ยานขนส่งถูกปล่อยออกจากฐานปล่อยยานไปนานแล้วท่ามกลางความตื่นตาตื่นใจของผู้คนนับหมื่นที่มาเฝ้ารอเป็สักขีพยานให้กับเหตุการณ์แห่งประวัติศาสตร์ในครั้งนี้ การเดินทางอันแสนไกลไปยังโลกใบใหม่ถูกเฝ้าจับตามองจากทุกๆ คน ในวันที่มีความเชื่อกันว่าโลกใบนี้ใกล้ถึงวันล่มสลายและโลกไม่ใช่ที่ที่เหมาะจะดำรงชีวิตอีกต่อไป
ท่ามกลางปัญหาต่างๆ ถูกก่อตัวขึ้นอย่างมากมาย ทั้งการระบาดของไวรัสภาวะโลกร้อน แผ่นดินไหว สภาวะอากาศแปรปรวนที่เกิดขึ้นโลกและอาจรวมถึงการก่อาในดินแดนต่างๆล้วนแล้วแต่เป็ตัวเร่งให้โลกของเราเลวร้ายลงไปอย่างรวดเร็ว
โครงการ New World จึงถูกก่อตั้งขึ้น จากนักวิทยาศาสตร์กลุ่มเล็กๆ ที่ร่วมลงทุนเพื่อแสวงหาดินแดนแห่งใหม่จากดวงจันทร์ ดาวอังคาร และดวงดาวอีกหลายๆ ดวง จนกระทั่งประสบความสำเร็จเมื่อมีการนำยานสำรวจลงจอดบนดาวเคราะห์น้อยที่มีชื่อว่า ซีรีส เป็ผลสำเร็จเมื่อสิบกว่าปีก่อน จุดเริ่มต้นจากแหล่งน้ำอันน้อยนิดนำไปสู่ความพยายามที่สร้างอาณานิคมแห่งใหม่ แม้ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาจะยังไม่มีความสำเร็จใดๆ แต่จากความพยายามครั้งล่าสุด ทำให้มีความเป็ไปได้ว่าดาวดวงนี้มีโอกาสที่จะแปรสภาพให้กลายเป็ที่พำนักของมนุษยชาติได้ในอนาคต
ตามแผนปฏิบัติการที่ทาง New World ได้ประกาศไว้ นี่เป็ครั้งที่ 3 แล้ว ที่ได้ส่งมนุษย์ไปยังดาวซีรีส โดยสองครั้งแรก เป็การส่งแบบลับๆ ตามที่ได้แถลงต่อประชาคมโลกเมื่อ5 ปีที่แล้ว มีการนำนักสำรวจเพื่อขึ้นไปสำรวจพื้นที่ทั้งหมดของดาวเคราะห์น้อยซีรีส จนพบสิ่งที่เชื่อว่าจะเป็แหล่งน้ำ และพื้นดิน อันเป็การจุดประกายไปสู่ความหวังที่จะนำมนุษย์ไปตั้งถิ่นฐาน สองปีต่อมา ช่างฝีมือก็ถูกส่งขึ้นไปสร้างที่พักอาศัยอาคารสำนักงานต่างๆ เพื่อรองรับการอพยพในครั้งต่อไป และครั้งนี้เป็ครั้งแรกที่มีการประกาศรับสมัครอาสาสมัครสำหรับคนทั่วไปเพื่อเข้าร่วมโครงการ กระบวนการคัดเลือกได้กระทำมาเป็ระยะเวลาหนึ่งแล้ว การเดินทางในวันนี้จึงได้รับความสนใจเป็พิเศษโดยกลุ่มคนที่เดินทางในวันนี้ เป็ชาวเมืองที่ผ่านการทดสอบ ที่ถูกส่งขึ้นไปเพื่อเตรียมทดสอบและเตรียมความพร้อมสำหรับคนกลุ่มใหญ่ที่จะตามมาในภายหลัง แม้จะเป็เพียงจำนวนแค่ 10 คนแต่ก็ถือว่าเป็ก้าวย่างที่สำคัญสำหรับอนาคต เพื่อที่ดาวดวงใหม่ไม่ต้องพึ่งพิงโลกใบนี้อีกต่อไป
