อสูรล้างสวรรค์

    ตอนที่ 151 ฟางชิงเหรินโกรธเกรี้ยว


              ชายวัยกลางคนที่นั่งบนที่นั่งหลักคือ เหลียนยี่ เจ้านิกายของนิกายเมฆาสวรรค์  


               เหลียนยี่สวมชุดผ้าสีดำที่งดงาม ผมของเขาเป็นสีขาว ลมหายใจที่ออกมาจากเขาอยู่ในอาณาจักรยอดยุทธ์


                ถัดจากเหลี่ยนยี่ คือรองเจ้านิกายเหลียนซุน ซึ่งเป็นน้องชายของเหลียนยี่ ซึ่งมีฐานการฝึกฝนอยู่ระดับที่แปดของอาณาจักรมหาคุรุยุทธ์ 


                  ข้างๆเหลียนซุน มีผู้เฒ่าคนหนึ่งนั่งอยู่ เขาคือผู้อาวุโสนักเล่นแร่แปรธาตุ เฉินหรูซิง เขามีผมและเคราสีขาว เขามีความแข็งแกร่งในระดัับที่แปดของอาณาจักรมหาคุรุยุทธ์และยังเป็นนักเล่นแร่แปรธาตุระดับที่สี่


                     ทุกคนในจักรวรรดิรู้จักชื่อเสียงของเฉินหรูซิงดี สถานะของเขานั้นสูงมาก



                   จากฐานการฝึกฝนที่น่าสะพรึงกลัวของคนไม่กี่คนเหล่านี้ จะเห็นได้ว่าความแข็งแกร่งของนิกายเมฆาสวรรค์นั้นน่ากลัวเพียงใด ไม่ต้องพูดถึงว่ามีผู้ฝึกยุทธ์ที่อยู่ในระดับมหาคุรุยุทธ์อีกหลายร้อยคน ในนิกายเมฆาสวรรค์ 


                  คาราวะ ท่านเจ้านิกาย รองท่านเจ้านิกาย ท่านผู้อาวุโส ฮั่นหลี่เทียน ทักทายด้วยความเคารพ


                 เหลียนยี่ พยักหน้าและพูดอย่างเคร่งขรึม หลี่เทียน เจ้าเป็นศิษย์อัจฉริยะของนิกายเมฆาสวรรค์ และเจ้ายังรู้อีกด้วยว่านิกายเมฆาสวรรค์ ให้ความสำคัญกับเจ้าเป็นอย่างมาก เราทุกคนรู้เกี่ยวกับตระกูลฮั่นแล้ว และไม่มีใครอยากให้สิ่งนี้เกิดขึ้น ที่พวกข้าเรียกเจ้ามาเพราะอยากถามความคิดของเจ้า  



                 พวกข้ายังรู้สึกเสียใจมากกับสิ่งที่เกิดขึ้นกับตระกูลฮั่นของเจ้า และพวกเราก็กังวลว่ามันจะส่งผลกระทบต่อการฝึกฝนของเจ้า เหลียนซุนกล่าวเพิ่มเติม


                 ฮั่นหลี่เทียนเงียบ และแอบคิดในใจ เรื่องนี้เกี่ยวข้องกับจักรวรรดิและนิกายเมฆาสวรรค์ หากไม่ได้รับการจัดการอย่างถูกต้องผลที่ตามมาจะเกิดหายนะ


                    เมื่อมองไปที่ฮั่นหลี่เทียนที่เงียบ เหลียนยี่ก็กล่าวอีกครั้ง หลี่เทียน ตระกูลฮั่นเป็นผู้ที่คิดจะทำลายตระกูลโจวก่อน เรื่องนี้ผู้ที่ผิดคือตระกูลฮั่น และโจวเย่ ไม่ได้ส่งใครไปทำลายตระกูลฮั่นสาขาหลักทั้งหมดนับว่าเขามีเมตตาแล้ว


