“ใช่ แล้วนอกจากอาวุธที่ท่่านเห็นข้าก็ไม่มีของที่ช่วยฆ่าคน มีแต่ของพาหนี อย่างเช่น ฟัลคอนวิงค์หรือปีกเหยี่ยวที่ข้าวาดช่วยในการบินได้ แต่ไม่สามารถลอยตัวอยู่นิ่งๆ ได้
แล้วก็นี่ ฉมวกมือ ท่านยิงมันออกไปฉมวกจะพุ่งไปติดกับเป้าหมายแล้วท่านสามารถดึงสายเชือกเพื่อไปที่นั่นได้ ข้าต้องสาธิตให้ดู แล้วก็มีเสื้อเกราะอย่างที่ข้าใส่ มีน้ำหนักเบาแต่กันะุได้ดี แต่มันปิดแค่่ลำตัวไม่ได้ปิดแขนขา จึงอาจจะไม่เหมาะกับการรบที่ใช้ดาบหรือทวนอย่าวที่พวกท่านใช้กัน” อันดาหยิบของเล่นเธอมาให้ดู
“ปีกเหยี่ยวของเ้าน่าสนใจ ข้าลองได้หรือไม่” แม่ทัพหยางถาม
“ไม่ได้หรอก ท่านตัวใหญ่กว่าข้า ต้องคำนวณน้ำหนักใหม่ แต่อุปกรณ์มีพอทำ ขอเวลาข้าสามวัน แล้วข้าจะเอาปีกเหยี่ยวมาให้ท่าน แต่ว่าเื่นึง” อันดา
“เื่อะไร” แม่ทัพหยาง
“ท่านให้คนไปเฝ้าหมู่บ้านด้วยได้หรือไม่ ข้าเป็ห่วงพวกเขา” อันดา
“ข้าวางกำลังพลไว้ที่นั่นแล้วไม่ต้องห่วง” แม่ทัพหยางจับศีรษะเด็กดี
“นี่ท่าน อย่ามาโยกหัวข้าอย่างนี้สิ มือใหญ่อย่างกับไม้พายคอข้าจะหักแล้ว” อันดาดึงตัวออกห่าง
“ก็ข้าเห็นว่าเ้าเป็คนหัวแข็งลองทดสอบดู” แม่ทัพหยาง
“เอาล่ะถ้าตรงนี้ไม่มีอะไรข้าขอตัวไปทำงานก่อนนะ อีกสามวันเจอกัน” อันดาเดินออกไป
“เ้าจะไปไหน” แม่ทัพหยางถาม
“ที่ที่ข้าไปปลอดภัยกว่าที่นี่มากไม่ต้องห่วง” อันดาตอบ
“ถ้าข้าอยากกินปลาเผาอีกล่ะ” แม่ทัพหยางไม่อยากให้ไป
“สามวันอดทนหน่อยเถอะ เอ เดี๋ยวสิ” ที่จริงเธอปรับเวลาในมิติได้นี่นา
“วันเดียว ไม่ถึงวันก็ได้ เจอกันพรุ่งนี้” อันดาเดินออกไปแล้วหายออกไปจากค่ายให้ทุกคนเห็นว่าเธอเดินออกมาจากค่ายจริงๆ แล้วก็แอบย้อนกลับเข้ามาในห้องของแม่ทัพหยาง แล้วเข้าไปในมิติ เพราะเธออยากรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง
“ท่านแม่ทัพ” สิบสี่
“ว่าไง” แม่ทัพหยาง
“เด็กนั่นแอบกลับเข้ามาในห้องของท่าน จากนั้นก็หายตัวไปเลยขอรับ” สิบสี่เล่าด้วยความตื่นเต้น ตอนนี้เขาเริ่มกลัวว่าเ้าหนูนี่อาจจะเป็ปิศาจจิ้งจอกแปลงกายมา เพราะหน้าของอันดานั้นงดงามเหนืุ์จริงๆ
“ไม่ต้องใหรอก เขาอาจจะมีเครื่องมือที่ติดมาจากบ้านของเขาก็เป็ได้” แม่ทัพหยางยิ้ม
