ณ จวนเสียนอ๋อง
“เหตุใดวันนี้เสด็จแม่ถึงออกจากวังมาพบลูกได้ หรือว่าเสด็จจะมีราชโองการแต่งตั้งรัชทายาทแล้วพ่ะย่ะค่ะ” เสียนอ๋องถามอย่างตื่นเต้น “ในที่สุดวันที่ลูกรอคอยก็มาถึงเสียที”
“ตำแหน่งรัชทายาทช้าเร็วย่อมต้องเป็ของเ้า ทั่วแผ่นดินต้าสุ่ยจะมีใครเหมาะสมกับตำแหน่งนี้มากกว่าเ้ากัน หรือต่อให้มีข้าก็จะกำจัดพวกมันไปให้พ้นทาง” เสียนกุ้ยเฟยกล่าวต่อ “แต่ที่ข้ามาพบเ้าไม่เกี่ยวกับการแต่งตั้งรัชทายาท ข้าได้ยินมาว่าอาการป่วยของรุ่ยอ๋องทรุดหนักลงอีกแล้ว เื่นี้คงไม่ใช่ฝีมือเ้ากระมัง”
“คนป่วยใกล้ตายเช่นนั้นลูกจะไปสนใจทำไม จริงอยู่ว่าก่อนหน้านี้ลูกสั่งให้คนของลูกเข้าไปวางยาเขาจริง แต่ยังไม่ทันจะได้ลงมือ ์ก็ประทานพรให้ลูกด้วยการสาปให้เขาเป็โรคประหลาดขึ้นมาเสียก่อน” เสียนอ๋องพูดยิ้ม “มีแต่คนบอกว่ารุ่ยอ๋องวาสนาดีที่ได้เกิดมาเป็บุตรของฮองเฮา แล้วอย่างไร...สุดท้ายวาสนาของเขายังเทียบลูกไม่ได้อยู่ดี เพราะเสด็จแม่ของลูกดีกว่าฮองเฮาสกุลหลูผู้นั้นเสียอีก”
“ไม่ใช่ฝีมือเ้าก็ดี” เสียนกุ้ยเฟยหายใจโล่ง “ถึงแม้ฝ่าาจะไม่โปรดฮองเฮาเท่าข้า แต่อย่างไรตระกูลหลูของนางก็เป็ตระกูลแม่ทัพ หากเื่ที่รุ่ยอ๋องล้มป่วยเป็ฝีมือของเ้า ต่อให้ข้าช่วยออกหน้าฝ่าาก็ต้องทบทวนการแต่งตั้งเ้าเป็รัชทายาทอยู่ดี เพราะฝ่าาไม่มีทางแตกหักกับตระกูลหลูอย่างแน่นอน”
“กำจัดกองทัพตระกูลฉินไปได้ก็ยังเหลือกองทัพตระกูลหลู” เสียนอ๋องพูดอย่างโมโห “อย่าให้ถึงวันที่ลูกมีอำนาจ กองทัพพวกนั้นก็อย่าหวังว่าจะมีชีวิตอีกเลย”
“กำจัดกองทัพตระกูลฉินอย่างนั้นรึ?” เสียนกุ้ยเฟยมองลูกชายอย่างไม่พอใจ “การที่เ้าลดตำแหน่งแม่ทัพใหญ่ฉินแล้วส่งทหารห้าหมื่นนายไปให้ฉินจื่อฉิงดูแล เ้าเรียกสิ่งนี้ว่ากำจัดกองทัพตระกูลฉินอย่างนั้นหรือ! นี่มันคือการยื่นดาบให้ฉินจื่อฉิงถือไว้ในมือสิไม่ว่า เ้าไม่รู้หรือไรว่ากองทัพตระกูลฉินมีความสามารถด้านการขี่ม้าและยิงธนูมากเพียงใด ยิ่งพวกเขาได้ไปฝึกฝนในค่ายทหารของฉินจื่อฉิง ต่อไปทหารฝีมือดีที่สุดของแคว้นย่อมหนีไม่พ้นกองทัพของฉินจื่อฉิง ต่อให้เป็กองทัพที่ใช้ดาบและหอกเก่งอย่างกองทัพตระกูลหลูก็ยังสู้กองทัพของฉินจื่อฉิงไม่ได้”
