คุณชายใหญ่แพ้หมากรุกกับเด็กอย่างเขาเสียสมบัติประจำตระกูลให้ อีกทั้งยังไม่รู้ว่าภรรยาอีกสามคนจะเป็ตายร้ายดีอย่างไรในขณะเดียวกันฉันก็รู้สึกปวดฉี่แต่ไม่รู้ว่าห้องน้ำอยู่ไหน สภาพเป็เช่นไรและกำลังจะโดนเด็กหนุ่มที่ว่าลากมาคุยไม่รู้ว่านานแค่ไหน
“ห้องน้ำอยู่ทางโน้น ขอตัวสักประเดี๋ยว”เขาพูด
แน่ล่ะ!ดื่มชาไปขนาดนั้นไม่ปวดก็แปลกแล้ว ฉันเลยเดินไปด้วยเผื่อเจอสุขาหญิง แต่ที่เห็นคือถัง...
โอเค แน่นอนฉันจะเอาอะไรมากกับยุคสมัยนี้... ถังก็ถัง
อย่างน้อยขอทิชชูสักแผ่น...คนสมัยนี้ใช้อะไรเช็ดก้นกันวะ
“ทางนี้” เขาเดินออกมาเรียกฉันแล้วพาเดินวนขึ้นไปบนหออะไรสักอย่าง มองลงไปก็เห็นคอกหมูฉันก็เริ่มเดาได้แล้วว่านี่คืออะไร
“ห้องส้วมอยู่บนหอนี่เหรอ?”
“อาฮะ”เขาตอบรับด้วยคำพูดที่ฟังดูไม่เหมือนนิยายจีนสักนิดก่อนจะเชิญฉันขึ้นไปก็พบว่ามันมีห้องส้วมอยู่สองห้อง มีช่องลมระบายอากาศพร้อมกลิ่นมันไม่เลวร้ายอย่างที่คาด สะอาดน่าใช้กว่าห้องน้ำตามปั๊มน้ำมันหลายแห่งด้วยซ้ำ
สภาพภายในดูเหมือนส้วมหลุมธรรมดาแถมมีราวจับด้วยเผื่อใครถ่ายแล้วลุกไม่ขึ้น ใกล้กันมีแผ่นไม้ไผ่กับกระดาษวางอยู่จำได้ว่าสมัยก่อนคนจีนถือว่ากระดาษมีไว้จดความรู้เลยไม่เอามาเช็ดก้นฉันเลยประหลาดใจพอดูที่เห็นมันอยู่ในห้องน้ำ จะว่าไปไม้ไผ่พวกนี้เอาไว้ทำอะไรน่ะ?
เหลือบมองไปก็เห็นว่ามีถังน้ำอยู่ด้วยน้ำสะอาด ดีล่ะ... ค่อยเหมือนห้องน้ำที่ฉันคุ้นเคยหน่อย
หลังหลับหูหลับตาทำธุระเสร็จสิ้นฉันก็ล้างมือแล้วเดินออกมาก็เห็นอีกฝ่ายยืนรออยู่ก่อนแล้ว อะไรวะทำไมผู้ชายเข้าห้องน้ำกันไวจัง
“แท่งไม้มีไว้ทำอะไรเหรอ? ตะกี้เห็น”ฉันอดถามขึ้นไม่ได้เพราะเขาน่าจะรู้เื่พวกนี้ถ้าเขาถามว่าทำไมไม่รู้จักก็แก้ตัวเอาแล้วกันว่าฉันเป็คุณหนูผู้ดีใช้ผ้าไหมเช็ดก้นหรือเอาน้ำล้าง... อืม พูดว่าเอาน้ำล้างดีกว่าแค่นึกภาพคราบอุจจาระติดบนผ้าไหมแล้วฉันก็นึกถึงชุดผ้าไหมที่ครูภาษาไทยวัยเลยเกษียณของฉันชอบใส่มาสอน
เขาดึงฉันเข้าไปในห้องหนึ่งฉันยืนใกล้ทางออกเตรียมเผ่นหากเขาทำอะไรน่าสงสัยในขณะที่อีกฝ่ายยืนพิงชั้นหนังสือด้วยท่าทีสบายๆ
