"ม๊า วันนี้ทำอะไรกินค่ะ กลิ่นหอมฉุยลอยมาแต่ไกลเชียว"เสียงหวานใสร้องถามขณะวิ่งลงบันไดในมือหอบหนังสือเล่มเบ้อเร่อตรงดิ่งไปยังโต๊ะอาหาร
"ม๊า นะ..หนู.." ไวน์พลันหยุดกึก หนังสือเล่มโตที่กอดไว้แนบอกเกือบร่วงทันทีที่เหลือบไปเห็นแขกที่เธอไม่เคยคิดจะยินดีให้มาเหยียบแม้แต่ใบหญ้าที่อยู่ในบริเวณบ้านด้วยซ้ำแต่ตอนนี้มันกลับกำลังนั่งกินข้าวเช้าด้วยท่าทีสบายใจยังกับอยู่บ้านของตัวเองซะอย่างนั้น
แต่จู่ ๆ ใบหน้าของไวน์ก็ร้อนผ่าวลามไปยังใบหูเมื่อั์ตาคู่นั้นมองมายังมุมปากที่ยังหลงเหลือรอยช้ำแม้เธอจะพยายามลงเมคอัพหนา
พาลให้นึกถึงฉากเร่าร้อนบนรถยนต์เมื่อคืนที่ผ่านมา
ขณะที่แม่ของเธอกวักมือเรียกให้มานั่งข้างๆ ก็ยังสังเกตเห็นอาการผิดปกติบางอย่างเกิดขึ้น
"ไวน์ ทำไมหน้าแดงอย่างนั้น ไม่สบายเหรอ?" ผู้เป็แม่รีบลุกจากเก้าอี้เดินตรงไปหาคนที่หน้าแดงกร่ำจนร้อนผ่าวไปทั้งตัวฝ่ามือที่เต็มไปด้วยความห่วงใยยกขึ้นมาอังหน้าผากมน ไวน์ผงะก่อนถอยหลังไปหนึ่งก้าวแล้วเอี้ยวตัวไปนั่งที่ประจำ
"นะ..หนูไม่ได้เป็ไรค่ะ สงสัยวันนี้อากาศร้อนเนอะป้าแจ๋ว"คนที่สงสัยว่าอากาศร้อนหันไปถามป้าแม่บ้านที่กำลังตักข้าวรอบที่สองให้แขกพลางแสร้งยกมือพัดอากาศเข้าหาตัวไปมาแก้เก้อ
"แต่ป้าเปิดแอร์อุณหภูมิยี่สิบองศาเหมือนทุกวันที่เคยเปิดนะคะ"
"_"
ไวน์ได้แต่เกาหัวแกรก ๆ แก้เขินเมื่อป้าแจ๋วของเธอดูใสซื่อเกินจะเข้าใจนั่นทำให้คนที่กำลังเคี้ยวอาหารอย่างอร่อยขณะนั่งฟังบทสนทนามาสักพักแล้วหลุดขำจนต้องรีบยกมือขึ้นปิดปากก่อนข้าวจะพุ่งออกมา
"อ้าวเหรอ สงสัยจะมีแค่หนูคนเดียวมั้งที่ร้อน แหะๆ" ไวน์หันขวับส่งสายตาอาฆาตให้คนฝั่งตรงข้ามที่กำลังนั่งข่มกลั้นเสียงหัวเราะจนหน้าหน้าดำหน้าแดง
หึ!มันน่าแดกอย่างอื่นแทนข้าวจริง ๆ
"มา ๆ วันนี้ม๊าทำข้าวต้มกุ้งด้วยน่ะ พอดีทำเผื่อป๊าด้วย วันนี้อาหมอโทรมาบอกว่าป๊าฟื้นแล้วเลยย้ายให้มาอยู่ห้องคนไข้ปกติเช้านี้ม๊าเลยลงมือทำข้าวต้มเอง" สังวาลพูดไปยิ้มไป
"งั้นหนูไปด้วย" ไวน์วางช้อนลงทันทีที่ได้ยินว่าป๊าของเธอฟื้นแล้วก็ดีใจจนเนื้อเต้น หันไปมองแม่ของเธอด้วยน้ำตาคลอเบ้า เพราะที่ผ่านมานั้นไวน์กับสังวาลต้องกินยานอนหลับขนานหนักเพื่อข่มตาหลับหลับมาสองสามคืนแล้ว
