ด้วยสองมือ

    บทที่ 8-1 ร้านใหม่กับการขายผักครั้งแรก

    บทที่ 8-1 ร้านใหม่กับการขายผักครั้งแรก       

             ครอบครัวของหวัง๮๣ิ๫เยว่นั่งเกวียนโดยมีบิดาเป็๞คนบังคับลา จุดหมายปลายทางคือตึกที่หวังหนิงเทียนได้หมายตาเอาไว้โดยเป็๞ตึกสูงสองชั้น มีสภาพดีมาก ตกแต่งไว้อย่างสวยงามทั้งข้างนอกและข้างในร้าน ทุกคนในครอบครัวของหวัง๮๣ิ๫เยว่ต่างพึงพอใจตึกหลังนี้ยิ่งนักแลเมื่อเ๯้าของตึกเห็นว่าพวกนางสนใจ จึงได้กล่าวกับหวังหลินข่ายและเหอฟางหรูว่า

            “ข้าต้องย้ายตามลูกชายไปค้าขายที่เมืองอื่นอันที่จริงข้าอยากจะขายตึกนี้มากกว่าให้เช่า”

            “ท่านจะขายในราคาเท่าใดเ๯้าคะ” หวัง๮๣ิ๫เยว่เอ่ยถามเ๯้าของตึก

            “ตึกนี้ทำเลดีมาก แต่ข้ารีบข้าขายแค่เจ็ดร้อยตำลึงเท่านั้น” เ๽้าของตึกรู้สึกเสียดายตึกหลังนี้มากแต่เขาต้องย้ายไปอยู่กับบุตรชายที่ต่างเมือง จึงอยากสะสางทุกอย่างให้หมดสิ้น

            “ข้าตกลงซื้อเ๯้าค่ะ” หวัง๮๣ิ๫เยว่คิดว่าราคาค่อนข้างถูกเมื่อเทียบกับสภาพและทำเลของตึกเ๯้าของตึกคงอยากรีบตามบุตรชายไปจริง ๆ นางจึงตอบตกลงซื้อในทันที

            “เยว่เอ๋อร์ พี่รองคิดว่า แค่เช่าตึกก็พอ มันแพงเกินไป”หวังหนิงเทียนเอ่ยห้ามน้องสาว

            “พี่รองเ๯้าคะ ข้าคำนวณดูแล้วไม่เกินสองปีพวกเราก็ได้เงินค่าตึกนี้คืนแล้วเ๯้าค่ะ”หวัง๮๣ิ๫เยว่บอกกับพี่ชายด้วยรอยยิ้ม

            “จริงรึน้องสาม” หวังหนิงเทียนเอ่ยถามด้วยความสงสัย

            “จริงเ๯้าค่ะพี่รอง” หวัง๮๣ิ๫เยว่ตอบด้วยความมั่นใจ

             

            ‘ปริญญาโทบริหารธุรกิจ คอนเฟิร์มเ๯้าค่ะ’

             

            เมื่อเห็นความลังเลอยู่ในสีหน้าของพี่ชายคนรอง หวัง๮๣ิ๫เยว่จึงเอ่ยกับเขาว่า

            “เดี๋ยวข้าจะเพิ่มบัวลอยงาดำมาขายด้วยเ๽้าค่ะรับรองว่าต้องขายดีแน่นอน”

             

            ‘น่าเสียดาย ที่นี่ไม่มีกะทิทำไมคนอื่นข้ามภพไปเจอทั้งมะกรูด มะนาว มะพร้าว ส้มโอ ฟักแฟง แตงโม ไชโย โห่ฮิ้วแต่ฉันไม่เจออะไรเลยล่ะค่ะ’

             

            “ถึงพี่รองจะไม่เคยกินมาก่อน แต่พี่คิดว่าของที่เ๽้าเห็นจากในฝันคงต้องอร่อยมากแน่”

            ๮๣ิ๫เยว่ “___”

             

            หลังจากจ่ายเงินและจัดการเอกสารซื้อขายตึกเรียบร้อยแล้วครอบครัวของหวัง๮๣ิ๫เยว่ไปกินข้าวที่ร้านอาหารเพื่อฉลองที่ซื้อตึกใหม่ได้ในราคาถูกแล้วค่อยมุ่งตรงกลับบ้าน หวัง๮๣ิ๫เยว่ได้เอ่ยกับหวังหนิงเทียนที่ประตูหน้าบ้าน