หลายปีมาแล้วที่โครงการนี้เป็ที่วิพากษ์วิจารย์อย่างกว้างขวางทั้งจากนักวิชาการ นักวิทยาศาสตร์ รวมถึงประชาชนในพื้นที่ต่างๆ ที่มองว่าโลกนี้ยังไม่ได้เลวร้ายถึงขนาดที่จะต้องทิ้งไปหาที่อยู่แห่งใหม่ หากร่วมมือกันจริงวิกฤตต่างๆน่าจะแก้ไขได้ไม่ยาก แต่การเดินหน้าต่อไปของNew World ก็สร้างความหวังอย่างมหาศาลให้กับคนอีกไม่น้อยเช่นเดียวกัน ภาพของคนกลุ่มเล็กๆในชุดอวกาศแบบที่เห็นกันในหนังไซไฟ ถูกส่งมาให้คนบนโลกนี้ได้ดูแม้จะเป็เพียงแค่คลิปสั้นๆ ไม่กี่นาที แต่ก็สร้างความตื่นเต้นและเป็แรงบันดาลใจให้เด็กยุคใหม่ ที่อยากจะก้าวตามความฝัน การได้ขึ้นไปอยู่บนนั้นบนโลกใบใหม่ มันได้กลายเป็เป้าหมายของทุกๆ คนไปแล้ว
แสงแดดในตอนเที่ยงค่อนข้างจะร้อนอบอ้าวผู้คนส่วนใหญ่เริ่มทยอยกลับกันไปหมดแล้ว แต่ก็ยังมีเด็กชายสองคนที่ยังคงอยู่บริเวณเนินสูงก่อนถึงทางลาดลงไปสู่ฐานปล่อยยานอันเป็จุดที่ดีที่สุดในการเฝ้ามองดูยานอวกาศ ทั้งสองคนยังคงนั่งอยู่ตรงนั้นั้แ่เช้าตรู่ตามประสาเด็กๆ พวกเขาจะให้ความสำคัญกับวันนี้อย่างมาก ด้วยแววตาที่มีความหวัง ด้วยความเชื่อว่า สักวันหนึ่งโอกาสของพวกเขาต้องมาถึง
...โอกาสที่จะได้ไปใช้ชีวิตยังโลกใบใหม่ที่ทุกคนเฝ้าฝันถึง...
……………………………………………………………………………….
ซีรีสเด็กชายวัยท่าทางฉลาดหลักแหลม จ้องมองไปบนท้องฟ้าด้วยแววตาแห่งความหวังเขาฝันมาตลอดว่าสักวันหนึ่ง เขาต้องไปอยู่บนนั้นให้ได้เขาเกิดมาในวันที่มีการสำรวจดาวดวงนั้น แม่ของเขาจึงตั้งชื่อเขาตามดาวดวงใหม่ แม้ตอนนี้แม่ของเขาจะไม่ได้อยู่ด้วยกันอีกแล้วแต่ซีรีสเชื่อว่า ชื่อนี้ ก็เป็เหมือนกับความปรารถนาของแม่ที่อยากให้เขาได้สานต่อความฝันให้เป็จริงให้ได้ ถัดไปช้างๆ เขาคือ วิล เพื่อนสนิทของซีรีสที่ไม่ได้สนใจอะไรมากนักเขามาที่นี่เพียงเพราะซีรีสเพื่อนรักของเขาลากตัวเค้ามาก็เท่านั้น เขาคิดเสมอว่า ต่อให้เขาอยากไปอยู่บนนั้นมากแค่ไหนแต่เขาคงต้องอยู่ที่นี่ อยู่บนโลกใบนี้ไม่มีทางเลยที่คนอย่างเค้าจะผ่านการคัดเลือกที่แสนจะยากเย็นเพื่อให้เค้าได้ขึ้นไปบนนั้น
“ฉันว่าเราน่าจะกลับกันได้แล้วนะ นี่มันกี่โมงแล้วนี่” วิลพูดพลางลุกขึ้นยืนพร้อมกับกับบิดี้เีอ้าปากหาว
“ทำท่าแบบนั้นหิวแล้วละสิ นายกลับไปก่อนก็ได้นะ ฉันขออยู่ต่ออีกสักนิด” ซีรีสพูดเสียงเรียบๆพร้อมกับถามขึ้นว่า
“นายว่าข้างบนนั่นมันเป็ยังไงบ้างนะ”
“ไม่รู้สิ มันคงไม่มีอะไรดีไปกว่าโลกนี้เท่าไหร่หรอกมั้งก็เห็นเขาบอกว่าไปกัน 2-3 รอบแล้ว แต่ไม่เห็นจะมีอะไรมาให้ดูเลย ถ้ามันดีจริงๆก็คงจะมีอะไรมาให้ดูกันบ้างแหละ” วิลตอบเบาๆ
