อีกไม่กี่วันก็จะถึงวันงานหมากกระดานเกรียติยศ รายได้จากการขายบัตรเข้าชมมีมากมายล้มหลาม และถูกขายตั๋วด้วยราคาแพง เนื่องจากมีพ่อค้าหัวใสรับบัตรไปขายต่อ จากการโดนกดราคาแล้วราคาอีก ทำให้ราคาบัตรแพงกว่าเดิมหลายเท่าตัว ยังไม่รวมถึงบัตรปลอมที่กระจายตัวออกขายทั่วทั้งตัวเมืองเอดินเบิร์ก ทำให้เหล่าผู้ดูแลต้องปวดหัวกันทั่วหน้า
เหล่าอัศวินปีหนึ่ง หมากตัวสำคัญทั้งหลายกำลังนั่งนอนเอกเขนกกันในห้องนั่งเล่น ขาดแต่เพียง เหล่าหัวหน้าชั้นปีทั้งสี่ สามสาวนางฟ้า และขอทานห้องสมุดเคลื่อนที่
“เฮ้อ น่าเบื่อว่ะ ไอเฟรินไปไหนว่ะ ไหนว่าจะก๊งเหล้ากันไง” ครี้ดะโขึ้นอย่างเหลืออดเมื่อเพื่อนที่นัดพวกเขาไว้ยังไม่มา
“คุณครี้ด เบา ๆ สิครับ เดี๋ยวพวกคุณเฟลิโอน่ารู้ได้เป็เื่หรอก”ซีบิลเอ่ยเตือนเพื่อน
“โถ่ กลัวไรว่ะ นักรบอย่างท่านครี้ดไม่เห็นจะกลัว”
“หรอ”
ห้องนั่งเล่นชั้นปีหนึ่งเงียบกริบทันทีที่เหล่าผู้คุมทั้งหลายพร้อมคนเดินหมาก ผู้ถือตราแม่ทัพเดินเข้ามาภายใน แองจี้และมาทิลด้า แยกย้ายกันไปประจำด้านซ้าย ขวา ของปีกห้องอย่างรู้หน้าที่ เพื่อปรามเ้าพวกเหล่าทโมนทั้งหลาย คาโล คาลิน่า และ เฟลิโอน่า ยืนเยื้องออกไปทางด้านหลัง เหลือเพียงหัวขโมยผู้เดินหมากที่ยืนยิ้ม เงียบ ๆ ก่อนจะตบกระดาษในมือเบา ๆ เรียกความสนใจ
“หมากรุก สำคัญที่สุดคือคนเดินหมาก แต่หมากกระดานเกียรติยศ สำคัญสุดคือตัวหมาก”
ทุกคนมองไปทางเ้าตัวยุ่งที่วันนี้ออกไปยืนเป็ผู้นำการประชุมแทนการเป็ตัวป่วนอย่างทุกที่ ท่าทาง สบาย ๆ ตามแบบฉบับของเ้าตัวแต่กลับมากระแสบางอย่าง
กระแสบางอย่างที่มาทิลด้า แองจี้ และสามหัวหน้าชั้นปีไม่มี จะเรียกว่าเสน่ห์ก็คงไม่ผิดมากนัก เสน่ห์ความเป็ผู้นำ ที่มันไม่เคยนำออกมาใช้ แต่ในเวลานี้กลับโปรยให้เห็นกันแบบเต็ม ๆ ถึงจะไม่อาจดุดัน แข็งแกร่งอย่างมาทิลด้า และ แองจี้ ไม่น่าเกรงขามน่าเคารพเหมือนพี่น้องวาเนบลี และไม่อาจข่มขวัญได้เทียบเท่าเ้าหญิงแดนปีศาจ
หากแต่ความความอบอุ่น อ่อนโยน เป็กันเอง แต่แฝงด้วยความน่าเชื่อถือ และความรู้สึกเกรงใจ เสน่ห์ความเป็ผู้นำ ที่สามารถทำให้ผู้ตามสบายใจ และพร้อมที่จะก้าวเดินไปพร้อมกัน ทำให้ห้องทั้งห้องตกอยู่ในมนต์เสน่ห์ที่หัวขโมยเป็คนสร้างขึ้นอย่างง่ายดายเพียงแค่ยืนเฉย ๆ
