เพลิงพิโรธ ตูม!!
“ฉันขอปิดฉากนะ”
มหาเวทย์แสงเหมันต์ทมิล!! บรึม!!!!
“อิอิ เป็นไง มหาเวทย์ของฉัน” เสียงแหลมใสของสตรีนางหนึ่งพูดด้วยความดีใจ
“จ้าๆ เยี่ยมมากเลยจ้า” ผู้หญิงสวมชุดนักเวทย์ระดับสูงสีขาวกล่าวเบาๆ
“เธอยังไม่หายซึมอีกเหรอ มิโกะ” เสียงแหลมใสเมื่อสักครู่ดังขึ้นอีกครั้ง พูดด้วยความเป็นห่วง ผู้พูดนี้ก็คือ มารรัตติกาลหรือเพื่อนปูเป้นั่นเอง
“ผ่านมาหกปี เราก็ยังหาออฟไม่เจอเลย แต่ฉันเชื่อว่าหากเราพยายามตามหาต่อไป ยังไงก็ต้องได้พบเขาแน่” มิโกะพูดด้วยน้ำเสียงที่ออกเศร้าๆ
“นั่นสินะ ระหว่างตามหาไอ้ออฟเราก็ต้องบุกเบิกดันเจี้ยนที่เป็นช่องต่อระหว่างทวีปนี้กับอีกทวีปหนึ่ง” เอกเป็นคนพูด
“แต่มันผ่านมาสี่ปี ก็ยังไม่มีกลุ่มไหนพิชิตชั้นเจ็ดได้เลย อีกอย่างเราไม่รู้ว่าดันเจี้ยนช่องต่อนี้มีกี่ชั้นด้วย” อาร์ตพูด
“แต่ถึงอย่างไรเราก็ต้องผ่านไปสู่อีกโลกหนึ่งให้ได้ ถึงแม้ว่าเราจะถูกขังอยู่ในโลกใบนี้ไม่สามารถออกไปสู่โลกแห่งความจริงได้ก็เถอะ” ชัยพูดเสริม
โลกอินฟินิตี้ออนไลน์บัดนี้เปรียบเสมือนโลกอีกใบที่เหล่าผู้เล่นต้องอาศัยอยู่ ย้อนกลับไปเมื่อห้าปีก่อนในโลกอินฟินิตี้ ได้เกิดความโกลาหลขึ้นเมื่อผู้เล่นทั้งหมด ไม่ว่าเป็นหรือตาย ได้ถูกบางอย่างดึงเข้ามาสู่
อวาตาร์ในโลกแห่งนี้ และถูกกักขังไม่สามารถออกไปได้แม้กระทั่งเหล่าจีเอ็มก็ถูกดึงมาด้วย ส่วนในโลกแห่งความจริงนั้นได้มีร่างจริงของผู้เล่นจำนวนมากที่ถูกทิ้งโดยไร้วิญญาณและเมื่อไม่มีสารอาหารหล่อเลี้ยงร่างจริงก็สิ้นชีวิตไปในที่สุด แต่ทว่าถึงแม้ร่างจริงจะสิ้นไปแล้ว แต่วิญญาณยังอยู่ในร่างอวาตาร์ การดำเนินการของชีวิตหลังความตายจึงแปรปรวน เพราะเหล่านิริยบาลมิสามารถตามหาดวงวิญญาณเหล่านั้นได้ แม้กระทั่งคนที่ตายแล้วก็ยังมิวายถูกดึงวิญญาณมาในโลกอินฟินิตี้นี้
เหล่าจีเอ็มไม่สามารถติดต่อกับผู้ดูแลระบบด้านนอกได้ และภายนอกก็ไม่สามารถติดต่อเข้าไปได้สิ่งลึกลับสีดำนั่นที่เปรียบเสมือนซุปเปอร์คอมพิวเตอร์ได้หายไปอย่างไร้ร่องรอย อีกอย่าง สิ่งที่เรียกว่าระบบของเกมนั้น บัดนี้ไม่มีอีกแล้วอะไรที่อยู่ในการควบคุมของบริษัทได้ถูกตัดขาด และเกิดการควบคุมอัตโนมัติขึ้น อีกอย่างเวลาของโลกนี้ได้แปรเปลี่ยนไปตั้งแต่ทุกคนถูกดึงเข้ามา