“นายก็พูดไปได้ก็เขาบอกแล้วไง ว่าขอเก็บทุกอย่างเป็ความลับไว้ก่อน เพราะตอนนี้หลายๆ อย่างยังไม่เข้าที่เข้าทางอีกไม่นานหรอก คงจะมีรูปสวยๆ มาฝากเราแน่ ไม่แน่นะ คนที่ไปรอบนี้อาจจะเป็คนที่กลับมาเล่าเื่สนุกๆ ให้พวกเราฟังก็ได้ หรือไม่ก็อีกสองปีพวกเราก็สามารถขึ้นไปบนนั้นได้แล้ว เมื่อถึงตอนนั้น เราจะเห็นมันด้วยตาของเราเองจะไม่ดีกว่าเหรอ เราต้องไปด้วยกันนะวิล” ซีรีสพูดออกมาด้วยแววตาสดใส
“อย่างนายคงไม่ยากหรอกแต่ฉันสิ จะผ่านการทดสอบกับเค้าได้ยังไง” วิลพูดด้วยน้ำเสียงเศร้าๆ
ซีรีสเดินมาโอบไหล่เพื่อนรักพร้อมกับพูดด้วยความมั่นใจ“เชื่อสิ ฉันต้องขึ้นไปบนนั้นให้ได้ และนายก็ต้องไปกับฉัน”
“ก็แน่อยู่แล้ว อย่างนาย ยังไงก็สอบผ่านอยู่แล้ว แต่ฉันสิ จะทำอะไรได้” วิลพูดออกมาด้วยความเศร้าใจ
“ก็จริงของนาย ว่ากันว่า โครงการนี้คัดเลือกคนกันเข้มงวดมากใครได้ไปนี่สุดยอดจริงๆ เมื่อกี้ฉันแอบเห็นรุ่นพี่ของเราคนนึง อยู่ในกลุ่มนั่นด้วยโคตรเท่ห์เลย” ซีรีสตั้งข้อสังเกต
“นายแพทริคนั่นเหรอหมอนั่นหนะ เก่งรอบด้านอยู่แล้ว แถมยังเป็นักกีฬาอีกด้วย”
“นั่นสิแต่เื่นั้นฉันไม่ห่วงหรอก” ซีรีสพูดน้ำเสียงเศร้าๆ
“พ่อนายยังต่อต้านนิวเวิร์ลอยู่อีกละสิ”
“นั่นสิเห็นแกอยู่เฉยๆ แบบนั้นนะ กับฉันนิ แกค้านหัวชนฝา ยังไงก็ไม่ยอมเลย อย่าว่าแต่ไปบนโน้นเลยเมื่อเช้ากว่าจะออกมาได้ ก็ต้องทะเลาะกันอยู่นานจะให้ฉันนอนดูถ่ายทอดสดอยู่ที่บ้าน”
“ฮ่า.....ดูถ่ายทอดสดเนี่ยนะ จะสนุกอะไร ออกมาแบบนี้สิสนุกกว่า” วิลหัวเราะเสียงดัง
“ฉันละไม่เข้าใจพ่อจริงๆอ้างมาได้ว่า คนเยอะ กลัวจะไม่ปลอดภัย ฉันไม่เห็นมีอะไรน่ากลัวเลยชอบคิดว่าฉันเป็เด็กไปได้”
“เห้อ ต่างกับพ่อฉันลิบลับ อยากไปไหนก็ไปไม่เคยถามไม่เคยยุ่งเลย” วิลบ่นกับตัวเอง
“นายถึงได้มีอิสระในชีวิตต่างกับฉันถูกตีกรอบซะจนทำนู้นก็ไม่ได้ ทำนี่ก็ไม่ดี ค้านไปซะหมดทุกอย่าง”
“อย่างน้อยนายก็มีฉันที่ไม่เคยค้านอะไรไปไหนไปกันอยู่แล้ว แต่ตอนนี้หิวแล้ววะ นายปลุกฉันั้แ่เช้ามืด นี่ก็เที่ยงแล้วยังไม่ได้กินอะไรเลย” วิลเปลี่ยนเื่กระทันหัน
“ได้ๆๆๆๆไปก็ไป ชั้นก็หิวเหมือนกัน ว่าแต่จะไปหาไรกินที่ไหนดี ไปบ้านชั้นดีมั้ยพ่อคงทำอะไรอร่อยๆ ไว้ให้ ถึงจะดูใจร้ายแบบนั้นแต่พ่อก็ไม่เคยปล่อยให้ฉันอดอยู่แล้ว”
“แหวะไม่เอาด้วยหรอก อร่อยของพ่อนาย คงหนีไม่พ้นแพนเค้กแข็งๆ นมเย็นชืดๆ เราแวะหาอะไรเอาแถวนี้ก็ได้”
“ฮ่า.....นายนี่รู้ใจพ่อฉันจริงๆ เลยนะ งั้นไปไหนกันดี”
”ร้านป้ามิลินดีกว่า”ทั้งสองพูดออกมาพร้อมกัน
