บทที่ 47 มีข่าวลือว่าไป๋อวี้เป็นคนขี้หึง
จักรเย็บผ้าเครื่องนี้ สามีที่ตายไปแล้วของหวังเหลียนเป็นคนมอบให้เธออดทนและมีชีวิตอยู่ เพราะต้องการทำเสื้อผ้าด้วยจักรเย็บผ้าเครื่องนี้
ตอนนี้จักรเย็บผ้าพังไปแล้ว ความคิดของเธอจึงเปลี่ยนไปไม่เหมือนเดิม คำพูดของไป๋อวี้ที่ว่า ‘เธอไม่กลัวความตายอีกต่อไปแล้วใช่ไหมล่ะ’ ทำให้ฟางเส้นสุดท้ายของเธอขาดสะบั้น
เธอรู้สึกเหมือนตัวเองได้หลุดพ้น ได้ระบายทุกสิ่งที่อยู่ในใจเธอออกมา
มีชายสี่ห้าคนในหมู่บ้านข่มเหงเธอ
คนแรกคือจ้าวต้าหมินที่ถูกหลินเยี่ยนพามา เขาใช้โอกาสตอนที่เธอหลับปีนขึ้นมาบนเตียงเตา ส่วนคนที่เหลือ บางคนถูกจ้าวต้าหมินไม่ก็ถูกหลินเยี่ยนพามา บางคนก็มาเองเพราะพวกเขาคิดว่าเธอง่าย
พวกเขาข่มขู่เธอ ‘ถ้าเธอกล้าพูดออกไป ฉันจะฆ่าเธอซะ!’
ฉินต้าซานไม่เคยแตะต้องเธอ ตอนผ่านมาบ้านเธอโดยบังเอิญ และเห็นใครบางคนกำลังรังแกเธออยู่ เขาจึงเล่นงานจนชายคนนั้นหนีไป
หวังเหลียนอยากเรียกร้องและยิ่งเธอเรียกร้องเท่าไหร่ ไป๋อวี้ก็ยิ่งหวาดกลัวมากขึ้นเท่านั้น ในฐานะที่เป็นผู้หญิงเหมือนกันพอได้ยินแบบนี้ก็รู้สึกขนลุกไปทั้งตัว...
หลินเยี่ยนอยากจะแก้ตัว
ไป๋อวี้เลิกปั้นหน้าเป็นคนดี กระชากผมลากหลินเยี่ยนออกไปด้านนอกและตบหน้าเธอสองฉาด จากนั้นก็ชกเข้าที่ท้อง
หลินเยี่ยนร้องคร่ำครวญ ขดตัวอยู่กับพื้นไม่มีแม้แต่เรี่ยวแรงจะลุกขึ้นยืน
ไป๋อวี้หันกลับมาเห็นเสี่ยวกั่วเอ๋อร์ที่อยู่ด้านข้างกำลังมองตนด้วยสายตาว่างเปล่า
“…กั่วเอ๋อร์ หล่อนเป็นคนไม่ดี ไม่ดีเหมือนยายของหนู” ไป๋อวี้บอกกับลูกสาวของตัวเองน้ำเสียงจริงจัง
ฉินเสี่ยวกั่วไม่ได้หวาดกลัว คิ้วเรียงตัวสวยของเด็กน้อยเลิกขึ้น สองขาสั้นป้อมวิ่งไปถ่มน้ำลายใส่หลินเยี่ยน
“ถุย ๆ ๆ ๆ!”
ไป๋อวี้ลูบศีรษะของฉินเสี่ยวกั่วเบา ๆ แล้วพูดวาา “กั่วเอ๋อร์ ไปเรียกคนแถวนี้มาหน่อย คนที่มีเกวียนน่ะ”
ฉินเสี่ยวกั่วตอบตกลงแล้ววิ่งออกไปอย่างรวดเร็ว
……
ด้านในบ้าน
หวังเหลียนยังคงคุกเข่าอยู่บนพื้นพร้อมพูดกับจ้าวอิ้งหง “ฉันขอโทษ ฉันขอโทษ ฉันขอโทษ…”
ไป๋อวี้พูดเสียงดัง “ทำไมเธอถึงต้องขอโทษด้วยล่ะ?”
จ้าวอิ้งหงชาวาบไปทั้งแผ่นหลัง
เธอรู้สึกคัดเต้านมขึ้นมา มันเจ็บมากจนหายใจลำบาก
“เธอถูกรังแกนะ ทำไมเธอต้องมาขอโทษด้วย?” ไป๋อวี้ดุ “เพราะความขี้ขลาดของเธอ พวกเขาจึงทำลายศักดิ์ศรีของเธอไง!”
