อมเรศไม่เคยเล่าความเป็นไปอะไรในสหัสปัญจะอุทิศให้พ่อหรือแม่ฟังทั้งนั้นไม่ว่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นจะเลวร้ายแค่ไหน และ ‘ใคร’ เป็นผู้กระทำก็ตาม
อยากรู้เหมือนกันว่าอาจารย์ยูมิแม่ของเขาน่ะทนได้อย่างไรกับการที่รู้ว่ามีคนไม่ชอบตนมากมายทำไมถึงยังยืนหยัดอยู่ได้แบบไม่หวั่นไหว หลังของแม่ยังคงตั้งตระหง่านอยู่เสมอไม่เคยหดลู่สยบยอมแก่ผู้ใดในสิ่งที่ไม่เป็นธรรม
--พ่อก็ไม่ได้เป็นพวกแม่! พ่อก็อยู่ในแบบของพ่อ ถึงได้ไม่เป็นที่สนใจของบรรดาครูคนอื่นเหล่านั้นนักเพราะพ่อของเขาไม่ได้มีอะไรโดดเด่นสะดุดตาและไปเตะเข้ากับ (เบ้า) ตาของใคร
พ่อของเขาเป็นครูผู้ชายใจดีรูปร่างท้วมใส่แว่นกลมสไตล์โนบิ โนบิตะ ตัวการ์ตูนตัวนั้น พ่อเป็นคนหน้ายิ้มแย้ม พูดจาสุภาพเสียงค่อยมีท่าทีเป็นมิตรสงบเสงี่ยม สิ่งที่พ่อทำบ่อย ๆคือชอบจัดบอร์ดเกี่ยวกับวงการอนิเมะญี่ปุ่นที่บอร์ดของหมวดภาษาต่างประเทศ
มีนักเรียนที่เรียนกับพ่อของเขาชอบไปชวนคุยเรื่องอนิเมะถามว่าอาจารย์ดูเรื่องอะไรบ้าง อย่างนั้นอย่างนี้ บางคนหวังดีรีบมาบอกพ่อว่า “อาจารย์ โคนันเล่มใหม่ออกแล้ว!”
แม่ของเขาดูจะมีวิถีชีวิตที่ต่างกันแม่ของเขาก็ชอบทำบอร์ด แต่มันคนละเรื่องกับพ่อเลยล่ะ
แม่ชอบติดข่าวต่างประเทศบนบอร์ดของหมวดสังคมศึกษาแม่จะคอยอัปเดตข่าวสารบ้านเมืองรอบโลกจากสำนักข่าวต่างประเทศเป็นประจำไม่เว้นแม้แต่เรื่องเศรษฐกิจเรื่องค่าเงินบาทและแม่--ก็ยังชอบอ่านหนังสือพิมพ์ภาษาอังกฤษมากแม่บังคับให้พ่อรับหนังสือพิมพ์ภาษาอังกฤษที่บ้านด้วยคู่กับหนังสือพิมพ์ภาษาไทยไปเลย
ความน่าขบขันเล็ก ๆ คือ… พ่อและแม่มักจะพยายามแย่งชิงหนังสือพิมพ์ที่จะนำมาอ่านที่โรงเรียนในแต่ละวันและพ่อก็มักจะต้องยอมยกให้แม่ไปก่อน
“ฉันสอนสังคมนะคุณสอนอังกฤษ เพราะฉะนั้นฉันก่อน”
เฮ้อ !
...อมเรศยังคิดว่าบุญหนักเท่าไหร่แล้วที่แม่ของเขาไม่ขี้บังคับเหมือนพ่อ อย่างน้อยแม่ก็ไม่พยายามยัดเยียดข่าวภูมิศาสตร์โลกเวอร์ชันภาษาอังกฤษใส่เขาล่ะน่า
พูดถึงเรื่องนี้แล้วทั้งคู่จะแปลกใจก็ไม่แปลกหรอกที่เขาเลือกชุมนุมของกฤตธีราแถมยังดูมีความพยายามที่จะตั้งใจเรียนวิชาภาษาอังกฤษอย่างมากที่จริงเขาอยากรู้อะไรก็แค่ถามพ่อ แต่ไม่ล่ะ เขาถามกฤตธีราดีกว่า
“อาจารย์ครับคือว่าผมน่ะไม่ค่อยเข้าใจเลย”
อมเรศไม่เข้าใจจริง ๆน่ะแหละกับการบ้านที่ฝ่ายนั้นให้ในชั่วโมงเรียน
“ก็ถามอาจารย์กณิศสิ”
ครูหนุ่มพูดแต่ก็ยังยิ้มนะตอนมองหน้าเขา
“ไม่ล่ะ” อมเรศรีบพูด
“ทำไมล่ะ ดูเหมือนครูจะยังไม่ค่อยรู้จักเธอเท่าไหร่เลยนะอมเรศ”
“เอ่อ--”
“มีเรื่องอะไรเล่าให้ครูฟังไหมอะไรก็ได้”
ขณะนี้อมเรศกำลังนั่งอยู่กับครูผู้สอนวิชาภาษาอังกฤษของเขาที่ตรงโต๊ะว่างที่ชานพักบันไดทางขึ้นไปหมวดภาษาต่างประเทศเขารู้สึกค่อยยังชั่วหน่อยที่กฤตธีรามักจะมานั่งตรวจงานอยู่ตรงนี้เพราะถ้าเข้าไปในหมวดล่ะก็เขาต้องเจอกับพ่อและเขาคงไม่สามารถคุยอะไรกับครูได้มากเหมือนที่ทำอยู่ตอนนี้
แต่หาก… พ่อเดินลงบันไดมาเห็น…ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง และเขาคงจะพยายามหาคำแก้ตัวทีหลัง…
“ทีจริงครูรู้นะว่าน้องอำคงจะลำบากใจถ้าจะต้องเข้าไปในหมวดอังกฤษน่ะ”
“...ก็เลยมานั่งตรงนี้แทนเหรอครับ?”