“ดีเลยจะได้ไปหาไอรีนด้วย ฉันละสงสัยจริงๆ ทำไมวันนี้เธอไม่ยอมออกมากับพวกเราเล่นหายเงียบไปั้แ่เมื่อวานแล้ว ชักเป็ห่วงแล้วสิ” วิลพูดพร้อมกับทำสีหน้าสงสัย
“นั่นสินะปกติเธอไม่เคยปฏิเสธออยู่แล้ว หรือว่าอาจจะไม่สบายเราไปเยี่ยมเธอหน่อยก็ดีเหมือนกัน”
“ยัยนั่นนะจะป่วยไม่มีทางหรอก ไปถึงบ้านแล้วก็รู้ ไปกันไปกัน” วิลพูดพลางออกวิ่งนำไปอย่างรวดเร็ว
“รอฉันด้วยสิวิล” ซีรีสะโไล่หลังพร้อมออกวิ่งตามเพื่อนรักมาติดๆ
สองเพื่อนรักวิ่งมาถึงหน้าร้านขายอาหารเล็กๆที่ตั้งอยู่ตรงริมถนนใหญ่ของเมือง แม้จะอยู่ในเขตนอกเมืองออกมาหน่อย แต่ในยามนี้ ก็มีลูกค้าเกือบเต็มร้านร้านนี้ถูกตกแต่งอย่างสวยงามให้เป็ร้านขายอาหารสำหรับชาวเมือง ถัดไปทางหลังร้าน ถูกตกแต่งให้เป็บ้านพักของสองแม่ลูก แม้จะเป็ร้านเล็กๆ แต่ขึ้นชื่อเื่ความอร่อยและน้ำใจที่แสนงามของเ้าของร้าน ร้านนี้จึงคลาคล่ำไปด้วยผู้คนที่แวะเวียนมาอย่างไม่ขาดสาย
วิลผลักประตูเข้าไป ในเวลาเที่ยงแบบนี้โต๊ะทุกตัวในร้านถูกจับจองไว้เกือบหมดแล้ว ส่วนใหญ่ก็เป็ผู้คนที่กลับมาจากสถานีอวกาศทุกคนต่างก็พูดถึงเหตุการณ์เมื่อเช้านี้ เด็กสองคนยืนเงอะๆ งะๆ อยู่ตรงประตูอยู่สักพัก กวาดสายตาไปทั่วร้านเหมือนมองหาอะไรบางอย่าง จนกระทั่งเลื่อนสายตาไปจนถึงหน้าเคาน์เตอร์ก็ได้พบกับผู้หญิงวัยกลางคนที่ยืนรอรับออเดอร์อยู่สายตาของหล่อนมองมาที่สองคนอยู่ก่อนแล้ว ทั้งสองจึงเดินตรงไปที่เคาน์เตอร์สั่งอาหาร
“รับอะไรจ๊ะพ่อหนุ่ม”เสียงแหลงเล็กของหล่อนดังขึ้น
“ไอรีนอยู่มั้ยครับ” วิลถามขึ้นทันที
“นี่พวกเธอเดินเข้ามาในร้านอาหารโดยไม่สั่งอาหารแถมยังถามหาแต่ลูกสาวเ้าของร้านเนี่ยนะ คิดอะไรอยู่หรือเปล่าพ่อหนุ่ม”เ้าของร้านทำเสียงดุหยอกเด็กทั้งสองคน เล่นเอาคนทั้งร้านหันมามอง
“เปล่าครับป้ามิลินเอ่อออ ผมมมม ผมแค่อยากจะเจอไอรีนอยากถามว่าเค้าหายไปไหนไม่เห็นไปดูการปล่อยยานเลย” วิลพูดแก้เขิล
“นี่ร้านขายอาหารนะจะทานอะไรก็สั่งมา ถ้าไม่สั่ง โน่น ประตู” ป้ามิลิน ทำท่าชี้มือออกไปทางประตู ทำเอาวิลหน้าซีดพูดอะไรไม่ออก
เมื่อเห็นสถานการณ์ไม่ดีซีรีสจึงได้ถามแทรกขึ้น
“วันนี้มีอะไรอร่อยๆ บ้างครับป้ามิลิน”
“เธอนี่ฉลาดเสมอเลยนะซีรีสร้านนี้อร่อยทุกอย่างแหละจ๊ะ ว่าแต่เธอจะทานอะไรละ”
“ขอพายกับนมก็แล้วกันครับ2 ชุดนะครับ” ซีรีสพูดพลางลากมือวิลออกไปหาที่นั่งภายในร้าน
ทั้งสองคนเดินไปนั่งที่โต๊ะเล็กๆริมหน้าต่าง พลางทำท่าทางกระสับกระส่าย
