เสียงล้อเหล็กของขบวนรถไฟฟ้าที่บดเบียดเสียดสีกับรางดังสะท้อนก้องกังวานไปทั่วอุโมงค์ใต้ดิน ผสมผสานกับเสียงเครื่องปรับอากาศที่ทำงานอย่างหนักหน่วงเพื่อต่อสู้กับความร้อนระอุจากอุณหภูมิร่างกายของผู้โดยสารนับร้อยชีวิตที่เบียดเสียดกันอยู่ภายในตู้โดยสารสี่เหลี่ยมแคบๆ ทว่าสำหรับ 'กัลยกร' หรือ 'พีช' เลขานุการสาวแสนสวยผู้มีความมั่นใจและสุขุมเยือกเย็นมาตลอด ท่ามกลางเสียงจอแจและความวุ่นวายรอบกาย เธอกลับไม่ได้ยินเสียงอะไรเลยนอกจากเสียงหัวใจของตัวเองที่เต้นกระหน่ำรัวเร็วราวกับจังหวะกลองรบ และเสียงลมหายใจหอบถี่ของชายแปลกหน้าที่กำลังรุกล้ำร่างกายของเธอจากทางด้านหลัง
ความรู้สึกวาบหวามและเสียวซ่านแผ่กระจายไปทั่วทุกอณูขุมขน ฝ่ามือที่หยาบกร้านและร้อนผ่าวของชายปริศนายังคงซุกซ่อนอยู่ภายใต้ร่มผ้าของเธอ เขากำลังกอบกุมและบีบเค้นความอวบอิ่มขนาด 42 นิ้วของเธออย่างย่ามใจและหยาบโลน ขนาดที่ใหญ่โตเกินมาตรฐานของหน้าอกคู่สวยทำให้มันล้นทะลักง่ามนิ้วของชายหนุ่มออกมาอย่างน่าอาย ทุกครั้งที่ขบวนรถไฟโยกคลอนหรือเบรกกะทันหัน น้ำหนักมือที่ขยำลงมาก็ยิ่งเพิ่มความรุนแรงมากขึ้น ราวกับเขากำลังสนุกสนานกับการได้ย่ำยีความภาคภูมิใจของเธอในที่สาธารณะ
นิ้วหัวแม่มือและนิ้วชี้ของเขาจงใจสะกิดเขี่ยและบีบคลึงบริเวณลานนมขนาดใหญ่ที่กำลังหดรัดตัวจนแข็งเป็ไต ชูชันสู้มือผ่านเนื้อผ้าบางเบาของชุดชั้นในลูกไม้ ความเสียวซ่านปลาบแปลบแล่นปราดจากยอดอกพุ่งตรงลงสู่จุดกึ่งกลางลำตัวอย่างไร้ความปรานี พีชรู้สึกได้ถึงความเปียกชื้นที่เริ่มซึมซาบออกมาจากช่องทางรักของตัวเอง มันเหนียวเหนอะและร้อนผ่าว เป็หลักฐานชั้นดีที่ฟ้องว่าร่างกายของเธอกำลังตอบสนองต่อการกระทำอันจาบจ้วงนี้อย่างน่าสมเพช
ในขณะเดียวกัน ท่อนเนื้อที่แข็งขืนและร้อนระอุซึ่งซ่อนอยู่ภายใต้กางเกงสแล็คของชายด้านหลัง ก็ยังคงดุนดันและบดเบียดเข้ากับร่องสะโพกกลมกลึงของเธออย่างต่อเนื่อง จังหวะการถูไถนั้นเนิบนาบแต่แฝงไปด้วยความดุดันและคุกคาม ทุกครั้งที่เขากดกระแทกความแข็งแกร่งนั้นเข้าหาเรือนร่างของเธอ พีชต้องสูดลมหายใจเข้าลึกๆ และกัดริมฝีปากล่างของตัวเองจนห้อเื เพื่อสะกดกลั้นเสียงครางที่เกือบจะหลุดลอดออกมาให้คนทั้งขบวนรถไฟได้ยิน
'นี่มันบ้าไปแล้ว... ฉันกำลังถูกลวนลามท่ามกลางคนเป็ร้อย แต่ฉันกลับทำอะไรไม่ได้เลย...'
