึงปมด้านหน้าของชุดที่ถูกมัดเป็โบว์ เผยให้เห็นเรือนร่างที่สุดแสนจะสมบูรณ์แบบ ยอดรัญจวนที่อวบอัดทำให้เขาอดใจไม่ได้ที่จะบีบเคล้นและจูบมันอย่างแ่เบา เขาซอกไซ้ลำคอขาวเนียนของเธอจนหญิงสาวส่งเสียงครวญครางในลำคออย่างแ่เบา
“อืม…อา…”