“เรียนถามนามของแม่นาง” เขาพูดเปลวเทียนสั่นระริกในดวงตาสีดำขลับ
“...เค่อฟ่าน...” ฉันพูดแบบระวังเต็มที่
คนคนนี้เป็คนบ้านเดียวกับซื่อไท่ไทสินะ...ไม่รู้ว่าเขาเป็คนรักเก่า พี่น้อง ญาติ เพื่อน หรืออะไรก็ตาม แต่เขาดูมีอะไรแปลกๆไม่ค่อยน่าไว้ใจ
แล้วเขาก็หัวเราะร่วนหัวเราะท้องคัดท้องแข็งจนฉันนิ่วหน้า สงสัยว่าตัวเองทำพลาดมหันต์ไปแล้วหรือเปล่า
“ไม่คิดว่าท่านจะตอบ ช่างประชดเสียจริงท่านคิดจริงหรือว่าข้าพเ้าลืมนามอันไพเราะจับจิตของท่านไปแล้ว?” เขาก้าวอาดๆเข้ามา ฉันถอยหลังชนผนัง ขณะเตรียมเผ่นก็มีแขนขวางฉันไว้ กักตัวฉันกับกำแพงหันขวับก็เห็นรอยยิ้มซุกซนระบายบนใบหน้าของอีกฝ่าย
นี่มันฉากยันกำแพงนี่นา!ฉากยอดนิยมของนิยายรัก! ไม่คิดเลยว่านิยายฮาเร็มสดใสจะมีฉากภรรยาน้อยนอกใจแบบนี้อยู่ด้วย!
“...ข้า...แต่งงานแล้ว ท่านก็รู้...”
แย่แล้ว คนรักเก่าแน่ๆถ่านไฟเก่ายังร้อน...! โอ๊ย เจอลมหายใจอุ่นๆ เป่ารดแบบนี้ใครจะไปทนไหว?!
“แค่อยากได้ยินท่านเรียกขานข้าพเ้าอีกสักครั้งเห็นท่านปฏิบัติกับข้าพเ้าราวเป็คนอื่นไกลเช่นนี้...” เขาลดแขนลงทั้งน้ำเสียงและสีหน้าออดอ้อนเต็มที่ต่างจากท่าทีมั่นใจเต็มประดาก่อนหน้านี้จนฉันเกือบใจอ่อน “ข้าพเ้าปวดใจยิ่งนักวันที่ท่านถูกครอบครัวขายให้แก่หนงเซียนเซิง เมื่อท่านร่ำไห้ลาจากข้าพเ้าข้าพเ้าไม่รู้จะมีชีวิตอยู่เพื่อสิ่งใด...”
“เอ่อ...” โอ้ ให้ตายสิ ไม่นึกว่าซื่อไท่ไทจะมีปูมหลังเผ็ดร้อนแบบนี้กับผู้ชายที่หน้าตาดีไม่หยอกด้วยนะจะบอกให้
“แค่คำเดียว...เรียกขานข้าพเ้าแล้วจะปล่อยท่านไปไม่กลับมาให้ท่านระคายตาอีก”
คำเดียว ฟังดูง่ายแต่มันมีปัญหาใหญ่อยู่ประการหนึ่ง...
ซวยแล้ว ไอ้หมอนี่มันชื่ออะไรวะ...?!
ฉันคุ้ยความทรงจำของซื่อไท่ไทก็มีแต่ความว่างเปล่าแหงสิ ทุกอย่างที่ฉันรู้ก็เพราะฉันเคยอ่านนิยายมาก่อนไม่ใช่เพราะฉันดูความทรงจำของเธอได้!แล้วฉันจะไปรู้ชื่อตัวละครที่ไม่เคยปรากฏในนิยายได้ยังไงวะ?!ตายแล้วๆ ทำยังไงดี?!
ขณะเลิ่กลั่กอยู่ อีกฝ่ายก็หัวเราะร่วน
“เจินจู เรียกข้าพเ้าว่าเจินจู”
“เจินจู...?”