หญิงสาวกรีดร้องในใจ น้ำตาหยดใสๆ เริ่มเอ่อคลอเบ้าตาด้วยความอับอายและไร้หนทางสู้ เธอพยายามขยับตัวหนี แต่พื้นที่รอบกายก็ถูกปิดล้อมไปด้วยผู้โดยสารคนอื่นๆ ที่ยืนเบียดเสียดกันจนแทบจะไม่มีช่องว่างให้อากาศถ่ายเท ไม่มีใครสังเกตเห็นความผิดปกติที่เกิดขึ้นตรงมุมเล็กๆ นี้เลย ทุกคนต่างก้มหน้าก้มตาดูโทรศัพท์มือถือ ใส่หูฟังฟังเพลง หรือไม่ก็หลับตาพักผ่อนหลังจากการทำงานที่เหน็ดเหนื่อยมาทั้งวัน ไม่มีใครรู้เลยว่าภายใต้ชุดเดรสทำงานสีครีมที่ดูเรียบร้อยและเป็ทางการของหญิงสาวที่ยืนอยู่ใกล้ๆ กำลังมีมือของปีศาจร้ายซุกซ่อนอยู่และกำลังขย้ำหน้าอกของเธออย่างเมามัน
เวลาผ่านไปแต่ละวินาทีเชื่องช้าราวกับเป็ชั่วโมง พีชรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังจะขาดใจตายเพราะความอึดอัดและความเสียวซ่านที่ตีรวนผสมปนเปกันจนแยกไม่ออก ร่างกายของเธอเริ่มสั่นสะท้านมากขึ้นเรื่อยๆ ขาทั้งสองข้างอ่อนแรงจนแทบจะยืนไม่อยู่ หากชายด้านหลังไม่ขยับเข้ามาประชิดและใช้หน้าขาของเขาดันขาของเธอเอาไว้ เธอคงทรุดลงไปกองกับพื้นรถไฟแล้ว
'ไม่... ฉันจะปล่อยให้มันเป็แบบนี้ต่อไปไม่ได้ ถ้าขืนปล่อยให้เขาทำต่อไป... ฉันต้อง... ฉันต้องเสร็จตรงนี้แน่ๆ...'
ความคิดนั้นทำให้พีชเบิกตากว้างด้วยความตื่นตระหนก ความกลัวที่จะสูญเสียการควบคุมตัวเองในที่สาธารณะ กลายเป็แรงผลักดันเฮือกสุดท้ายที่ทำให้เธอรวบรวมความกล้าทั้งหมดที่มี เธอตัดสินใจแล้วว่าไม่ว่าผู้ชายคนนี้จะเป็ใคร พวกโรคจิต หรือมิจฉาชีพ เธอจะไม่ยอมตกเป็เหยื่อให้เขาย่ำยีร่างกายของเธอฟรีๆ แบบนี้อีกต่อไป เธอต้องหยุดการกระทำอันน่ารังเกียจนี้ให้ได้ ก่อนที่สติสัมปชัญญะของเธอจะแตกกระเจิงไปเพราะไฟตัณหาที่เขากำลังจุดขึ้น
พีชสูดลมหายใจเข้าลึกๆ จนหน้าอกขนาด 42 นิ้วขยายตัวดันฝ่ามือหยาบกร้านของชายแปลกหน้าอย่างแรง เธอเกร็งหน้าท้องและรวบรวมพละกำลังทั้งหมดที่มีไปที่แขนทั้งสองข้าง ก่อนจะตัดสินใจกระชากข้อมือของชายคนนั้นที่กำลังล้วงอยู่ใต้เสื้อของเธออย่างสุดแรง!
"ปล่อยนะ!"