แรกๆ ผู้เล่นก็แตกตื่นและตกใจโวยวายกับเรื่องเหล่านี้ และเพื่อที่จะได้ออกจากโลกอินฟินิตี้นี้ก็ได้รวมกลุ่มกันบุกเบิกพื้นที่รวมถึงเหล่าจีเอ็มก็เข้าร่วมด้วยเพียงแต่ว่าระบบหรือสกิลโกงๆของจีเอ็มได้ถูกลบไปหมด เหลือเพียงพลังบางส่วนและฝีมือ ทุกคนที่รวมกลุ่มกันหวังว่าหากเคลียเกมนี้ได้ก็จะได้ออกไป แต่ทว่าผ่านไปสองปีในเกม เหล่าผู้เล่นกลับเปลี่ยนใจและหันไปใช้ชีวิตอยู่ในเมืองบ้าง ที่ต่างๆ บ้างก็ใช้ชีวิตอย่างอิสระในโลกนี้เพราะถึงแม้จะฆ่าใครตายก็ไม่ติดตัวแดง แถมยังตายแล้วเกิดใหม่การสนองตัณหาจึงเริ่มเกิดขึ้น
ส่วนระบบกิลด์ ยังอยู่ดีทุกอย่าง พนักงานที่เป็น NPC นั้นก็ทำหน้าที่ตามปกติของพวกเขาเพราะเขาไม่รู้เรื่องด้วยนะสิจึงทำหน้าที่ของตัวเองไป
มิโกะ ทีแรกเมื่อรู้ว่าออฟหายไปก็ตามหามาตลอดรวมถึงเพื่อนๆของออฟก็พยายามติดต่อทุกวิถีทาง แต่ก็ไม่สามารถติดต่อได้เลย จนพวกเขาเกือบจะถอดใจกันแล้ว ยกเว้นมิโกะนะ
แต่เมื่อเกิดเหตุการณ์แปลกประหลาดที่จู่ๆก็ดึงพวกเขาเข้ามาในเกม และได้ทราบว่า เกมนี้มันดึงมาแม้กระทั่งคนที่ตายแล้ว ผู้ได้เคยเข้ามาในเกมนี้จะถูกดึงมาทั้งหมด เมื่อทราบข่าวนี้พวกเขาจึงได้ฮึดสู้ และตามหาออฟต่อไปและหวังว่าจะได้เจอในสักวัน ส่วนในเรื่องกิลด์ ตอนนี้ทั้งเจ็ดคนมิได้สังกัดกิลด์ไหนทั้งสิ้นเพราะพวกเขารอหัวหน้ากิลด์กลับมา จึงไม่มีใครถอดถอนรายชื่อออก แม้ว่ากิลด์จะหายไปก็ตามเแต่เมื่อได้รับการยืนยันตัวตนของหัวหน้ากิลด์หรือตัวตนของออฟกิลด์ก็จะกลับมาอีกครั้ง เพราะพวกเขาเคยสอบถามแล้วนะสิ จากตาลุงหน้าโหดนั่นแถมลุงแกยังบอกว่า สาเหตุที่กิลด์หายไปก็เพราะยังตั้งกิลด์ไม่ครบเจ็ดวันตัวหัวหน้าก็หายไปจากระบบโดยไร้ร่องรอย เพราะพวกเขาตั้งกิลด์โดยใช้ป้ายมันจึงเป็นแบบนี้แหละ ถ้าอยากจะเปลี่ยนกิลด์ไหม่ก็ยกเลิกรายชื่อจากกิลด์นี้ซะแล้วกิลด์นี้ก็จะหายไปจากนั้นพวกเธอก็สามารถตั้งกิลด์ใหม่ได้แต่หากรายชื่อพวกเธอยังอยู่ กิลด์นี้จะยังไม่หายไปเพียงแต่พวกเธอจะไม่ได้รับสิทธ์ของกิลด์ใดๆทั้งสิ้นรวมไปถึงการสังกัดกิลด์ใหม่ด้วย นอกจากหัวหน้ากิลด์จะมายืนยันอีกครั้ง
“มิโกะ ฝนว่าเรากลับเมืองกันเถอะ” ฝนที่เดินมาหามิโกะหลังจากที่ไล่เตะอาร์ตเสร็จแล้ว
