"ชู่ว์..."
ยูนะยกนิ้วชี้จรดริมฝีปาก ทำหน้าตาตื่นตระหนกสุดขีด หูแมวของเธอลู่ลงแนบศีรษะ
เบื้องหน้าของพวกเขาคือโถงถ้ำขนาดมหึมาที่มีหินงอกหินย้อยรูปร่างประหลาด บิดเบี้ยวเป็เกลียวเหมือนเครื่องดนตรี ลมจากเบื้องล่างพัดผ่านรูหินพวกนี้จนเกิดเสียงหวีดหวิวแหลมสูงต่ำฟังดูชวนขนลุก ราวกับเสียงภูตผีกำลังกรีดร้อง
"เขตแดน 'เสียงสะท้อนสังหาร' (Killing Echo)..." เซ็ตสึนะขยับปากพูดโดยไม่มีเสียง ใช้วิธีอ่านปากเอา
เธอดึงไคโตะกับยูนะเข้ามาหลบหลังโขดหิน แล้วชี้ไปที่เพดานถ้ำ
ไคโตะแหงนหน้ามอง... ขนลุกซู่ไปทั้งตัว
บนเพดานถ้ำที่สูงลิบลิ่ว มีฝูง "ค้างคาวเสียง (Sonic Bat)" ตัวขนาดเท่าสุนัข เกาะห้อยหัวอยู่นับพันตัว! พวกมันไม่มีดวงตา แต่มีหูขนาดใหญ่ที่ขยับไปมาตลอดเวลา
ยูนะดึงสมุดจดเล่มเล็กออกมา เขียนข้อความยุกยิกแล้วยื่นให้ดู:
[พวกมันไวต่อเสียงมาก! แค่เสียงฝีเท้าดังนิดเดียว พวกมันจะรุมทึ้งเราจนเหลือแต่กระดูก!]
ไคโตะพยักหน้า กลืนน้ำลายอึกใหญ่ ‘งานเข้าแล้วไง... ต้องเดินฝ่าดงะเิเสียงไปเนี่ยนะ’
ทั้งสามคนค่อยๆ ย่องผ่านดงหินงอกหินย้อยอย่างระมัดระวังที่สุด ทุกย่างก้าวต้องแ่เบาดุจขนนก
แต่ปัญหาคือ... ทางเดินข้างหน้าเป็ "สะพานหินแคบๆ" ที่ไม่มีที่กำบัง และลมตรงนั้นพัดแรงมาก ถ้าเดินไม่ดีอาจจะเซตกลงไป หรือเผลอทำเสียงดังได้
เซ็ตสึนะหยุดเดิน เธอขยับเข้ามาใกล้ไคโตะ แล้วเขย่งเท้าขึ้น...
ริมฝีปากนุ่มของเธอแนบชิดที่ใบหูของเขาจนััได้ถึงลมหายใจอุ่นๆ
"ไคโตะ..." เสียงกระซิบของเธอเบาหวิวยิ่งกว่าเสียงแมลงบิน แต่มันดังก้องในหัวใจไคโตะราวกับเสียงกลอง "ใช้วินด์วอลล์... คลุมเท้าพวกเราไว้... ลดแรงกระแทกตอนเดิน..."
ไคโตะตัวแข็งทื่อ ขนลุกซู่ที่ต้นคอ ไม่ใช่เพราะกลัวค้างคาว แต่เพราะเสียงกระซิบที่เซ็กซี่เกินต้านทานนี้
"คะ... ครับ..." เขากระซิบตอบ พยายามคุมสติไม่ให้หน้าแดง
เขาเพ่งสมาธิ สร้างกระแสลมหมุนวนเบาๆ รอบเท้าของทุกคน ทำหน้าที่เหมือน "เบาะอากาศ" (Air Cushion) ทำให้ทุกย่างก้าวไร้เสียงโดยสมบูรณ์
‘ฟิสิกส์เื่แรงและการเคลื่อนที่... ขอบคุณที่ตั้งใจเรียนมา!’