“ฉัน้า คิงที่ยืนได้จนถึงวินาทีสุดท้ายของเกมส์” เฟรินหันไปยักคิ้วใส่คาโลที่เริ่มส่งสายตาดุ ๆ ปราม
“ควีนที่สามารถยืนเคียงบ่าเคียงไหล่และปกป้องพระาาได้เสมอ” มาทิลด้าพยักหน้ารับ
“บิชอบสาวที่ยืนทรง คฑาได้อย่างน่าเกรงขามที่สุดในเกมส์” เฟรินหันไปทางคาลิน่า และแองจี้ที่พยักหน้ากับ ก่อนจะยิ้มกว้าง
“ม้าบ้าเืที่พร้อมกระโจนเข้าสนามรบได้อย่างไม่หวาดหวั่น” ครี้ดเฮรับเบา ๆ สร้างความฮึกเหิม ตีมือกับเดท เฟรินพยักหน้ายิ้ม ๆ
“เรือที่พร้อมพุ่งโจมตีเข้าห้ำหั่นศัตรูได้อย่างห้าวหาญ” เจคกับโคลว์พยักหน้ารับด้วยท่าทางมาดมั่นถึงที่สุด
“และตำแหน่งสุดท้ายที่สำคัญที่สุดที่ฉันจะฝากความหวังไว้ เหล่าเบี้ยผู้แข็งแกร่งที่พร้อมบุกตะลุยข้าศึกอย่างไม่กลัวตาย”
เสียงเฮลั่นปลุกขวัญกำลังใจในตัวทุกคนขึ้น ภาพที่สองพี่น้องวาเนบลีต้องแอบชื่นชมหัวขโมยข้างหน้าตนในใจ เ้าหัวขโมยตรงหน้าสามารถกุมสถานการณ์ให้เหล่าทโมนแสนี้เีทั้งหลายอยู่ในการควบคุมได้โดยง่าย อย่างที่พวกเขา หรือแม้แต่มาทิลด้าและแองจี้ ยังไม่สามารถทำได้
เฟรินตบมือเบา ๆ อีกครั้ง ห้องทั้งห้องก็กลับเข้าสู่ความเงียบทันที และกลับไปนั่งประจำที่เรียบร้อยโดยไม่ต้องถึงมือสองสาวที่ประจำซ้าย ขวา ให้ปวดหัว เฟรินก็หันไปกระซิบบางอย่างกับ เฟลิโอน่าที่พยักหน้ารับเงียบ ๆ
“ถ้าพวกนาย้าเกมส์ที่สนุกตื่นเต้น ฉันจะเดินให้ แต่ถ้าพวกนาย้าชัยชนะ” ห้องทั้งห้องบิดเบี้ยวผิดรูป ส่งผลให้ทุกคนในห้องเหวอไปตาม ๆ กัน เว้นก็แต่หัวขโมยกับเ้าหญิงแดนปีศาจที่ยืนยิ้มกว้างอย่างสงบ “พวกนายต้องฝึกให้ได้ชัยชนะ”
สิ้นเสียงของผู้นำการประชุม สติก็เริ่มเลือนราง ร่างไหววูบ กลิ่นหอมอ่าน ๆ ของดอกไม้โชยแตะจมูก เสียงสายน้ำไหลเอื่อย ๆ แว่วเข้าสู่โสตประสาท พร้อมกับสายลมที่โอบกอดล้อมรอบตัว เสียงดีดนิ้วเปาะ
“นี่มันอะไรวะเนี่ย” ซอร์โรสบถขึ้นเป็คนแรก
ห้องนั่งเล่นรวมชั้นปีชินตาหายไป แปรเปลี่ยนเป็ป่าโปร่งที่สามารถมองเห็นลำธารและป่าทึบไกล ๆ ได้ อีกด้านมีลานกว้างกับหุ่นไม้สภาพยับเยิน จำนวนมากปักไว้คาดคะเนแล้วน่าจะพอกับจำนวนพวกเขาทุกคน