แม้จะเป็เพียงเสียงกระซิบที่ลอดไรฟันออกมาด้วยความโกรธจัด แต่ก็แฝงไปด้วยความเด็ดขาด หญิงสาวอาศัยจังหวะที่ขบวนรถไฟกำลังชะลอความเร็วเพื่อเข้าสู่สถานีต่อไป เอี้ยวตัวหันขวับกลับไปด้านหลังอย่างรวดเร็ว หวังจะเผชิญหน้าและต่อว่าไอ้โรคจิตที่บังอาจมาลวนลามเธอให้หน้าหงาย เธอเตรียมคำด่าทอสารพัดไว้ในหัว เตรียมพร้อมที่จะประจานความเลวทรามของเขาให้ทุกคนในรถไฟได้รับรู้
แต่แล้ว... คำพูดทุกคำ คำด่าทุกประโยคที่เตรียมเอาไว้ กลับถูกกลืนหายลงไปในลำคอราวกับมีก้อนหินขนาดใหญ่มาจุกเอาไว้ ดวงตากลมโตคู่สวยเบิกกว้างขึ้นจนแทบจะถลนออกจากเบ้า ริมฝีปากบางที่เคลือบด้วยลิปสติกสีพีชอ้าค้างด้วยความตกตะลึงสุดขีด ลมหายใจของเธอสะดุดกึก ราวกับเวลาบนโลกใบนี้หยุดหมุนไปชั่วขณะ
ภาพที่ปรากฏอยู่ตรงหน้า ไม่ใช่ชายโรคจิตหน้าตาหื่นกาม หรือมิจฉาชีพท่าทางสกปรกอย่างที่เธอจินตนาการไว้... แต่กลับเป็ชายวัยกลางคนค่อนไปทางสูงวัย รูปร่างสมส่วนและดูแข็งแรงเกินกว่าคนในวัยเดียวกัน เขาสวมเสื้อเชิ้ตสีอ่อนเรียบๆ และกางเกงสแล็คสีเข้ม ท่าทางดูภูมิฐานและมีสง่าราศี
ทว่า... สิ่งที่ทำให้พีชช็อกจนิญญาแทบหลุดออกจากร่าง ไม่ใช่การแต่งกายหรือรูปร่างของเขา แต่เป็ 'ใบหน้า' ของชายคนนั้นต่างหาก
โครงหน้าคมคายที่ประดับไปด้วยริ้วรอยแห่งวัยและประสบการณ์บริเวณรอบดวงตาและหน้าผาก ผิวพรรณสีขาวเหลืองที่ดูสะอาดสะอ้าน จมูกโด่งเป็สัน ริมฝีปากหยักลึก และผมสีดอกเลาที่ถูกตัดแต่งทรงสั้นแบบเรียบง่ายแต่ดูดี ทุกองค์ประกอบบนใบหน้าของชายแปลกหน้าคนนี้... มันช่างเหมือน... ไม่สิ... มัน 'คือ' ใบหน้าของบุคคลที่เธอคุ้นเคยเป็อย่างดี คุ้นเคยจนถึงขั้นต้องเจอและรายงานตัวด้วยทุกวันทำงาน
"ทะ... ท่านประธาน..."
เสียงหวานอุทานออกมาแ่เบาราวกับเสียงกระซิบของสายลม มันเบาหวิวและสั่นเครือไปด้วยความหวาดหวั่นและสับสนขั้นรุนแรง สมองของพีชขาวโพลนไปหมด เธอไม่สามารถประมวลผลสิ่งที่เกิดขึ้นตรงหน้าได้เลย นี่มันเื่ตลกร้ายอะไรกัน? ทำไมท่านประธานบดินทร์ ผู้บริหารระดับสูงของบริษัทั์ใหญ่ เ้านายผู้แสนจะเข้มงวด สุขุม เยือกเย็น และเ้าระเบียบที่สุดคนนั้น... ถึงมาปรากฏตัวอยู่บนขบวนรถไฟฟ้าที่แออัดยัดเยียดแบบนี้ได้?
และที่สำคัญที่สุด... ทำไมเ้านายของเธอถึงได้กระทำการลวนลาม จับหน้าอก บีบขยำลานนม และเอาส่วนอ่อนไหวมาถูไถบั้นท้ายของเลขานุการส่วนตัวของตัวเองท่ามกลางผู้คนมากมายเช่นนี้?