การเดินทางดำเนินต่อไปอย่างราบรื่น จนกระทั่ง...
ฮัด... ฮัด...
ยูนะหยุดเดิน จมูกของเธอขยุกขยิก ใบหน้าเริ่มแดงก่ำ ดวงตาปรือปรอย
ฝุ่นละอองจากหินแถวนี้มันเยอะเกินไปสำหรับจมูกที่ไวต่อกลิ่นของเผ่าสมิง!
"ฮัด... ชิ...!!"
ยูนะพยายามกลั้นสุดชีวิต แต่ขีดจำกัดก็มาถึง เธอกำลังจะจาม! และเสียงจามในถ้ำนี้คงดังเหมือนะเินิวเคลียร์แน่!
"แย่แล้ว!" ไคโตะเบิกตากว้าง
ไม่มีเวลาให้คิด ไคโตะพุ่งตัวเข้าไปหายูนะ คว้าตัวเธอมากอดไว้แน่น แล้วใช้มือข้างหนึ่งปิดปากเธอ ส่วนมืออีกข้างถือคทา Gale Rod วาดไปในอากาศอย่างรวดเร็ว
‘เสียงคือการสั่นะเืของอากาศ... ถ้าเราหยุดการสั่นะเืนั้นได้...!’
"ไซเรนท์ โซน (Silent Zone - อาณาเขตใบ้)!"
ไคโตะสร้าง "สุญญากาศขนาดจิ๋ว" ครอบหัวของยูนะไว้ชั่วพริบตา ในจังหวะที่เธอจามออกมาพอดี
... (เงียบกริบ) ...
ยูนะจามออกมาจนตัวโยน น้ำมูกยืด แต่ ไม่มีเสียง เล็ดลอดออกมาแม้แต่นิดเดียว เพราะเสียงเดินทางผ่านสุญญากาศไม่ได้!
ฝูงค้างคาวบนเพดานขยับหูเล็กน้อยเหมือนสงสัย แต่เมื่อไม่ได้ยินอะไร พวกมันก็นิ่งสงบต่อไป
"ฟู่ว์..." ไคโตะคลายเวทออก เหงื่อแตกพลั่ก "เกือบไปแล้ว..."
ยูนะเงยหน้ามองไคโตะด้วยสายตาเป็ประกายวิบวับ (ทั้งที่ยังมีคราบน้ำมูก) เธอกอดเขาแน่นขึ้น
[สุดยอด! นายคือพระเ้า!] เธอขยับปากบอก
เซ็ตสึนะเดินเข้ามาดึงยูนะออกจากไคโตะ (ด้วยแรงที่เยอะผิดปกติ) แล้วเช็ดหน้าให้น้องเบาๆ
"อย่าพึ่งดีใจ... ดูข้างหน้านั่น"
เธอชี้ไปที่สุดปลายทางของสะพานหิน
ตรงนั้นมี "ประตูั์" ที่สลักลวดลายโบราณตั้งอยู่ แต่หน้าประตูมี "การ์ดกอยล์ (Gargoyle)" หินสองตัวยืนเฝ้าอยู่ และที่สำคัญ... บนคอของพวกมันมี "ระฆัง" ห้อยอยู่!
ถ้าพวกมันขยับ... ระฆังจะดัง
ถ้าเราโจมตี... ระฆังจะดัง
และถ้าเสียงดัง... ค้างคาวนับพันข้างบนจะลงมารุมกินโต๊ะ
โจทย์ยากระดับหินมาถึงแล้ว
ไคโตะมองการ์ดกอยล์ แล้วหันมามองเซ็ตสึนะ ทั้งคู่สบตากันแล้วยิ้มมุมปาก
ดูเหมือนว่า "คู่หู" จะเริ่มรู้ใจกันโดยไม่ต้องพูดแล้ว
‘ต้องจัดการในดาบเดียว... และต้องเงียบที่สุด’