ยอดชายาหัตถาโลหิต [แปลจบแล้ว]

    เล่มที่ 2 บทที่ 35 บุกเรือนเหอเซียงยามค่ำคืน


            หลังจากที่รู้ว่าของสิ่งใดหายไปทุกคนต่างก็จมอยู่ในความคิดของตัวเองจนไม่สนใจหานโม่ แต่ว่าหานเฉินต้งและอู๋ซื่อก็ยังคงไม่ลืมว่ายังต้องเล่นละครเพื่อปลอบใจหานโม่พวกเขาบอกหานโม่ว่าหากได้ข่าวของผลึกวิญญาณแล้วจะมาบอกนางเป็นคนแรกอย่างแน่นอนจากนั้นทุกคนก็แยกย้ายกันกลับไป

            หานโม่มองดูพวกเขาอย่างเงียบๆ

            เสี่ยวเยว่เองไม่ได้รู้เรื่องของผลึกวิญญาณเลยดังนั้นจึงไม่ได้เอ่ยถามอะไรมากมาย หลังจากที่รอให้ทุกคนกลับออกไปหมด เสี่ยวเยว่ก็พาหานโม่ไปอาบน้ำใหม่อีกครั้งและส่งหานโม่กลับเข้าไปพักผ่อนในห้อง

            บรรยากาศภายในห้องกลับมาสงบลงอีกครั้ง หานโม่ปิดประตูลงแล้วเอ่ยเสียงเบาราวกระซิบ "ออกมาเถอะ"

            "หึ"

            มีเสียงหัวเราะเบาๆ ดังขึ้นในอากาศ

           เสียงนั้นแผ่วเบาราวสายลม เมื่อผ่านเข้ามาในหูก็คล้ายกับว่าใบหูกำลังถูกขนนกลูบไล้จนรู้สึกขนลุกไม่ได้

            อยู่ดีๆ หานโม่ก็ตัวสั่นสะท้านในใจของนางรู้อยู่แล้วว่าอาการสั่นสะท้านนี้ไม่ได้เกิดจากสภาพอากาศอย่างแน่นอน แม้ว่าตอนนี้ทวีปเสวียนเทียนจะเข้าสู่ช่วงฤดูใบไม้ร่วงแล้วก็ตามแต่ถึงฤดูกาลจะเปลี่ยนแปลงไปก็ไม่ได้มีผลอะไรกับผู้ฝึกวรยุทธ์เลย ยิ่งระดับของการฝึกยุทธ์ของผู้ฝึกฝนวรยุทธ์สูงมากเพียงใดพวกเขาก็จะยิ่งรับรู้ถึงความหนาวเหน็บและความร้อนอบอ้าวได้น้อยลงเท่านั้น ทำให้ร่างกายมีอุณหภูมิคงที่ตลอดทั้งปีไม่ผันแปรไปตามสภาพอากาศ

            ส่วนสาเหตุที่หานโม่ตัวสั่นสะท้านนั้นก็อาจเป็นเพราะว่าเกิดจากเสียงหัวเราะเบาๆเสียงนั้น

            หานโม่ไม่ใช่คนที่จะหลอกตัวเอง แต่เสียงของชายผู้นี้ช่างไพเราะน่าฟังมากจริงๆแม้ว่าหานโม่จะไม่ได้รู้สึกอะไรกับชายผู้นี้ แต่ใครๆ ต่างก็มีใจชมชอบความงามกันทั้งนั้น

            แต่ในตอนนี้และเวลาเช่นนี้ช่างไม่เหมาะสมอย่างยิ่งที่จะหลงใหลไปกับเสียงอันไพเราะของชายผู้นี้

            นางหันไปมองคนผู้นั้นที่เดินออกมาจากด้านหลังของฉากกั้นพร้อมทั้งหัวเราะออกมาเบาๆ 

            ในวันนี้คนผู้นั้นก็ยังคงสวมชุดสีขาวเช่นเดิม แต่ก็ไม่ได้เต็มไปด้วยเสน่ห์เหมือนกับชุดสีขาวแสนหรูหราเมื่อครั้งที่อยู่ในงานประมูลแล้ว มิน่าเชื่อว่าเพียงแค่เปลี่ยนการแต่งกาย เขาก็กลายเป็นเพียงคุณชายผู้ปราดเปรื่องที่เต็มไปด้วยความสง่างามและโดดเด่นที่สุดแห่งยุคเช่นนี้ได้

