บทที่ 9 คนสำคัญปรากฏตัว (รีไรต์)
บ้านไม่ได้เก็บเสียง จิ่นซูจึงพาจางเจาตี้ไปคุยกันที่นอกลานบ้าน
“ถ้าแกไม่อยากถูกตระกูลหลินส่งตัวกลับ ก็รีบเอาเงินออกมา พอเขากลับมา แกก็บอกไปว่า เอาเงินไปรักษาอาการป่วยของซุนอิงจนหมดแล้ว”
“แล้วถ้าฉันไม่ให้ล่ะ?”
“ไม่ให้ก็เตรียมตัวหย่าได้เลย!” จางเจาตี้พูดด้วยน้ำเสียงเ็า
“พี่สาวแกทำงานโรงงานเดียวกับจางสุ่ยหลิง จางสุ่ยหลิงเพิ่งไปยื่นเื่ขอเปลี่ยนตำแหน่งงานกับทางโรงงาน”
“เธอเปลี่ยนตำแหน่งงาน แล้วมันเกี่ยวอะไรกับการหย่าของฉัน?” ตัวละครใหม่ถูกปลดล็อค จิ่นซูรู้สึกมึนงงเล็กน้อย จางสุ่ยหลิงเป็ใครกันแน่?
“หล่อนโตมาด้วยกันกับหลินอี้เซวียนถ้าตอนนั้นฉันไม่ได้ช่วยแกแย่งชิงโอกาสแต่งงานที่ดีขนาดนี้มาได้ ตอนนี้คนที่ได้แต่งเข้าตระกูลหลินก็คือหล่อนแล้ว พอจางสุ่ยหลิงได้ยินว่าที่บ้านหลินอี้เซวียนมีเื่เกิดขึ้น ก็ลาออกจากหัวหน้าแผนกผลิตไปดูแลคลังสินค้าแทน จะได้มาดูแลซุนอิงได้สะดวกยังไงล่ะ”
“เอ่อ…” จิ่นซูรู้สึกทั้งซาบซึ้งใจและประทับใจในความจริงใจของจางสุ่ยหลิง ถ้าเป็ท่านประธานอย่างเธอ คงไม่มีทางยอมเสียสละแบบนี้แน่ เพราะการยกอำนาจให้คนอื่น ก็ไม่ต่างอะไรกับการเอาชีวิตของเธอไปเลย
“ถ้าหลินอี้เซวียนได้ยินว่าเธอรักษาคำมั่นสัญญาขนาดนี้ เขาจะยัง้าแกอีกไหม”
“แล้วป้าจะช่วยฉันได้ยังไง ในเมื่อจางสุ่ยหลิงรักษาคำมั่นสัญญา มันเป็เื่จริง”
“แกเอาเงินมาให้ฉันไปคลอดลูกซะ แล้วฉันจะให้พี่สาวแกไปบอกกับหลินอี้เซวียนว่าจางสุ่ยหลิงมีชู้อยู่ที่ทำงาน ทำลายชื่อเสียงเธอซะ หลินอี้เซวียนจะได้สนใจแก แต่ถ้าแกไม่จ่ายเงินฉันจะปล่อยข่าวลือว่าตอนซุนอิงกำลังนอนป่วย แต่แกกลับออกไปมีชู้!”
“ฝ่ายหนึ่งเป็แกที่ประพฤติตัวไม่เหมาะสม อีกฝ่ายคือจางสุ่ยหลิงผู้รักษาคำมั่นสัญญาคิดว่าหลินอี้เซวียนจะเลือกใคร” จางเจาตี้เผยไพ่ตาย มั่นใจว่าสามารถควบคุมจิ่นซูได้อยู่หมัด
“ป้ามีดีแค่ใส่ร้ายป้ายสีคนอื่นด้วยเื่แบบนี้เหรอคะ?” จิ่นซูไม่เห็นด้วยกับวิธีสกปรกแบบนี้ ถ้าหลินอี้เซวียนและจางสุ่ยหลิงรักกันจริง เธอเต็มใจถอยออกมาและอวยพรให้ทั้งคู่คึรองรักกันไปนานๆ
แต่การทำลายชื่อเสียงของผู้หญิงคนอื่นเธอทำไม่ได้หรอก แม้ในสายตาคนอื่น จางสุ่ยหลิงคือคู่แข่งของเธอ แต่เธอก็ไม่คิดจะใช้วิธีสกปรกแบบนี้เพราะมันต่ำเกินไป
เธอจะใช้เล่ห์เหลี่ยมและกลยุทธ์ทางธุรกิจเพื่อความก้าวหน้าในหน้าที่การงาน ไม่ใช่วิธีสกปรกแบบนี้กับผู้หญิงด้วยกัน ผู้ชายที่ไม่รักเธอ เธอไม่้า แม้แต่จะแย่งชิงก็ยังี้เีที่จะทำ
“ถ้าแกไม่เชื่อฟังฉัน ฉันจะทำให้ชื่อเสียงแกป่นปี้ จนไร้ที่ซุกหัวนอน!” จางเจาตี้ ข่มขู่ด้วยท่าทางเกรี้ยวกราด
“มีเื่นึงที่ฉันอยากถามมาตลอด... อวี๋เยาเม่ยเป็ลูกสาวป้าจริง ๆ หรือเปล่า?” อวี๋จิ่นซูจ้องหน้าจางเจาตี้ ประโยคนี้เธอถามแทนเ้าของร่างเดิม
“ไร้สาระ! ฉันอุ้มท้องแกมาตั้งสิบเดือนทั้งยังต้องคลอดแกออกมา แกกลับเนรคุณ ช่วยเหลือแต่คนตระกูลหลิน!”