“อืม”
“โอ…ก็ต้องขอบคุณมากเลยครับ”
อมเรศมองลงต่ำ เขายิ้ม ๆและรีบขอบคุณอีกฝ่าย
“พ่อดุมากเลยเหรอ”
เด็กหนุ่มพยักหน้า
“เหมือนเธอจะสนิทกับแม่มากกว่าสินะเห็นตอนที่มาโรงเรียนน่ะ ดูยังไงอมเรศก็ชอบอยู่กับอาจารย์ยูมิจริง ๆ”
“แม่เขาเป็นฮีโร่ของผมเลยครับ”
“เห...?”
“พ่อเขาไม่ได้ดุโฉ่งฉ่างหรอกมีผมคนเดียวที่รู้ เด็กคนอื่นก็คิดว่าพ่อใจดีกันทั้งโรงเรียน”
“เคยโดนพ่อตีไหม”
“บ่อยไปครับ”
“แล้วแม่ล่ะ”
“บ่อย ๆแต่ผมมักจะเถียงแม่กลับ”
“ร้ายนะเราเนี่ย”
“ผมนึกว่าจะไม่ได้เจออาจารย์อีกแล้วซะอีกดีใจมากเลยที่อาจารย์ย้ายกลับมาสอนที่นี่นะครับ” เขาพูดจากใจจริง
“...” กฤตธีรานั้นเงียบไปอมเรศไม่รู้ว่าตนไปพูดสะกิดในสิ่งที่ไม่ควรพูดต่อฝ่ายนั้นหรือเปล่า...สิ่งที่แม่ของเขาเคยเล่า และบอกให้เหยียบไว้ให้มิด…
บรรยากาศเงียบไปสักพักอมเรศมองเห็นใบหน้าขาวก้มต่ำลงเล็กน้อยในแววตาคู่นั้นเหมือนจะมีความเศร้าในบางเรื่อง คนหวนคิดถึงวันเก่า ๆ นั่นสินะ
“ที่จริง…มันเคยมีบางเรื่องเกิดขึ้นกับครูน่ะ”
“...”
อมเรศนั่งฟังเงียบ ๆ โชคดีจริง ๆ ที่ไม่มีนักเรียนคนไหนมาเดินผ่านตรงนี้เลยเพราะส่วนใหญ่กำลังสนุกกับกิจกรรมที่มีนักร้องวัยรุ่นมาแสดงดนตรีที่นี่อยู่กลางสนาม
อมเรศไม่สนใจสิ่งเหล่านั้นหรอกสำหรับเขาก็สนใจแค่เขาจะมาหากฤตธีราเพราะเขาอยากมา มันไม่มีอะไรมีความหมายมากไปกว่านี้สำหรับการอยู่โรงเรียนนี้ของอมเรศ
เขาเจ็บปวดกับหลายสิ่ง…แต่เขาไม่เคยพูดเลย… ทั้งพ่อแม่ หรือใคร
อย่างน้อยก็ไม่เคยพูดให้คนตรงหน้าฟัง…
“ครูไม่ได้คิดว่าอยากย้ายกลับมาที่นี่นักแต่พอดี มันก็เหมือนกับฟ้าหลังฝนแล้ว...”
ชายหนุ่มมองหน้าของคนที่อายุน้อยกว่าดวงตาสีน้ำตาลเทาคู่สวยมองสายตาที่เป็นคนละเฉดกับตน ตาของอมเรศเป็นสีดำสนิทดำสนิทแบบไม่มีสีน้ำตาลเจือปนเลย
“อาจารย์ให้อภัยในสิ่งที่ผมจะพูดด้วยนะครับที่จริงผมทราบ…” อมเรศตัดสินใจ ณ วินาทีนั้น เขาเอื้อมมือไปบีบมือของครูหนุ่ม “...ผมทราบว่าเคยเกิดเหตุการณ์อะไรขึ้นผมอยากบอกว่า อาจารย์ลืมเขาไปเถอะครับผู้หญิงแบบนั้นน่ะ”
กฤตธีรามองหน้าของเขานิ่งตาของอีกฝ่ายแดงก่ำและมันเหมือนจะคลอไปด้วยน้ำตา คงเป็นเรื่องที่เจ็บปวดมากจริง ๆน่าสงสารจัง… อมเรศไม่รู้ว่าทำเช่นนี้แล้วจะมีผลตามมาเช่นไร เมื่อเขาใช้อีกมือหนึ่งซับน้ำตาให้อย่างแผ่วเบา “เพราะผมเอง…ผมอยู่ที่นี่แล้ว”
รู้ใช่ไหมว่าถ้ามีคนมาเห็นตัวเขาเองจะซวยอย่างไรเรื่องนี้จะกลายเป็นทอล์กออฟเดอะทาวน์ว่าอมเรศลูก ยูมิ เหมือนจะสนิทกับอาจารย์กฤตธีราที่สอนภาษาอังกฤษมากเกินไป
อมเรศรู้ว่าตัวเองกำลังทำอะไรและเขาคิดว่าอีกฝ่ายเองก็คงรู้เช่นกัน