ทุกคนยังอยู่ในอาการตกตะลึงกับเหตุการณ์ตรงหน้าเจนจิราสามารถเปิดตู้เซฟออกมาได้อย่างไม่น่าเชื่อ “หนูรู้แล้วค่ะว่าพ่อ้าจะบอกอะไรกับหนู...หนูเพิ่งเข้าใจค่ะ หนูเป็ลูกที่โง่จริงๆที่เพิ่งเข้าใจพ่อ...เข้าใจพ่อในวัน...ในวันที่สายเกินไปแล้ว...”
เจนจิราพูดไม่ทันขาดคำดีร้องไห้โฮออกมาอีกครั้ง “หนูเป็ลูกที่โง่จริงๆ...”
“แต่ตอนนี้คุณหนูก็ทำให้นายท่านรู้แล้วนะคะว่านายท่านคิดไม่ผิด นายท่านบอกว่าคุณหนูเปิดได้ั้แ่ครั้งแรก คุณหนูก็เปิดได้จริงๆ” ป้ามุกพูดปลอบใจด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน
“ตอนนี้ฉันอยากรู้แล้วว่าทำไมหลานเจนถึงเปิดตู้เซฟเพียงครั้งเดียวตามที่วรวิทย์พูดเอาไว้?”
เจนจิราเดินตรงเข้าไปเปิดประตูเซฟออกมาเห็นกรอบรูปอันหนึ่งวางอยู่้าสุดเธอเอื้อมมือหยิบออกมาแล้วเขวี้ยงลงกับพื้นสุดแรงจนทำให้กระจกของกรอบรูปแตกกระจายไม่มีชิ้นดี
การแสดงออกของเจนทำให้ทุกคนยิ่งแปลกใจเข้าไปใหญ่“หลานรู้ได้ยังงัยว่าในตู้เซฟมีกรอบรูปอันนี้...แล้วกรอบรูปนี้คืออะไร?”
ป้ามุกรีบเดินเข้าไปในหยิบกระดาษใบหนึ่งมีลักษณะยับยู่ยี่มากอยู่ในกรอบรูปยื่นให้กับนายใหญ่และวินัยดู “ใบจบการศึกษาชั้นมัธยมปลาย (ม.6)ของหลานนี่น่า หมายความว่ายังงัย?...ฉันไม่เข้าใจ”
“วันนั้นเป็วันที่หนูเรียนจบชั้น ม.6 หนูอยากให้พ่อไปงานของหนูมาก หนูพยายามบอกพ่อล่วงหน้าหลายอาทิตย์บอกหลายครั้ง พ่อไม่เคยรับปากหนูสักครั้ง แต่หนูก็ยังมีความหวังว่าสุดท้ายพ่อก็ต้องไปงานของหนูแน่นอน พ่อต้องมีเซอร์ไพรส์แอบไปหาหนูที่โรงเรียนแน่ๆ”
“หนูรอพ่อั้แ่เช้าเห็นเพื่อนๆ คนอื่นมีพ่อแม่มาร่วมแสดงความยินดี มาถ่ายรูปร่วมกัน เที่ยงก็แล้วเย็นก็แล้ว พ่อไม่มางานของหนู ไม่มีใครมาแสดงความยินดีกับหนูสักคน พ่อไม่เคยสนใจหนูสักอย่าง”
“หลังจากที่หนูกลับมาจากโรงเรียนหนูทะเลาะกับพ่อในห้องนี้ค่ะ ทะเลาะกันแรงมากแรงจนถึงขนาดนับั้แ่วันนั้นเป็ต้นมา หนูไม่อยากพูดกับพ่ออีกเลยก่อนที่จะออกห้องนี้ หนูโกรธพ่อมากจนหนูขยำใบประกาศจบ ม.6 แล้วปาใส่หน้าพ่อ...หนู....หนู...หนูไม่เคยคิดว่าพ่อ....พ่อยังเก็บใบประกาศนี้ไว้กับตัวตลอด..ตลอดเวลา”เจนจิราเล่าเื่ราวที่เคยเกิดขึ้นในห้องนี้ด้วยเสียงสะอื้นสั่นเครือ