           จากมุมมองของคนในยุคสมัยใหม่เช่นหานโม่ คนผู้นี้ไม่ได้มีท่าทางอย่างหนุ่มเจ้าชู้ แต่กลับเป็นไปทางเรียบง่ายสง่างามมากกว่า

            “เข้าห้องผู้อื่นโดยไม่ได้รับเชิญ นี่คือวิถีของท่านงั้นหรือตี้เฉิน?” หานโม่ไม่ได้มองหน้าชายผู้นั้นมากนัก นางแค่เพียงกวาดตามองปราดเดียวก็ดึงสายตากลับมาก่อนจะอ้าปากพูดด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง

            นับตั้งแต่ตอนที่นักฆ่าบุกเข้ามาในห้อง หานโม่ก็สัมผัสได้ถึงบุคคลที่สามด้วยเช่นกันแต่คนๆ นั้นทำเพียงยืนหลบอยู่ด้านหลังฉากกั้นโดยที่ไม่คิดที่จะยื่นมือเข้ามาทำสิ่งใดเลยดังนั้นหานโม่จึงเลิกสนใจเขาและเฝ้าชมการแสดงอันน่าสนใจของตระกูลหานที่ทุกคนต่างหวาดระแวงกันเอง

            นางคิดว่าเมื่อการแสดงนี้จบลง ชายผู้นั้นก็คงจะจากไป แต่ไม่คิดเลยว่าหลังจากที่นางกลับเข้ามาในห้องเขาก็จะยังอยู่อีกดังนั้นหานโม่จึงจำเป็นต้องส่งเสียงเรียก

            ตอนที่ชายผู้นั้นเข้ามา หานโม่ก็คาดเดาได้เลยว่าเป็นผู้ใด คงเป็นคนที่นางได้เจอเมื่อเร็วๆนี้ เพราะเขาสามารถหลบหลีกทุกคนจนสามารถเข้ามาในห้องของนางได้อย่างเงียบเชียบ แถมยังชมชอบดูเรื่องราวสนุกๆอีกด้วย คนผู้นั้นคือตี้เฉินอย่างไม่ต้องสงสัย

            แต่แค่นางไม่รู้ว่าเกิดสิ่งใดขึ้นกับคนผู้นี้กัน เขาถึงได้ไม่ยอมออกไปจากห้องของนางเสียทีและยังคงยืนอยู่ที่เดิมเหมือนกับตอนที่ลอบเข้ามา

            ชายคนนั้นเผยรอยยิ้มชั่วร้ายแต่เต็มไปด้วยเสน่ห์แสนร้ายกาจออกมา หากให้เอ่ยกันตามตรงแล้วถึงแม้หานโม่จะไม่ค่อยได้พบคนอื่นๆ ในทวีปเสวียนเทียนมากนัก แต่แค่ใบหน้าหล่อเหลาของตี้เฉินหานโม่มั่นใจได้เลยว่ารูปโฉมของตี้เฉินนั้นจะต้องไม่มีใครสามารถเอาชนะเขาได้อย่างแน่นอน

            และรอยยิ้มเช่นนี้ ก็งามล่มเมืองยิ่งนัก

            “ข้าแค่กลัวว่าเมื่อเจ้ากลับมาถึงตระกูลหานแล้วจะมีเรื่องเกิดขึ้น ไม่คิดเลยว่าจะได้ดูอะไรสนุกๆเช่นนี้”

            "หึ ถ้าผู้อื่นรู้ว่าท่านชอบวิ่งเข้าห้องของสตรีเช่นนี้เกรงว่าคงได้ถูกผู้อื่นหัวเราะเยาะเป็นแน่" หานโม่เหลือบมองตี้เฉินอย่างเย็นชา น้ำเสียงที่เอ่ยออกมาเย็นชายิ่งนักทว่าไม่มีวี่แววของความอดทนอดกลั้นอยู่เลย

            ความสามารถในการสังเกตคนจากสีหน้าและคำพูดของตี้เฉินนั้นจัดได้ว่ายอดเยี่ยมมากแม้ว่าหานโม่จะเย็นชาไปบ้างเมื่ออยู่กับเขา แต่เขากลับสัมผัสได้ว่านางไม่ได้รังเกียจเขาเลย

            หากพิจารณาอย่างละเอียดแล้ว บางครั้งก็มีการระแวดระวังอยู่บ้างเล็กน้อย

            สายตาของเขาหลุบมองไปที่แหวนโค่งเจียนบนนิ้วของหานโม่ จากนั้นจึงเปลี่ยนหัวข้อการสนทนา "เจ้าศึกษาแหวนวงนี้อย่างละเอียดแล้วหรือยัง?"