“ต่อให้ฉินจื่อฉิงจะเก่งแค่ไหนแต่เขาก็ยังต้องฟังคำสั่งลูก”
เสียนกุ้ยเฟยถอนหายใจให้ลูกชาย “เอาไว้ให้เ้าได้ตำแหน่งนั้นมาก่อนแล้วค่อยว่ากัน”
“เสด็จแม่มาพบลูกด้วยเื่แค่นี้หรือพ่ะย่ะค่ะ” เสียนอ๋องวกกลับมาถามเื่เดิม
“อาการป่วยของเสียนอ๋องก็เื่หนึ่ง แต่เื่สำคัญคืออีกสองเดือนจะมีการทดสอบเข้าสำนักแพทย์หลวงแล้ว ข้าอยากมาถามเ้าว่าคุณหนูตระกูลซูผู้นั้นเตรียมตัวไปถึงไหนแล้วต่างหาก” เสียนกุ้ยเฟยพูดเสียงเครียด “ครั้งนี้ฝ่าาจะเสด็จมาดูการทดสอบด้วยตัวเอง ข้าเกรงว่าแผนที่เราจะซื้อตัวคนคุมสอบคงทำไม่ได้แล้ว”
“โธ่...ลูกก็นึกว่าเื่อะไร” เสียนอ๋องยิ้มอย่างมั่นใจ “เวลานี้หว่านเอ๋อถูกบันทึกชื่อภายใต้ชื่อของฮูหยินใหญ่ลั่วเจินเจินแล้ว ย่อมหมายความว่านางมีสิทธิ์ที่จะศึกษาวิชาแพทย์ของตระกูลลั่ว เสด็จแม่ลืมไปแล้วหรือว่าฮูหยินใหญ่มีตำราแพทย์ของบรรพบุรุษตระกูลลั่วไว้ใน ดังนั้นการทดสอบครั้งนี้ย่อมไม่มีปัญหา หว่านเอ๋อของลูกต้องผ่านการทดสอบอย่างแน่นอนพ่ะย่ะค่ะ”
“เ้าจะมั่นใจได้อย่างไรว่าลั่วเจินเจินจะสอนวิชาแพทย์ของบรรพบุรุษตระกูลลั่วให้กับนาง” เสียนกุ้ยเฟยขมวดคิ้ว “เ้าอย่าลืมว่าการทดสอบครั้งนี้ไม่ใช่แค่ตำแหน่งแพทย์หญิงคนแรกของสำนักแพทย์หลวง แต่มันยังแสดงถึงความสามารถของซูชิงหว่านว่านางมีคุณสมบัติเพียงพอที่จะมาเป็พระชายาของเ้าได้หรือไม่ ในอนาคตเ้าจะได้ขึ้นเป็รัชทายาทและยังจะได้ขึ้นไปนั่งอยู่บนตำแหน่งสูงนั้น หากซูชิงหว่านไม่มีความสามารถเพียงพอและไม่เป็ที่ยอมรับของขุนนางและราษฎร เช่นนั้นสตรีที่มีอำนาจมากที่สุดในวังหลังก็ไม่ใช่ที่ที่นางจะเอื้อมไปถึง”
“เสด็จแม่เชื่อลูกเถิดพ่ะย่ะค่ะ ลูกดูคนไม่ผิดหรอก หว่านเอ๋อของลูกเป็แพทย์หญิงที่มีความสามารถมากจริงๆ ไม่เช่นนั้นเมื่อครั้งที่ลูกตกจากหลังม้า นางจะเชื่อมกระดูกให้ลูกกลับมาเดินได้อีกครั้งได้อย่างไร”
“แต่เหตุการณ์ครั้งนั้นซูจิ้นจงเป็หมอเพียงคนเดียวที่เข้าไปตรวจอาการให้เ้า บางทีผลการตรวจกระดูกของเ้าอาจไม่ใช่อย่างที่เขากล่าวอ้างก็เป็ได้” เสียนกุ้ยเฟยยังสงสัยกับเื่ในอดีต