ลึก ๆ แล้วทั้งหมดมันเป็ความผิดของเธอเองที่ผ่านมาสนใจแต่ความ้าของตนเองตลอดมาแม้มารดาจะพยายามพูดปลอบใจหลายครั้งแล้วก็ตามหลังจากเกิดเื่
"ไม่ได้ มีหน้าที่เรียนก็เรียนไป เลิกเรียนแล้วค่อยไป"
"แต่ม๊า"
"ไม่มีแต่"
( ̄ー ̄)
ไวน์ได้แต่ทำหน้าหงอย ไม่สบอารมณ์ก่อนหันไปขณะกำลังจะตักข้าวเข้าปาก เธอก็สบตาเข้ากับดวงตาคม
"นี่จะกินอีกนานไหมห๊ะ? บ้านก็รวยโคตรยังถ่อมากินบ้านคนอื่นเขาอีก"เสียงเล็กกระแทกเสียงด้วยความหงุดหงิด มองอะไรก็ดูขัดหูขัดตาโดยเฉพาะนายนี่!!
"เมื่อวานเห็นบอกรีบไม่ใช่เหรอ"
"ขอบคุณ แต่ไม่ต้อง" คนอ้างรายงานเชิดปากตอบอย่างคนอวดดี
"แต่ม๊าก็คิดเหมือนพี่เขานะ"
"ม๊า แต่หนู.." ยังไม่ทันจะได้พูดจบประโยคสังวาลก็พูดตัดบททันที
"รีบกินข้าว..! เดี๋ยวพี่เขาจะไปทำงานสาย"
"แล้วใครใช้ให้เสนอหน้ามาละ" น้ำเสียงแฝงไปด้วยความเย่อหยิ่งพลางยักไหล่หนึ่งทีอย่างไม่แคร์
เพียะ!
"ใครสอน เป็เด็กเป็เล็กพูดให้มันเพราะ ๆ" สังวาลอดไม่ได้ที่จะ
ตีมือลูกสาวเบาๆ อย่างไม่จริงจังนัก สองสามวันมานี้ลูกสาวดูแปลกไปโดยเฉพาะเมื่อเจอหน้าเลออนทำอย่างกับเกลียดกันมาั้แ่ชาติที่แล้ว
"ม๊านะ!" เธอลูบหลังมือป้อย ๆ ด้วยใบหน้าไม่พอใจเล็กน้อย
แหม..พูดนิดพูดหน่อยก็ไม่ได้ ทำอย่างกับมันดีนักละรู้รึเปล่าว่านั่นมันนักเลงดี ๆ นี่เอง
หึ!ขณะที่คนได้ฉายานักเลงโดยไม่รู้ตัวสบถยัยเด็กแสบพอไม่ได้ดังใจแล้วพาลเหมือนกับเด็กห้าขวบสิบขวบไม่มีผิด
เมื่อสองชั่วโมงที่แล้ว...
ก๊อก! ก๊อก!
"เลย์ตื่นรึยัง?"
"ครับ" ขณะที่เขาจะเดินเข้าห้องน้ำเคธีก็เคาะประตูเรียกก่อนเปิดประตูเดินเข้ามาก็เห็นลูกชายนั่งอยู่ปลายเตียงในชุดนอนขณะกำลังเสยผมที่ปกหน้าผากขึ้น
"วันนี้ลูกมีงานด่วนไหมครับ" แววตาเ้าเล่ห์แฝงไปด้วยรอยยิ้มนิด ๆ นั่นทำให้คนฟังชะงักเล็กน้อยเมื่อมารดามองมาด้วยความคาดหวังไม่ว่าเมื่อไหร่ก็ตามที่มองแบบนี้ มักจะมีอะไรซ่อนอยู่เสมอ
"ไม่ครับ"
"โอ๊ะ! ดีเลย ถ้างั้นไปรับหนูไวน์ไปมหาวิทยาลัยด้วยเลยเนอะ"
???