“ที่นี่คือมิติที่ท่านพ่อทรงสร้างพระราชทานแก่ท่านพี่ เพื่อฝึกซ้อมฝีมือน่ะ ฉันขอยืมท่านพี่มาใช้ฝึกซ้อมพวกนายก่อน เราจะฝึกกันที่นี่จนกว่าจะถึงวันแข่ง” คำเรียบ ๆ ที่แฝงความน่ากลัวในน้ำเสียงทำให้พวกเขาสะดุ้งเป็แถบ ๆ
“เบี้ย ม้า เรือ ต้องผ่านการทดสอบทั้งสี่ เริ่มด่านแรก พวกนายลงไปในน้ำ” เฟลิโอน่าชี้ไปทางลำธารสายเล็ก ๆ เบื้องหน้า ทันทีที่ลงไปในน้ำทุกคน หินขนาดมหึมาก็ตกลงมาทำให้พวกเขาต้องหลบกันจ้าละหวั่น “แบกหินไว้ ส่วนที่เหลือเฟรินจะเป็คนควบคุมการฝึกพวกนายเอง”
เฟริน ผู้คุมยักคิ้วเผล่ ะโขึ้นไปนอนเล่นบนเปลญวนหลับตา พริ้มเสียดื้อ ๆ
“คิง ควีน บิชอบจะใช้เวทย์ซะส่วนใหญ่ดังนั้นฉันจะเป็คนฝึกเอง เราจะไปฝึกทางด้านต้นน้ำทางนู่นกัน” ว่าเสร็จก็เดินนำไปทางต้นน้ำ พวกผู้คุมอยากค้านเหลือเกินว่าจะทิ้งเหล่าทโมนให้กับ เฟรินก็เหมือนทิ้งกล้วยให้ลิง แต่เมื่อเพื่อนผู้นำไม่พูดอะไร จึงได้เพียงแต่ต้องเดินตามไปเท่านั้น
การฝึกที่เหล่าทโมนต้องโวยวายลั่นและจำไปอีกนานแสนนาน แม้ว่าคนฝึกจะเป็หัวขโมยหัวโจกเพื่อนยากที่มักจะแหกกฎทุกข้อบนโลก กลับทำตามคำสั่งของผู้คุมสาวอีกคนได้อย่างไม่ผิดเพี้ยน ผิดหนึ่งรับโทธกลุ่ม เริ่มจากเอ็ดเวิร์คที่แอบย่องคาดว่าจะไปอู้ หินของพวกเขาก็หนักขึ้น จะทิ้งก็เหมือนหินมีกาวติดซะอย่างนั้น แถมเฟรินก็ดันเพิ่มเวลาทรายเข้าไปอีก ซึ่งกว่าจะรู้ตัวกันว่าไม่ควรหือกับเพื่อนผู้คุมคนนี้ พวกเขาก็ต้องทนยืนแบกหินกันไปหลายชั่วโมง พอจะได้พัก เฟรินก็พาไปอีกที่ต่อทันทีราวกับรู้ใจ
ด่านที่สอง เป็ทางลาดชันยาวเป็กิโลที่ต้องวิ่งหลบหินที่กลิ้งลงมาจาก้าเพื่อไปขว้างหินให้เข้าเปา ถึงจะหยุดการทำงนของกลไกได้ และต้องวิ่งผ่านไปทั้งหมดด้วยกันถึงสิบด่าน ในด้านแรก ๆ ก็ไม่ยากนัก สบายหน่อย แต่พอด่านหลัง ๆ ก็แทบกระอักเื ครี้ดและคิลที่โดนการโจมตีของเหล่าผู้คุมบ่อย ๆ ก็สบายขึ้นมาหน่อย หลบได้ทัน แต่สำหรับพวกที่เหลือกว่าจะผ่านแต่ละด่านแทบลากเื อ่วม อรทัยกันอย่างทั่วหน้า และต้องทำกันจนเกือบเที่ยง เรียกเสียงโวยวายลั่น แต่ยิ่งบ่นก็ยิ่งเหนื่อยจนต้องหยุดกันไปเอง ในเมื่อไอหัวขโมยคุมการฝึกมันดันไปนอนรออยู่้าไม่มีสนใจพวกเขาสักนิดนี่สิ