“อาการาเ็ครั้งนั้นลูกรู้ดีที่สุด ในเมื่อลูกเชื่อใจนาง ลูกก็อยากให้เสด็จแม่เชื่อใจนางด้วย” เสียนอ๋องมองมารดาอย่างขอร้อง “ ลูกรู้ว่าเสด็จแม่ยังติดใจที่หว่านเอ๋อเป็บุตรที่เกิดจากอนุ แต่นางก็ได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าแม้นางจะเป็บุตรของอนุแต่ความสามารถของนางกลับมีมากกว่าบุตรของภรรยาเอกอย่างซูหยุนหราน อีกทั้งเวลานี้หว่านเอ๋อได้บันทึกชื่อว่าเป็บุตรีของภรรยาเอกแล้ว ลูกคิดว่านางเหมาะสมกับตำแหน่งพระชายาของลูกแล้วพ่ะย่ะค่ะ”
“เอาเถอะ...อย่างไรนางก็เป็คนที่เ้าเลือก ข้าก็จะให้เ้าใช้ชีวิตร่วมกับนางโดยไม่เข้าไปขัดขวาง แต่หากวันหน้านางทำให้สถานะของเ้าสั่นคลอนก็อย่าหาว่าข้าใจร้าย”
เสียนอ๋องส่งเสด็จพระมารดากลับวังหลวง จากนั้นเขาก็ไปที่โรงน้ำชาซึ่งเป็สถานที่นัดพบของเขากับซูชิงหว่าน
ณ จวนสกุลซู
“ฮูหยิน อีกไม่นานก็จะถึงวันทดสอบเข้าสำนักแพทย์หลวงของหว่านเอ๋อแล้ว เมื่อไหร่เ้าจะเริ่มสอนวิชาแพทย์ของตระกูลลั่วให้กับนาง” ซูจิ้นจงถามภรรยา
ฮูหยินใหญ่ลั่วเจินเจินที่ถูกสามีปรนเปรอความรักให้เริ่มไม่มีสมาธิ ทั้งยังหงุดหงิดที่เวลาเช่นนี้สามีกลับยังคิดถึงเื่อื่น นางแกล้งผลักสามีออกอย่างไม่พอใจ เวลานี้สามียังติดใจและไม่เบื่อกับััของนาง ทำให้สามียังไม่รับสตรีอื่นเข้าจวน ฮูหยินใหญ่จึงกล้าแสดงความไม่พอใจต่อสามีออกไปบ้าง แต่เป็เพียงจริตแง่งอนที่ใช้เรียกความสนใจจากสามีคืนมาเท่านั้น หากให้ทำมากกว่านั้นนางคงไม่กล้า เพราะแม้ระยะหลังมานี้สามีจะเอาใจนางมาก แต่นางก็รู้ดีว่าขีดจำกัดของเขาไม่ได้มีมากนัก “เวลาดีๆ เช่นนี้ท่านพี่ยังพูดถึงเื่อื่น เช่นนั้นเราหยุดกันก่อนเถิดเ้าค่ะ พูดธุระเสร็จแล้วค่อยมาเริ่มกันใหม่”
ซูจิ้นจงรั้งภรรยาแล้วใช้ตัวกดทับนางไว้ เวลาเข้าด้ายเข้าเข็มเช่นนี้จะให้เขาหยุดกลางคันได้อย่างไร “ฮูหยินคนดีของข้า นับวันยิ่งกลายเป็คนขี้ใจน้อยไปได้อย่างไร”
“เวลานี้ท่านกำลังมีความสุขอยู่กับข้า แต่ท่านยังไปคิดถึงเื่อื่นแล้วจะไม่ให้ข้าน้อยใจได้อย่างไรเ้าคะ” ฮูหยินใหญ่เบียดกายเข้าหาสามีอย่างจงใจ “ในเมื่อตัวข้าทำให้ท่านสนใจไม่ได้ ข้าก็ไม่อยากทำต่อแล้วเ้าค่ะ”
