ยามอาทิตย์เริ่มท่อแสงสีทองเป็ประกาย แสงสุดท้ายของวันทอดสาดลงบนยอดเขาสูงใกล้สำนัก บรรยากาศสงบเงียบ มีเพียงเสียงลมพัดแ่ผ่านต้นสน มู่ไห่เฉินยังคงนั่งสนทนากับลุงหลี่เรื่อยเปื่อย สายตาของเขาจับจ้องไปยังดวงอาทิตย์ที่กำลังจะลับขอบฟ้า แต่ในแววตากำลังจ้องมองระยะเวลานับถอยหลังจากนาทีสู่นาที จนเหลือเพียงวินาทีสู่วินาที หัวใจมู่ไห่เฉินเต้นแรงจนแทบเก็บอาการไม่อยู่
ทันใดนั้น…
“ดาวน์โหลดวรยุทธ์ลุงหลี่สำเร็จ”
“ได้รับ ลมปราณเจ็ดดารา ขั้นพื้นฐาน ของสำนักเจ็ดดาราสะท้านภพ”
“ได้รับ เพลงหมัดเจ็ดดารา ขั้นพื้นฐาน ของสำนักเจ็ดดาราสะท้านภพ”
“ได้รับ เพลงกระบี่เจ็ดดารา ขั้นพื้นฐาน ของสำนักเจ็ดดาราสะท้านภพ”
“ได้รับ ประสบการณ์การต่อสู้ของลุงหลี่”
ทันทีที่อักษรเหล่านี้ปรากฏขึ้น ไห่เฉินก็ััได้ถึงพลังบางอย่างไหลเวียนอยู่ทั่วร่างกาย แม้ยังไม่สม่ำเสมอ แต่ความรู้สึกนั้นเปี่ยมไปด้วยความสดใหม่และเร้าใจ ราวกับร่างกายที่เคยว่างเปล่า ได้รับการเติมเต็มด้วยพลังชีวิตเป็ครั้งแรก
“ระดับยุทธ์ของท่าน : ขั้นฝึกกาย”
“กรุณาเลือกสุ่มแผ่นป้ายพัฒนาตัวเองจากสามในเก้า”
เบื้องหน้าปรากฏแผ่นป้ายเก้าใบ สิ่งนี้คล้ายกับเกมมือถือที่เขาเคยเล่น มู่ไห่เฉินจ้องแผ่นป้าย ก่อนใช้ความคิดเลือกสุ่มมาสามแผ่น
“หนึ่ง เพิ่มระยะการยกเลิกการดาวน์โหลดจากเป้าหมายเพิ่มขึ้นอีก สองเมตร”
“สอง ลดระยะเวลาในการดาวน์โหลดลง สิบ นาที”
“สาม สามารถดาวน์โหลดวรยุทธ์สูงสุดเป็ สองคน ในเวลาเดียวกัน”
เมื่อเห็นทั้งสามทางเลือก ดวงตาไห่เฉินพลันสว่างวาบ โดยเฉพาะข้อที่สามที่ชวนให้ตื่นเต้น หากทำได้ เขาย่อมพัฒนาตนได้อย่างก้าวะโ แต่ครั้นคิดตรึกตรองอีกครั้ง ตอนนี้สิ่งที่สำคัญมากที่สุดควรจะเป็การเพิ่มระยะการยกเลิกดาวน์โหลดมากกว่า เพราะหลังจากผ่านพ้นลุงหลี่ไปแล้ว ก็ไม่รู้จะไปดาวน์โหลดวรยุทธ์จากผู้ใดได้อีก แม้ระยะการดาวน์โหลดจะเพิ่มแค่ สองเมตร หากรวมของเดิมที่มีก็จะกลายเป็ ห้าเมตร คิดๆดูแล้ว ห้าเมตรนั้นถือว่าไกลขึ้นมากทีเดียว มันคงจะดีไม่น้อยหากจะใช้แอบดาวน์โหลดวรยุทธ์ของศิษย์ร่วมสำนักผู้อื่น ระยะห้าเมตรดูมีความเป็ไปได้มากที่สุด