เมื่อทุกคนขึ้นมา้าได้ครบทุกคนแล้ว เฟรินก็ส่งน้ำหวานนิดหน่อยให้แต่ละคน เพื่อคลายร้อน
“เหนื่อยชิบ” ครี้ดเริ่มบ่นขึ้นมาก่อนเป็คนแรก และตามมาด้วยอีกหลายเสียง
“เออ นั้นดิ ไอเฟริน เฟลิโอน่าก็ไม่อยู่ พักหน่อยเหอะว่ะ” คิลหันไปทางคนคุมที่ยืนคุยกับโร ซึ่งเรียกความสนใจจากเพื่อนหัวขโมยเป็อย่างดี
“บ๊ะ ก็มัวแต่ช้าแบบนี้ไงว่ะ ว่าจะพาไปพักสักหน่อย ให้ว่องหน่อยดิ ให้ตาย แก่ก็ไม่ทันแก่ทำตัวชักช้า” เฟรินยักคิ้วกวนประสาทใส่ให้ชวนน่าถีบ เสียแต่ตอนนี้ไม่มีเรี่ยวแรงพอจะทำ
เฟรินเดินนำทุกคนย้ายไปยังปราสาทใหญ่ในป่าที่พวกผู้คุมรออยู่แล้ว ถึงแม้ว่าไม่ได้โทรมเท่าพวกเขาแต่ก็เหนื่อยหอบให้พอเห็นกันบ้าง ส่วนผู้คุมการฝึกชายก็ปราดเข้าหาคาลิน่าแทบจะทันที เรียกเสียงแซว โวยวายดังจากเหล่าทโมน
“สงสัยพวกนายยังพอมีแรงกันอยู่ ช่วยไปขนฟืนมาให้หน่อยสิ อยู่ในโรงเก็บข้าวข้าง ๆ เนี่ยและ ไม่ไกล” เฟรินชี้ไปทางโรงเก็บฟืนที่ไกลออกไปมากทีเดียว แต่พอเห็นท่าทางโอดโอยของเพื่อน ๆ คิ้วหนาก็ขมวดขึ้น “ไอเราก็นึกว่าหิวข้าวกันแล้วซะอีก คงคิดไปเองล่ะมั้ง”
“ไอเฟริน แล้วก็ไม่บอกแต่แรก” นิคเอ่ยขึ้นก่อนจะขึ้นไปเป็คนแรก ตามด้วยเหล่าทโมนที่เหลือที่รีบตามออกไป เรียกเสียงหัวเราะเบา ๆ จากเหล่าผู้คุม
“เหนื่อยมั้ย ลิน” เสียงทุ้มเอ่ยถามหญิงสาวด้วยความเป็ห่วงทันที เรียกรอยยิ้มแซว ๆ จากอีกสี่สาว
“ไม่เป็ไร” คำพูดพร้อมรอยยิ้มบาง ๆ ทำให้เฟรินพอโล่งใจขึ้น อย่างน้อยน้องเขาก็ไม่ได้โหดขนาดฝึกสาวเ้าหนักนัก แต่ก่อนจะได้ตอบอะไรกลับไป พวกทโมนที่เขาให้ไปเอาฟืนก็วิ่งกระหืดกระหอบกลับมา
“ไอ้...เฟร...เฟร...ริน” ครี้ดพยายามพูดอย่างเหนื่อยหอบ ทรุดตัวลงนั่งกับพื้นระเนระนาดอย่างน่าอดสู
“ไม่มีฟืนอยู่ในโรงนาสิน่ะ” เฟลิโอน่าต่อคำพูดให้ยิ้ม ๆ หันไปมองสบพี่ชายเ้าเล่ห์ที่ทำหน้าเล่อหลาไม่รู้เื่รู้ราว ตาปริบ ๆ ก่อนจะหันไปทางเหล่าทโมนอย่างนึกสงสาร “งั้นเดี๋ยวพักกันสักหน่อยก่อนก็แล้วกัน”