“ป้าแกเป็อะไรของแกปกติไม่เคยเป็แบบนี้เลย” วิลตั้งข้อสังเกต
“ก็แกเล่นถามถึงแต่ไอรีนป้าแกไม่มีไรหรอก คงแค่หยอกพวกเราเล่นนั่นแหละ แต่แกอย่าพูดอะไรก่อน ฟัง” ซีรีสพูดพลางทำท่าทางให้วิลเงียบพร้อมกับแอบฟังโต๊ะข้างๆ คุยกัน
“แกว่านิวเวิร์ลเค้าใช้เกณฑ์อะไรมาคัดเลือกคนว่ะแต่ละคนมันหน้าละอ่อนทั้งนั้น” ชายคนหนึ่งตั้งข้อสังเกต
“นั่นหน่ะสิพวกเราที่ไปสมัครกันเห็นๆ อยู่ว่าคนสมัครก็ไม่ได้มาก คิดอยู่ว่ายังไงต้องได้แน่กลับไม่ได้รับเลือก แต่กลับเลือกไอ้หน้าอ่อนพวกนั้น อยากรู้จังเค้าจะพาไปทำอะไรว่ะ” ชายอีกคนเห็นด้วย
“ใครจะไปก็ไปเถอะวะรอบหน้าฉันไม่เอาด้วยละ อยู่ที่นี่ก็สบายอยู่แล้ว จะดิ้นรนกันไปทำไม” ชายคนเดิมออกความเห็น ระหว่างนั้นก็มีเสียงจากอีกโต๊ะะโแทรกขึ้นมา
“แล้วพวกนายคิดว่าเค้าจะพาเด็กๆ พวกนั่นไปทำอะไรที่บนดาวโน้นเหรอ มันจะมีอะไรให้ทำหนักหนา ไม่หรอก ลองสังเกตดูสิ มีใครหน้าตาคุ้นๆบ้างมั้ย ไม่มีเลย เราอยู่เมืองนี้มานาน ก็น่าจะรู้จักกันมั่งแหละ แต่เปล่าเลย” ชายคนนั้นพูดเสียงดังจนได้ยินทั้งร้าน
“นึกว่ามีฉันคนเดียวซะอีกที่คิดแบบนั้นจะมีก็แค่ไอ้หนุ่มผมทองคนนั้นแหละ ที่พอจะคุ้นหน้าคุ้นตาอยู่บ้าง” ชายอีกคนพูดแทรกขึ้นมา
“เราก็อยู่ในนี้กันมาหลายปีแต่แทบไม่มีใครรู้เื่อะไรเกี่ยวกับพวกนิวเวิร์ลกันเลย มีเพียงยัยมาดามนั่นมาออกทีวีนานๆ ครั้ง จะดีกว่าข้างนอกนั่นก็แค่ว่ามีงานโน่นนี่ให้ทำเล็กๆ น้อยๆกับสวัสดิการที่ดีหน่อย เราโชคดีที่พวกนิวเวิร์ลดูแลเป็อย่างดี อยู่ในนี้เราไม่มีวันอดตาย ไม่งั้นคงได้แหกกำแพงออกไปกันแล้วละ” ใครสักคนพูดขึ้นมาจากมุมหนึ่งของร้าน
“อาหารกระป๋องพวกนั้นหนะเหรอที่นายบอกว่าดีกินจนหน้าจะเป็กระป๋องกันหมดแล้ว ไม่ไหวว่ะ น่าจะมีอะไรที่ดีกว่านี้บ้าง ถ้ามันดีจริง พวกเราคงไม่ออกมารวมตัวกันอยู่ในร้านนี้หรอก ถึงจะต้องจ่ายเงินแต่ถ้าอร่อยแบบนี้ก็ยอมจริงมั้ยคุณนาย” ชายคนเดิมทำปากหวานใส่เ้าของร้าน เล่นเอาเรียกเสียงหัวเราะกันทั้งร้าน
ระหว่างที่กำลังเพลินกับการแอบฟังคนอื่นคุยกันอยู่ป้ามิลินก็นำอาหารมาเสิร์ฟ พลางแจกยิ้มหวานไปทั่วทั้งร้าน พร้อมกับพูดเสียงหวานกับเด็กๆ
“นี่ไปแอบฟังเค้าอีกแล้วนะอย่าไปฟังอะไรจากคนพวกนี้เลย พูดพล่ามไปวันๆไม่ได้มีอะไรหรอก นี่จ๊ะนมกับพายอร่อยๆ สำหรับนายสองคน”ป้ามิลินพูดพร้อมกับยื่นจานใส่พายมาเต็มจาน เมื่อเห็นวิลทำท่าล้วงกระเป๋าจะเอาเงินมาจ่าย ป้ามิลินก็รีบพูดแทรกขึ้นมา
“สำหรับเธอสองคนไม่ต้องจ่ายเงินหรอกจ๊ะ”