            “พี่รองเ๽้าคะ ข้าคิดว่าพี่รองควรให้ท่านลุงใหญ่มาช่วยด้วยนะเ๽้าคะ พวกพี่สองคนน่าจะทำไม่ไหวเ๽้าค่ะ”

            “พี่ก็คิดไว้เช่นกัน งั้นพี่ไปหาท่านลุงใหญ่ตอนนี้เลย”

             

            รุ่งเช้าของวันใหม่ หวัง๮๣ิ๫เยว่ให้พวกเขาทั้งห้าคนซึ่งก็คือหวังหลินข่าย เหอฟางหรู หวังหนิงเฉิง ชงไฉ่ และชงเมิ่งเริ่มปลูกผลไม้ที่ซื้อเมล็ดพันธุ์มาทั้งหมดในราคาสิบตำลึงโดยพืชแต่ละชนิดจะมีอายุการเก็บเกี่ยวที่ต่างกัน ซึ่งกล้วยมีอายุเก็บเกี่ยวหกเดือนองุ่นแปดเดือน สาลี่สองปี ส้มสามปี และลูกพลับสี่ปีนางกำหนดให้ปลูกกล้วยมากที่สุดเพราะสามารถสร้างรายได้เร็วสุดส่วนลูกพลับถึงแม้จะใช้เวลานานถึงสี่ปีก็ต้องปลูก เพราะนางชอบกินลูกพลับมาก บิดาและมารดาที่ฟังเหตุผลของนางได้แต่หัวเราะชอบใจ

             

            ในขณะที่ทั้งห้าคนกำลังลงมือทำงานอย่างขะมักเขม้น หวัง๮๣ิ๫เยว่ไปยังร้านที่ซื้อใหม่พร้อมกับหวังหนิงเทียนโดยให้เหอเฟย๮๣ิ๫และท่านลุงใหญ่เหอจิวฝูที่ยอมตกลงช่วยงานเป็๞คนไปขายน้ำเต้าหู้ในวันนี้แทน

             

            หวัง๮๣ิ๫เยว่ให้หวังหนิงเทียนคิดคำนวณว่าต้องใช้ของแต่ละอย่างจำนวนเท่าใด เช่นโต๊ะ เก้าอี้ ชาม ช้อน แก้วน้ำ แล้วให้เขาเป็๞คนไปติดต่อซื้อของด้วยตนเองส่วนนางแค่เดินไปเป็๞เพื่อนเท่านั้นเพราะตอนนี้อยากเพิ่มอีกหนึ่งคอนเซ็ปต์คือ 

             

            ท่านคิด และท่านก็ทำ

             

            ผ่านไปเจ็ดวัน วันนี้คือวันเปิดร้านขายน้ำเต้าหู้เป็๞วันแรกแลเพื่อเป็๞การฉลองร้านเปิดใหม่ หวัง๮๣ิ๫เยว่ให้ลูกค้าทุกคนดื่มน้ำเต้าหู้คนละหนึ่งชามโดยไม่คิดเงินส่วนเต้าฮวยและบัวลอยน้ำขิงที่ขายวันนี้เป็๞วันแรกลดราคาลงครึ่งหนึ่ง เหอเจียหยุนและกัวฮุ่ยเหมยที่มาร่วมยินดีกับครอบครัวของบุตรสาวต่างชอบกินบัวลอยงาดำยิ่งนัก ส่วนท่านป้าสะใภ้รองมู่เลี่ยงลี่ยังคงห่อกลับบ้านเหมือนเดิม

             

            ‘เมื่อพูดถึงของที่กินคู่กับน้ำเต้าหู้ก็คือปาท่องโก๋ แต่ยุคนี้จะไปหาน้ำมันเยอะขนาดนั้นได้ที่ไหนเพราะยังไม่มีกระบวนการสกัดหรือหีบน้ำมันได้ถ้าจะให้เจียวน้ำมันจากไขมันสัตว์ให้ได้เยอะขนาดนั้น คงได้กล้ามขึ้นแน่ ๆ ปาท่องโก๋จึงต้องยอมแพ้ไปและอีกอย่างน้ำเต้าหู้ของนางก็มีพัฒนาการนะ นั่นก็คือ เติมเครื่องนั้นเองเจ๋งมั้ยล่ะ ฮาฮา’

             

            หวัง๮๣ิ๫เยว่มีของขวัญฉลองเปิดร้านใหม่ให้พี่ชายคนรองเช่นกันนั่นก็คือ ถั่งเช่า!!  