“ค่ะ”
“เฮ้อ เธอควรจะกลับมาเป็นเหมือนเดิมได้แล้วนะ ซึมไปก็ไม่ได้อะไรขึ้นมาหรอก” ฝนพยายามปลอบมิโกะ
“ค่ะ” มิโกะก็ยังตอบเหมือนเดิมจนฝนท้อกับการปลอบแล้ว พาเธอและพรรคพวกกลับเมือง โดยที่ตอนนี้เอกกับชัยกำลังช่วยกันลากอาร์ตกลับไปในสภาพทีมีรอยไหม้ๆของรองเท้าฝังอยู่บริเวณหลังและลำตัว
อีกด้านหนึ่ง บริเวณถ้ำที่ผมโดนส่งไปยังอีกโลกหนึ่ง เป็นสถานที่ๆสงบ เงียบงัน ไม่มีวี่แววของผู้เล่นอยู่เลย บัดนี้ได้มีบุรุษหนุ่มคนหนึ่งโผล่ออกมาจากช่องมิติที่ถูกเปิดออกโดยอาวุธทั้งสี่ เมื่อถึงที่หมายแล้วอาวุธเหล่านั้นก็กลายเป็นแสงพุ่งเข้าร่างของบุรุษนั้นทันที
ตุบ!
เสียงของร่างกายที่หล่นลงมากระทบพื้นถ้ำร่างนั้นไร้การขยับเขยื้อนใดๆ ชุดนักเวทย์ของอีกโลกในสภาพที่ขาดนั่นนิดนี่หน่อย ที่บุรุษนั้นสวมอยู่บ่งบอกได้ทันที่เลยว่า เขาคือ ออฟ หรือผมเองแบบว่าใช้พลังมากเกิ๊นจนออกมาสภาพอย่างที่เห็นนี่แหละครับคงต้องใช้เวลาฟื้นฟูอีกหลายวันกว่าจะกลับมาเต็มอีกครั้งซึ่งผมก็ขี้เกียจฝืนสังขารไปสำรวจอ่ะนะ พักผ่อนด้วยการนอนหลับสักหน่อยละกัน
ผ่านไปครึ่งวัน ตอนนี้ก็เป็นช่วงเวลากลางคืนพอดีผมจึงลุกขึ้นมาขยี้ตา แล้วนอนต่อรอพรุ่งนี้เช้า หุหุ(แล้วจะลุกมาทำไม)รอให้พลังฟื้นฟูก่อนแล้วพรุ่งนี้ค่อยเช็คสถานะ และแล้วก็ถึงตอนเช้า ผมก็ลุกขึ้นมานั่งสมาธิก่อนหนึ่งชั่วโมง จากนั้นก็สำรวจร่างกาย ขยับไปๆมาๆ ดูเหมือนว่าพลังจะฟื้นมานิดหนึ่ง ทั้งๆที่ใช้เวลาทั้งคืนเนี่ยนะ
“เฟิร์ส ช่วยเช็คสถานะอัตราการฟื้นฟูพลังให้หน่อยสิครับ” ผมกล่าวกับกำไล
“ไม่สามารถทำได้ค่ะ” เฟิร์สตอบด้วยน้ำเสียงที่ใส
“อ่าว ทำไมถึงเช็คไม่ได้ละครับ”
“ระดับของนายท่านสูงเกินไปค่ะ แถมอัตราการฟื้นฟูพลังก็ไม่อยู่กับที่เดี๋ยวช้าเดี๋ยวเร็ว ส่วนค่าพลังต่างๆดิฉันวัดไม่ได้ค่ะ เนื่องจากกำไลระดับ X วัดค่าพลังได้แค่หลักล้านล้านล้านล้านล้านหน่วยค่ะ ตอนนี้มีแต่ค่าสถานะอย่างเดียวที่วัดไม่ได้ ส่วนสกิล ทักษะ และอื่นๆยังอยู่ตามปรกติค่ะ” เฟิร์สเริ่มอธิบาย
“สรุปง่ายๆคือค่าสถานะของผมเกินล้านสินะครับเลยวัดไม่ได้” ผมทวนคำอธิบายของเฟิร์ส
“ไม่ใช่ล้านค่ะ ล้านล้านล้านล้านล้าน ต่างหาก” เฟิร์สสวน
