บทที่5. สมุนไพรที่สาบสูญ
“เ้าสิบสี่มองเห็นละอองปราณอย่างนั้นหรือ”
“ละอองปราณคือแสงๆนี่ใช่หยือไม่เ้าคะสีขาวๆนี่ ฟืดดด ห๊อมหอมฉิบฉี่หยักเอาไปปลูกที่บ้านเ้าคะ” เ้าตัวน้อยที่นั่งยอง ๆข้างท่านปู่ของตนเองเงยหน้าขึ้นมาถามตากลมใสอย่างน่ารัก
“ย่อมได้แต่มันเป็พืชสมุนไพรปราณเช่นนี้แล้วหลานจะปลูกได้หรือ”
“ปลูกได้เ้าค่ะฉิบฉี่ปลูกขึ้นพี่ต้นหญ้านี่ก็บอกว่าหยักให้ฉิบฉี่พาไปปลูกด้วย”ปากน้อยจิ้มลิ้มเอ่ยตอบท่านปู่มือน้อยสั้นป้อมก็ชี้ไปที่กอต้นหญ้าหลายสิบต้นที่ขึ้นเรียงรายกันอยู่ริมบึงน้ำ
“หืมต้นหญ้าบอกหรือ”มีหลายครั้งหลายคราแล้วที่หลานสาวตัวน้อยชอบมาเล่าให้ฟังว่าเหล่าต้นไม้พูดคุยด้วยทั้งยังใจดีมากเวลาแดดร้อนๆ ก็ยื่นกิ่งก้านสาขาออกมาบังแดดให้นางท่านผู้เฒ่าไป๋คิดเสมอว่าเป็เพียงความคิดอันเจิดจรัสจินตนาการของเด็กน้องวัยสามหนาวเพียงเท่านั้นจึงไม่เคยเอะใจอันใดยามนี้ท่านผู้เฒ่าไป๋คิดว่าพลังของหลานสาวอาจจะเป็ปราณธาตุพฤกษาที่หาไม่ได้อีกแล้วในแผ่นดินแคว้นซ่งนี่และพลังคงเริ่มปราณกฎออกมาแล้วนั้นเองจึงทำให้นางสามารถสื่อสารกับเหล่าต้นไม้ได้
“เ้าสิบสี่หลานพอจะบอกปู่ได้หรือไม่ว่าเ้าต้นหญ้านี้มีชื่อว่าอันใด”เพราะท่านผู้เฒ่าไป๋สูญเสียพลังปราณิญญาไปอย่างมากมายจากการถูกพิษจนแก่นปราณได้รับาเ็จึงไม่สามารถตรวจสอบสิ่งใดได้เลยพลังปราณที่มีอยู่ในกายตอนนี้เป็เพียงขั้นพื้นฐานเท่านั้นขั้นพื้นฐานชนิดที่ธรรมดายิ่งนัก หากเทียบกับคนที่ไร้พลังปราณแล้วก็ดีกว่าเพียงแค่นิดหน่อยเท่านั้นเอง
“ฉิบฉี่จะถามพี่ต้นหญ้าให้นะเ้าคะ”
หมับ!