“เพื่อให้ได้ลูกชาย ป้าถึงกับยอมทำลายชื่อเสียงลูกสาวตัวเอง มันคุ้มแล้วหรือไง ถ้าทำหน้าที่แม่อย่างดีชีวิตบั้นปลายคงไม่น่าอนาถอย่างนี้หรอก”
ตอนนี้จางเจาตี้เพิ่งสำนึกได้ แม้จิ่นซูจะไม่เคารพเธอเหมือนแม่ แต่เธอก็จะทำหน้าที่เลี้ยงดูตามสมควร นี่เป็โอกาสสุดท้ายที่เธอจะมอบให้จางเจาตี้เป็ครั้งสุดท้าย
“ลูกสาวยังไงก็สู้ลูกชายไม่ได้ มีลูกชายฉันถึงจะเชิดหน้าชูตาได้ ฉันต้องมีลูกชายให้ได้!”
“หมดทางเยียวยาแล้วจริงๆ สินะ” จิ่นซูส่ายหน้า ขอโทษด้วยนะเ้าของร่างเดิมเธอให้โอกาสจางเจาตี้แล้ว แต่เธอไม่เห็นค่าเอง
“แกรีบเอาเงินมาให้ฉันสิ แล้วฉันจะแบ่งเคล็ดลับการมีลูกชายให้ แกจะได้มีลูกชายให้หลินอี้เซวียน ต่อไปก็ไม่มีใครมายุ่งกับแกได้!” จางเจาตี้คิดว่าข้อเสนอนี้น่าดึงดูดใจ ผู้หญิงคนไหนก็คงไม่ยอมพลาด
“ฉันไม่้า ฉันรักเด็กไม่เกี่ยวกับเื่เพศ” จางเจาตี้มองเธอเหมือนคนบ้า
“เป็ไปได้ยังไงที่ผู้หญิงไม่อยากมีลูกชาย ไม่มีลูกชายแล้วคนอื่นจะมองเธอยังไง” อวี๋จิ่นซูไม่อยากต่อล้อต่อเถียงกับจางเจาตี้อีกแล้ว พูดไปก็เสียเวลาเปล่า
จางเจาตี้ชี้หน้าด่าเธอด้วยความโมโหว่า “เวลาของเธอเหลือน้อยแล้วนะ พลาดโอกาสนี้ไปแล้วอย่ามาร้องไห้เสียใจทีหลังก็แล้วกัน”
อวี๋จิ่นซูมุ่งมั่นกับการทำงานหาเงิน ไม่สนใจใยดีกับคำพูดเ่าั้สักนิด แต่อย่างไรก็ตามข้อมูลที่จางเจาตี้ให้มา ก็ทำให้เธอค่อนข้างสนใจ
หลินอี้เซวียนมีเพื่อนสมัยเด็กชื่อจางสุ่ยหลิง ทั้งสองคนอาจจะรักใคร่ชอบพอกัน นี่น่าจะเป็ข่าวดีสำหรับเธอ
รอหลินอี้เซวียนกลับมา เธอตัดสินใจที่จะคุยกับเขาอย่างเปิดอก คนเรามีชีวิตอยู่ ควรทำตามใจตัวเองไม่ใช่ถูกพันธนาการด้วยบุญคุณที่มองไม่เห็น ถ้าเขาชอบจางสุ่ยหลิงจริง ๆ ก็หย่ากับเธอแล้วแต่งงานใหม่ เธอเต็มใจที่จะช่วยเหลือให้คนสองคนสมหวัง
แบบนี้ก็ถือว่าแก้ปัญหาให้หลินอี้เซวียนได้แล้ว แถมยังช่วยให้อวี๋จิ่นซูทำตามความฝันได้อย่างเต็มที่ เรียกได้ว่าได้ประโยชน์ทั้งสองฝ่าย จางเจาตี้หวังว่าจะทำให้จิ่นซูรู้สึกแย่ แต่ไม่คิดเลยว่าข่าวของเธอจะยิ่งทำให้จิ่นซูฮึดสู้ หาเงินอย่างขะมักขะเม้นเพื่อเตรียมตัวหย่า
จิ่นซูขายไอศกรีมสองวันติด ไป๋หลางถึงกับยิ้มหน้าบาน ั้แ่จิ่นซูมาช่วย เขาทำรายได้มากขึ้น ธุรกิจก็ดีขึ้นมาก เขาแทบอยากจะรั้งตัวจิ่นซูไว้ไม่ให้ไปไหน
วันที่สามจิ่นซูไม่ได้ไป ตอนนี้เธอพอมีเงินเก็บจึงพาซุนอิงไปตรวจร่างกายที่โรงพยาบาล จิ่นซูเปลี่ยนเมนูอาหารให้ซุนอิงอยู่เสมอ โภชนาการครบถ้วน พอใกล้เวลานอนเธอก็จะนวดตัวให้
ทุกอย่างของซุนอิงปกติดี ไม่มีแผลกดทับ เพียงแต่จิ่นซูยังคงมีความกังวลใจเล็กน้อย
“คุณหมอคะ บางครั้งเธอก็มีน้ำตาไหล เป็ไปได้ไหมคะว่าตาจะอักเสบ?”