"ก็เมื่อวานมี้ได้ยินลูกสะใภ้ โอ๊ะ..!" เคธีรีบยกมือขึ้นมาป้องปากพลางเหลือบไปมองลูกชายที่เสยผมค้างกึกแล้วแสร้งพูดต่อ " ลูกสาวน้าสังวาล บอกว่ามีรายงานด่วนที่ต้องส่งให้ทันมี้กลัวว่าอาจเป็ต้นเหตุให้น้องส่งงานไม่ทัน" หญิงวัยเลขห้ามีสีหน้ากังวลเล็กน้อยพลางก้มหน้างุดแม้คนที่นั่งอยู่ข้าง ๆ จะรู้ว่ามารดากำลังแสดงละครหลังข่าวอยู่แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ ทำได้แค่...
"ครับ"
"ครับ?" เคธีทวนคำพูดบุตรชายอีกครั้งเพราะไม่รู้ว่าครับนี่คือตกลงหรือ..ไม่ตกลง
"โอเค ตกลงครับ"
"ลูกชายมี้น่ารักที่สุด" คำตอบของลูกชายทำเอาแม่ย่าอย่างเคธียิ้มหน้าบานพลางยื่นมือสองข้างไปบีบแก้มลูกชายเบา ๆ ด้วยความเอ็นดู
"งั้นแม่ไปทำกับข้าวก่อนน่ะ อ้อ! ฝากถือไปให้น้าสังวาลด้วย" พูดจบก็เดินฮัมเพลงลัลลาออกจากห้องอย่างมีความสุข
>>>
"อิ่มแล้วก็รีบไป ปะเดี๋ยวรถจะติด" สังวาลอดที่จะพูดไม่ได้ เมื่อลูก
สาวตัวดียังคงนั่งทานอาหารอย่างอ้อยอิ่งไม่ยอมลุกสักที
"ก็หนูยังไม่อิ่มนี่ค่ะ ส่วนใครรีบก็เชิญ" พลางเหลือบมองคนตรงข้ามที่นั่งมองนาฬิกาอยู่ร่วมสิบนาที
'สมน้ำหน้าใครใช้ให้รอ เชอะ!!' คนถ่วงเวลายิ้มหยันก่อนยกน้ำซุปขึ้นมาซดอย่างสบายอารมณ์
"ป้าแจ๋วเก็บโต๊ะเลยจ๊ะ อ้อ!บอกคนรถด้วยวันนี้ฉันจะไปเยี่ยมสามีที่โรงพยาบาล"สังวาลบอกแม่บ้านอย่างไม่สนใจคนข้าง ๆ ที่นั่งหน้ามุ่ยไม่ชอบใจ
"ค่ะคุณนาย" แม่บ้านลอบยิ้มเมื่อมองคุณหนูทำหน้าปั้นปึ่ง รีบลุกจากเก้าอี้ยังไม่วายหันไปถลึงตาใส่แขกคนสำคัญด้วยความแง่งอน ตามมาด้วยเสียงเดินกระแทกส้นไปหยิบรองเท้าอย่างทำอะไรไม่ได้
โฮ่ง! โฮ่ง!
เ้าแบดตั้นหมาตัวอ้วนวิ่งดุกดิก ๆ มานั่งคลอเคลียข้าง ๆระหว่างที่ไวน์นั้นยืนกอดอกรอพ่อเทพบุตรคนโปรดของมารดาด้วยสีหน้าไม่พอใจ
เอ๊ะ! ไวน์กระตุกยิ้ม เหมือนจะคิดแผนสนุก ๆ เธอลอบมองมันสลับกับคนตัวโตที่กำลังเดินตามมา
'หึ นายได้วิ่งหูลูบแน่ เลออน' ฮาฮ่าแค่คิดก็มีความสุขแล้วไวน์ยิ้ม
เย็นให้กับความฉลาดของตัวเองทำให้อารมณ์ที่ขุ่นมัวดีขึ้น เดี๋ยวจะเอาให้ไม่กล้ามาเหยียบบ้านหลังนี้อีกเลย..คอยดู!
