“พวกเขาย้ายออกไปอยู่นอกเมืองแล้วขอรับ”
“ที่ใด?”
“ไปซื้อเอาศาลเ้าร้างมาปรับปรุงขอรับ”
“ฉลาดดีนี่ขายเครื่องรางจนใกล้จะถึงวันสอบแล้วก็รีบหนี”
“เท่าที่ดูคงจะทำเงินได้ไม่น้อยเลยขอรับขายหมดทุกวัน”
“แค่แผ่นไม้บางๆใส่ในห่อกระดาษ เขียนอักขระประหลาดไม่กี่ตัวก็หาเงินได้มากแล้วคนกลุ่มนี้นับว่าน่าสนใจ พวกเขาคอยดูเอาไว้แล้วมารายงานข้า”
“ขอรับ”
หลังจากกลุ่มนักพรตจูเิออกไปตั้งสำนักอารามเทพนอกเมืองน้องชายของไป๋ซิงซวี่ก็เดินทางมาถึงเมืองหลวง
“พวกเ้าเป็ฝาแฝดกันหรือนี่?”จินวั่งซูมองหน้าคนทั้งสองสลับกันไปมา “เ้าไม่ยักกะบอกข้าว่าเขาเป็น้องชายฝาแฝดไม่ว่าจะดูอย่างไรก็เหมือนกันจนยากจะแยกได้”
“ที่ข้าไม่อยากให้เขาอยู่ในเมืองหลวงก็เพราะเหตุนี้ล่ะขอรับ”
“ข้าน้อยไป๋สวิน คารวะคุณชายจิน”
จินวั่งซูยิ้มน้อยๆ“ยินดีต้อนรับไป๋สวิน ได้ยินว่าท่านเคยทำงานให้กับสำนักคุ้มภัยหงส์ไฟหรือ?”
“ขอรับข้าเคยเป็นักคุ้มภัยและทำงานสืบข่าวมาก่อน”
“ดียิ่งนักหากเคยทำงานให้สำนักหงส์ไฟ ข้าไม่ต้องสงสัยในความสามารถของเ้าแล้ว”
สำนักคุ้มไฟหงส์ไฟเป็ของครอบครัวหลวนฮองเฮาคนที่ได้รับการคัดเลือกเข้าไปเป็นักคุ้มภัยล้วนเป็ยอดฝีมือทั้งสิ้น จินวั่งซูรู้สึกสบายใจที่ได้คนเก่งฝีมือดีมาช่วยงาน
“ถ้าเช่นนั้นพวกเ้าก็รีบไปรับมอบงานจากพระชายาเถิด เมื่อวาน ท่านอ๋องสิบห้าพบข้าระหว่างทางก็เอ่ยปากเป็นัยแล้ว”
ไป๋ซิงซวี่กับไป๋สวินรีบรับคำท่านอ๋องสิบห้าเป็พระสวามีของพระชายาชิงหลานซึ่งเป็รองหัวหน้าสำนักข่าวนกกระจิบท่าทางคงจะร้อนใจที่พระชายากำลังทรงพระครรภ์แต่กลับยังคงเดินทางมาทำงานทุกวันจึงอยากให้นางกลับไปพักผ่อนที่วัง
นักพรตจูเิควบคุมศิษย์ทั้งสามทำการปัดกวาดอารามร้างที่ขอซื้อต่อจากผู้ดูแลในราคาถูกอยู่หลายวันแล้วเรียกช่างให้มาทำการซ่อมแซมต่อเติมจนน่าอยู่อาศัยพวกเขาไปเลือกซื้อเครื่องเรือนใหม่เข้าไปยังเรือนด้านหลังแต่ละคนล้วนมีห้องนอนส่วนตัว
“ที่นี่น่าอยู่กว่าอารามเทพบนเขาหงส์อีกนะเ้าคะ”เสี่ยวหยี่มองไปรอบๆ ด้วยความพึงพอใจ ในที่สุดนางก็ได้นอนคนเดียวเสียที
“เพราะว่าเ้ามีห้องส่วนตัวแล้วใช่ไหมล่ะ?”
