14
ข้าจะปฏิรูปวังหลัง
“ฮ่องเต้เสด็จมาแล้วเพคะ”เสียงเรียกของอามี่ทำให้เว่ยกุ้ยเฟยที่กำลังอยู่ในภวังค์ได้สติขึ้นมาพอดีกับที่ต้าเทียนฮ่องเต้เดินเข้ามาพอดี
“ถวายบังคมฝ่าาเพคะ”เว่ยกุ้ยเฟยพูดพลางย่อตัวทำความเคารพ
“ลุกขึ้นเถิด”ข้าพูดพลางกวาดตามองสำรวจรอบๆตัวก่อนมาหยุดอยู่ที่ร่างของผู้หญิงตรงหน้าที่อยู่ในชุดยาวรุ่มร่ามสีแดงสด
“เพคะ” เมื่ออีกฝ่ายเงยหน้าขึ้นมาก็ทำให้ข้าใจนอยากวิ่งไปเอาหัวโขกผนังให้รู้เเล้วรู้รอดถึงจะดูใสซื่อบริสุทธิ์ แต่ดวงตากลมโตที่มองมายังข้านั้น ดูยังไงก็...
'วิกกี้'หนึ่งในห้าแฟนเก่าข้าชัดๆ
อมก.ชาติก่อนหล่อนเป็คนเรียบร้อยอ่อนหวานขนาดนี้เลยเรอะ!
ข้าได้เกริ่นไปแล้วใช่มั้ยว่าวิกกี้ในชาติที่ข้าจากมาเป็คนยังไงเป็นักปาร์ตี้ตัวยง ดื่มเก่งได้โล่ คือแบบเป็ลูกคุณหนูไงคุณพ่อคุณแม่หล่อนรักและตามใจมว๊าก กลัวลูกสาวสุดที่รักจะลำบาก วิกกี้เลยไม่ต้องทำห่านไรเลยนอกจากอยู่บ้าน
ละพออยู่บ้านเฉยๆด้วยความเบื่อนางเลยจัดปาร์ตี้สังสรรค์ขึ้นมา โดยเชิญคนนั้นคนนี้มาร่วมซึ่งข้าก็เป็หนึ่งในนั้นทำให้เราได้รู้จักกันและคบกันในที่สุดถามว่าข้ารักนางมากมั้ย คำตอบคือไม่แต่การคบกับนางทำให้ข้าได้เส้นสายการค้าขายมาเพิ่ม ข้าจึง stillคบต่อไป
จะว่าไป...ข้าก็หวังว่าจะไม่มีรวิภาแอนนาเบล หลันหลาน นานาตามมาอีกสี่คนนะ ที่สำคัญ…ยัยเพลงพิณด้วย!! มิเช่นนั้นข้าคงได้เอาหัวโขกกำแพงวังตายพอดีถ้าจะตามจองล้างจองผลาญกันขนาดนี้!!
“พวกเ้าออกไปก่อน”หลังจากเว่ยกุ้ยเฟยจัดการไล่นางกำนัลออกไปหมดแล้ว ร่างบางก็ตรงเข้ามาหาฝ่าาพร้อมกับถามว่า
“คืนนี้สักกี่รอบดีเพคะ”?
“หืม...”