“รหัสที่เปิดตู้ใบนี้คือ...รหัสประจำตัวนักเรียนของหนู...7ตัว” เจนจิราควบคุมอารมณ์ตัวเองไม่ได้ ปล่อยโฮออกมาด้วยความเสียใจ“รหัส 7…ตัวมาจากวันที่...วัน...วันที่พ่อทะเลาะกับหนูอย่างรุนแรง”
“พ่อไว้ใจหนู...ไว้ใจหนูมาโดยตลอดพ่อเชื่อใจหนูมาโดยตลอด ไว้ใจแม้กระทั่งพ่อตายไปแล้ว ไว้ใจหนูจนวาระสุดท้ายของพ่อแต่...แต่...แต่หนูกลับไม่ไว้ใจพ่อ ไม่เคยคิดอะไรดีๆกับพ่อเลยสักครั้ง...พ่อตายไปแล้ว แต่พ่อก็ยังให้โอกาสหนู ทั้งๆที่หนูเป็ลูกที่เลวทรามขนาดนี้...หนูไม่สมควรได้รับโอกาสนี้เลยด้วยซ้ำ พ่อเชื่อใจไว้ใจหนูมาตลอด แต่ดูหนูทำกับพ่อสิคะ...ระยะเวลาที่ผ่านมาหนูคิดจะเอาชนะพ่อมาโดยตลอด แต่สุดท้าย...หนูก็พ่ายแพ้”
ความในใจของเจนจิราที่พูดออกมาสร้างความะเืใจอย่างยิ่ง “หนูเป็ลูกที่เลวทรามขนาดนี้...แต่พ่อก็ยังให้โอกาสหนู...ให้โอกาสหนูแม้กระทั่งตายไปแล้วก็ตาม”
ไพโรจน์เดินเข้าไปโอบกอดเจนจิราด้วยความเอ็นดูที่มีต่อหลานคนเดียวของตระกูล“หลานเจนออกไปก่อน ฉันอยากจะคุยกับวินัย 2 คน...ตอนนี้หลานทำหน้าที่ตัวเองได้อย่างสมบูรณ์แบบตามที่วรวิทย์พูดแล้วฉันเห็น ฉันรับรู้ได้ด้วยตัวฉันเอง และฉันก็เข้าใจวรวิทย์แล้วว่าแท้ที่จริง...เขา้าอะไร...”
ไพโรจน์ถอนหายใจเฮือกใหญ่“ฉันมองคนไม่ผิดจริงๆในเมื่อฉันเคยไว้วางใจวรวิทย์มาแล้วครั้งหนึ่ง ทำไมฉันจะไว้วางใจอีกครั้งไม่ได้ล่ะ”
“นายใหญ่ครับ...หมายความว่า...นายใหญ่จะ...”
“ในเมื่อวรวิทย์้าให้หลานเจนทำหน้าที่แทนตัวเขาเองฉันไม่มีเหตุผลอะไรที่ต้องปฎิเสธเจตนารมณ์ที่แน่วแน่ขนาดนี้!!!”
“แต่ว่า...นายใหญ่ครับ...คุณเจนจิราเด็กเกินกว่าที่แบกความกดดันมากมายมหาศาลขนาดนี้นะครับ”
“ฉันรู้ดีว่าฉันกำลังทำอะไรอยู่และฉันก็รู้เหมือนกันว่า นายเป็ห่วงหลานฉัน ถึงแม้ว่าฉันจะไม่เคยรู้จักกับหลานคนคนนี้แม้แต่น้อย...ฉัน้าให้หลานฉันลงชิงตำแหน่งซีอีโอ...ฉันว่าฉันเข้าใจความคิดของวรวิทย์แล้วล่ะ”
ไพโรจน์กับวินัยหันไปมองเอกสารในตู้เซฟที่สูงท่วมหัวมีแฟลชไดร์ฟวางอยู่ข้างๆ 1 อัน “ฉันมีเวลาเหลือแค่ 13 วันเท่านั้น...”