"แบดตั้น Go!!" นายสาวพูดจบเ้าหมาแสนรู้ก็วิ่งสี่ขาตรงดิ่งไปยังคนที่นายสาวเล็งไว้ราวกับฟังภาษาคนออกโดยไม่ต้องรอให้พูดซ้ำเป็ครั้งที่สอง
"ผมไปก่อนน่ะครับ ไว้ตอนเย็นผมจะไปเยี่ยมน้าสมศักดิ์ครับ"ชายหนุ่มเอ่ยลาพร้อมกับยกมือไหว้ลาอย่างสุภาพ
"ขอบใจมากจ้า"
โฮ่ง! โฮ่ง!
"เอาเลย ๆ...แบดตั้น" ไวน์มองตามตูดน้องหมาสีดำน่าเกรงขามครั้งนี้ต้องฝากความหวังไว้ที่มันแล้วละ และถ้าตายเธอจะเป็คนจ่ายค่าทำศพเอง
สมน้ำหน้าใครใช้ให้มากระตุกหนวดหมา เอ้ย!! เสือ ชิ~
"แบดตั้น อย่า~" สังวาลตวาดเสียงดังลั่นเมื่อลูกชายตัวดีตั้งท่ากำลังจะงับหัวแขกคนโปรด
"เฮ้ย!!"
เลออนหันไปยังต้นเสียงก็เห็นหมาตัวใหญ่ั์หน้าโหดแถมยังได้ฉายานามผู้อารักขากำลังวิ่งหูตั้งตรงดิ่งมาทางเขาพร้อมกับเสียงเห่าคำรามดังกึกก้องจนป้าแม่บ้านยังต้องไปหลบหลังคุณนาย
แน่นอนว่ามันไม่ได้มาดีแน่เลออนถอยหลังไปหนึ่งก้าวอัตโนมัติเมื่อสัญชาตญาณการเอาตัวรอดที่ถูกฝึกฝนมาอย่างดีทำงานทันทีไม่เพียงแต่ใช้กับคน กับหมากับแมวก็ไม่เว้น
ตุ้บ..!!
เอ๋ง.!
"ตั้นนน " ไวน์รีบวิ่งทันทีเมื่อเห็นน้องชายสุดที่รักล้มคว่ำลงไปฟุบกับพื้นนิ่งต่อหน้าต่อตา
"แบดตั้น~แบดตั้น "นายสาวรีบเขย่าร่างเ้าสี่ขาด้วยมือที่สั่นเทาด้วยความกลัวจับใจสลับกับกดเพื่อปั๊มหัวใจดวงตาสองข้างเต็มไปด้วยม่านน้ำสีใสร้อน ก่อนจะไหลหยดเหมือนสายฝน
ตุบ
"แบดตั้น ฮือ..ฮือ " ไวน์เรียกชื่อหมาตัวโตเสียงดังเมื่อมันค่อยๆ ปรือตาขณะกระพริบตาไล่น้ำตานายสาวที่เปียกชุ่มใบหน้าของสัตว์หน้าขนก่อนเหล่มองโจทย์ที่ยืนอยู่ไม่ใกล้ไม่ไกล
เอ๋งๆ เอ๋งๆ เอ๋งๆ มันส่งเสียงร้องโหยหวน ขณะมองนายสาวด้วยแววตาที่เต็มไปเ็ปไวน์กระชับอ้อมกอดแน่นจนตัวโยน ก่อนมันจะค่อย ๆ หลับตาลงช้า~ช้า
"แบดตั้น.! ยืนเซ่ออยู่ทำไมละ ฮือ~ฮือ หรือจะรอให้น้องฉันตายก่อนไอ้ฆาตกร" ร่างเล็กตะคอกทั้งยังตราหน้าเลออนเมื่อเห็นคนที่ทำร้ายน้องชายยังยืนนิ่ง