            หานโม่ส่ายหัวตามความจริง เมื่อพูดถึงแหวนวงนี้แล้วความจริงนางก็มีบางสิ่งเกี่ยวกับการฝึกยุทธ์ที่อยากจะถามตี้เฉินเช่นกัน ว่าจะต้องไปถึงระดับใดจึงจะสามารถขยายพื้นที่ในแหวนได้แต่เมื่อมาคิดอีกทีพวกเขาทั้งคู่ต่างก็ไม่ได้คุ้นเคยกันนัก หานโม่จึงไม่คิดที่จะถามออกไปตรงๆ

            ดังนั้นนางจึงทำเพียงเงียบเสีย

            โตวโตวกำลังซุกตัวอยู่ในผ้าห่มที่มีสภาพเละเทะและไม่เป็นระเบียบเรียบร้อยอยู่บนเตียงเมื่อเห็นว่าบรรยากาศภายในห้องช่างเงียบสงบ มันจึงคิดจะทำเสียงเล็กๆออกมาเพื่อคลายความเงียบสงบนั้น แต่อยู่ๆ ตี้เฉินก็เอ่ยขึ้นมาว่า

            “คาดว่าคืนนี้เจ้าคงจะนอนไม่หลับเสียแล้วข้าพาเจ้าไปที่ไหนสักแห่งดีหรือไม่?”

            หานโม่นิ่งไปครู่หนึ่ง นางเอียงหัวมองไปยังตี้เฉินภายในใจก็เกิดความรู้สึกสงสัยอยู่เล็กน้อย

            ตี้เฉินผู้นี้ดูเหมือนว่าจะไม่ชอบยิงธนูโดยไม่มีเป้า [1] เหมือนกับตอนงานประมูลก่อนหน้านี้ที่ก็คิดไม่ถึงว่าจะได้พบเจอกันเช่นนั้นเขาคงจะมาเพื่อมอบแหวนโค่งเจียนให้นางโดยเฉพาะ แต่ก็อดทนคอยอยู่เป็นเพื่อนในนั้นอยู่เป็นนาน

            แล้วมาตอนนี้หากเขาอยากจะพานางไปที่ไหนสักแห่งก็สามารถพาไปได้อย่างง่ายดายเลยงั้นหรือ?

            "ไปที่ใดหรือ?" หานโม่รู้สึกว่าตี้เฉินอาจจะอยากพานางไปยังสถานที่ที่สามารถฝึกฝนได้แต่ตี้เฉินก็ไม่ได้บอกอะไรเขาทำเพียงแค่เอ่ยออกมาอย่างลึกลับว่า "เจ้าไปกับข้า เดี๋ยวก็จะรู้เองไม่ใช่หรือ?"

            หานโม่ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง แต่สุดท้ายก็พยักหน้าตกลง

            นางรู้สึกว่าตี้เฉินไม่มีทางทำร้ายนางแน่

            เมื่อตี้เฉินเห็นว่าหานโม่ยินยอมที่จะไปด้วย รอยยิ้มดีใจก็ปรากฏขึ้นในดวงตาของเขาจากนั้นจึงขยับตัวมาอยู่ด้านข้างของหานโม่ก่อนที่หานโม่จะทันได้ทำอะไรเอวของนางก็ถูกเขาโอบกอดเอาไว้ หานโม่ชะงักไปครู่หนึ่งในขณะที่กำลังจะตอบโต้ก็รู้สึกว่าทั้งสองก็ได้โผทะยานออกไปนอกหน้าต่างที่เปิดอยู่พร้อมกับเสียง "หวืด" [2]

            หานโม่ปล่อยให้ตี้เฉินอุ้มนางไปด้วยใบหน้าเฉยชา ด้วยเพราะความเร็วของนางในตอนนี้คงไม่สามารถไล่ตามตี้เฉินได้ทันดังนั้นหากคนอยากจะอุ้มก็อุ้มไป อย่างไรเสียนางก็ไม่ใช่ผู้ที่จะตั้งครรถ์ได้เพียงเพราะแค่ถูกอุ้มเสียหน่อย