“เ้าค่ะ”
เสี่ยวหยี่ที่ฝันเห็นตนเองในสภาพหญิงสาวอยู่บ่อยๆเริ่มไม่อยากนอนร่วมห้องกับกงเชา แม้ว่าจะนอนคนละเตียงก็ตามนางเห็นว่าตนเองควรจะมีห้องส่วนตัวเฉกเช่นเดียวกับหญิงสาวทั่วไป
นางขอให้กงเชาพาไปซื้อเครื่องนอนลวดลายงดงามอย่างที่สตรีทั้งหลายชื่นชอบซูเยว่คิดว่ากงเชาใช้เงินเก็บซื้อให้เสี่ยวหยี่จึงคอยกระเซ้า
“นี่พวกเ้ากลายเป็พี่น้องร่วมสาบานกันแล้วสินะศิษย์พี่รองของจึงยอมควักเงินเก็บออกมาซื้อของให้มากมายปานนี้”
เด็กหญิงยิ้มจนตาหยีนางจะบอกได้อย่างไรว่านี่คือเงินที่นางเก็บได้มาจากศพโจรในเรือนร้างแม้จะซื้อไปมากขนาดนี้เงินที่ซ่อนไว้ก็ยังเหลืออีกมาก กงเชาเองก็รับสมอ้างและบอกกับซูเยว่ว่าเขารับเสี่ยวหยี่เป็น้องสาวแล้ว
“เ้าได้น้องสาวคนใหม่คงไม่คิดจะล้มเลิกการตามหาน้องสาวคนเก่าหรอกนะ”
ใบหน้าของกงเชาสลดลง“ไม่หรอก ข้ายังต้องตามหานางต่อไป ข้าเชื่อว่าป่านนี้นางอาจจะยังระเหเร่ร่อนอยู่”
เสี่ยวหยี่เห็นท่าทางกงเชาไม่ค่อยดีนักจึงรีบปลอบใจ
“ข้าเองจะช่วยท่านตามหานางอีกแรงหนึ่ง”
“ตอนนี้นางน่าจะอายุสิบสี่ปีได้แล้วไม่แน่ว่าอาจจะไปทำงานอยู่สักแห่ง ข้าเชื่อว่าสักวันจะต้องได้พบนาง”
“ในเมืองหลวงแคว้นิมีแหล่งขายข่าวมากมายเ้าเก็บเงินไว้เถอะ เผื่อจะใช้ว่าจ้างให้พวกเขาช่วยสืบหานางอีกแรงหนึ่ง”
“นักสืบหรือขอรับ?”
“ข้าได้ยินพวกบัณฑิตคุยกันว่าที่นี่มีสำนักข่าวนกกระจิบที่ทำหน้าที่เผยแพร่ข่าวสารและยังเป็แหล่งซื้อขายข่าวด้วย คนมีเงินสามารถว่าจ้างพวกเขาให้ช่วยสืบข่าวตามหาคนได้”
ใบหน้าของกงเชาแช่มชื่น“พวกเขาคิดค่าจ้างแพงหรือไม่?”
“ข้าเองก็ไม่รู้เหมือนกันน่าจะหลายสิบตำลึงเอาไว้เ้าเก็บเงินให้มากพอแล้วค่อยไปติดต่อดูก็แล้วกันข้าเองได้ยินเช่นนั้นก็คิดจะเก็บเงินไปจ้างให้พวกเขาตามหาพี่ชายของข้าด้วย”
เสี่ยวหยี่มองหน้าซูเยว่“เอ๋? ท่านเองก็ตามหาพี่ชายหรือเ้าคะ?”
“ใช่!พี่ชายของข้าเคยเป็ทหารที่ค่ายต้าชู่ต่อมาได้รับคำสั่งให้ไปปราบโจรแถวป่าริมแม่น้ำเชิ่งหัว เขาตกน้ำแล้วหายสาบสูญไปไม่รู้เป็หรือตาย ข้าไปสอบถามที่ค่ายทหารหลายครั้งพวกเขายืนยันว่าส่งคนนับร้อยไปตามหาก็ไม่จบ จากนั้นก็เลิกตามหาและข้าก็ไม่เคยเจอพี่ข้าอีกเลย”
เสี่ยวหยี่มองศิษย์พี่ทั้งสองด้วยความเห็นใจพวกเขาล้วนต้องพลัดพรากจากครอบครัวเช่นเดียวกับนาง
“เสี่ยวหยี่เ้ารู้สึกคุ้นเคยกับเมืองิบ้างหรือไม่? ไม่แน่นะจวนของเ้าอาจจะอยู่ในเมืองนี้”
“ข้ารู้สึกว่าตนเองต้องอาศัยอยู่ในเมืองใหญ่เช่นนี้แน่แต่ที่นี่ไม่คุ้นตาเ้าค่ะ ไหนๆ พวกเราก็มาถึงที่นี่แล้วลองสืบหาไปก่อนก็คงจะไม่เสียหลาย”
ซูเยว่ไม่ค่อยสนใจสอบถามความคืบหน้าในการรื้อฟื้นความทรงจำของเสี่ยวหยี่เท่าใดนักเพราะเขารู้สึกว่ายิ่งนานไปเสี่ยวหยี่ก็ดูเหมือนจะนึกออกทีละนิดละหน่อย
“เอาไว้เ้านึกออกจริงๆเดี๋ยวข้าจะช่วยเ้าเต็มที่ก็แล้วกัน”
เสี่ยวหยี่รู้ว่ามีกงเชาผู้เดียวที่รับฟังตนเองนางจึงดึงแขนกงเชาไปคุยกันตามลำพัง “ศิษย์พี่รองท่านพาข้าไปดูจวนพวกขุนนางในเมืองหน่อยนะเ้าคะ”
“ได้ๆเอาไว้่ว่างๆ พวกเราก็ไปดูทีละแห่งก็แล้วกัน”
**************************
