ร่างหญิงสาวใบหน้ากระจ่างใส ผิวขาวผ่องตัวเล็กในชุดฮั่นฝูสีชมพูอ่อนนอนหลับใหลอยู่บนเตียง ทว่าหน้าท้องกลับไม่มีการกระเพื่อมขึ้นลงอย่างที่ควรจะเป็ ทันใดนั้น ดวงไฟกลมๆ ดวงหนึ่งก็ลอยออกมาจากร่าง ก่อนดวงไฟนั้นจะริบหรี่และสลายไปโดยไม่หลงเหลืออะไรไว้เื้ั
แทนที่ด้วยแสงไฟกลมๆ ที่สว่างไสวกว่าซึ่งดูดแสงรอบข้างเข้าไปรวมไว้ภายใน เหมือนกำลังฟื้นฟูความเหนื่อยล้าจากการเดินทางอันไกลโพ้น สุดท้ายก็ผลุบหายเข้าไปในร่างที่ว่างเปล่าจนกายเนื้อกระตุกเกร็งเล็กน้อย
ใครจะไปคิดว่าคนละร่างคนละจิติญญาดันผสานกันได้ดีอย่างไร้ที่ติ
เตียงไม้?
ทันทีที่ลืมตาขึ้นก็พบว่าตัวเองกำลังอยู่ในห้องจีนโบราณที่มีมู่ลี่บางๆ และเฟอร์นิเจอร์แบบจีนดั้งเดิมอยู่รอบห้อง
แถมบนเสาเตียงไม้ก็มีตัวอักษรสลักคำว่า ‘ฝู’ ที่เหมือนจะเป็ชื่อตระกูลฝังเอาไว้ให้ลูกหลานภูมิใจ
ชุดที่ใส่ตอนนี้มันจะแบ๊วไปไหม สมัยนี้มันจะมีใครมาใส่ชุดแบบนี้แล้วอยู่ในบ้านแบบนี้กันบ้าง อย่างน้อยเตียงก็ควรมีฟูกบางๆ สักหลังสิ
แถมบ้านกับข้าวของเครื่องใช้พวกนี้ปกติต้องไปกองกันอยู่ในพิพิธภัณฑ์หมดแล้ว ฉะนั้นเื่นี้ฟันธงการันตีได้เลย…
“ฝันแน่ๆ”
“คุณหนู! คุณหนูอย่าเพิ่งโมโหนะเ้าคะ” หญิงสาวในชุดเรียบๆ หน้าตาท่าทางดูอ่อนกว่าฉันนิดหน่อยถึงกับยืนลนลานตัวสั่นเหมือนไปฆ่าใครตาย “หนูปี้ไม่รู้ว่าคุณหนูตื่นแล้ว หนูปี้จะรีบไปเอาน้ำล้างหน้ามาเดี๋ยวนี้เ้าค่ะ”
แค่ลุกขึ้นมานั่ง ทำเหมือนฉันโชว์งอกเขาซาตานให้ดูไปได้
คนรีบวิ่งแจ้นออกไปจากห้องให้ฉันโล่งใจได้ไม่นานย้อนกลับเข้ามาพร้อมชามน้ำและผ้าเช็ดหน้าผืนหนึ่ง
สายตาฉันมองใบหน้าและการแต่งตัวของนางอย่างพิจารณา
“ ‘เยว่ซา’ ไงเ้าคะ หนูปี้รับใช้คุณหนูมาั้แ่คุณหนูยังเล็ก คุณหนู’ ผิงอัน’ ไม่สบายตรงไหนรึเปล่าเ้าคะ”
“เยว่ซา ชื่อคุ้นๆ”
หญิงสาวถึงกับทำชามน้ำตกพื้นสีหน้าใขั้นสุด
“คุณหนูผิงอัน! ไม่นะ หนูปี้จะไปตามหมอประจำจวนมาดูเ้าค่ะ” จู่ๆ คนสีหน้าะเืใจอย่างหนักก็รีบวิ่งออกไป
ฉันยกนิ้วชี้เกาหัวตัวเองแกรกๆ “ผิงอัน…เยว่ซา…ชื่อเหมือนตัวร้ายกับสาวใช้ในนิยายเลย”
แอ๊ด
“ทางนี้เ้าค่ะ ท่านหมอ” เสียงแจ๋วๆ พาชายชาายอายุหกสิบปลายๆ ที่มาพร้อมกระเป๋าไม้เล็กๆ ใบหนึ่งเข้าห้องมาอย่างวิสาสะ
“ท่านหมอช่วยคุณหนูผิงอันด้วยนะเ้าคะ คุณหนูผิงอันคงกระทบกระเทือนใจอย่างมากที่ถูกแม่ทัพหนานหยางปฏิเสธ สติอาจจะฟั่นเฟือนเล็กน้อย”
“เธอสิบ้า คนบ้าระยะสุดท้าย เยว่ซา!”