            โตวโตวมองคนทั้งคู่ที่หายลับไปต่อหน้าต่อตามันราวกับหงส์ในที่สุดก็โผล่หัวเล็กๆ ออกมาจากใต้ผ้าห่มและเงยหน้าขึ้นมองออกไปบนฟ้าไกลพลางถอนหายใจยาวเบาๆ

            “นายท่าน ท่านได้สังเกตหรือไม่ว่าตัวเองปฏิบัติกับตี้เฉินแตกต่างจากผู้อื่นมากนัก...…”

            สายลมยามค่ำคืนที่ไม่รู้ว่ามาจากแห่งหนไหนพัดเข้ามาทางหน้าต่างทำให้เสียงของโตวโตวหายไปตามสายลม หลงเหลือเพียงเสียงถอนหายใจที่ดูคล้ายจะยังก้องกังวานในอากาศเท่านั้น

            หานโม่ไม่นึกเลยว่าตี้เฉินที่พานางโผบินทยานมาด้วยความรวดเร็วตลอดทางนั้นสุดท้ายแล้วเขากลับพานางมายังหน้าผาสูงชันที่อยู่ด้านหลังเรือนตระกูลหาน

            หน้าผาแห่งนี้ในความทรงจำของหานโม่นั้นนับว่าเป็นสถานที่ที่คุ้นเคยมากด้วยเมื่อก่อนตอนที่หานซินและคนอื่นๆ กลัวว่าจะมีผู้ใดล่วงรู้ว่าพวกนางรุมรังแกหานโม่ก็จะมักพาหานโม่มายังที่แห่งนี้เพื่อหลบสายตาผู้คน

            ต่อมาเมื่อหานซินเห็นว่าทุกคนรู้เรื่องที่นางรังหานโม่แล้วไม่มีใครเอ่ยตำหนินางเลยสักคนจึงเลิกพาหานโม่มาที่แห่งนี่และเริ่มกลั่นแกล้งนางตามอำเภอใจโดยไม่เกรงกลัวสายตาใครอีกเลยในตระกูลหาน

            ครั้งแรกที่ได้เห็นหน้าผาแห่งนี้ ความประทับใจของเจ้าของเดิมก็เด่นชัดขึ้นมาหานโม่ขมวดคิ้วมุ่นด้วยความขยะแขยง

            ตี้เฉินรับรู้อารมณ์ของหานโม่ได้เป็นอย่างดี จึงก้มหน้าลงเพื่อถามว่า "เจ้าเป็นอะไรหรือไม่? หรือว่าไม่สบายเพราะโดนลมกลางคืนหรือ?"

            ภายในใจที่ไม่สบอารมณ์ของหานโม่นั้นเอ่ยตอบกลับไปว่า "ในใจของท่าน ข้าคือหญิงที่แม้แต่ลมพัดก็ทนไม่ได้เลยงั้นหรือ?"

            ........................................................................

            

            เชิงอรรถ

            [1] ยิงธนูโดยไม่มีเป้า หมายถึง ทำหรือพูดเรื่อยเปื่อยโดยไม่มีเป้าหมาย

            [2] หวืด คือ การเลียนเสียง โดยจะบรรยายถึงเสียงที่ผ่านไปอย่างรวดเร็ว

     

    คล้ายกับเรื่องยอดชายาหัตถาโลหิต [แปลจบแล้ว] ที่คุณอ่าน

    เกิดใหม่มั่งคั่ง ทำฟาร์มกลางหุบเขาลึก [จบ]

    เกิดใหม่มั่งคั่ง ทำฟาร์มกลางหุบเขาลึก [จบ]

    นิยาย รัก
    399K 392
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    ทะลุมิติมาเป็นนางร้าย เปลี่ยนชีวิตใหม่ด้วยมิติห้างสรรพสินค้าในยุค 70【จบ】

    ทะลุมิติมาเป็นนางร้าย เปลี่ยนชีวิตใหม่ด้วยมิติห้างสรรพสินค้าในยุค 70【จบ】

    นิยาย รัก
    989K 1570
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    บันทึกราชันย์เทพอสูร

    บันทึกราชันย์เทพอสูร

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.52M 508
    ยามสกุณาหวนคืนขับขาน โผทะยานสู่ยุค 80

    ยามสกุณาหวนคืนขับขาน โผทะยานสู่ยุค 80

    นิยาย รัก
    627K 1276
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    85K 247
    ตื๊อรักแพทย์หญิง ฉบับท่านอ๋อง [แปลจบแล้ว]

    ตื๊อรักแพทย์หญิง ฉบับท่านอ๋อง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    485K 891
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592