เย็นวันรุ่งขึ้นขุนฟองและไอ้คำเปลี่ยนชุดแต่งกายที่สวมใส่ในวันแรกที่มาถึง เกล้ามวยผมเรียบร้อย ต่างถือดาบประจำกาย รอเวลาให้พระจันทร์คืนวันเพ็ญให้เห็นเด่นชัดราวสองทุ่มตรง ทั้งสองเตรียมกายพร้อมแต่ใจหม่นหมอง ตลอดเวลาหนึ่งเดือนที่ผ่านมาเกิดเื่ราวมากมายเป็เหตุการณ์ดีๆที่ประทับใจควรค่าแก่การจดจำ ความผูกพันแน่นแฟ้นกับนางผู้เป็ที่รักของทั้งสองประทับตราตรึงลึกซึ้งในหัวใจยากตัดใจ
หมวดอิงอิ้งเตรียมพร้อมสำหรับปฏิบัติการเฉพาะกิจ‘ราชสีห์ล่าพยัคฆ์’ จับกุมตัวบงการใหญ่ผู้ผลิตค้ายาเสพติด หมวดสาวใส่กางเกงยีนเข้ารูปกระชับสวมเครื่องแบบภาคสนามด้วยเสื้อยืดคอกลมขาวคลุมทับด้วยแจ็กเกตดำของหน่วยงานปราบปรามยาเสพติด แววตาหม่นหมอง เมื่อจีมเห็นอารมณ์เศร้าของอิงอิ้งจึงบีบต้นแขนเพื่อนรักเบาๆ เพื่อแสดงความปลอบใจ
ส่วนเธอเองก็เศร้าไม่ต่างกันฉายออกทางแววตาอย่างชัดเจน ไอ้คำประสานตากันกับจีมโดยบังเอิญ ความรู้สึกเศร้าของเขาฉายออกมาทางสายตาเช่นกัน ส่วนอีกฝ่ายสบตานิ่งพยายามข่มความรู้สึกให้ลึกลงในใจไม่ให้อีกฝ่ายสังเกตเห็น ทั้งสองต่างััความรู้สึกของกันและกันได้ชัดแม้ความสัมพันธ์ของเธอกับไอ้คำดูเหมือนไม่ผูกพันมากเท่าอิงอิ้งกับขุนฟอง แต่มันค่อยๆก่อตัวขึ้นแม้เธอเองก็ไม่รู้ตัว เมื่อจะจากลาเธอจึงอดใจหายไม่ได้
“ผมจะเซ็ทเครื่องละนะจะตั้งพลังงานเพื่อให้สร้างพลังงานแสงบอลลูน ท่านขุนฟอง ผมขอดวงแก้วมณีด้วย จะเอามาเชื่อมโยงสะท้อนพลังงานจากแสงจันทร์นะ” พูดจบก็กำหนดตำแหน่งยืนของขุนฟองกับไอ้คำ เอาขาตั้งวางดวงแก้วมณีไว้ สองสาวจึงมายืนข้าง ดร.จักรินทร์ เขาปรับตั้งค่าเครื่องแปลงพลังงานซึ่งมีขนาดกว้างยาวเป็สองเท่าของโทรศัพท์มือถือทั่วๆไป
“ลุงจะตั้งค่าเครื่องแปลงพลังงานอยู่ในระดับสูง เมื่อพลังงานแสงจันทร์สะท้อนผ่านออกมาจากดวงแก้วมณีผ่านเครื่องนี้ มันจะแปลงพลังงานแสง ให้เกิดความเร็วสูง มวลกายของท่านขุนฟองกับคุณคำจะเบาบางเคลื่อนที่ย้อนเวลากลับไปได้ ตอนนี้ตำแหน่งวงโคจรโลกกับตำแหน่งดวงจันทร์ตรงกับปี พ.ศ. 1824พอดีเป๊ะ” เขาพยายามอธิบายกลไกการทำงานของเครื่องให้สองสาวฟัง “ท่านขุนฟองขอให้เดินทางโดยปลอดภัย โชคดีครับผมคงส่งได้เท่านี้”
“ท่านขุนฟอง พี่คำเดินทางปลอดภัยนะคะ”อิงอิ้งพูดได้เพียงแค่นี้เสียงขาดหาย คำพูดนับร้อยที่อยากบอกพูดต่อไม่ได้กลายเป็เสียงสะอื้นแทน น้ำตาไหลพรากอาบสองแก้ม
“พี่คำ ปลอดภัยนะคะยินดีทีได้รู้จัก ท่านขุนฟองกลับไปที่นู่นอย่าลืมบันทึกชื่อของจีมไว้ด้วยนะคะ” พูดจบสาวผู้ร่าเริง กลับยิ้มทั้งน้ำตา
เมื่อเครื่องแปลงพลังงานทำหน้าที่เต็มขีดสุดเปล่งแสงสว่างจ้าเป็แสงบอลลูนขนาด3เมตรคลุมตัวผู้เดินทางข้ามเวลาทั้งสอง พลังงานแสงจันทร์ผ่านดวงแก้วมณีผ่านเครื่องแปลงพลังงาน เลนส์จากเครื่องเปล่งแสงออกมาเป็ลำแสงสว่าง
ขาวนวลเย็นตากระจายออกเป็แสงวงกลมราวกับบอลลูนั์