ฟังไม่เหมือนชื่ออาหาร...ไม่สินั่นมันชื่อร้านชานมไข่มุกไม่ใช่เหรอ...?! แล้วที่บอกให้ ‘เรียกว่าเจินจู’ ไม่ใช่ ‘นามข้าพเ้าคือเจินจู’ แสดงว่ามันเป็นามแฝงหรืออะไร?
เขาขำสีหน้าของฉันพอเขาไม่ได้ทำหน้าเ้าเล่ห์น่าหมั่นไส้แบบนั้นก็น่ารักดีเหมือนกันนี่หว่า...
“ท่านจำข้าพเ้าไม่ได้ ไม่ต้องมาตีเนียน”คำพูดเขาฟาดหน้าฉัน “เห็นทีท่านคงจงใจลืมความหลังเื่บ้านเกิดหมดสิ้น?”
“เอ่อ...เปล่า...ข้า...”ปล่อยให้เขาคิดแบบนั้นไปก็ดี แต่มันไม่ใจร้ายไปหน่อยเหรอ?
“แล้วไปเถิด ยิ่งคุยกับท่านข้าพเ้ายิ่งเ็ปหัวใจ” เขาทำท่าใหญ่โตจนน่าถีบ“ข้าพเ้าจะบอกอะไรให้อย่างหนึ่ง กูเหนียงอันประเสริฐ...”
ฉันผลักตัวเองชิดผนังเมื่อเขาโน้มตัวลงมากระซิบข้างหู
“...ความจริงท่านกับข้าพเ้าเพิ่งเคยพบกันครั้งแรกวันนี้”
สมองฉันหมุนเหมือนเวลาสัญญาณไวไฟขาด
“ฮะ...?!”
ฉันร้องเสียงหลง เขาถอยไปหลายก้าวคาดว่าคงกลัวจะโดนฉันฟาด ดวงตาและสีหน้ามีแววขบขันเต็มที่ตอนนั้นเองคุณชายใหญ่ก็เดินมา
“เขาข่มเหงรังแกเ้าหรือ ฟ่านเอ๋อ?”
“ปะ...เปล่า...” ฉันตอบแบบขอไปทีจ้องเด็กหนุ่มผมขาวไม่วางตา
อะไรกัน เขาแกล้งทำเป็รู้จักฉันแถมฉันยังเนียนตามน้ำอีกต่างหาก...!ที่จริงเราเพิ่งเคยเจอกันครั้งแรกหรอกเหรอ? เออเขาคงไม่มีวันจับได้ว่าฉันไม่ใช่ซื่อไท่ไทตัวจริง แต่ที่ทำไป้าอะไรกันแน่?เกี่ยวอะไรกับภาพวาดนั่นรึเปล่าวะ?
“แม่นางเป็คู่สนทนาอันประเสริฐ”เขาขยิบตา คุณชายใหญ่เออออก่อนจะพาฉันออกจากห้อง
พวกเรานั่งรอข่าวสามสาวจนถึงเช้าฉันงีบหลับไปสองตื่น อาหารว่างถูกยกมาและยกไปเมื่อพระอาทิตย์ขึ้นก็มีคนรับใช้เปิดประตูผลุงเข้ามาในห้องและทำความเคารพแบบไฟลนก้น
“เซิงอวี๋เพี้ยนขอพบ...!”
จบประโยค คุณชายใหญ่ลุกพรวดเจินจูที่สัปหงกอยู่มุมห้องตื่นขึ้นทันที
“มาแล้วสินะ แม่นางฟ่าน เรารีบรุดไปชมดูคาดว่าเป็ละครที่สนุกสนานฉากหนึ่ง”
“จ้า...” ฉันลากเสียงยาวอีกฝ่ายจับได้ว่าฉันประชดก็หัวเราะ
เซิงอวี๋เพี้ยนเดินเข้ามา ฉันจำได้รางๆว่าในนิยาย เขาโผล่มาแต่ชื่อพร้อมคำอธิบายหนึ่งประโยคว่าเป็คนรู้จักของคุณชายไม่รู้ว่าเป็อะไรยังไง เคยแต่สงสัยว่าเขาจะเพี้ยนสมชื่อหรือเปล่าพอได้เห็นตัวจริงแล้วก็รู้เลยว่าไอ้หมอนี่มันตัวร้ายชัดๆ
ทว่าท่าทางเขาไม่ได้ดูร้ายกาจเหมือนหน้าตา
“...หนงเซียนเซิง ข้าพเ้าผิดไปแล้ว...”ชายมีอายุเข่าทรุดกระแทกพื้น ฉันนิ่วหน้า จะลุกขึ้นไหวไหมวะนั่น...