ซูจิ้นจงถูกร่างกายอ่อนนุ่มเบียดเข้ามาก็เสียการควบคุมไปบ้างแล้ว ยิ่งได้กลิ่นหอมจากกายของนางที่ทำให้เขาลุ่มหลง ซูจิ้นจงจะควบคุมตัวเองต่อได้อย่างไร “เป็ข้าที่ทำผิดต่อเ้าใช่หรือไม่ เช่นนั้นข้าจะไถ่โทษด้วยการทำให้ฮูหยินที่รักพอใจ”
จากนั้นทั่วทั้งเรือนของฮูหยินใหญ่ก็ได้ยินเพียงเสียงหอบหายใจและเสียงแห่งความสุขสันต์ แม้เป็เวลากลางวันแต่ทั้งคู่กลับไม่คิดที่จะลดเสียงลงแม้แต่น้อย
“คราวนี้หายโกรธข้าได้หรือยัง” ซูจิ้นจงกอดภรรยาไว้อย่างพอใจ “ข้าไม่รู้มาก่อนเลยว่าภรรยาจะเร่าร้อนได้ถึงเพียงนี้ เมื่อก่อนข้าปล่อยให้เ้านอนเหงาอยู่คนเดียวได้อย่างไรกันนะ”
ฮูหยินใหญ่ใช้กำปั้นน้อยๆ ทุบหน้าอกสามีอย่างมีจริตก่อนจะพูดอย่างน้อยใจ “เวลานั้นท่านพี่มีแต่หลินจี้เหยาแล้วท่านจะมีเวลาหันมาสนใจภรรยาที่น่าเบื่อเช่นข้าได้อย่างไรเ้าคะ”
กลิ่นกายหอมหวานของภรรยาลอยเข้าจมูกทำให้ซูจิ้นจงเกิดความ้าขึ้นอีกแล้ว แต่ก่อนที่จะควบคุมตัวเองไม่ได้ เขารีบพูดเื่สำคัญ “ฮูหยินที่รักอย่าหาว่าสามีเช่นข้าไม่รู้เวลา แต่การทดสอบเข้าสำนักแพทย์หลวงของหว่านเอ๋อมีความสำคัญกับตระกูลซูของเราจริงๆ เ้าจะเริ่มสอนวิชาแพทย์ตระกูลลั่วให้กับนางได้เมื่อใด”
ฮูหยินใหญ่ใช้มือเล็กลูบไปบนหน้าอกของสามี นางรู้ดีว่าครั้งนี้คงยื้อเวลาต่อไปไม่ได้แล้ว “หากข้าสอนวิชาแพทย์ของตระกูลลั่วให้หว่านเอ๋อ ท่านพี่สัญญากับข้าข้อหนึ่งได้หรือไม่เ้าคะ”
“เ้าอยากขอเื่ใด” มือเล็กๆ ของภรรยาทำให้ซูจิ้นจงรู้สึกปั่นป่วน เขารีบกุมมือน้อยไว้ “ขอแค่ทำได้ข้าย่อมไม่ปฏิเสธ”
“ข้าขอให้ท่านพี่อย่ารับอนุเข้ามาอีกจะได้หรือไม่เ้าคะ”
ซูจิ้นจงขมวดคิ้ว จริงอยู่ที่เวลานี้เขาหลงใหลในกลิ่นกายและความเร่าร้อนของนาง แต่ปีนี้เขาอายุยังไม่ถึงสี่สิบปีแล้วเขาจะกล้าสัญญาเพื่อตัดความสุขของตนเองไปได้อย่างไร ‘ลั่วเจินเจินผู้นี้ถูกข้าเอาอกเอาใจเข้าหน่อยก็คิดว่าจะข้าไว้คนเดียวได้แล้วหรือไร ต้องโทษที่ตอนนั้นข้าคืนตำราแพทย์กลับให้นางเร็วเกินไป หากข้าคัดลอกข้อความในตำราเก็บไว้บ้าง วันนี้นางจะมีโอกาสมาต่อรองกับข้าเช่นนี้หรือ แต่ก็เอาเถอะ...สัญญาไปก่อนจะเป็ไรไป เมื่อหว่านเอ๋อผ่านการทดสอบจนได้เป็แพทย์หญิงคนแรกของสำนักแพทย์หลวง ตระกูลซูของข้าก็จะกลับมามีชื่อเสียง ถึงตอนนั้นลั่วเจินเจินยังนับเป็อะไรได้ ตอนนี้ข้าตอบตกลงกับนางไปก่อนก็แล้วกัน’