คำถามนับร้อยนับพันหลั่งไหลเข้ามาในหัวของพีชจนเธอรู้สึกปวดหนึบไปหมด หรือว่าท่านประธานจะมีรสนิยมทางเพศที่วิปริต? ชอบการลวนลามผู้หญิงบนรถไฟ? แล้วทำไมต้องเป็เธอ? หรือเขาตั้งใจสะกดรอยตามเธอมาั้แ่แรก? แล้วถ้าเขาจำเธอได้ล่ะ? ถ้าเขารู้ว่าผู้หญิงที่เขากำลังลวนลามอยู่นี้คือ 'กัลยกร' เลขานุการของเขาเอง อนาคตการทำงานของเธอจะไม่พังพินาศย่อยยับลงตรงนี้เลยหรือ?
ความเกรงกลัวต่ออำนาจและอิทธิพลของเ้านาย ประกอบกับความกลัวที่จะสูญเสียหน้าที่การงานที่เธออุตส่าห์ทุ่มเทสร้างมากับมือ ทำให้ความโกรธแค้นและความกล้าหาญที่จะต่อสู้เมื่อเสี้ยววินาทีก่อน มลายหายไปจนหมดสิ้น เหลือเพียงความหวาดวิตกและตัวสั่นงันงกราวกับลูกนกที่เปียกฝน
ทางด้านของ 'ศรุต' ชายชราผู้มีใบหน้าเหมือนประธานบริษัทราวกับแกะ ดวงตาคมกริบที่ผ่านโลกมาอย่างโชกโชนของเขาจ้องมองเข้าไปในดวงตาที่เบิกกว้างและสั่นไหวของหญิงสาวตรงหน้า เขาเป็คนเ้าเล่ห์ เจนโลก และฉลาดหลักแหลมเกินกว่าที่ใครจะคาดคิด เพียงแค่ได้ยินคำอุทานแ่เบาว่า 'ท่านประธาน' หลุดออกมาจากริมฝีปากบางของเธอ สมองอันชาญฉลาดของเขาก็ประมวลผลสถานการณ์ทั้งหมดได้อย่างรวดเร็วเฉียบขาด
ศรุตกวาดสายตามองการแต่งกายของหญิงสาวตรงหน้า ชุดเดรสทำงานสีครีมดูเรียบหรู ป้ายชื่อพนักงานบริษัทที่ห้อยคอซึ่งถูกซ่อนไว้ครึ่งหนึ่งใต้เสื้อสูทตัวนอก บุคลิกที่ดูเป็ผู้ใหญ่และสวยสง่า ผสมผสานกับท่าทีหวาดหวั่นและเกรงกลัวอย่างเห็นได้ชัดเมื่อเห็นใบหน้าของเขา
'หึ... แม่สาวอกโตคนนี้ คงจะทำงานในบริษัทของไอ้ประธานหน้าเหมือนนั่นสินะ'
ศรุตคิดในใจ รอยยิ้มพึงพอใจจุดขึ้นที่มุมปากอย่างเงียบงัน เขารู้ทันทีว่าความบังเอิญที่เขามีใบหน้าเหมือนกับนักธุรกิจใหญ่คนนั้น ได้สร้าง 'ความได้เปรียบ' อย่างมหาศาลให้กับเขาในเกมนี้ หญิงสาวตรงหน้ากำลังตกอยู่ในความสับสน หวาดกลัว และเชื่ออย่างสนิทใจว่าเขาก็คือเ้านายผู้ทรงอำนาจของเธอ
เมื่อรู้จุดอ่อนของเหยื่อแล้ว เสือเฒ่าผู้หิวโหยก็ไม่รอช้าที่จะตะครุบเหยื่อ ศรุตไม่ได้พูดปฏิเสธหรืออธิบายความจริงใดๆ ทั้งสิ้น เขากลับสวมรอยใช้ประโยชน์จากความเข้าใจผิดนี้อย่างเืเย็น รอยยิ้มอบอุ่นที่เคยประดับบนใบหน้าของชายสูงวัย เลือนหายไปในพริบตา แทนที่ด้วยรอยยิ้มร้ายกาจ เ้าเล่ห์ และเต็มไปด้วยตัณหาที่ปิดบังไม่มิด
ศรุตจ้องลึกเข้าไปในดวงตาที่สั่นระริกของพีช ก่อนจะค่อยๆ ยกมือข้างที่ว่างจากการบีบเค้นหน้าอกของเธอ ขึ้นมาอย่างเชื่องช้า นิ้วชี้ที่หยาบกร้านถูกยกขึ้นมาแตะที่ริมฝีปากของตัวเองเบาๆ
"ชู่ว..."