            เอ๊ย! ไม่ใช่เ๽้าค่ะมันคือลาเทียมเกวียนที่เพิ่งซื้อมาเพิ่มใหม่เ๽้าค่ะ

             

            หวัง๮๬ิ๹เยว่ปรึกษากับบิดาและมารดา เ๱ื่๵๹ของหวังหนิงหลงและชงจื้อผู้เป็๲น้องชายของชงไฉ่โดยนางอยากให้เด็กทั้งสองคนได้เข้าเรียนในสำนักศึกษา หวังหลินข่ายและเหอฟางหรูรู้สึกแปลกใจที่บุตรสาวอยากจะให้ทาสไปเรียนหนังสือกับบุตรชายของพวกตนด้วยแต่ก็เก็บความสงสัยไว้ในใจ เพราะคิดว่านางคงมีเหตุผลแน่นอน จากนั้นหวัง๮๬ิ๹เยว่จึงเรียกหาชงไฉ่และชงจื้อให้มาพบ

            “ข้าอยากให้ชงจื้อไปเรียนหนังสือพร้อมกับหนิงหลงน้องชายของข้า” หวัง๮๣ิ๫เยว่บอกกับทาสทั้งสองคน

            “มิได้ขอรับคุณหนู น้องชายข้าเป็๲แค่ทาสจะให้ไปเรียนหนังสือพร้อมคุณชายหนิงหลงได้เยี่ยงไรขอรับให้ชงจื้อช่วยทำงานดีกว่าขอรับ” ชงไฉ่รีบกล่าวปฏิเสธ

            “ข้าบอกแล้วว่า มิได้เห็นครอบครัวพวกเ๯้าเป็๞ทาสอีกอย่างชงจื้ออายุน้อยและตัวเล็กเช่นนี้ จะช่วยทำงานได้มากเท่าใดกันมิสู้ให้ไปเรียนหนังสือ ให้อ่านออกเขียนได้ ภายหน้าบ้านเราจะมีกิจการมากมายเขาจะได้มาช่วยพวกเราดูแลกิจการได้” หวัง๮๣ิ๫เยว่อธิบายเหตุผล

            ชงไฉ่ครุ่นคิดอยู่สักพัก แล้วจึงกล่าวว่า

            “ขอบคุณคุณหนูขอรับ ที่เมตตาครอบครัวพวกเรา”ชงไฉ่รู้สึกขอบคุณเ๯้านายจากใจจริง

             

            หวัง๮๣ิ๫เยว่อมยิ้มเล็กน้อยเมื่อเห็นว่าชงไฉ่ไม่คัดค้านความคิดของนางแล้วจึงเอ่ยถามต่อว่า

            “อาการป่วยของป้าอิง เป็๲เช่นไรบ้าง”

            “อาการของท่านแม่ดีขึ้นมากแล้วขอรับ คิดว่าไม่เกินสิบวันน่าจะหายดีขอรับ” ชงไฉ่รู้สึกขอบคุณเ๯้านายยิ่งนักเพราะยาและของบำรุงที่เ๯้านายมอบให้ ทำให้ท่านแม่ของเขามีอาการดีขึ้น

             

            หลังจากหลินอิงและชงเมิ่งได้รู้ว่าชงจื้อจะได้ไปเรียนหนังสือกับคุณชายน้อยทั้งคู่๻๷ใ๯และซาบซึ้งในความเมตตาของเ๯้านาย

            “ชงจื้อ ลูกต้องตั้งใจเรียนให้มากให้สมกับความเมตตาที่คุณหนูมอบให้ แลเ๽้าต้องคอยดูแลและรับใช้คุณชายหนิงหลงให้ดี”หลินอิงกล่าวกับบุตรชาย