เท่านั้นแหละ
หมอพยักหน้ารับรู้อะไรก็ไม่รู้กับนาง เหมือนมันเป็เื่ที่ทุกคนในจวนรู้อยู่แล้ว ยิ่งสมบทบาทตามเนื้อเื่เข้าไปอีก เพราะตัวร้ายเ้าของร่างที่ฉันฝันอยู่นี่ติ่งพระเอกขั้นสุด
ช่างฝันได้สมจริงเหลือเกิน
ชายชราวางกระเป๋าลงบนโต๊ะเล็กๆ ข้างหัวเตียงด้วยสีหน้าเคร่งเครียด พอเปิดปุ๊บเข็มเล็กๆ นับพันอันเรียงรายกันอยู่ในนั้นตกกระทบแสงสว่างส่องเข้าตาจนน่ากลัว
ฉันลุกทันทีพร้อมวิ่ง แต่นางรับใช้ที่สลัดยากเหมือนปลิงดันมาจับล็อกไว้กับเตียง
“ปล่อยฉันนะ!”
“ขอเสียมารยาท เจ็บนิดหน่อยนะขอรับ ท่านหญิง” พูดอย่างเดียวก็เสียวจะแย่ หมอจะชูเข็มขึ้นมาทำม๊ายยยย
นั่นมันเล่มใหญ่สุดเลยไม่ใช่เหรอ!
“เจ็บนิดหน่อยอะไร นั่นเข็มหรือไม้จิ้มฟัน จะทำอะไร ไม่เอานะ อย่าเข้ามาใกล้นะ”
ฉันก็ดิ้น นางรับใช้ยิ่งกดข้อมือแน่นจนเจ็บ หมอก็ถือเข็มย่างเท้าเข้ามาอย่างกับฆาตกรโรคจิต
น่ากลัว!
“คุณหนูอยู่นิ่งๆ สิเ้าคะ เดี๋ยวก็หายเ้าค่ะ ปักปุ๊บหายปั๊บเลย”
“หายไปจากโลกน่ะสิ”
เข็มในกระเป๋ามีเป็ร้อย คุณตาแกดันหยิบเอาเล่มใหญ่สุดออกมา ไอ้เข็มที่เหลือใส่กระเป๋าไว้นอนเล่นแบบนั้นเหรอ!
“คุณหนู! ดิ้นแรงเกินไปแล้ว”
“ท่านหญิงไม่ต้องตื่นเต้นนะขอรับ ก้านธูปเดียวก็เรียบร้อย ท่านหญิงจะได้กลับมาเป็ปกติ” ชายชรารีบบอกนางรับใช้ที่แรงตก “เ้าจับท่านหญิงแน่นๆ ข้าจะฝังเข็มลงไป หากคลาดเคลื่อนเพียงนิดเดียวอาจจะอันตรายได้”
มันมีนางรับใช้ที่ไหนขัดคำสั่งเ้านายกับหมอที่ไม่ฟังความยินยอมของคนไข้แบบนี้
“อย่านะ! ฉันไม่ยอม!!”
ผลั่วะ!
ผีบูสลีเข้าสิงกะทันหัน ฉันไม่ได้ตั้งใจถีบเลยสักนิดนะ เท้ามันลั่นนิดหน่อย หมอก็หงายท้องไปเอง
“โอ๊ย!”
“ท่านหมอ!”
“ข้าไม่เป็ไร รีบจับท่านหญิงไว้”
ฝันไปเถอะ…อ่อ ฝันอยู่
รีบโกยแรงสะบัดเยว่ซาหลุดแล้วเผ่นแนบ
“นี่มัน…รูปร่างหน้าตาช่างธรรมด๊าธรรมดาเหมือนกับตัวร้ายในนิยายที่เคยอ่านไม่มีผิดเพี้ยน” แอบวิพากษ์วิจารณ์เมื่อสายตาเหลือบไปเห็นเงาสะท้อนตัวเองกับกระจกระหว่างที่สับขาหนี
“คุณหนู!”
“โอ๊ย ยังจะตามมาอีก”
ฉันพยายามนึกสถานที่อื่นเพื่อให้ร่างกายวาร์ปไปโผล่ แต่ฝันครั้งนี้ดูจะสมจริงเกิน นึกเท่าไหร่ก็ไม่ไปไหนสักที ในที่สุดก็ซอยเท้าข้ามธรณีประตูจวนออกมาได้สำเร็จ
เสียงเ้าที่เ้าทางก็ยังคงดังแว่วๆ ไล่หลังมา
“คุณหนูผิงอัน อยู่ที่ไหนเ้าคะ”
อยู่ไหนไม่รู้ แต่ไม่อยู่นี่ก็แล้วกัน
โลกอันแสนกว้างใหญ่นี้ แต่จะไปไหนก็ไม่รู้สี่รู้แปดสักนิด
✧┈┈┈┈┈┈┈┈┈┈✧
“มีที่นี่จริงด้วย!”