เสียงพ่นลมหายใจเบาๆ เล็ดลอดออกมาจากริมฝีปากหยักลึกของเขา เป็สัญลักษณ์สากลที่สื่อความหมายว่า 'เงียบซะ'
แต่มันไม่ใช่แค่การขอความร่วมมือ แต่มันคือ 'คำสั่ง' คำสั่งที่ไร้เสียงแต่กลับมีพลานุภาพทำลายล้างความกล้าหาญทั้งหมดในใจของพีชให้พังทลายลง สายตาคมกริบที่จ้องมองมานั้นแฝงไปด้วยความคุกคาม คล้ายจะบอกเป็นัยว่า 'ถ้าเธอขัดขืน หรือส่งเสียงโวยวาย อนาคตการทำงานของเธอจบสิ้นแน่'
พีชสะอึก ลมหายใจสะดุดกึก ร่างกายของเธอแข็งทื่อราวกับถูกสาปให้กลายเป็หิน คำสั่งนั้นศักดิ์สิทธิ์ยิ่งกว่ากฎหมายใดๆ สำหรับพนักงานกินเงินเดือนอย่างเธอ เธอไม่กล้าแม้แต่จะขยับตัว ไม่กล้าแม้แต่จะส่งเสียงร้องขอความช่วยเหลือ ทุกอย่างรอบกายดูเหมือนจะหมุนคว้างไปหมด เธอสับสน หวาดกลัว และรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังตกลงไปในหลุมพรางที่มองไม่เห็นก้นบึ้ง
ในตอนนั้นเอง เสียงประกาศอัตโนมัติของขบวนรถไฟฟ้าก็ดังขึ้น แจ้งเตือนว่ารถกำลังเข้าจอดเทียบชานชาลาที่สถานีต่อไป ซึ่งเป็สถานีขนาดเล็กและมีผู้คนพลุกพล่านน้อยกว่าสถานีใจกลางเมืองที่เพิ่งผ่านมา
“สถานีต่อไป... โปรดระวังช่องว่างระหว่างขบวนรถและชานชาลา...”
เมื่อประตูรถไฟฟ้าเปิดออก ผู้โดยสารบางส่วนเริ่มทยอยเดินออกจากขบวน ศรุตเห็นโอกาสทองที่รอคอยมาถึงแล้ว เขาไม่ยอมปล่อยให้เหยื่อแสนสวยและเย้ายวนใจคนนี้หลุดมือไปอย่างแน่นอน ชายชราเ้าเล่ห์อาศัยจังหวะที่พีชกำลังช็อกและสติหลุดลอย คว้าหมับเข้าที่ข้อมือบางของเธออย่างแรง!