"_"
"อุ้มน้องขึ้นรถ ฉันต้องไปโรงพยาบาลเดี๋ยวนี้"
"วะ..ว่าไงนะ ให้ผมอุ้มไอ้อ้วนนี่นะเหรอหึ!..มีหวังมันได้กินหัวผมละสิไม่ว่า" เลออนพูดพรางขยับตัวออกห่างเมื่อเขาสังเกตเห็นคนที่ไวน์เรียกว่าน้องชายลอบหรี่ตามองเขาอย่างไม่เป็มิตรทั้งคนทั้งหมานี่ดูท่าจะประสาทพอกัน
ทันใดนั้นไวน์รู้สึกเหมือนหัวใจจะหยุดเต้นเมื่อน้องชายสี่ขาฟุบที่ตักของเธอนิ่ง
"เร็วสิ! นายเห็นไหมว่าน้องฉันจะไม่ไหวแล้ว..ฮือ..ฮือแบดตั้นทำ
ใจดีๆไว้นะ พี่จะพาหาหมอแล้ว ยะ..อย่าเพิ่งหลับนะฮือ.." ไวน์พยายามตะเกียกตะกายยกน้องชายที่ตัวอ่อนปวกเปียกขึ้น
เลออนนั้นได้แต่ยืนส่ายหน้า ก่อนจะหันไปมองน้าสังวาลที่ทรุดลงไปนั่งกับพื้นโดยมีแม่บ้านนั่งพัดใบพัดสลับดมยาดมโดยไม่พูดอะไร
"หรือตายจริงวะ" เลออนพึมพำคนเดียว ไม่นึกว่าไม่ได้ยืดเส้นยืดสายมานานแรงจะยังดีขนาดล้มหมาสายพันธ์นี้ได้เขานี่มันโคตรเก่งจริง ๆ เลออนกระหยิ่มยิ้มในใจ
"เร็วสิ ถ้าน้องฉันตายฉันจะใช้รถนายเผาเป็ฟืนเลยคอยดู!
สุดท้ายเ้าของรถอย่างเขาก็ต้องตัดสินใจโน้มตัวลงจะอุ้มเ้าหมาอารักขาอย่างกล้าๆ กลัว
"เหอะ " ยัยนี่กำลังคิดว่าขู่ใครอยู่ต่อให้เผาสิบคันยังไม่ะเืขนหน้าแข้งแม้แต่เส้นเดียว
แฮร่...!!
"อ้าว..เฮ้ย..ดูมันสิ"เลออนชี้ไปที่เ้าหมาหูตั้งกำลังแยกเขี้ยว ตั้งท่าจะกัดเขาท่าเดียว
"คุณลากมันขึ้นรถ" เลออนเหล่มองมันก่อนรีบถอยหลังออกทันที ไม่ใช่ว่าเขากลัวเ้าหมานี่หรอกนะแค่เกรงว่ารอบนี้เขาอาจพลั้งมือฆ่ามัน
ตาย
"นายมันนักเลงข้างถนนไม่มีผิด"
"นักเลง?" เลออนชี้มาที่ตัวเองอย่างเหลือเชื่อนี่ใช้ตามองหรือนิ้วโป้งเท้าวะ หรือความจริงแล้วหล่อนเป็สัตว์เซลล์เดียว