“อืม ห๊ะ อะไรนะครับ มากกว่าล้านๆ เฮ้ยเป็นไปได้ยังไงครับ” ผมอุทานออกมา
“มันเป็นไปแล้วค่ะ “
“แล้วระดับคลาสของผมล่ะครับ” ผมถามอีก
“เกินระดับซิวส์ตั้งแต่ออกมาจากภพอสูรแล้วค่ะเพียงแต่พลังเจ้านายโดนอะไรไม่รู้ผนึกไว้แค่นั้นเอง” เฟิร์สตอบ
“เอ้า แล้วตอนนี้ผมอยู่ระดับไหนล่ะครับเฟิร์ส”
“ไม่รู้ค่ะ เพราะไม่เคยมีมาก่อน” เฟิร์สตอบ
“เฮ้อ ตอนนี้พวกมินนี่เป็นไงบ้างก็ไม่รู้”ผมบ่น
“สบายดีค่ะ ตอนนี้พวกเธอกำลังเลื่อนระดับคลาสอยู่ค่ะ ใช้เวลานานและไม่ควรไปรบกวนตอนนี้นะคะ”
“ครับๆ เดี๋ยวผมออกไปข้างนอกละไปหาอะไรทานก่อน” ผมตอบแล้วเดินไปเพราะรู้สึกว่าร่างกายยังเพลียๆอยู่เลยไม่อยากฝืนใช้พลังมากไป พอดีผมยังไม่รู้ครับ ว่าพลังมันใช้ได้ตามปกติส่วนที่ร่างกายเพลียนั้นเกิดขึ้นเพราะต้องปรับสมดุลร่างกาย เนื่องจากเดินทางข้ามจักรวาลเร็วเกินไปจึงเกิดการกระจายสมดุลบางส่วน แต่ไม่ต้องห่วง อีกสามวันก็กลับมาเป็นปกติแล้วหุหุ
เดินไปๆมาๆ ก็หลงป่า สุดท้ายก็ต้องพึ่งแผนที่จากเฟิร์สจนได้ ผมเดินตามทางที่เฟิร์สบอกเรื่อยๆหิวเมื่อไหร่ก็หยิบอาหารกระป๋องมาทานไปด้วยเดินไปด้วย ก็มันไม่เหนื่อยนี่แต่เพลียอ่ะ เลยไม่มีปัญหา มั้ง ผมก็เดินไปเรื่อยๆไปเรื่อยๆ ชมนกชมไม้ไปตามทาง รู้สึกว่าจะเพลียนิดหน่อยแฮะ แต่ก็คงไม่เป็นไรหรอก เดินต่อไปและในที่สุด
“อืม ที่ไหนเนี่ย เห ไม่ใช่ป่านี่นา อืม นึกไม่ออกแฮะว่ามาถึงนี่ตอนไหน” ตอนนี้ผมกำลังครุ่นคิดถึงความเป็นมาว่าผมมาถึงห้องนอนนี่ได้ยังไง บริเวณห้องถูกประดับไปด้วย หนังสือเล่มหนาๆ สิบกว่าเล่ม ดาบไม้เล็กๆ สองเล่ม แล้วก็ถาดอาหารถาดนึง ใช่อาหารอิอิ
ผมไม่รอช้าคว้าของที่อยู่ในถาดนั่นมาทานทันที เป็นขนมปังสอดไส้ผลไม้ที่นุ่มและอร่อยมากแถมยังมีกับข้าวอีกสองอย่าง ข้าวสวยอีกจานนึง ของอร่อยๆทั้งนั้นเลย อิอิและแล้วก็หมดลงด้วยระยะเวลาอันสั้น
“อา รู้สึกสดชื่นดีแฮะเหมือนว่าพลังจะฟื้นฟูจนเต็มแล้ว ทีนี้ก็ต้องออกตามหาอีกสามขุนพลแล้วเริ่มตะลุยทันที” แล้วผมก็ยืดเส้นยืดสายนิดหน่อย จากนั้นก็เปิดประตูห้องลงไปด้านล่าง อืม รู้สึกว่าบ้านจะดูดีมากเลยแฮะ อาเห็นแล้วครับ คนสี่คนกำลังนั่งทานข้าวอยู่ด้านล่างนี่เอง
........................................................