เ้าตัวกลมรับคำท่านปู่จบก็คว้าจับหมับเข้าที่ปลายยอดของต้นหญ้านั้นทันที
‘พี่ต้นหญ้าชื่ออันใดเ้าคะ ฉิบฉี่จะได้เอาไปบอกท่านปู่วว’
‘ข้าคือหญ้าหยกกิเลนไม่ค่อยมีคนรู้จักข้ามากนักเพราะข้าเป็สมุนไพรที่สาบสูญตอนนี้ลำต้นของข้าได้เลื่อนขั้นเป็สมุนไพรชั้นสูงสุดแล้วผู้ที่มีพลังปราณขึ้นต่ำไม่อาจรับรู้ถึงข้าได้หรอกเ้าค่ะ’
“โอ้ว ชื่อหยกกิเยนนี่เอง ฮิ ฮิ ชื่อเพราะมากเยย” ได้ฟังชื่อแล้วมือน้อยยกขึ้นปิดปากหัวเราะชอบใจ
“มีอันใดหรือเ้าสิบสี่”เมื่อเห็นท่าท่าของหลานสาวที่ดูถูกใจกับอันใดบางอย่างแล้วท่านผู้เฒ่าไป๋จึงอดไม่ได้ที่จะรีบเอ่ยปากถามออกมา
“พี่ต้นหญ้าบอกว่าชื่อหญ้าหยกกิเยนเ้าค่ะชื่อเพาะดีฉิบฉี่ชอบ” เ้าสิบสี่หรือจิ่วจิวน้อยรีบตอบออกมาทันทีที่ท่านปู่ถามแม้ยังออกเสียงพูดไม่ค่อยชัดแต่ก็ไม่เป็ปัญหาสำหรับคนฟัง
“ยะหญ้าหยกกิเลนหรือ นะ นี่มัน...” โอ้!์ตัวข้าและคนสนิทอย่างหวังฉีออกตามรวบรวมสมุนไพรชนิดแก้พิษทั่วทั้งผืนป่ามาหลายปีไม่เคยได้พบเห็น วันนี้เพียง้าพาหลานสาวมาเดินเล่นในป่าเก็บสมุนไพรหาของป่าทั่วไปเท่านั้นไม่คิดเลยว่าจู่ ๆจะมีโชคได้พบหนึ่งในสมุนไพรที่ใช้รักษาพิษที่ตกค้างในร่างกายได้เช่นนี้
“ท่านปู่วววพี่ต้นหญ้ายังบอกว่าตนเองเป็หนึ่งในสมุนไพรที่ใช้รักษาและถอนพิษได้ ท่านปู่ ท่านปู่จินเยยสิเ้าคะ” จิ่วจิวน้อยจ้องท่านปู่ของตนเองตาแป๋วนางอยากให้ท่านปู่หายป่วยไวๆจึงมองต้นสมุนไพรตรงหน้าด้วยแววตาเปี่ยมไปด้วยความหวัง ทั้งคิดในใจไว้ว่า ‘ฉิบฉี่จะเอาต้นหญ้านี้ไปปลูกเยอะๆเยย’
“ได้ๆแต่ว่ามันยังกินตอนนี้ไม่ได้หรอกนะเ้าสิบสี่อย่างไรก็ช่วยกันเก็บสมุนไพรนี่กลับไปกันก่อนเถิด”
“เ้าค่าฮิ ฮิ”
จากนั้นสองปู่หลานก็ชวนกันขุดหญ้าหยกกิเลนออกไปได้นับสิบต้นเลยทีเดียวนับว่าเ้าหญ้าหยกกิเลนนี้คือสมุนไพรชั้นสูงที่หากยากมากจริงๆนับหลายสิบปีจึงจะได้ยินข่าวว่ามีคนพบเจอมันสักต้นหนึ่งขนาดตัวท่านผู้เฒ่ายังไม่เคยได้เห็นต้นของมันจริงๆเลยสักครั้ง ครั้งนี้นับเป็ครั้งแรกเลยก็ว่าได้
เมื่อสองปู่หลานช่วยกันเก็บสมุนไพรเรียบร้อยแล้วขากลับยังได้เจอกับเห็ดป่าอีกกลุ่มใหญ่เลยทีเดียว
“ฮิฮิ ฉิบฉี่หยักจินเห็ดต้มเ้าค่ะท่านปู่” เสียงสดใสเอ่ยบอกมือน้อยก็คุ้ยเขี่ยดินรอบๆ เห็ดที่ขึ้นโผล่ออกมาจากดินไปด้วย
“ได้ๆเดี๋ยวกลับไปแล้วค่อยต้มเห็ดกินเป็มื้อกลางวันกันนะ”นอกจากคนสนิทอย่างพ่อบ้านหวังฉีที่คอยทำอาหารแล้วตัวท่านผู้เฒ่าไป๋เองก็สามารถทำอาหารได้หลากหลายเช่นกัน
“เ้าค่า”