“หนงทัง...!”ต้าไท่ไทวิ่งอ้อมร่างของเซิงอวี๋เพี้ยนเข้าไปหาผู้เป็สามี
“โอ เ้าปลอดภัยดีรึ...?”คุณชายใหญ่จับแขนภรรยาเขย่า
“พวกเราที่เหลือปลอดภัยเช่นกันเกิดอะไรขึ้น...?” เอ้อไท่ไทถาม “ซันเม่ยเข้าไปพูดคุยกับเซิงฮูหยินอยู่นานสองนาน...”
“ข้าพเ้าต้องขออภัยแทนสามีโง่งมของข้าพเ้าด้วย”น้ำเสียงทรงพลังดังก้องทุกคนล้วนหลีกทางให้ฮูหยินของเซิงอวี๋เพี้ยนผู้เดินกรีดกรายเข้ามาราวกับเป็เ้าของบ้าน“ข้าพเ้าได้ฟังเื่ราวทั้งหมดแล้วตัวโง่งมนี้ได้ประพฤติทุจริตมานานและนำเงินนั้นปรนเปรอข้าพเ้า อีกทั้งยังคิดร้ายต่อผู้บริสุทธิ์จับอิสตรีเรียกค่าไถ่ หากเรียกมันว่าชาติสุนัขก็ออกจะเป็การเหยียดหยามสุนัขจนเกินไปหากเรียกว่าลูกเต่า ลูกหมีหมา ก็อาจเป็การเหยียดหยามเดรัจฉานเ่าั้จนเกินไป” สายตาคมกริบมองทุกคนในห้องแบบเรียงตัวฉันโดนมองก็ตัวลีบ “นับจากนี้ไปข้าพเ้าจะขอเป็ผู้อบรมกิริยามารยาทให้แก่มันเสียใหม่”
เธอถอดปิ่นปักผมราคาแพงที่สวมอยู่และโยนมันใส่สามีก่อนจะลากคอเสื้อเขา ฝ่ายชายมีอายุก็ยอมโดนฮูหยินลากคอไถไปตามพื้นแบบหมดสภาพ
เจินจูหัวเราะลั่นพลางตบเข่าแรงๆ หลายฉาดพอลับตาสองสามีภรรยา สายตาทุกคู่ก็มารวมอยู่ที่เขา
“ท่าน...ท่านทราบได้อย่างไร?”
“ถามข้าพเ้าเพื่ออะไร?ท่านควรถามภรรยาของท่านจึงจะถูก”
“ข้าพเ้าเพียงแต่ฟ้องเล็กๆ น้อยๆไม่ควรค่าแก่การกล่าวถึง” ซันเจ้ยิ้มกริ่มอย่างผู้ชนะ “แต่หากมิได้คนของท่านเปิดช่องโหว่ให้ข้าพเ้าหนีไปหาฮูหยินเกรงว่าพวกเราอาจไม่ได้หลบหนีง่ายดายเช่นนี้”
“อา...พวกท่านกลับมาก็ดียิ่ง...คุ้มค่ายิ่งนัก...”คุณชายใหญ่น้ำตาซึม “ข้าพเ้าเป็หนี้ท่านแล้ว...” ประโยคหลังหันมาพูดกับเจินจู
“เล็กน้อยยิ่ง หากแต่ข้าพเ้ามีบางสิ่งที่ยัง้าจากหนงเซียนเซิงขอพูดคำขออันน่าทุเรศแบบไม่กริ่งเกรง” เขาเดินไปยืนตรงหน้าคุณชายใหญ่เงยหน้ามองเขาโดยไม่มีความยำเกรงอย่างที่พูด “ข้าพเ้าใคร่คิดขอตัวซื่อไท่ไทของท่านมาเป็ภรรยาของข้าพเ้าได้หรือไม่?”