"อ๊ะ! ทะ... ท่านประธาน จะทำอะไรคะ..." พีชสะดุ้งสุดตัว พยายามขืนตัวเอาไว้ตามสัญชาตญาณ แต่เรี่ยวแรงของหญิงสาวหรือจะสู้แรงของชายชาตรีที่ออกกำลังกายเป็ประจำอย่างศรุตได้
"ตามฉันมา... กัลยกร"
ศรุตกระซิบเสียงเหี้ยมข้างใบหูของเธอ เขาจงใจอ่านชื่อจริงของเธอจากป้ายพนักงานที่ห้อยคออยู่ เพื่อตอกย้ำความเชื่อมั่นของเธอว่าเขารู้จักเธอ และเขามีอำนาจเหนือเธอทุกประการ การถูกเรียกชื่อจริงด้วยน้ำเสียงแหบพร่าและดุดันจากชายที่เธอคิดว่าเป็เ้านาย ยิ่งทำให้พีชสติแตกกระเจิง ความเกรงใจและความกลัวตกงานพุ่งสูงปรี๊ดจนทะลุเพดาน
ศรุตไม่อนุญาตให้เธอได้ตั้งตัวหรือคิดหาทางหนี เขาออกแรงกระชากข้อมือบางของเธออย่างแรง บังคับและกึ่งลากกึ่งจูงให้ก้าวเดินตามเขาลงจากขบวนรถไฟฟ้าไปอย่างรวดเร็ว
"ดะ... เดี๋ยวค่ะ ท่านประธาน ปล่อยพีชนะคะ..." พีชพยายามละล่ำละลักอ้อนวอน ขาทั้งสองข้างก้าวตามแรงฉุดลากของชายร่างใหญ่ไปอย่างทุลักทุเล ท่ามกลางสายตาของผู้โดยสารบางคนที่หันมามองด้วยความแปลกใจ แต่ศรุตก็ทำเพียงแค่ปรายตามองคนเ่าั้ด้วยสายตาดุดันและวางมาดเข้มข้น คล้ายกับผู้บริหารที่กำลังพาพนักงานจอมยุ่งไปตักเตือนเป็การส่วนตัว ทำให้ไม่มีใครกล้าเข้ามาสอดรู้สอดเห็นหรือให้ความช่วยเหลือ
ทันทีที่ก้าวเท้าพ้นประตูรถไฟฟ้า กลิ่นอายความเย็นะเืของเครื่องปรับอากาศบนสถานีก็ปะทะเข้ากับใบหน้า แต่ไม่อาจดับความร้อนรุ่มในใจของพีชได้เลย ศรุตไม่ยอมหยุดเดิน เขากำข้อมือของเธอแน่นราวกับคีมเหล็ก ลากตัวเธอเดินฝ่าฝูงชนที่บางตาบนชานชาลา มุ่งหน้าไปยังทิศทางที่ลับตาคนและเงียบสงบที่สุดของสถานี
"ท่านประธานคะ... ปล่อยพีชเถอะค่ะ พีชต้องรีบกลับไปทำงานให้ท่านนะคะ... อึก..."
พีชพยายามอ้างถึงเื่งาน หวังจะเรียกสติเ้านายที่เธอคิดว่ากำลังหน้ามืดตามัว แต่ศรุตกลับไม่สนใจฟังเสียงทัดทานใดๆ ทั้งสิ้น รอยยิ้มร้ายกาจยังคงประดับอยู่บนมุมปาก ชายชราผู้เจนจัดในกามารมณ์รู้ดีว่า ตอนนี้เหยื่อของเขาได้ตกหลุมพรางอย่างสมบูรณ์แบบแล้ว ความกลัวและความเข้าใจผิดได้สร้างกรงขังที่มองไม่เห็น พันธนาการหญิงสาวคนนี้เอาไว้แ่าเสียยิ่งกว่าโซ่ตรวนใดๆ
ยิ่งเห็นเรือนร่างที่สั่นเทา หน้าอกขนาดมหึมาที่กระเพื่อมไหวตามแรงหอบหายใจ และใบหน้าสวยหวานที่เต็มไปด้วยความหวาดกลัว ศรุตก็ยิ่งรู้สึกเืในกายสูบฉีดอย่างบ้าคลั่ง ความ้าที่จะปราบพยศและกลืนกินเลขานุการสาวผู้เย่อหยิ่งคนนี้ให้จมมิดอยู่ใต้ร่างของเขา พุ่งสูงขึ้นจนยากจะระงับ
เขาไม่ตอบคำถาม ไม่รับฟังคำอ้อนวอนใดๆ ทำเพียงแค่ลากร่างอันเย้ายวนของกัลยกร มุ่งหน้าตรงไปยังโซนที่ลับตาคนที่สุดของสถานีรถไฟฟ้า... มุมอับที่ปราศจากกล้องวงจรปิด และผู้คนเดินผ่านไปมา... สถานที่ที่เขาจะสามารถเริ่มต้น 'บทเรียนสวาท' บทแรกให้กับเลขานุการสาวแสนสวยคนนี้ ได้อย่างเต็มที่และลึกซึ้งที่สุด