“ท่านได้เลือกตัวเลือกที่หนึ่ง ระยะห่างที่จะยกเลิกการดาวน์โหลดกลายเป็ห้าเมตร”
“ไห่เฉิน ๆ … เ้าเหม่อลอยสิ่งใดอยู่” ลุงหลี่เอ่ยถามเมื่อเห็นเด็กหนุ่มนั่งนิ่งราวกับจมอยู่ในภวังค์
ไห่เฉินสะดุ้งเล็กน้อย เขาสูดหายใจลึก ก่อนลุกขึ้นยืน ถอยออกไปสองสามก้าว แล้วตั้งท่าเพลงหมัดตามที่เพิ่งได้รับมา หมัดแรกที่ซัดออกไปเต็มแรง เสียงลมแตกดังวูบ เกิดความมั่นคงและทรงพลังกว่าที่เคย
เขารีบคว้ากิ่งไม้ใกล้ๆมากิ่งหนึ่ง พลันวาดเพลงกระบี่เจ็ดดาราออกมาอย่างคล่องแคล่ว ท่วงท่าลื่นไหลงดงามราวกับฝึกฝนมานับหลายปี
ลุงหลี่ที่เห็นภาพตรงหน้า ถึงกับเบิกตากว้าง “เ้าเด็กนี่… โคจรลมปราณได้แล้วหรือ อีกทั้งยังร่ายเพลงกระบี่ได้อย่างสมบูรณ์เพียงนี้! ข้าพึงจะสอนพื้นฐานให้ไปเองแท้ๆ เหตุใดถึงจดจำท่วงท่าได้แม่นยำนัก เพลงกระบี่เช่นนี้… ยอดเยี่ยม ยอดเยี่ยมจริงๆ!”
มู่ไห่เฉินหัวเราะลั่นด้วยความปลื้มปิติ หมุนกายร่ายกระบี่ไปมา ก้าวแรกบนเส้นทางวรยุทธ์ของเขา ได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว
…
หลังจากมู่ไห่เฉินลาลุงหลี่แล้ว เขาก็เดินกลับเข้าสำนักด้วยจิตใจร่าเริง แต่ความสดใสนั้นกลับแปรเปลี่ยนทันที เมื่อเห็นเฮยอิงกับพรรคพวกสี่คนเดินสวนมาตรงหน้า
ในสายตาของไห่เฉิน ปรากฏอักษรลี้ลับขึ้นมา
“เฮยอิง ระดับทะลวงชีพจร ระยะเวลาดาวน์โหลดวรยุทธ์ สามสิบเก้าวัน เก้าชั่วโมง”
“โม่หลิง ระดับฝึกปราณ ระยะเวลาดาวน์โหลดวรยุทธ์ เจ็ดวัน สามชั่วโมง”
“หลงิ ระดับฝึกกาย วรยุทธ์ของท่านเทียบเท่าหรือสูงกว่าบุคคลผู้นี้ ใช่เวลาเพียง 10 นาทีในการดาวน์โหลด แต่ท่านจะได้รับประสบการณ์การต่อสู้จากคนผู้นี้เท่านั้น”
“หลงฮัว ระดับฝึกปราณ ระยะเวลาดาวน์โหลดวรยุทธ์ หกวัน ยี่สิบชั่วโมง”
มู่ไห่เฉินเห็นเช่นนั้นก็รีบหลีกทาง ก้มหน้าก้มตาลงอย่างเคยชิน ทว่ากลับถูกเสียงเรียกเย้ยหยันดังขึ้น
“นี่เ้าเศษสวะ ่นี้ดูขยันผิดหูผิดตานี่นา เหตุใดไม่รีบไสหัวออกจากสำนักไปเสียเล่า!”
หลงิเอ่ยพลางเอื้อมมือหมายจะคว้าไหล่มู่ไห่เฉิน
ทว่าไห่เฉินกลับยกมือขึ้นคว้าไว้แน่น ทำให้หลงิหน้าถอดสี “เ้า…!”