ก่อนจะเดินกลับไปป้ามิลินหันมา
“ไปสิไปที่หลังร้าน ไอรีนคงมีเื่อยากจะคุยกับพวกเธอสองคน”ป้ามิลินพูดพร้อมกับชี้ทางให้สองคนเข้าไปหลังร้าน
คล้อยหลังจากป้ามิลินสองหนุ่มแอบส่งยิ้มให้กันเล็กน้อยต่างคนต่างหยิบอาหารของตัวเองแล้วรีบวิ่งแจ้นไปทางหลังร้านทันที
ด้านหลังร้านถูกตกแต่งให้เป็ที่พักอาศัยของเ้าของร้าน เมื่อเปิดประตูเข้าไปจะเป็ห้องรับแขกขนาดย่อมที่ถูกจัดไว้อย่างสวยงาม บนโซฟาเล็กๆ มีเด็กหญิงผมสีทองหน้าตาน่ารักกำลังนั่งจ้องทีวีด้วยความสนใจ ในมือถือรีโมท เปลี่ยนช่องไปมาอยู่ตลอดเวลา เมื่อเห็นสองคนนี้เดินเข้าไปเธอก็หันมามองด้วยสีหน้าตื่นเต้น พร้อมกับพูดเสียงรัวๆ ออกมา
“นี่เธอสองคนมาพอดีเลยมานี่ๆๆ ฉันมีอะไรให้ดู” เธอพูดแกมบังคับให้เพื่อนอีกสองคนนั่งลงข้างๆ
“อย่าเพิ่งพูดอะไรเลย ขอกินก่อนนะ คนมันหิว” วิลพูดพลางยัดพายใส่ปาก
“นายนี่นะห่วงแต่กินตลอด งั้นก้อกินไปเลย ไม่ต้องสนใจหรอก ซีรีส นายมาดูนี่ก่อน” ไอรีนยังคงไม่ละความพยายามที่ให้คนอื่นมาสนใจตัวเอง
“ก็ฉันดูอยู่นี่ไง”ซีรีสออกปากรับคำ
“นี่ๆนายดูนี่นะ ฉันว่ามันต้องมีอะไรไม่ชอบมาพากลแน่เลย” ไอรีนพูดพลางชี้ให้ซีรีสมองอะไรบางอย่างในทีวี
“อะไรของเธอเหรอไอรีน”วิลพูดในขณะที่มีขนมอยู่เต็มปาก
“นั่งลงก่อนแล้วมาดูนี่เลย” เธอพูดแกมบังคับ โดยที่สายตายังคงจับจ้องไปที่ข่าวในทีวีแบบไม่คลาดสายตา
ซีรีสและวิลนั่งลงข้างๆ ไอรีนแบบงงๆ
“นี่เธอลองสังเกตดูนะ”ไอรีนพูดพร้อมกับเอามือชี้ไปที่ทีวีที่กำลังเสนอข่าวการปล่อยยานอวกาศใน่เช้าที่ผ่านมา
“นี่นะพวกนายดู มีใครรู้จักใครสักคนในนี้มั้ยไม่มีเลย ฉันออกไปช่วยแม่ที่หน้าร้านบ่อยๆ คนเกือบทั้งเมือง ล้วนแล้วแต่เคยมาอาหารที่ร้านของฉันแต่พวกนี้ ไม่เลย ฉันไม่รู้จักสักคน ยกเว้นผู้ชายตัวโตๆ ผมบลอนด์คนที่ 5 ที่เดินขึ้นยานได้มั้ย ใช่ นั่นมันแพทริครุ่นพี่เรา ที่เพิ่งจบไป แล้วยังไง อย่าเพิ่งทำหน้างง ดูสิ คนอื่นๆ เค้ายิ้มแย้ม มีความสุขโบกมือทักทายไปทั่ว แล้วเ้าแพทริคนั่น สีหน้าดูเจื่อนๆ ดูไม่แฮปปี้กับเค้าเลย แล้วไอ้ท่าทางเก้ๆกังๆนั่น มันบอกว่า นายแพทริคไม่ได้ฝึกมาเพื่องานนี้เลย”
“นี่เธอกำลังจะบอกอะไรพวกเราเหรอไอรีน” วิลถามพลางยัดพายใส่ปากไม่ยอมหยุด
“ชั้นว่าโครงการนี้มันทะแม่งๆว่ะ ที่เห็นๆ อยู่นี่ไม่ใช่นักบินอวกาศเลย ฉันละสงสัยจริงๆ ว่านิวเวิร์ลจะพาคนพวกนี้ไปไหนกัน” ไอรีนสรุป
“นี่เธอจะสรุปเค้าเพียงเพราะนายแพทริคคนเดียวเนี่ยนะอะไรของเธอเนี่ย บ้าไปแล้ว” ซีรีสค้าน