"แบดตั้น ให้ไอ้คนใจบาปหยาบช้า ทำได้แม้กระทั่งหมาตัวเล็ก ๆไม่มีทางสู้ มันอุ้มขึ้นรถเนอะ" ไวน์ใช้เสียงสองเกลี้ยกล่อมเ้าอ้วนยอมรับว่าตอนแรกเธอเกือบขาดใจเมื่อเห็นมันตัวอ่อนปวกเปียกแต่เมื่อมองไปที่หางสั้นที่ยังกระดิกไปมา ก็รู้ว่ามันกำลังเล่นการละครอยู่ แต่ไม่วายที่จะเหน็บคนตัวโตที่ยืนหน้าเหวออยู่ไม่ไกล
และดูเหมือนมันจะเข้าใจซะด้วย หางที่โดนตัดสั้นั้แ่เด็กๆของมันดุ๊กดิ๊กขึ้นขณะมองไปที่เลออนตาใสแป๋ว
"มาสิ ยืนบื้ออยู่ทำไม มันอนุญาตแล้ว"ไวน์พยักหน้าเรียกให้เขาเข้ามา นักเลงหนุ่มมองหญิงสาวอย่างเหลือเชื่อ ว่าเธอรู้ได้ไงว่ามันอนุญาตแล้วจริงๆ
สุดท้ายเลออนไม่มีทางเลือกจำต้องค่อย ๆ ก้าวเท้าเข้ามาประชิดอีกครั้งขณะรีบอุ้ม เอ่อ..หรือแบกไอ้อ้วนขึ้นรถด้วยสภาพทุลักทุเลก่อนที่ไอ้หมาไบโพล่ามันจะแว้งมากัดเขา
"หนักชิบ นี่มันหมาหรือหมูวะ"
โฮ่ง โฮ่ง
ทันที่ที่เลออนพูดจบเ้าตัวปัญหามันก็แยกเขี้ยวเห็นฟันขาวสะอาดวับด้วยสายตาไม่พอใจก่อนเห่าคำรามเสียงดังใส่เขาอีกครั้ง ทำให้เขาต้องรีบวิ่งขึ้นรถแล้วขับออกไปโดยเร็ว
ทันทีที่ถึงโรงพยาบาลสัตว์แบดตั้นก็ถูกเข็นเข้าไปยังห้องตรวจทันทีโดยมีพี่สาวที่วิ่งตามหลังไปติดๆ เลออนยกมือขึ้นปาดเหงื่อได้แต่ยืนส่ายหน้ามองสองศรีพี่น้องเล่นใหญ่ไฟกระพริบอยู่ด้านนอกห้องฉุกเฉิน
สองพี่น้องหายเข้าไปด้านในประมานครึ่งชั่วโมง ก็ถูกเข็นออกมาในสภาพไอ้หมาอ้วนถูกผ้าก็อตพันขาหน้าเอาไว้ข้างหนึ่งโดยมีพี่สาวมันเดินตามออกมาติด ๆ ด้วยขอบตาบวมเป่ง
"คุณรัตติกาลค่ะ"รอไม่นานเ้าหน้าที่ก็เรียกไปชำระเงิน และนำวิธีการกินและการดูแลรักษาเบื้องต้น
"ไม่ได้ค่ะ"
"นี่ก็ไม่ได้"
"อันนี้ก็ไม่ได้ค่ะ"
"นายต้องรับผิดชอบค่ารักษาพยาบาลทั้งหมด" เธอยืนกอดอกหมับ
ประจันหน้าชายหนุ่มหลังจากกลับมาจากเคาน์เตอร์จ่ายเงิน
เลออนมองเด็กสาวอย่างเหลือเชื่อ ให้ตายเถอะ " ห๊ะ! นี่คุณบ้าไปแล้วรึเปล่า อุ้มก็อุ้ม รถก็ขับมา แล้วนี่ยังต้องจ่ายค่ารักษาให้หมาที่มันตั้งใจจะกัดผมเนี่ยนะผมรึเปล่าที่ควรเรียกค่าชดเชย ไม่มีทาง!!"