ต้นยามอู่(11.00– 12.59 น.) สองปู่หลานก็จูงมือกันเดินลงจากเขากลับเข้าหมู่บ้านกัน
“ท่านตาพ่อบ้านหวังฉิบฉี่กับท่านปู่กลับมาแล้วเ้าค่า” เสียงกังวานใส่แจ๋วดังมาก่อนตัวเสียอีกจนหวังฉีที่กำลังกลับพลิกสมุนไพรตากแห้งอยู่ที่ลานหน้าบ้านต้องหันไปมอง
“คุณหนูสิบสี่นายท่านกลับมาแล้วหรือขอรับ”
"กลับมาแล้วเ้าค่าาาา"จิ่วจิวน้อยเอ่ยตอบพร้อมออกวิ่งจรู๊ดดดไปที่หลังบ้านทันที ขาสั่นๆ ซอยเท้าอย่างว่องไวจนบุรุษผู้ชราทั้งสองมองตามแทบไม่ทัน
“คงรีบเอาหญ้าหยกกิเลนไปลงดินน่ะเอ้า เ้าเอาเห็ดป่านี่ไปล้างทำความสะอาดนะเ้าสิบสี่อยากกินเห็ดต้มส่วนนี้หญ้าหยกกิเลนที่แยกไว้เอาไปขายในเมือง”ท่านผู้เฒ่าไป๋ส่งของที่อยู่ในตะกร้าสะพายหลังไปให้พ่อบ้านหวังฉี
“นะนี่คือหญ้าหยกกิเลนจริงๆ หรือขอรับ”
“อืมเป็เช่นนั้น ดูเหมือนว่าเ้าสิบสี่จะได้รับความเอ็นดูจาก์มากมายนักเพราะนางเป็ผู้หาเจอด้วยตนเองทีเดียว”เสียงที่เอ่ยเล่าเต็มไปด้วยความภูมิใจเป็อย่างยิ่ง
“ดียิ่งนักขอรับเช่นนั้นสมุนไพรถอนพิษให้นายท่านตอนนี้รวบรวมใกล้ครบแล้วก็เหลือเพียงอย่างเดียวเท่านั้นคือว่านวารีโลหิต
“เฮ้ออหญ้าหยกกิเลนว่าหายากแล้ว ‘ว่านวารีโลหิต’ หากยากยิ่งกว่าเพราะมันขึ้นชื่อว่าเป็สมุนไพรที่หายสาบสูญไปแล้วเื่ถอนพิษนั้นข้าไม่ได้หวังแล้วละหวังฉี ขอเพียงยังมีชีวิตอยู่ถึงวันที่ได้เจอลูกหลานในตระกูลที่เหลือรอดอีกครั้งจะได้พาเ้าสิบสี่ไปพบพ่อแม่และพี่ชายของตนเองข้าก็นอนตายตาหลับแล้วละนะเพราะไม่มีใครรู้จักหรือเคยเห็นต้นจริงๆ ของเ้าสมุนไพรว่านวารีโลหิตมาก่อนเลยนอกจากได้ยินเพียงชื่อเรียกของมันกันเท่านั้น ขนาดตำราสมุนไพรที่ส่วนมากจะมีรูปภาพของสมุนไพรชนิดต่างๆอยู่ยังไม่มีภาพวาดของว่านวารีโลหิตนี้เลยด้วยซ้ำ”ท่านผู้เฒ่าไป๋เอ่ยขณะที่ทอดสายตามองดูหลานสาวตัวน้อยที่กำลังนั่งเอาต้นหญ้าหยกกิเลนลงดินอยู่ไม่ไกลกันนัก
แปะ!แปะ! เสียงมือน้อยน่ารักกำลังตบดินตรงโคนต้นสมุนไพรให้แน่นๆ หลังจากปลูกลงดินเรียบร้อยแล้ว
“ฉิบฉีปลูกเสร็จแล้วรดน้ำ ๆ” เสียงพึมพำเบาๆ ก่อนขาสั้นๆจะเดินไปหยิบกระบวยไม้อันเล็กที่ท่านตาพ่อบ้านหวังทำไว้ให้นางยามที่อยากเล่นปลูกต้นไม้ไว้ใช้รดน้ำนั้นเอง
จิ่วจิวน้อยรดน้ำไปก็คิดไปถึงเื่ที่ได้ยินท่านปู่คุยกับท่านตาพ่อบ้านหวังเื่สมุนไพรที่ชื่อว่านวารีโลหิตว่าเป็สมุนไพรถอนพิษที่เหลืออยู่อีกอย่างที่ต้องใช้และหายากมากด้วยหายากกว่าต้นหญ้าหยกกิเลนเสียอีก
“อืมเช่นนั้นฉิบฉี่จะลองถามพี่ต้นหญ้านี่ดูก่อนก็แล้วกันว่ายู้จักยึเป่า...”