“ใช่จะว่าชั้นบ้า ก็บ้า แต่สองสามวันมานี้ชั้นหาข้อมูลอะไรต่างๆ มาเยอะมากแล้วรู้มั้ยว่าเป็ยังไง ทุกอย่างเลิศเลอเพอร์เฟคมากโครงการนี้มันเลิศหรูซะจนเหมือนเป็การแสดง ฉันหวังจะเจอรายละเอียดอะไรบ้าง แต่ไม่มีเลยดาวดวงนั้นแทบจะไม่ต่างจากดวงจันทร์ มีแต่ฝุ่นและพื้นผิวเขรอะขระ มันไม่ง่ายเลยที่พวกนั้นจะไปอยู่ได้ แล้วอีกอย่าง ชั้นเฝ้าดูทีวีั้แ่เริ่มรายการ ก็ไม่เห็นเค้าจะนำเครื่องมืออุปกรณ์อะไรไปเลย พวกนายลองคิดดูสองครั้งแรก ที่เค้าไป ไปเมื่อไหร่ ไม่รู้ ไม่มีใครรู้ แล้วไหนละ ผลการสำรวจที่น่าจะเอามาบอกบ้างถ้าคนไปกันเยอะๆ ก็ต้องมีญาติหรือเพื่อนๆ ของคนนั้นๆ ออกมาพูดบ้างแหละแต่ไม่มีเลย ทุกอย่างเงียบกริบเหมือนกับพวกเราเป็เพียงคนดู เราอยู่ในนี้ถูกเลี้ยงดูอย่างดีแต่ไม่มีสิทธิรับรู้อะไรเลยเกี่ยวกับนิวเวิร์ลเลย แล้วยัยป้าแก่ๆ คนนั้น ท่านประธานอะไรหนะ”
“มาดามแคทเธอรีน” ซีรีสบอก
“ใช่มาดามแคทเธอรีน วันๆ ก็พร่ำแต่ความหวังกับดาวดวงใหม่พูดแต่ความน่ากลัวของสิ่งที่อยู่นอกกำแพง มีแต่ออกมาพูดปาวๆๆๆ แล้วก็ไป ชั้นไม่เคยเชื่อคำพูดของนางเลย ให้ตายสิบอกว่าโลกนี้อยู่ไม่ได้ คนเริ่มแออัดขึ้นทุกวัน แต่ไม่ยอมให้เราออกจากกำแพงบ้าๆนี่เสียที มีแต่คนของนิวเวิร์ลเท่านั้นแหละที่เข้าออกนอกในได้สบาย”
“ไม่มีใครรู้หรอกว่าข้างนอกนั่นมีอะไรหรืออันตรายแค่ไหน แต่พวกเราอยู่ในกำแพงนี่ก็สบายอยู่แล้ว” วิลแย้งออกมา
“พวกนายไม่เคยคิดเหรอว่าที่บอกว่าจะพาเราขึ้นไปอยู่บนโน้นแล้วมันจะสบาย ชั้นว่านะ บางที แค่รื้อกำแพงบ้าๆนี่ออก เราอาจจะสบายกว่าบนโน้นก็ได้ หรือนายคิดว่ายังไงละซีรีส” ไอรีนถามความเห็น
ตอนนี้ซีรีสนั่งหน้าเครียดพลางคิดถึงเื่ที่คนเค้าคุยกันในหน้าร้านเมื่อตะกี้นี้ เค้าแทบไม่ได้สนใจคำพูดของไอรีนด้วยซ้ำ
“อ้าวนั่งใจลอยอีกแล้วเพื่อนๆ ไอรีนถามนายอยู่นะ” วิลสะกิดซีรีสจนสะดุ้ง
“อะไรเหรอฉันไม่ได้ฟัง” ซีรีสถามขึ้นแบบงงๆ
“นายคิดว่ายังไงเห็นด้วยกับฉันมั้ย” ไอรีนคะยั้นคะยอถาม
“ไม่รู้สิแต่ที่เห็นๆ กันอยู่ ทุกวันนี้ เราก็อยู่กันสบาย เพราะมีกำแพงคอยกั้นทุกอย่างไว้ข้างนอกนั่นมีแต่ความยากลำบาก อากาศก็ไม่ดีเลย ไหนจะพายุ แผ่นดินไหว โรคระบาดไหนจะปัญหาร้อยแปดพันเก้า ที่ออกข่าวกันอยู่ทุกวัน เธอก็รู้ว่าจุดเริ่มต้นของกำแพงเพราะอยากจะปกป้องพวกเราจากสิ่งเลวร้ายพวกนี้ เราคือคนที่ได้รับคัดเลือกเพื่อเตรียมตัวไปสู่โลกใหม่ สำหรับพวกเรา ในนี้ปลอดภัยที่สุดแล้ว เพียงแค่รอเวลาขึ้นไปอยู่บนโน้น แต่ก็นะ ฉันไม่ได้ค้านความคิดอะไรแบบนั้นของเธอหรอกนะไอรีนเพราะที่เธอพูดมามันก็มีเหตุผลอยู่ และคงจะไม่ใช่เธอคนเดียวหรอกที่คิดแบบ อย่างน้อยก็มีหลายคนแล้ว ที่พูดกับฉันแบบนี้” ซีรีสทำเสียงเคร่งเครียด