พูดจบเลออนก็ตั้งท่าเตรียมจะลุกกลับบริษัทเขารู้สึกว่าตอนนี้ตัวเองน่าจะพูดยาวที่สุดั้แ่จำความได้ก็วันนี้ละ เพราะหมาตัวเดียวทำให้เขาเสียงานเสียการแล้วยังต้องมาเสียเงินให้ไอ้หน้าขนที่พร้อมจะงับหัวเขาอยู่ตลอดเวลาอีกคิดแล้วก็พาลจะหัวร้อน
"ไม่คิดเลยนะว่าคุณจะเป็ผู้ชายมักง่ายแบบนี้ ฮือ..ฮือ " เลออนชะงักกึกจู่ ๆ หญิงสาวก็บีบน้ำตาร้องไห้ตีโดยตีพายเสียงดังเรียกความสนใจให้กับผู้คนที่นำสุนัขมารับการรักษา รวมทั้งหมอพยาบาลในโรงพยาบาลนั้นต่างมองมาที่เขาเป็ตาเดียว
"คุณทำฉันท้องแล้วไม่รับผิดชอบ นี่คุณยังมาบอกให้ฉันไปทำทะ"
"โอเค ผมจ่าย จ่ายตอนนี้เลย"เลออนจำต้องยกมือเบรคไว้ก่อนที่พรุ่งนี้ในโลกโซเชี่ยลจะมีแต่หน้าเขาพร้อมกับคำอวยพรจากมูลนิธิสตรี
สุดท้ายเลออนจึงจำต้องเดินตรงปรี่ไปหน้าเคาน์เตอร์เพื่อจ่ายค่ารักษาทั้งหมดโดยมีสายตานับสิบคู่มองเขาไม่ละสายตาส่วนสองพี่น้องการละครนั้นขึ้นไปนั่งตากแอร์บนรถสบายใจเฉิ่ม
"หมอบอกว่าเป็อะไร" เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายนั่งเงียบมาตลอดทาง
ด้วยใบหน้าที่ดูกังวลเลออนจึงทำลายความตึงเครียดด้วยการถามถึงอาการผู้ป่วย
"นี่กูถึงขั้นต้องเป็ห่วงแม้กระทั่งความรู้สึกหมา? รู้ถึงไหนอายถึงนั่น"เลออนคิดในใจอย่างปลงตก
"ขาหน้าเคล็ด ดีที่กระดูกไม่หัก" ไวน์มุ่ยหน้าตอบ พลางหันไปลูบหัวเ้าอ้วนที่ดูเหมือนว่ากำลังหลับอยู่บนเบาะรถหนังราคาแพง
"แวะปั๊มให้หน่อย ฉันอยากเข้าห้องน้ำ"เมื่อเห็นป้ายอีกห้าร้อยเมตรจะถึงจุดเติมน้ำมัน เธอจึงเอ่ยปากบอกคนขับทันทีหลังจากอั้นมานานั้แ่อยู่โรงพยาบาลสัตว์แล้ว
คนปวดฉี่รีบลงจากรถ ตรงดิ่งไปเข้าห้องน้ำทันทีก่อนจะออกมายืนอยู่ที่หน้าตู้เอทีเอ็มและใบหน้าที่ไม่สบอารมณ์อยู่แล้วก็ยิ่งบูดเบี้ยวไปกันใหญ่ นอกจากบัตรที่รูดไม่ผ่านครั้งจะจ่ายค่ารักษาแบดตั้น เงินในบัญชีก็ยังไม่เหลือสักบาทนี้มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่...
สองเท้าเล็กเดินกระแทกส้นหนัก ๆ เพื่อระบายอารมณ์จนมาถึงรถแต่เธอก็ต้องชะงักเมื่อบังเอิญเห็นบางอย่างที่อยู่ในรถกำลังเปลี่ยนไป
"ไง กินเยอะล่ะสิถึงได้ตัวอ้วนอย่างนี้" ได้ยินคำว่าอ้วนเ้าหมาที่คิดว่าตัวเองตัวเล็กมาเสมอก็แยกเขี้ยวใส่ เลออนระบายยิ้มที่มุมปากเมื่อรู้
ว่ามันยังโอเคเพราะมันยังสามารถต่อกรกับเขาได้
"อ่า อ้ะ ขอโทษ ๆ ฉันไม่ได้ตั้งใจให้แกเจ็บตัวหรอกแต่แกเล่นกระโจนเข้ามาแบบนั้น เป็ใครมันก็ต้องเตะคว่ำมั้ยล่ะ..ฮึ..มองตาละห้อยแบบนี้ยกโทษให้ฉันแล้วละสิ แกนี่มันแสบทั้งคนทั้งหมาจริง"
เขายื่นมือไปลูบหัวมันด้วยความเอ็นดู แววตาคู่นั้นดูอ่อนโยนต่างจากก่อนหน้านี้มากไวน์ยืนมองภาพนั้นได้แต่เผลอยิ้มออกมาอย่างไม่รู้ตัวเขายื่นมือไปลูบหัวมันด้วยความเอ็นดูแววตาคู่นั้นดูอ่อนโยนต่างจากก่อนหน้านี้มาก ก่อนเสียงเ้าหมาสี่ขาจะดังขึ้น
โฮ่งโฮ่ง