“อะไรนะ?!”ฉันร้องเสียงหลงขณะที่คนอื่นๆ ยืนอึ้งกิมกี่
“ท่าน... แต่ ท่าน... ถึงท่านจะ...”ใบหน้าของคุณชายบัดเดี๋ยวซีดขาวบัดเดี๋ยวแดงคล้ำ
“เดี๋ยวๆ คือกะจะไม่ถามอะไรฉัน เอ๊ยกะจะไม่ถามความสมัครใจข้าเลยใช่ไหม?” ฉันเข้าไปกระชากไหล่เขาเด็กหนุ่มยกมือสองข้างขึ้นเป็เชิงปราม
“กำลังจะถามอยู่นี่ไง”
“ถามก่อนจะขอสิวะ ไอ้...!”ฉันพูดได้แค่นั้นก็ถอนหายใจแรงๆ หันไปพูดกับคุณชายใหญ่ “ข้าไม่ยอมรับข้าแท้จริงไม่รู้จักมัน ท่านคิดจะยกข้าให้คนไม่รู้หัวนอนปลายเท้าอย่างนั้นหรือ?”
“หนงเซียนเซิงท่านยังไม่ได้ร่วมลงหอกับนางกระมัง?”
“ฮะ?!” หมอนี่ถามอะไรของมันเนี่ย?! น่าอายเป็บ้า!
“นางยังเยาว์นักข้าพเ้ามิชมชอบสร้างความเ็ปแก่สตรี” คุณชายพูดแบบจริงจัง โธ่เว้ยจะเป็คนดีไปถึงไหนวะอีตาคุณชายนี่...
“เดี๋ยว ท่านเป็ผู้ใด้าอะไรจากซื่อเม่ย เหตุใดจึงพยายามตะล่อมสามีของพวกเรา?” ซันเจ้เข้ามาขวางระหว่างฉันกับไอ้หัวหงอก
“มันคือคนที่พนันจนพ่อค้าผู้นั้นล้มละลาย”ฉันรีบกระซิบ
“เป็ท่าน?!ท่านจัดฉากเื่ทั้งหมดหรือ?!” ซันเจ้ตะคอก
“ท่านลองถามเซิงอวี๋เพี้ยนดูว่าข้าพเ้าได้จัดฉากหรือไม่”คนโดนกล่าวหาตอบแบบไม่ยี่หระ ซันเจ้เงียบเพราะไม่รู้จะว่ายังไง เพราะเซิงอวี๋เพี้ยนไม่มีทีท่าจะรู้จักกับเขาด้วยซ้ำเมื่อครู่เข้ามาก็ไม่แม้แต่จะเหลือบมอง เจินจูหันกลับไปหาคุณชาย“ท่านยอมรับข้อเสนอของข้าพเ้าหรือไม่?”
“แต่ ถึงท่านจะ...”
“ถ้าอย่างนั้น...ข้าพเ้าจักคืนสิ่งนี้ให้แก่ท่าน” เจินจูหยิบกล่องบรรจุม้วนภาพวาดให้คุณชายใหญ่ไปเปิดดูเขาคลี่ออกมาก็เห็นว่ายังอยู่ดีฉันเดินอ้อมไปมองก็เห็นว่ามันเป็ภาพทิวทัศน์ธรรมดาไม่เห็นมีอะไรแปลกพิสดารตรงไหน
“อะไรกัน ท่าน...”
“ขออภัยที่ข้าพเ้าปั่นหัวท่านเล่นสมบัติประจำตระกูลแลกหนึ่งชีวิต ตกลงหรือไม่?”