เฟลิโอน่าและ เรนอนช่วยกันแจกน้ำหวานให้กับเหล่าเพื่อน ๆ ทุกคน ก่อนที่เฟรินจะเรียกดาบเข้ามือและเดินออกไปยังลานกว้างด้านหน้า เพื่อให้ทุกคนได้เห็นกันชัด ๆ
“ที่พวกนายฝึกไปก็คือความเร็ว การแบกหินช่วยเื่ของกำลังขา ด่านหลบหินเพิ่มสปีดและความแม่นยำ ในการที่นักดาบจะเอาชนะจอมเวทย์ได้นั้น ต้องอาศัยความเร็วเข้าช่วย” เฟรินอธิบายจบ เฟลิโอน่าจึงออกไปข้างหน้าบ้างเช่นกัน
“จุดอ่อนของจอมเวทย์คือเวลาในการร่ายคาถา ที่ฝึกไปเมื่อกี้คือการผสานปราณให้เข้ากับธรรมชาติ พลังจากธรรมชาติช่วยให้จิตบริสุทธิ์ การโจมตีด้วยจิตรวดเร็วมาก เดี๋ยวฉันจะแสดงให้ดู” คฑาประจำตัวถูกเรียกเข้ามือ
ดวงตาสีน้ำตาลสองคู่สบมองกันชั่วครู เพียงพริบตาเดี๋ยวสายฟ้าก็สาดเทลงมาอย่างโหมกระหน่ำ ทำให้เหล่าทโมนตั๋วแถวหน้าสะดุ้งโวยลั่น เฟรินดีดตัวนิดหน่อยพลิกหลบเหมือนกำลังร่ายรำท่ามกลางสายฟ้า ดูพลิ้วไหวราวกับเขากำลังหยอกล้อกับสายฟ้าอยู่ก็ไม่ปาน เพียงอึดใจเดียวที่เคลิ้มตาม ร่างชายหนุ่มก็ชายไปจากสายตาไปอยู่ประชิดร่างบางของหญิงสาว ยิ้มแฉ่ง
“เห้ย เจ๋งว่ะ” ครี้ดเอ่ย พร้อมผิวปากชอบใจให้เพื่อนหนุ่มที่โค้งรับเล็กน้อย ก่อนจะให้เฟลิโอน่าประคองพี่ชายที่ใบหน้าซีดเซียวลงเล็กน้อยไปนั่งพักข้างเพื่อนสาว และส่งน้ำหวานให้ พอเห็นพี่ชายโบกไม้โบมือไม่เป็ไรก็หันมาทำหน้าที่ต่อ
“ในการดีดตัวแต่ละครั้งของเฟรินใช้แรงขา ใช้สายตาจับกระแสเวทย์ ส่วนฉันใช้กระแสจิตร่ายเวทย์ จิตเร็วเวทย์เร็ว” คำอธิบายเรียกเสียงฮือฮาโดยรอบ “เดี๋ยวเราจะฝึกไปพร้อม ๆ กัน พวกใช้เวทย์ขยับท่อนซุงตรงนั้น ไปวาง ฝึกคู่กับพวกใช้ดาบ พวกใช้ดาบฝ่าฝืนเสร็จขนฟืนไปเก็บโรงฟืน เข้าใจ?”
เมื่อทุกอย่างเสร็จสิ้นเฟรินก็ลุกขึ้นปรุงอาหารแจกจ่ายให้กับทุกคนได้กินกันอย่างอิ่มหน่ำสำราญ และพักผ่อนกันอย่างอิสระ โดยมีสองผู้คุมแดนปีศาจนั่งเล่นหมากรุกฆ่าเวลา
“นี่เฟลิโอน่า พี่ชายเธอเป็คนยังไง” แองจี้ถามเพื่อนสาวอย่างอยากรู้ เฟลิโอน่าขยับยิ้มมองพี่ชายที่ยังคงขยับหมากหนีไม่ทุกข์ไม่ร้อน
“แล้วพวกเธอรู้อะไรบ้าง”
.............................................................