ลั่วเจินเจินใช้นิ้ววนไปบนหน้าอกของสามีอย่างใช้ความคิดเมื่อเห็นสามีนิ่งไปนาน ‘ข้ารู้อยู่แล้วเ้าไม่มีทางตอบรับในสิ่งที่ข้าขอ หรานเอ๋อพูดไว้ไม่ผิดจริงๆ บุรุษเช่นเ้ามันไม่รู้จักพอ แต่ใครใช้ให้ข้ารักเ้ามากจนตัดใจจากเ้าไม่ได้กันเล่า ข้าถึงขั้นยอมตัดขาดกับบิดาและบุตรสาวเพื่อเ้า แม้แต่วิชาแพทย์ที่เป็เลิศของตระกูลลั่ว ข้ายังกล้าที่จะนำมาสอนให้บุตรสาวของเ้า ข้าขอแค่ให้เ้ามีข้าคนเดียวเ้ากลับทำไม่ได้ เช่นนั้นเ้าก็อย่าหาว่าข้าใจร้ายก็แล้วกัน’
“ฮูหยินที่รัก ข้าตอบรับคำขอของเ้า” ซูจิ้นจงพูดขึ้นก่อน “ขอแค่ตระกูลซูรุ่งเรือง ข้าจะให้เ้าเป็ฮูหยินใหญ่เพียงผู้เดียว”
ฮูหยินใหญ่ยกยิ้มที่มุมปากพร้อมกับคิดในใจ ‘ข้าอยู่กินกับเ้ามาสิบกว่าปี ข้าจะไม่รู้ได้อย่างไรว่าลิ้นของเ้ามันพลิกไปพลิกมาได้มากขนาดไหน ให้ข้าเป็ฮูหยินใหญ่เพียงผู้เดียวแต่ไม่รับปากว่าจะไม่รับอนุ ข้าอยากเป็ฮูหยินใหญ่ที่ใดกัน ข้าอยากเป็ภรรยาเพียงคนเดียวของเ้าต่างหาก ในเมื่อเ้าบิดเบือนคำพูดได้ ข้าก็จะทำในสิ่งที่เ้าคาดไม่ถึง’
“ฮูหยิน...” ซูจิ้นจงมือไม้เริ่มอยู่ไม่สุข “เ้ายังไม่พอใจในคำสัญญาของข้าอีกหรือ”
แม้จะเสียสมาธิไปบ้างแต่ฮูหยินใหญ่ยังควบคุมตัวเองได้ นางเอื้อมไปหยิบจอกน้ำโดยที่ไม่ทันได้ให้สามีสังเกต นางหย่อนเม็ดยาบางอย่างลงไปก่อนจะนำมาให้เขาดื่ม “ดื่มน้ำก่อนเถิดเ้าค่ะ”
ซูจิ้นจงจับมือภรรยา “ข้ายังไม่อยากดื่ม ข้าอยากฟังคำตอบของเ้าก่อน”
“ข้าแค่ลองใจท่านเท่านั้น ต่อให้ท่านไม่สัญญา ข้าก็จะสอนวิชาแพทย์ให้หว่านเอ๋ออยู่แล้วเ้าค่ะ” ฮูหยินใหญ่ป้อนน้ำให้สามี
ซูจิ้นจงดีใจจึงดื่มน้ำไปทีเดียวจนหมด “ต่อให้เ้าลองใจ แต่ข้ายังยืนยันว่าข้าจะให้เ้าเป็ฮูหยินใหญ่ของข้าเพียงคนเดียว”
‘เหอะ...นี่แค่ยาเม็ดแรก หากเมื่อใดที่เ้าได้กินยาเม็ดที่สองเข้าไป ชาตินี้ทั้งชาติเ้าก็อย่าหวังว่าเ้าจะไปแสดงความรักกับสตรีใดได้อีก ต่อให้ข้าจะต้องนอนกอดร่างไร้ความสามารถของเ้าไปตลอดชีวิตข้าก็จะไม่เสียใจ’ ฮูหยินใหญ่วางจอกน้ำแล้วหันมาคลอเคลียสามี
ซูจิ้นจงได้รับคำตอบที่น่าพอใจจากภรรยาก็รู้สึกวางใจ เขาเริ่มแสดงความรักกับนางต่อในทันที