                ท่านผู้นำ แต่โจวเย่ฆ่าฮั่นชิงหยุน ซึ่งเป็นศิษย์ของนิกายเมฆาสวรรค์ของข้า เรื่องนี้ข้าจะไม่มีวันปล่อยมือ” ผู้อาวุโสคนหนึ่ง กล่าวอย่างเคร่งขรึม


               ฮั่นหลี่เทียน กล่าวอย่างเคร่งขรึมว่า ท่านเจ้านิกาย ข้ารู้ว่าเหตุการณ์นี้เป็นความผิดของตระกูลฮั่น แต่โจวเย่ฆ่าพ่อและน้องชายของข้า และฆ่าคนในตระกูลฮั่นของข้า ข้าไม่สามารถทนกับสิ่งนี้ได้


               พูดตามหลักเหตุผลแล้ว ฮั่นหลี่เทียน รู้ดีว่าเป็นความผิดของตระกูลฮั่น แต่ไม่ว่าจะอย่างไรก็ตาม ฮั่นชิงเทียนและฮั่นชิงหยุน ก็เป็นพ่อและน้องชายของเขาเช่นกัน เขาจะนั่งดูพ่อและน้องชายของเขาตายได้เปล่าๆอย่างไร?


               โดยไม่รอให้เจ้านิกายและคนอื่น ๆ พูด ฮั่นหลี่เทียน กล่าวต่อ ท่านเจ้านิกายไม่ต้องกังวล ข้าวางแผนที่จะจัดการกับเรื่องนี้ด้วยตัวเอง ข้ารู้ด้วยว่าเรื่องนี้จะทำให้เกิดความคับข้องใจระหว่างจักรวรรดิและนิกายเมฆาสวรรค์ เสือทั้งสองจะต่อสู้กันเอง ข้าไม่ต้องการให้นิกายเมฆาสวรรค์เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ ข้าจะใช้วิธีการของตัวเองเพื่อจัดการกับโจวเย่ 


                    วิธีการของตัวเองเหรอ?” เหลียนยี่และคนอื่นๆมองหน้ากัน


                พวกเขาเข้าใจความคิดของฮั่นหลี่เทียนดี ฮั่นหลี่เทียน จะไม่มีวันยอมแพ้ และจะตามหาโจวเย่เพื่อแก้แค้น


              เหลียนซุนขมวดคิ้วอย่างสุดซึ้งและพูดว่า หลี่เทียน เจ้าอยากทำอะไร เราจะไม่หยุดเจ้า แต่ข้าหวังว่าเจ้าจะคิดให้ดีก่อนทำอะไร อย่าหุนหันพลันแล่น เจ้าต้องใจเย็น กับเรื่องนี้ 


                ท่านรองเจ้านิกายไม่ต้องกังวล ข้าทราบและข้ามีวิธีจัดการ” ฮั่นหลี่เทียนกล่าว.


                 หลังจากที่ฮั่นหลี่เทียน ออกจากห้องโถง สีหน้าของ เหลียนยี่ และคนอื่น ๆ ก็เคร่งขรึมมาก


                  นิกายเมฆาสวรรค์และจักรวรรดิเคารพซึ่งกันและกันมาโดยตลอด แต่โจวเย่เด็กคนนี้ไม่เห็นนิกายเมฆาสวรรค์อยู่ในสายตาเลย เฉินหรูซิงกล่าวอย่างเคร่งขรึม ดวงตาชราของเขาเป็นประกายด้วยความโกรธ


               เราต้องส่งคนไปที่เมืองหลวงของจักรวรรดิ หวังว่าเรื่องนี้จะสงบลงได้ แต่โจวเย่ ไม่ใช่คนธรรมดาอย่างแน่นอน เมื่อนึกถึงพลังของการปรับแต่งอาวุธได้รับมาจากข่าวลือ เกรงว่าต่อให้เป็นนักปรับแต่งจากแผ่นดินอเวจีก็ไม่สามารถทำได้ กู่ยี่พูดอย่างเคร่งขรึม 


                 เมื่อนึกถึงตัวตนที่น่าสะพรึงกลัวของโจวเย่ ทุกคนก็เงียบไป

       