“อาการโดยรวมก็ไม่มีปัญหานะครับ เธอมักจะร้องไห้ตอนไหนบ้างครับ?”
“ก่อนและหลังดื่มน้ำเต้าหู้ค่ะ... หรือว่าเธอรับรู้รสชาติบ้านเกิด แล้วสติค่อย ๆ กลับคืนมา?”
“ไม่เคยเจอแบบนี้มาก่อน แต่น้ำเต้าหู้บำรุงม้าม และกระเพาะอาหาร เหมาะสำหรับผู้ที่ขาดสารอาหาร และท้องผูก การให้เธอดื่มบ้างก็ไม่มีปัญหา” น้ำตาของซุนอิงไหลไม่หยุด ทไให้หมอเห็นเข้าพอดี
“เอ๊ะ มีปฏิกิริยาจริง ๆ ด้วย งั้นต่อไปคุณให้เธอดื่มน้ำเต้าหู้วันละสามครั้ง เธออาจจะชอบมากก็ได้” จิ่นซูพยักหน้า
ซุนอิงน้ำตาไหลพราก เธอ! ไม่! ชอบ! จิ่นซูใช้เวลาที่โรงพยาบาลครึ่งวัน พอส่งซุนอิงกลับถึงบ้านก็บ่ายสามโมงแล้ว เวลานี้ทำการค้าไม่ได้ เธอจึงตัดสินใจ ไปที่ตลาดขายส่งเพื่อไปหาพ่อค้าขายเทป
ครั้งที่แล้วไม่เจอ ครั้งนี้ยังพอมีเวลา จิ่นซูจึงคิดว่าจะเอาเงินไปให้เขา ตอนที่ไปถึงพ่อค้าขายเทปกำลังนั่งขมวดคิ้วสูบบุหรี่อยู่ที่พื้น พอเห็นเธอเขาก็ดีใจจนะโโลดเต้น
“เธอ…เื่ที่บอกไว้เป็ไงบ้าง?”
“ต้องขอโทษด้วยนะคะ ครั้งที่แล้วฉันไม่ได้พูดความจริง ฉันมาจ่ายส่วนต่างให้คุณค่ะ” เธอควักเงินในกระเป๋าออก เล่าเื่ที่บ้านให้ฟังคร่าว ๆ แววตาที่คาดหวังของพ่อค้าเปลี่ยนเป็ผิดหวัง แล้วก็กลายเป็สิ้นหวัง
“ช่างเถอะ เธอก็ไม่ได้ตั้งใจจะหลอกฉัน ที่บ้านก็มีคนป่วย คงลำบากมาก ไม่ต้องเอาส่วนต่างมาให้ฉันหรอก ตอนนี้ฉันเป็แบบนี้ ต่อให้ได้เงินจากเธอไป มันก็ช่วยอะไรฉันไม่ได้อยู่ดี เธอกลับไปเถอะ”
“คุณมีเื่ลำบากใจอะไรหรือเปล่าคะ?” จิ่นซูเห็นท่าทางแปลกๆ ของเขา จึงอดถามไม่ได้
“เื่ของฉันมันใหญ่เกินไป บอกเธอไปก็ไม่มีประโยชน์…”
“ถ้าคุณไม่บอก แล้วจะรู้ได้ยังไงว่าฉันช่วยอะไรไม่ได้…” จิ่นซูกำลังพูดอยู่ เธอก็เงยหน้าขึ้นมองไปฝั่งตรงข้าม แล้วเห็นผู้ชายคนหนึ่งใส่ชุดทหาร หัวใจของเธอเต้นแรงขึ้นมาทันที จนแทบลืมหายใจ
“รอฉันกลับมาก่อนนะ แล้วค่อยคุยกัน!” จิ่นซูทิ้งพ่อค้าขายเทปไว้เื้ั แล้ววิ่งสุดฝีเท้าไปทางผู้ชายคนนั้น
ผู้ชายที่ใส่ชุดทหารคนนั้น เธอไม่เคยเห็นหน้ามาก่อน
แต่ใบหน้าของเขา จิ่นซูคุ้นเคยเป็อย่างดี
ใบหน้านั้นเหมือนกับลูกสาวของเธอมาก ไม่สิ บางทีลูกสาวของเธอก็อาจจะเหมือนเขามากกว่า