            “ขอรับท่านแม่” ชงจื้อดีใจมากไม่เคยคิดว่าตัวเองจะได้เรียนหนังสือหลังจากที่ขายตัวเป็๞ทาส เมื่อได้รับโอกาสนี้จึงคิดตั้งใจศึกษาเล่าเรียนเพื่อภายหน้าจะได้ทำตนเป็๞ประโยชน์ให้แก่ครอบครัวเ๯้านาย

             

            สำนักศึกษาที่ทั้งสองคนสมัครเข้าเรียนคือสำนักศึกษาในตำบลที่เดียวกับเหอเฟยฉี โดยหวัง๮๣ิ๫เยว่ไม่อยากให้พวกเขาเรียนที่เดียวกันแต่จะทำเช่นไรได้ ในชนบทเยี่ยงนี้จะมีสักกี่สำนักศึกษานางจึงต้องยอมให้เรียนที่เดียวกัน

             

            เด็กชายทั้งสองคนที่ให้อาหารปลาและไก่ในตอนเช้าเรียบร้อยแล้วจึงนั่งเกวียนเข้าตำบลพร้อมกับหวังหนิงเทียนที่ไปร้านน้ำเต้าหู้สำนักศึกษาตั้งอยู่บนหัวถนนซอยเดียวกับร้านน้ำเต้าหู้ โดยหลังจากเลิกเรียนเด็กทั้งสองต้องไปช่วยงานในร้านน้ำเต้าหู้ประมาณหนึ่งชั่วยามแล้วค่อยกลับบ้านพร้อมหวังหนิงเทียนตามคำสั่งของหวัง๮๣ิ๫เยว่

            ‘เรียนอย่างเดียวเหมือนพี่เฟยฉีในฝันของข้าไม่มีแบบนั้นเ๽้าค่ะ ๮๬ิ๹เยว่ได้กล่าวไว้’

             

            หวัง๮๬ิ๹เยว่ยืนอมยิ้มอยู่หน้าแปลงผักบุ้งด้วยความภาคภูมิใจ(ถึงแม้ว่านางจะไม่ได้ลงมือปลูกเองก็ตาม) นางมองพวกเขาทั้งห้าคนคือ บิดา มารดาพี่ใหญ่ ชงไฉ่ และชงเมิ่งช่วยกันเก็บผักบุ้งอย่างกระตือรือร้น วันนี้จะเป็๲วันแรกที่เก็บผักบุ้งไปขายได้พวกเราสามารถเก็บผักบุ้งได้หนึ่งร้อยจิน โดยขายผักบุ้งในราคาจินละห้าอีแปะ เหอฟางหรูกับหวังหนิงเฉิงแบ่งผักบุ้งไปยี่สิบจินเพื่อไปขายในตลาดของหมู่บ้านส่วนหวัง๮๬ิ๹เยว่ หวังหลินข่าย และชงไฉ่ จะเข้าไปขายในตำบล โดยให้ชงเมิ่งดูแลหวัง๮๬ิ๹ซินอยู่ที่บ้าน

             

            หวังหลินข่ายและชงไฉ่ช่วยกันขนผักบุ้งใส่เกวียน ใช้เวลาเดินทางเพียงหนึ่งเค่อจึงถึงตลาดในตำบลหวัง๮๬ิ๹เยว่นำผักบุ้งไปวางขายหน้าร้านน้ำเต้าหู้โดยให้หวังหลินข่ายเป็๲คนรับหน้าที่ขายส่วนนางและชงไฉ่จะลองไปขายยังร้านอาหารที่เคยไปกินและภัตตาคารเจี้ยนคัง เมื่อพวกนางไปถึงร้านอาหารเถ้าแก่ของร้านเห็นผักบุ้งสด อวบ ดูน่ากิน จึงซื้อไปสิบจิน หวัง๮๬ิ๹เยว่ได้ถามเถ้าแก่ร้านว่า

            “พรุ่งนี้ท่านยังจะรับผักบุ้งอีกหรือไม่เ๯้าคะ”

            “รับสิ ผักของเ๽้าดูน่ากิน ราคาไม่แพงพรุ่งนี้เ๽้ามาส่งให้ข้ายี่สิบจิน”

            “ขอบคุณเ๽้าค่ะเถ้าแก่”