“แต่...ฟ่านเอ๋อ...” คุณชายมองมาเหมือนขอให้ฉันช่วยพูดอะไรหน่อย
“ถามหน่อยจะอยากได้ตัวข้าไปทำไมหนักหนา?” ฉันหรี่ตาใส่ เจินจูหัวเราะร่วน
“เพราะอะไรกันหนอ?” เขาตอบกวนโอ๊ย“หนงเซียนเซิง ท่านไม่สงสารนางบ้างหรือที่ต้องใช้ชีวิตโดยไม่ได้เห็นโลกภายนอกทั้งที่นางออกจะเป็กูเหนียงฉลาดปราดเปรื่อง ดูอย่างเช่นซันไท่ไทหากนางมิได้เผชิญโลกแล้วไซร้นางคงไม่อาจยื้อเหล่าผู้บุกรุกจนข้าพเ้าสามารถเข้าช่วยเหลือแม่นางได้หรอก”
“วิชาแมวสามขาของข้าพเ้ามิควรค่าแก่การกล่าวถึง” ซันเจ้บอกปัด “ช้าก่อน... จริงของท่าน ซื่อเม่ยท่านควรออกไปเห็นโลก อย่าได้ถูกขังอยู่แต่ในเรือนในหอเช่นนี้เลย”
“อ้าว?!” ไหงงั้นซะล่ะโธ่ ชีวิตแสนสบายของฉันยังไม่ได้เริ่มด้วยซ้ำ!
“ถูก...ถูก...” คุณชายใหญ่พยักหน้าแต่สายตางี้จ้องแต่ม้วนภาพวาด เขาม้วนมันเก็บใส่กล่องและจับแน่นไม่ยอมปล่อย“...ทั้งนี้แล้วแต่ฟ่านเอ๋อ...”
สายตานั่นมันอะไร?จะบอกให้ฉันตกลงไปกับไอ้หมอนี่งั้นเหรอ?
ตอนนั้นเอง—
“เธอน่ะ ตอบตกลงเร็วๆ ก็ดีนะ”
สำเนียงพูดที่ฟังดูแปร่งหูสำหรับโลกนี้ดังขึ้นหันขวับไปทางต้นเสียงก็เห็นว่าเจินจูยืนอยู่ข้างๆ ขยิบตาให้ทีหนึ่ง
“นี่นาย...?”
“จุ๊ๆ”
“...หา...?”
อะไรกันเนี่ย...? นี่เขา...?อย่าบอกนะว่า...?
“ซื่อเม่ย...?” ต้าไท่ไทมองด้วยความเป็ห่วงฉันทำหน้าเหลอหลา
“เอ่อ...”
พอเจินจูขยับตัวไปจะขอกล่องคืนคุณชายใหญ่ก็เนียนเดินถอยหลัง ซ่อนกล่องไว้ด้านหลัง
“ฟ่านเอ๋อ...เ้าถูกครอบครัวขายให้แก่เรา นี่คือโอกาสเป็อิสระของเ้าโอกาสใช้ชีวิตวัยสาวของเ้าให้เต็มที่”
คุณชายใหญ่?! คุณชายใหญ่ไล่แล้ว! ภาพวาดนั่นมันอะไรกันแน่?! มีค่าเท่าหนึ่งชีวิตแต่มีค่าน้อยกว่าสามชีวิตสินะ!
“เราจะคิดถึงเ้า” เอ้อไท่ไทตัดบท อ้าวตัดหางปล่อยวัดแล้วเหรอ?! เอากับเขาด้วยเหรอเอ้อไท่ไท?! เราเคยผิดใจกันตอนไหน?!
“...” ฉันรู้สึกเจ็บใจเรารึก็หลงคิดว่าคนพวกนี้กลมเกลียวกันดี สุดท้ายไม่รู้หวังดีหรือพร้อมลาจากอยู่แล้วกันแน่!
“เป็อันตกลง!”เจินจูจบประโยคให้เสร็จสรรพผิงกั่วพ่ายเดินเข้ามาอย่างรู้งานและมาลากตัวฉันกลับห้องไปเก็บของ
เดี๋ยว แล้วความเห็นของฉันล่ะ?! ฮัลโหล?! มีใครฟังอยู่หรือเปล่า?!