่นี้เหล่าองครักษ์ที่ออกไปทำงานมีเื่เล่าสู่กันฟังว่าท่านแม่ทัพอาจต้องมนต์ปีศาจเพราะเขายิ้มบ่อยขึ้น จากที่ทำงานกับเขามาสิบปีรวมกัน ท่านแม่ทัพยังยิ้มไม่เท่าที่ยิ้มในสองสามวันนี้เลย
“แต่เ้าเด็กอันดานั่นน่ารักจริงๆ ถ้าเป็ผู้หญิงนี่เรียกได้ว่างามล่มเมืองแน่ๆ” เจ็ดนึกถึงขนตายาวงอน ตาสีมรกตชวนฝันแล้วยังนึกอยากให้เด็กคนนี้ลองแต่งกายเป็ท่านหญิงคงจะงามมากแน่ๆ
“ข้าว่ามีเื่แปลก” สิบเอ็ดตั้งข้อสังเกต
“อะไรแปลก” สิบสี่ถาม
“ท่านแม่ทัพยิ้มน่ะสิ” สิบเอ็ด
“จริงด้วยพูดถึงเ้าเด็กอันดานั่นทีไรท่านแม่ทัพยิ้มไม่หุบเลย ถ้าเ้าเด็กนั่นเป็ผู้หญิงข้าคงจะคิดได้ว่าท่านแม่ทัพต้องตกหลุมรักเขาแน่ๆ” สิบสี่
“แต่เ้าเด็กนั่นเป็ผู้ชายนะ” แปดเข้ามาสมทบ
“แต่ข้าเห็นท่านแม่ทัพชอบแอบมองแล้วก็มักจะมองตามเ้าเด็กอันดานั่น” สิบเอ็ดเสริม
“แต่เด็กอันดานั่นเป็ผู้ชายนะ” แปดที่เข้ามาใหม่ยังย้ำ
“พูดตรงๆ นะ เ้าเคยเห็นท่านแม่ทัพพึงใจสตรีนางไหนบ้าง” สิบเอ็ด
“ระวังคำพูดด้วย” เจ็ดปราม
“เอ้า ถ้าไม่เชื่อพรุ่งนี้เ้าเด็กนั่นกลับมาพวกเ้าลองสังเกตดูเอาเองก็แล้วกัน” สิบเอ็ดผู้เริ่มเห็นท้าเพื่อน
“ถ้าอย่างนั้นท่านแม่ทัพของพวกเราก็….” ชอบผู้ชายเหรอไม่กล้าคิด
“แล้วพวกเราเคยอาบน้ำด้วยกันไม่เคยเห็นท่าทีของท่านแม่ทัพจะไปในทางนั้นเลยนะ” เจ็ดเริ่มคล้อยตามเมื่อเรียบเรียงสถานการณ์ั้แ่แม่ทัพโดดไปคว้าตัวอันดา
“หรือว่าท่านแม่ทัพ เชื่อในคำทำนาย” แปดเริ่มนึกขึ้นได้ถึงคำทำนาย
“คำทำนายอะไรเหรอ” สิบสี่นั้นเข้ามาทีหลังการทำนาย
“พระรูปนั้นบอกว่าโชคชะตาของท่านแม่ทัพจะตกลงมาจากฟ้า” เจ็ดตอบ
“พระรูปไหน” สิบเอ็ดถาม
“ฮุ่ยิไต้ซือไง” แปดตอบ
“ไต้ซือคนนั้นไม่ใช่เป็แค่เื่เล่าหรือ ที่บอกว่าท่านเห็นดินเห็นฟ้าทั้งหมดน่ะ” สิบสี่ตื่นเต้น
“เป็เื่จริงพวกเราเห็นท่านมากับตาตอนที่หลงเข้าไปในค่ายกลแล้วท่านแม่ทัพกำลังจะทำลายค่ายกลนั้น แต่การทำลายค่ายกลนั้นจะทำให้แม่เสือที่กำลังคลอดลูกอยู่จะตายไปด้วย ท่านเลยขอบิณฑบาตแล้วพาพวกเราออกมาจากค่ายกลโดยไม่ทำลายอะไรเลย” เจ็ดเล่า
ตอนนั้นเป็เพราะเขาาเ็ท่านแม่ทัพเลยตัดสินใจจะฝ่าออกมา ทำให้เขามีสติบ้างไม่มีสติบ้างใน่นั้นเพราะเสียเืมาก จนออกมารักษาตัวแล้วเพื่อนๆ มาเล่าให้ฟังทีหลัง