“ฮ่าๆๆๆๆมีคนบ้าแบบยัยนี่ด้วยเหรอเนี่ย” วิลหัวเราะเยาะ
“ใช่ ก็เมื่อตะกี้ที่ชายคนนั้นพูด แล้วก็มีไอรีน พ่อของฉัน และ ท่านศาสตราจารย์” ซีรีสตอบ
“ใช่ๆ เราลืมท่านศาสตราจารย์ไปเลยคนบ้าที่ชาวเมืองทุกคนหัวเราะเยาะ วันนี้ก็ไม่ได้เห็นแกเลย ปกติแกจะไปยืนชูป้ายะโโหวกเหวกประท้วงนิวเวิร์ลอยู่ทุกๆงาน แต่แปลกจังทำไมวันนี้ไม่เห็น” วิลตั้งข้อสังเกต
“แกอาจจะเหนื่อยแล้วมั้งบ้าอยู่คนเดียวไม่มีใครสนใจ” ซีรีสตอบแบบขอไปที
“พวกเธอคิดว่าศาสตราจารย์จะหยุดไปดื้อๆ เหรอ ไม่มีทางหรอกมันต้องมีอะไรแน่” ไอรีนไม่เห็นด้วยกับซีรีส
“ถ้าอย่างนั้นมันต้องมีอะไรแน่ๆ” ซีรีสบ่นคนเดียวเบาๆ
“มีอะไรเหรอ”วิลถามด้วยความตื่นเต้น
“ไม่รู้สิฉันอาจคิดไปเอง ก็อย่างที่บอก ตอนี้เริ่มมีคนคิดแปลกๆ อยู่กันเยอะมากขึ้น แล้ววันนี้พ่อของฉัน ยัยนี่ และท่านศาสตราจารย์ ทั้ง 3 คน ไม่ได้ออกไปดูการปล่อยยานทั้งสามคนนั่งกินขนมอยู่หน้าจอทีวี ทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นในขณะที่คนทั้งเมืองไปกองอยู่ที่นั่น มันต้องมีอะไรแน่ๆ นี่...... ไอรีน บอกฉันมาเดี๋ยวนี้นะว่ามันยังไงกันแน่”ซีรีสคาดคั้นเอากับไอรีน
“ไม่รู้ชั้นยังคิดอะไรไม่ออกในตอนนี้ ฉันคิดว่าแค่ว่า ไอ้เื่พวกนี้มันทะแม่งๆมีบางอย่างไม่ชอบมาพากล บางทีนะ การได้มองอะไรจากรายการทีวีมันทำให้เรามองเห็นอะไรๆ จากหลายๆ มุม ที่พอจะมองเห็นการจัดฉากอะไรได้มากกว่าไปนั่งจ้องอยู่ในสนามท่ามกลางคนเป็หมื่นแบบพวกนาย”
“แล้วเธอเห็นอะไรบ้างละนอกจากนายแพทริคนั่น” วิลย้อนถาม
“ก็ไม่รู้ไงชั้นก็เห็นเท่าที่เห็น พูดเท่าที่พูด มันอาจจะมีหรือไม่มีอะไรเลยก็ได้ ไว้เราไปหาท่านศาสตราจารย์ด้วยกัน แล้วเราอาจจะเห็นอะไรๆมากขึ้นก็ได้” ไอรีนเสนอ
“เธอคิดว่าคนอย่างศาสตราจารย์จะยอมคุยกับพวกเราเหรอ” ซีรีสตั้งข้อสังเกตุ
“ทำไมจะไม่ได้ฉันเคยเสิร์ฟอาหารให้ท่านที่ร้าน ถ้ามาอีกฉันจะตีสนิทให้ได้” ไอรีนตอบ
“ฉันว่าเธอทำได้แน่ๆก็เธอกับศาสตราจารย์มันคนประเภทเดียวกัน” วิลกล่าวพลางหัวเราะ
“นี่เธอว่าฉันบ้าเหรอวิล”
“ฉันก็เห็นด้วยกับวิลนะ”ซีรีสพูดพร้อมกับหันไปหัวเราะกับวิล
........................................................