เพียงครู่เดียวพลังงานมหาศาลภายในแสงบอลลูนหมุนวนอย่างรวดเร็ว ร่างของขุนฟองและไอ้คำเริ่มจางลงกลายสภาพดูคล้ายกายละเอียด
วินาทีนั้นภาพความทรงจำที่มีต่อนางอันเป็ที่รักการร่วมต่อสู้ ความลำบากในป่าััอันแสนอบอุ่นของกันและกัน การพลัดพรากครั้งนี้คงจากกันชั่วชีวิต น้ำตานักรบชายผู้แข็งแกร่งไหลริน ส่วนไอ้คำก้มหน้านิ่งคอตกรู้สึกผิดหวังที่ต้องจากนางอันเป็ที่รักของตน ความรู้สึกเ็ปลึกดั่งมีดแทงเข้าที่ดวงใจที่เธอไม่เคยแสดงท่าทีมีใจให้ ที่ผ่านมาเขาทำได้เพียงแค่มีความหวัง น้ำตาคลอเขาท่วมดวงตา
ก่อนที่ร่างทั้งสองจะสลายหายย้อนเวลากลับไป ฉับพลันขุนฟองพุ่งทะยานออกมาจากแสงบอลลูน เมื่อมือััพื้นจึงกลิ้งม้วนตัว ไอ้คำพุ่งตามออกมาติดๆ เมื่อขุนฟองตั้งหลักได้จึงโผเข้ากอดอิงอิ้งแน่นราวกับเธอจะหายไป ทั้งคู่น้ำตาไหลพรากด้วยความตื้นตันใจ
“ข้าจักบ่ไปที่ใดทั้งสิ้นชีวิตนี้ข้าขออยู่กับแม่สะอิ้งของข้า” สิ้นเสียงชายหนุ่มจูบหน้าผากสาวสวยโดยไม่สนใจสายตาของใคร อิงอิ้งกอดขุนฟองแน่นยิ้มทั้งน้ำตาสบตาชายผู้เป็ที่รักนิ่งสื่อความรักความผูกพันอย่างลึกซึ้ง
ส่วนไอ้คำโผเข้ากอดจีม เธอกลับยืนตัวแข็งทื่อไม่ได้กอดตอบแต่ไม่ขัดขืนตาเบิกโพลงด้วยความใระคนดีใจ ยิ้มกว้างออกมา
“ข้าเ้าบ่ฮื้อแม่นางห่างข้าไปข้ารู้ดีว่าแม่นางบ่พึงใจข้าแต่ข้าพึงใจแม่นางนัก ข้าขออยู่รอจนแม่นางจักฮื้อใจข้ายังบ่ต้องพึงใจฮักข้าในบัดนี้ คอยผ่อดวงใจที่ฮักแต๊ของข้า” เมื่อไอ้คำพูดจบจีมเผลอกอดตอบสบตาชายหนุ่มยิ้มทั้งน้ำตาคลอ
ดร.จักรินทร์เห็นทั้งสองพุ่งออกมาจากแสงบอลลูนจึงใยกสองมือกุมหัว
“ตายละหว่า ทีนี้ทำไงไม่กลับภายในคืนนี้วงโคจรของโลกกับดวงจันทร์จะไม่ตรงกันแบบนี้ ต้องรออีก 1,596 ปีชั้นตายไปไม่รู้กี่รอบละ....เฮ้อ..ตัดอะไรก็ตัดได้แต่ตัดอาลัยนั้นยากที่จะตัดเอาเหอะ...ลุงเคยเป็หนุ่มมาก่อน เข้าใจๆ”
หลานสาวสุดที่รักจึงหันมายิ้มทั้งน้ำตาให้ลุงจั๊กของเธอ “อ้าวลุงเคยเป็หนุ่มด้วยเหรอ จีมนึกว่าเกิดมาแก่เลย..อิอิ”
ดร.จั๊กยกมะเหงกให้เธอหนึ่งที“แกควรทำซึ้งตอนนี้นะ ยังมากัดลุงเพื่อเล่นตลกอีก ถ้าไม่เกรงใจผู้ชายของแกชั้นจะเขกกะโหลกให้”คำพูดดูไม่พอใจแต่เปี่ยมด้วยความรักและเอ็นดูหลานรักของตนจนฉายออกทางแววตา
“ท่านขุนฟองท่านกลับไม่ได้แล้วจะทำไงดีคะ” หญิงสาวพูดกับชายหนุ่มด้วยสายตาแสดงความห่วงใยแม้ในใจจะสุขล้น ไม่ต้องพลัดพรากกันไกล
“นับจากบัดนี้บ่อู้ ‘ท่าน แลท่านขุนฟอง’ ได้ก่ ฮื้อเ้าเรียกข้าว่า อ้ายฟองเน้อ ข้าบ่ฮู้ว่าจะยะจะใดขออยู่กับแม่ช่วยแม่สะอิ้งยะการยะงานฮื้อสิ้นข้าขอไปกะเ้าโตย”
“แต่มันอันตรายมากนะคะอ้าย” คำพูดแสดงความเป็ห่วงแต่ในใจรู้สึกอบอุ่นใจปลอดภัยอย่างประหลาด
“บ่เป็หยังข้าพร้อมอยู่โตยเ้าสู้ไปโตยกันเชื่อข้าๆ จักป้องเ้ายิ่งชีพข้า” สาวงามยิ้มหวาน ซาบซึ้งความรักความจริงใจจากขุนฟอง