                การเป็นศัตรูกับรุ่นเยาว์ที่ไร้ขีดจำกัด นั้นไม่ฉลาดเลย และยังไม่ต้องพูดถึงเบื่องหลังที่แท้จริงของโจวเย่ 


               ศิษย์น้องหลี่เทียน ! ขณะที่ฮั่นหลี่เทียนเดินออกจากห้องโถงได้ถูกคนคนหนึ่งหยุดไว้


                นายน้อยนิกาย ฮั่นหลี่เทียนทักทายด้วยความเคารพ


                 ชายหนุ่มคนนี้เดินมาพร้อมกับศิษย์อีกหลายสิบคน ชายชุดขาวที่นำคือนายน้อยของนิกายเมฆาสวรรค์ เหลียนอ้าวซือ และด้านหลังเขาเป็นศิษย์น้องของเหลียนอ้าวซือ


                เหลียนอ้าวซือ ตบไหล่ฮั่นหลี่เทียน แล้วพูดว่า "น้องหลี่เทียน ข้าจะไม่พูดเรื่องไร้สาระ หากเจ้าต้องการความช่วยเหลือ แค่พูดออกมา


               ขอบคุณนายน้อย!” ฮั่นหลี่เทียนพูดและพยักหน้า


                  พี่หลี่เทียน พวกเราด้วย ! หากมีอะไรก็สั่งมาได้เลย!” ศิษย์คนอื่นๆ ก็พูดขึ้นเช่นกัน


                 ข้าไม่อยากสร้างผลกระให้กับนิกายเมฆาสวรรค์ในเรื่องนี้! ข้าจะใช้วิธีการของตัวเองเพื่อจัดการกับโจวเย่! เขาจะต้องตาย! ฮั่นหลี่เทียนกล่าวขณะที่เขาเดินไปที่ประตูทางออกจากห้องโถงของพระราชวัง


                ที่ทางเข้าห้องโถงใหญ่ เหลียนหยุนกระพริบตาและถอนหายใจแล้วพูดว่า หลี่เทียนถูกกลืนกินด้วยความเกลียดชังแล้ว


                นิกายเมฆาสวรรค์ไม่ต้องการเป็นศัตรูกับจักรวรรดิ และจักรวรรดิก็ไม่ต้องการเป็นศัตรูกับนิกายเมฆาสวรรค์ และโจวเย่ก็ไม่ต้องการเป็นศัตรูกับนิกายเมฆาสวรรค์เช่นกัน



                   ถ้าตระกูลฮั่นไม่ปล่อยวาง โจวเย่จะไม่แสดงความเมตตาต่อตระกูลฮั่นอย่างแน่นอน และจะทำให้ความเกลียดชังยิ่งเพิ่มมากขึ้นเท่านั้น!


    -


                  หลังจากข่าวดังกล่าวมาถึงจักรวรรดิ ก็ทำให้ทั้งเหล่าขุนนางตกใจ ปรมาจารย์ฟางชิงฟางเหรินโกรธมาก เขาสั่งทันทีถ้าตระกูลฮั่น กล้าก่ออาชญากรรมอีกครั้ง เขาจะทำลายตระกูลฮั่นทันที!


               ไม่มีใครสามารถต้านทานความโกรธของนักเล่นแร่แปรธาตุระดับสี่และนักปรับแต่งอาวุธระดับสามได้ ไม่ต้องพูดถึงจักรพรรดิ แค่สถานะของฟางชิงเหรินก็เพียงพอที่จะทำให้ไม่มีใครกล้ารุกรานโจวเย่  


                  แม้แต่จักรพรรดิก็เองก็ยังโกรธต่อการก่ออาชญากรของตระกูลฮั่น จักรพรรดิทำให้เจ้าหน้าที่หลายคนหวาดกลัวจนตัวสั่น ตระกูลฮั่น กล้าดูหมิ่นอำนาจของจักรวรรดิ!


                  แต่จักรพรรดิ์ไม่ได้ออกคำสั่งใด ๆ เกี่ยวกับตระกูลฮั่น