หวังเหลียนร้องไห้โฮ รู้สึกว่าตัวเองสกปรกเหลือเกิน
เธอรู้สึกว่าตัวเองสกปรก
ก่อนที่จะพูดเรื่องที่เกิดขึ้นทั้งหมดออกมา เธอมีนิสัยชอบสะดุ้งตื่นกลางดึกจนต้องไปอาบน้ำ ตอนนี้เมื่อพูดออกมาแล้วกลับยิ่งรู้สึกแย่ลงไปอีก
แล้วเธอก็ได้กระทำสิ่งที่ไป๋อวี้ไม่คาดคิด…
หวังเหลียนใช้สองมือขุดโคลน ตอนนี้เธอก็คว้าโคลนขึ้นมาจำนวนหนึ่งแล้วยัดมันเข้าไปในปาก
ไป๋อวี้รีบดึงมือเธอออกอย่างตกใจ “เธอบ้าไปแล้วเหรอ!”
หวังเหลียนร้องไห้พลางส่ายหัวไม่พูดอะไร
ไป๋อวี้หันไปมองจ้าวอิ้งหง
จ้าวอิ้งหงกำฝ่ามือของตัวเองแน่น
เรื่องนี้มันใหญ่เกินไป...
เธอรู้จักทุกชื่อที่หวังเหลียนกล่าวถึง
ว่าพวกเขาทั้งหมดมีหน้ามีตาในหมู่บ้าน แต่ชื่อเสียงของพวกเขาก็ดีมาก
สัญชาตญาณบอกให้เธออย่าเชื่อ…
เรื่องแบบนี้ใครจะเชื่อได้ล่ะ?!
ใครจะเชื่อแม่ม่ายที่มีชื่อเสียงฉาวโฉ่แบบนี้กันล่ะ?!
เพราะคนอื่นบังคับเธอ เธอจึงไม่ผิดใช่ไหม?!
ไป๋อวี้เห็นดังนั้นจึงพูดว่า “พี่สะใภ้ เราไม่สามารถปล่อยผ่านเรื่องนี้ได้”
จ้าวอิ้งหงมองเธอด้วยดวงตาแดงก่ำ
“เธอคือช่างตัดเสื้อที่ดีที่สุดในหมู่บ้านของเรา” ไป๋อวี้กล่าว “ตอนนี้เธอบอกว่าจะไม่ทำอีกแล้ว”
ไป๋อวี้วางแผนมาตั้งแต่ต้น งานฝีมือของหวังเหลียนสร้างมูลค่าอันยิ่งใหญ่
เธอทำให้จ้าวอิ้งหงเข้าใจแล้วว่าถ้าหวังเหลียนละทิ้งงานในความรับผิดชอบ ผลที่ตามมาจะแก้ไขไม่ได้ มันจะทำให้ฉินเจียถุนอยู่กันไม่เป็นสุขแน่นอน
ไม่ว่าจะจ้าวอิ้งหง ตระกูลจ้าว หรือแม้แต่ฉินเจียถุนก็จะต้องหาทางแก้ไขปัญหาของหวังเหลียน!
จากนั้นก็จงใจบังคับให้หวังเหลียนจมดิ่งสู่ความสิ้นหวัง
แต่เหตุผลที่บังเอิญพบเจอเรื่องในวันนี้ก็เป็นเพราะหลินเยี่ยนเลวร้ายมากพอ!
ตอนนี้เรามาดูกันว่าจ้าวอิ้งหงที่เป็นลูกสาวบุญธรรมและลูกสะใภ้ของหัวหน้าหมู่บ้านฉินเจียถุนจะจัดการเรื่องนี้ยังไง
……
แม้ว่าจ้าวอิ้งหงจะมีความสามารถ แต่เธอก็เป็นเพียงหญิงสาวที่มีความรู้น้อย อีกทั้งเรื่องนี้ยังเกี่ยวข้องกับสามีของเธอซึ่งเป็นพ่อของลูกด้วย
เธอจึงรู้สึกสับสนอยู่ครู่หนึ่ง
เมื่อมองหวังเหลียนที่ร้องไห้ฟูมฟายอยู่ตรงหน้า เธอก็พูดเสียงแหบแห้งว่า “ฉันจะหาคนมาซ่อมจักรเย็บผ้าให้เธอ”
ไป๋อวี้จับมือขวาของหวังเหลียนแล้วพูดว่า “พี่ดูนี่สิ”
มือขวาของเธอบวมเป่ง
จ้าวอิ้งหงตกใจและรีบพูดอย่างรวดเร็ว “สะ...ส่งเธอไปที่อนามัย”
ขณะที่พูดก็รีบวิ่งออกไปอย่างรวดเร็ว
พวกเธอบังเอิญพบกับฉินเสี่ยวกั่วที่กลับมาพร้อมกับเกวียนล่อ และคนขับคือลุงจาง
ฉินเสี่ยวกั่วพูดเสียงดัง “เร็วเข้า! เร็วเข้า มีคนได้รับบาดเจ็บค่ะ!”