“ถ้าเ้าเด็กอันดานั่นเป็โชคชะตาของท่านแม่ทัพจริงๆ ถือเสียว่าชายได้ชายเป็ยอดคนไปก็แล้วกัน” สิบสี่กล่าวอย่างพ่ายแพ้ ขออย่างเดียวท่านแม่ทัพอย่าได้มีใจกับเขาเลย
“วันๆ เอาแต่นินทาเ้านาย คงฝึกตนไม่พอสินะ ออกไปฝึกตนระดับกลางสามวัน” เสียงของแม่ทัพที่ดังผ่านสายลมมาสั่งลงโทษพวกเขา นี่เป็วิธีการสื่อสารโดยใช้พลังภายใน และพวกเขาลืมไปว่าท่านแม่ทัพนั้นมีประสาทััที่ไวกว่าคนทั่วไปมาก
“ไอ้เด็กพวกนี้” แม่ทัพหยางบ่นในใจ ไม่ใช่แต่ลูกน้องหรอกที่สงสัย เขาเองก็สงสัยตัวเองด้วยเช่นกันว่าทำไมถึงมีความรู้สึกพิเศษกับเด็กผู้ชายได้ มันเป็เื่ผิดธรรมชาติมากในยุคนี้ ไม่ใช่ว่าไม่มีการใช้เด็กรับใช้ชายในการบำเรอกามของคนบางประเภท แต่เขาไม่ใช่คนประเภทนั้น แล้วก็ไม่เคยอยากใช้บริการเ่าั้เลย
แต่ความรู้สึกรักและผูกพันจนคิดว่าอันดาคือคนคนนั้นออกจะเป็เื่ที่น่ากระอักกระอ่วนใจ อาจเป็เพราะเขามีแต่เื่น่าทึ่ง อาจเป็เพราะว่าอยู่ใกล้เขาแล้วสบายใจแค่นั้น เพราะเด็กอันดานั่นไม่เหมือนใครต่างหากที่ทำให้เขาสนใจมาก ใช่มันคงจะเป็อย่างนั้น
“ท่านแม่ทัพขอรับ” หยวนอิงเดินเข้ามาพร้อมบางสิ่ง
“มีอะไร” แม่ทัพ
“มีข่าวส่งมาจากทางโน้น คาดว่าจะสวนทางกับที่เราส่งข่าวสารไปขอรับ” หยวนอิงยื่นม้วนกระดาษเล็กๆ ให้แม่ทัพหยาง
“ขอบใจ” เขาเปิดสาส์นนั้นอ่านแล้วก็นิ่งเงียบไป
ข่าวนั้นมาจากพ่อบ้านของจวน พ่อบ้านคนนี้คือเฉินจื่อกง เป็ขันทีใหญ่ในวังที่อาสาออกมาดูแลเขาั้แ่เด็ก เดิมทีเขาเป็เพื่อนในวัยเยาว์ของไทเฮาผู้ซึ่งเป็ทั้งมารดาของเขา และฮ่องเต้ นางเล็งเห็นว่าชีวิตของเขาอยู่ในอันตรายจึงส่งเฉินจื่อกงคนที่ไว้วางใจได้อย่างเฉินจื่อกงมาดูแลแทน
เมื่อพูดถึงเื่ที่ทำให้เขาต้องออกมาจากวังแล้วเข้าร่วมในสนามรบั้แ่ยังเยาว์นั้น เป็เพราะหนึ่งเขาเกิดช้าเกินไป และ สอง เขาเก่งเกินไป
ฮ่องเต้คนก่อนมีโอรสและธิดาไม่มากนัก เพราะการคุมกำเนิดอย่างเข้มงวดของฮองเฮาเสียน ซึ่งตอนนี้คือเสียนไทเฮา แต่องค์ชายสามอย่างหยางเจียจุ้นเป็เหมือนลูกหลงที่เกิดห่างจากพี่ชายคนโตมาก เขานั้นอายุน้อยกว่าโอรสองค์โตของพี่ชายของตัวเองด้วยซ้ำ
_______________________
ถ้ามีคำผิดรบกวนแจ้งหน่อยนะคะ ตอนนี้ตาพร่า กำลังปั่นอีกเื่ให้จบอยู่ รอหน่อยนะคะใกล้จบแล้ว