ด้วยความโมโห หลงิพลันซัดกระบวนท่าออกมาหลายหมัดติดกัน แต่ไห่เฉินกลับสามารถต้านรับไว้ได้อย่างน่าเหลือเชื่อ จนทั้งคู่แยกออกจากกันโดยมิได้เสียท่าให้กัน
พรรคพวกทั้งสี่เห็นดังนั้นก็พลันเกิดความคิดคล้ายกันอยู่ในใจ เ้าคนไร้ค่าที่เพิ่งเริ่มฝึกวรยุทธ์เมื่อไม่กี่วันก่อน เหตุใดจึงโคจรลมปราณได้แล้ว
“ไปกันเถอะ” เฮยอิงกล่าวเสียงเรียบก่อนจะหันหลังเดินจากไป ในใจเฮยอิงแม้จะรู้สึกประหลาดอยู่บ้าง แต่สำหรับเขาแล้วนี่ก็แค่วิชาพื้นๆ สิบปีทำได้แค่นี้น่าเวทนานัก
“ฝากไว้ก่อนเถอะ!” หลงิยังไม่วายหันมาข่มขู่แล้วจึงเดินตามหลังของกลุ่มไป
มู่ไห่เฉินเดินกลับไปยังห้องพักเก่าทรุดโทรมของตนเองด้วยใจที่สับสน แม้เขาจะเพิ่งััรสชาติแห่งความยินดีจากก้าวแรกของตนเองได้ไม่นาน แต่เพียงเจอเฮยอิง ความต่างของระดับวรยุทธ์กลับทำให้ความหวังนั้นดูเลือนรางเหลือเกิน
“ข้าเป็เพียงผู้ฝึกกายเท่านั้น ก้าวแรกของเส้นทางวรยุทธ์แท้จริงยังอีกห่างไกลนัก”
เขานั่งทอดกายลงเตียงด้วยท่าทีอ่อนล้า พลางระลึกถึงคำอธิบายที่ระบบเคยบอก
“ในยุทธภพมีลำดับขั้นทั้งหมด เจ็ดขั้น ประกอบไปด้วย:
– ขั้นฝึกกาย
– ขั้นฝึกปราณ
– ขั้นทะลวงชีพจร
– ขั้นก่อแก่นปราณ
– ขั้นจิตปราณมั่นคง
– ขั้นยอดยุทธ์
– ขั้นปรมาจารย์”
ตอนนี้เฮยอิงอยู่ในระดับทะลวงชีพจร ห่างกันจากเขาเพียงสองขั้น แต่หากจะก้าวตามให้ทันยังฟังกูยากเย็นนัก ต้องใช้เวลาดาวน์โหลดมากมายเพียงนั้น เื่นี้จะเป็ไปได้อย่างไร
มู่ไห่เฉินถอนหายใจยาว ความรู้สึกสิ้นหวังเกาะกุมใจ แต่แล้วความคิดหนึ่งก็ผุดขึ้น
“ไม่สิ… ข้ายังสังเกตเห็นสิ่งผิดปกติอยู่”
เขาเพ่งพิจารณาระบบที่เคยขึ้นกับศิษย์ในสำนักหลายคน พบว่ามีบางคนสามารถดาวน์โหลดวรยุทธ์ได้เพียงไม่กี่นาที เช่นหลงิ ขณะที่บางคนเดิมต้องใช้เวลาหนึ่งถึงสองวัน แต่บัดนี้กลับเหลือเพียงไม่กี่ชั่วโมงเท่านั้น
“แสดงว่า… หากข้ามีวรยุทธ์ใดอยู่แล้ว ระบบจะไม่ดาวน์โหลดวรยุทธ์ซ้ำอีกแต่จะได้รับเพียงประสบการณ์การต่อสู้ หากข้าเลือกเป้าหมายที่สามารถดาวน์โหลดได้ ข้าก็จะได้ประสบการณ์มากขึ้น ไม่แน่สิ่งนี้ก็อาจจะช่วยให้สามารถเติบโตในด้านการต่อสู้ขึ้นได้ อีกทั้งหลังการดาวน์โหลด ไม่แน่อาจจะได้เปิดแผ่นป้ายอีก อนาคตจะต้องง่ายดายกว่าเดิมในการดาวน์โหลดวรยุทธ์แน่นอน”
เมื่อคิดได้เช่นนี้ แววตาของมู่ไห่เฉินพลันฉายประกายแห่งความหวังขึ้นมาอีกครั้ง แปลว่ายิ่งดาวน์โหลดวรยุทธ์ศิษย์สำนักมากเพียงใด เขาก็ยิ่งพัฒนาตัวเองขึ้นทีละขั้น ถึงแม้จะเล็กน้อยแต่นี่ก็อาจจะช่วยลดระยะเวลาดาวน์โหลดของผู้ที่มีฝีมือมากขึ้นได้