“สวัสดีค่ะดิฉันจูน กมลชนกนะคะวันนี้ในแวดวงเศรษฐกิจไม่มีเื่ไหนจะร้อนแรงไปกว่าเื่การประชุมโหวตคัดเลือกซีอีโอคนใหม่ของบริษัทซีคอร์ปที่จะเกิดขึ้นในอีก13 วันข้างหน้า เป็ข่าวที่มีการยืนยันอย่างเป็ทางการแล้วนะคะบอร์ดบริหารเป็คนส่งเอกสารให้กับสื่อต่างๆ รวมถึงตัวดิฉันก็ได้รับเช่นกันค่ะ”
“เป็ที่ทราบกันดีนะคะถึงแม้ว่าบริษัทซีคอร์ปไม่ใช่บริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ แต่ทางบริษัทยังคงต้องทำตามคณะกรรมการตัวแทนการค้าของสหรัฐ,ยุโรป, กลุ่มประเทศตะวันออกกลาง, จีน, ญี่ปุ่นและเกาหลีใต้นั่นคือต้องรายงานเื่สำคัญอย่างเปิดเผยต่อสาธารณะส่วนเื่ที่เป็ความลับทางธุรกิจยังคงต้องส่งเอกสารแจ้งต่อคณะกรรมการเช่นกัน”
“ตอนนี้สื่อมวลชนผู้เชี่ยวชาญด้านเศรษฐกิจยังคงจับตามองว่าใครจะผู้ที่เหมาะสมที่สุดได้รับเสียงโหวตจากผู้ถือหุ้นของบริษัทแหล่งข่าวระดับสูงคาดว่า การคัดเลือกซีอีโอคนใหม่ของบริษัทครั้งนี้อาจจะไม่จำเป็ต้องโหวต คาดการณ์กันว่าน่าจะมีผู้ได้รับการเสนอชื่อเพียงคนเดียวจากบอร์ดบริหารนั่นคือ คุณขจร...1 ใน 3 ผู้ก่อตั้งบริษัทซีคอร์ป และยังเป็ผู้ถือหุ้นอันดับ 2อีกด้วย แต่ข้อมูลเื่นี้ยังถือว่าอยู่ในระดับข่าวลือนะคะเพราะว่ายังไม่มีข่าวใดๆ เล็ดลอดออกมาจากฝั่งของคุณวรวิทย์ผู้ล่วงลับค่ะ”
“ตัวดิฉันเองพยายามสอบถามจากแหล่งข่าวภายในบริษัทซีคอร์ปทุกคนไม่มีใครพูดอะไรเลยนะคะ มีแต่เพียงการเคลื่อนไหวของคุณขจร,คุณชุติมาและกลุ่มผู้ถือหุ้นอิสระ...ส่วนข่าวจากฝั่งคุณวรวิทย์ในฐานะผู้ถือหุ้นอันดับ1 ไม่ได้แสดงท่าทีใดๆ ออกมาจนถึงตอนนี้เลยค่ะ”
“เพราะความที่บริษัทซีคอร์ปไม่ใช่บริษัทจัดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ทำให้เราไม่ทราบว่ามีใครถือหุ้นบ้างและแต่ละคนถือหุ้นสัดส่วนเท่าไร ข้อมูลจากแหล่งข่าวที่น่าเชื่อถือแต่ย้ำนะคะว่าไม่ยืนยันว่าเป็ความจริงทั้งหมด...ณเวลานี้มีผู้ถือหุ้นบริษัทซีคอร์ปทั้งหมด 3 คนกับอีก 1 กลุ่มบุคคล แบ่งเป็ 2ฝั่งนะคะ”
“ฝั่งแรกคือคุณวรวิทย์ในฐานะผู้ถือหุ้นอันดับ1 ได้กรรมสิทธิ์หุ้นทั้งหมดจากคุณไพโรจน์อดีตเป็ 1 ใน 3 ผู้ก่อตั้งบริษัทอีกด้วยคุณไพโรจน์เป็พ่อของคุณวิไลพรซึ่งเป็ภรรยาของคุณวรวิทย์...คุณวรวิทย์ได้รับเสียงโหวตคัดเลือกเป็ซีอีโอจากสิทธิ์โหวตของตัวเองและแรงสนับสนุนจากกลุ่มผู้ถือหุ้นอิสระเป็กลุ่มที่มีความสัมพันธ์แน่นแฟ้นกันมาอย่างยาวนานั้แ่สมัยของคุณไพโรจน์ก่อตั้งบริษัทใหม่ๆ”
“อีกฝั่งคือคุณขจรผู้ถือหุ้นอันดับ 2 ในฐานะผู้ก่อตั้งบริษัทอีกคนหนึ่ง กับคุณชุติมาผู้ถือหุ้นอันดับ3 ทายาทเพียงคนเดียวของเถ้าแก่ชุนผู้ก่อตั้งบริษัทอีกคนหนึ่งเช่นกัน”
“ใน่เริ่มต้นตั้งบริษัทใหม่ๆมีการแบ่งปันหุ้นบริษัทส่วนหนึ่งให้กับผู้ที่เข้ามาช่วยเหลือหรือทำงานให้กับบริษัทใน่ก่อตั้งบริษัท...ในปัจจุบันผู้ถือหุ้นกลุ่มนี้มีคำเรียกกันว่ากลุ่มผู้ถือหุ้นอิสระ”