ลุงจางรีบหยุดเกวียน ตอนแรกเขาคิดว่าคนที่ได้รับบาดเจ็บคือหลินเยี่ยนที่นอนหมดสภาพอยู่บนพื้น
แต่ฉินเสี่ยวกั่วรีบดึงเขาเข้าไปในบ้าน “ไม่ใช่คนเลวคนนี้!”
"เอ๋ แล้วคนไหนล่ะ"
ลุงจางไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น จึงเดินตามเด็กน้อยไปโดยไม่รู้ตัว
เมื่อเห็นจ้าวอิ้งหงก็รีบถาม “เกิดอะไรขึ้น?”
จ้าวอิ้งหงเองสับสนและพูดว่า “ไปส่งเธอที่อนามัยก่อน”
ไป๋อวี้ก็ประคองหวังเหลียนออกมา
เดิมทีหวังเหลียนไม่เต็มใจ แต่ไป๋อวี้พูดกับเธอว่า “ถ้าเธออยากตายก็ต้องอธิบายเรื่องของผู้ชายของฉันให้ชัดเจนก่อนสิ ถ้าเราต้องหย่ากัน ฉันไม่ให้อภัยเธอแน่”
แม่ม่ายสาวคิดว่าตนไม่สามารถตอบแทนความเมตตาด้วยความเกลียดชังได้ ในที่สุดเธอก็วางจักรเย็บผ้าแล้วเดินกะเผลก ๆ ออกไป
แน่นอนว่าชิ้นส่วนที่อยู่บนพื้นก็ไม่สามารถทิ้งไว้ตรงนั้นได้
ลุงจางดึงหลินเยี่ยนขึ้นเกวียนไปด้วยกัน
หวังเหลียนรู้สึกสิ้นหวังจริง ๆ แต่ก็ยังคงอธิบายให้ไป๋อวี้ฟังระหว่างทางไปอนามัย
“พ่อเสี่ยวซู่ไม่ได้รังแกฉันจริง ๆ เขาเป็นคนดี…”
ไป๋อวี้พูดอะไรไม่ออก และทำได้เพียงเอื้อมมือไปปิดหูของเสี่ยวกั่วจื่อเท่านั้น
เธอพูดอย่างดุเดือด “ฉันไม่เชื่อ!”
“จริง ๆ นะ ข่าวลือเหล่านั้นถูกจ้าวต้าหมินแพร่งพรายออกไป เพราะในวันนั้นหวังจู้และจ้าวต้าหมินถูกทุบตี…”
จ้าวอิ้งหงโกรธจนเธออยากจะกระโดดลงจากรถให้ตายตกไปเสีย
ไป๋อวี้ยังคงส่ายหน้า “ฉันก็ไม่เชื่ออยู่ดี เขากลับมาเมื่อไหร่ เราจะต้องมาเผชิญหน้ากับเขาด้วยกัน ตอนนี้ไปรักษาอาการบาดเจ็บของเธอก่อน”
หวังเหลียนยังเป็นกังวลมาก เริ่มร้องห่มร้องไห้อีกครั้ง
ไป๋อวี้ขมวดคิ้วแน่น “น่ารำคาญจริง ๆ เลิกร้องไห้ได้แล้ว!”
“คุณป้า หยุดร้องไห้เถอะค่ะ หน้าบวมหมดแล้ว” เสียงฉินเสี่ยวกั่วดังขึ้น
ใบหน้าของหวังเหลียนถูกตบจนบวม ช้ำใบหน้าเปรอะเปื้อนไปด้วยคราบน้ำตา
แม่ม่ายที่มีเสน่ห์ ตอนนี้หน้าบวมฉึ่งเหมือนหัวหมู
……
ไป๋อวี้พูดเรื่องไร้สาระนี้เพื่อให้แม่ม่ายสาวดูแลอาการบาดเจ็บของตัวเองให้ดี
แต่ไม่คาดคิดว่าลุงจางที่เป็นผู้ชายจะเป็นคนปากสว่าง เพียงเวลาไม่นานข่าวก็แพร่กระจายไปทั่วหมู่บ้าน
ภรรยาของฉินต้าซานหึงหวงเพราะเธอสงสัยว่าสามีของตนและหญิงม่ายลอบมีความสัมพันธ์กัน
แถมยังบอกด้วยว่าฉินต้าซานกลับมาจะจัดการเขาให้ดู