“ประเด็นที่เราต้องจับตามองก็คือเราได้เห็นการเคลื่อนไหวค่อนข้างชัดเจนแล้วว่าคุณขจรกับคุณชุติมาอยู่ฝั่งเดียวกันมาอย่างเหนียวแน่นและยังมีกลุ่มผู้ถือหุ้นอิสระบางส่วนแยกตัวออกมาสนับสนุนฝั่งนี้ค่อนข้างชัดเจนในขณะที่ฝั่งของคุณวรวิทย์ยังคงเก็บตัวเงียบ”
“ข้อมูลที่เราทราบตอนนี้ยืนยันแน่นอนแล้ว100% ว่าหุ้นทั้งหมดของคุณวรวิทย์ถูกส่งต่อให้กับคุณเจนจิราในฐานะทายาทโดยชอบเพียงคนเดียวปัญหาอยู่ตรงนี้ค่ะ เท่าที่ดิฉันค้นข้อมูลมาถ้าผิดพลาดยังงัยดิฉันต้องกราบขออภัยคุณเจนจิราด้วยนะคะ ตอนนี้สื่อมวลชนทุกบริษัทแทบจะไม่มีข้อมูลเกี่ยวกับตัวเธอแม้แต่น้อยค่ะ”
“สื่อมวลชนทุกแห่งทราบเพียงแค่ว่าคุณเจนจิรากำลังเรียนอยู่คณะอักษรศาสตร์เอกภาษาอังกฤษชั้นปีที่ 4 มีข้อมูลแค่นี้จริงๆ ค่ะ ส่วนรูปประกอบเนื้อข่าวที่คุณผู้ชมเห็นตามสื่อต่างๆใช้รูปเหมือนกันหมดทุกที่ มาจากแหล่งเดียวกันทีมงานดิฉันบอกว่าต้องไปถ่ายรูปคุณเจนจิราจากบอร์ดที่คณะเพราะว่าเธอชอบทำกิจกรรมต่างๆค่ะ ในระหว่างศึกษา เธอมีอาชีพเป็ติวเตอร์สอนนักเรียน ม.ต้นกับ ม.ปลายเป็ข้อมูลเดียวที่เราทราบเกี่ยวกับตัวเธอนะคะ”
“มีข่าวลือออกมาว่าจริงๆแล้วที่เราไม่เคยเห็นคุณวรวิทย์พูดถึงหรือออกงานกับคุณเจนจิราเกิดจากความสัมพันธ์ที่ไม่ค่อยสู้ดีเท่าใดนักแต่ทุกคนก็ทราบกันดีนะคะว่า คุณวรวิทย์ทำพินัยกรรมยกมรดกให้คุณเจนจิราทั้งหมดเพียงคนเดียวก็สร้างความสับสนเหมือนกันว่า แล้วเื่จริงเป็ยังงัยกันแน่”
“ก่อนเข้ารายการดิฉันอ่านข้อมูลบทวิเคราะห์จากกูรูหลายท่านไม่ว่าจะเป็ของไทยกับต่างประเทศ ต่างวิเคราะห์ไปในทิศทางเดียวกันทั้งหมดฝั่งของคุณวรวิทย์เหลือทางเลือกไม่มากนัก ถ้าจะบอกว่าไม่มีทางเลือกเลยก็ได้ค่ะตัวเลือกคุณเจนจิราเป็ไปไม่ได้แน่นอน อาจจะต้องไปสรรหาบุคคลภายนอกที่เป็นักบริหารมืออาชีพมาลงชิงตำแหน่งซีอีโอแทนไปก่อน”
“นับั้แ่ก่อตั้งบริษัทซีคอร์ปขึ้นมาอย่างเป็ทางการมีซีอีโอคนแรกคือคุณไพโรจน์ ส่วนคนที่ 2 คือคุณวรวิทย์ข้ามมาจนถึงยุคปัจจุบันกำลังคัดเลือกซีอีโอคนที่ 3 ของบริษัทอาจจะเป็การเปลี่ยนสายบริหารครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของบริษัทก็ได้นะคะ กูรูยกให้คุณขจรเป็เต็ง1 ตอนนี้ค่ะ เป็ผู้มากประสบการณ์และยังเป็ 1 ใน 3 ของผู้ก่อตั้งบริษัทอีกด้วย”
“แต่การคัดเลือกซีอีโอครั้งนี้ก็มีเื่แปลกประหลาดเหมือนกันนะคะดิฉันไปค้นหาเอกสารตอนโหวตคัดเลือกซีอีโอคนที่ 2 ระหว่างคุณวรวิทย์กับคุณขจรทางทีมงานเอาเอกสารขึ้นหน้าจอเลยค่ะ”
“บอร์ดบริหารตอนนั้นประกาศวันเวลาประชุมคัดเลือกซีอีโอและมีการบอกว่าใครชิงกับใครชัดเจนค่ะลองเทียบประกาศตอนนี้ บอกว่ามีประชุมอีก 13 วันข้างหน้า เวลาประมาณ 13.00 น. แต่ครั้งนี้ไม่มีการบอกว่าใครชิงกับใครคาดว่าน่าจะมาจากฝั่งคุณวรวิทย์ที่ยังไม่ลงตัวก็ได้นะคะ”
“เอาละค่ะวันนี้โหมโรงพอหอมปากหอมคอกันก่อนนะคะ ดิฉันคาดว่าใน่วันใกล้ๆประชุมน่าจะมีข้อมูลออกมาเข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ ค่ะ...สวัสดีค่ะ”