มาถึงก็เข้าประเด็นสำคัญเลยวุ้ย…
โอเค...ข้าเชื่อละว่านี่คือวิกกี้แต่ว่าทำไม... ข้าถึงรู้สึกแปลกๆ ฟระ ทั้งที่ตอนเ้าพูดเ้าก็ดูปกตินะ
ข้าคิดพลางหรี่ตามองไปที่เว่ยกุ้ยเฟยผู้หน้าเหมือนวิกกี้อย่างจับผิด พลันความทรงจำของเ้าของเก่าก็ฉายขึ้นมา…
-------------------------------------------------------------
“ข้าหวังว่ารอบหน้า...จะไม่ได้เห็นน้ำตาของเ้าอีก”ต้าเทียนฮ่องเต้พูดขณะปรายตามองไปยังคนที่นอนอยู่ข้างกายซึ่งตอนนี้นอนน้ำตาไหลเป็ทาง แต่ไม่ยอมพูดอะไรออกมา
//เอ้าบักนี่! คนเสียใจจะไม่ให้ร้องไห้ได้ไง!? อย่าพูดหมาๆใส่เขาสิ!! ฉันรู้แกก็เสียใจ…แต่แกแค่ไม่ร้องเฉยๆ
“อย่าทำให้ข้าลำบากใจได้หรือไม่อวี่หราน” กล่าวจบก็ถอนหายใจออกมาแรงๆ ก่อนจะลุกขึ้นไปแต่งตัว
//เออ แต่ข้าก็เข้าใจเ้านะเพื่อนใครมันจะไปมีอารมณ์ร่วมด้วยฟระแบบนี้ ข้าพึมพำกับตนเองในอดีต
…
“เอ้า...”ต้าเทียนฮ่องเต้พูดพลางยื่นผ้าเช็ดหน้าผืนเล็กๆ ให้เว่ยกุ้ยเฟยร่างบางรับมาพลางทำหน้างง
“ผ้าเช็ดหน้าของบุรุษในดวงใจเ้าอย่างไรเล่า...ข้าเห็นเขาทำตกเลยไปเก็บมาให้เ้า”
//ไม่ได้ปะฝ่าา…เห็นคนทำของตกต้องเอาคืนดิ!
“......” เว่ยกุ้ยเฟยยื่นมือไปรับแล้วนิ่งไปสักพัก ก่อนจะยื่นคืนให้
“ข้าได้ผ้าของเขามาแล้วอย่างไรเพคะข้าก็ไม่ได้ตัวเขาอยู่ดี และตอนนี้ข้าก็เป็สนมของท่านพี่เต็มตัวแล้วควรหรือที่จะมีของบุรุษผู้อื่นในตำหนัก”
“.......” ครานี้กลายเป็ต้าเทียนฮ่องเต้ที่นิ่งไป ก่อนจะได้ยินนางพูดต่อ
“ข้าจักตัดใจแล้วเพคะถึงใจข้าจะมีท่านพี่ไม่ได้ แต่ข้าสัญญาว่าจะไม่คิดถึงบุรุษใดอีก”
//ถ้าจะพูดเช่นนี้เอารองเท้าฟาดหน้าข้าเถอะ!
“...อวี่หราน”
“เพคะ”
“พี่ชายดีใจนักที่เ้าเข้าใจสักที”ต้าเทียนฮ่องเต้กล่าว
“เพคะอย่างไรข้าก็หามีทางเลือกไม่” อวี่หรานพูดพลางแค่นยิ้ม
//แต่งกันทั้งที่ไม่เต็มใจแถมต้องร่วมเตียงกันทั้งที่ไม่เต็มใจอีก... วัชรวีร์ไม่ถูกใจสิ่งนี้!
-------------------------------------------------------------
“ฝ่าา...”เว่ยกุ้ยเฟยพูดพลางโบกมือไปมาอยู่หน้าข้า
“ตายจริง...สงสัยข้าจะเหม่อลอยไปชั่วครู่น่ะ”ข้ากลบเกลื่อนพลางยิ้มให้นาง จะให้รู้ได้ไงเล่า...ว่าที่นิ่งไปเพราะอะไร
เว่ยกุ้ยเฟยพยักหน้ารับรู้จากนั้นก็ทำท่าจะถามต่อ
“สรุปว่า...”
“หากเ้าไม่เต็มใจก็ไม่ต้องถ้าไม่พร้อมก็บอกข้าได้ทุกเมื่อ” เดี๋ยวข้าจะไปหาสนมคนอื่นที่เขาเต็มใจเอง!ข้าพูดต่อในใจ
“เอ๋...”คำตอบของต้าเทียนฮ่องเต้ทำให้เว่ยกุ้ยเฟยถึงกับไปต่อไม่เป็เลยทีเดียว
“ข้าไม่ชอบบังคับใครแม้จะเป็หน้าที่ก็ตาม” ข้าอธิบายหลังจากเห็นสีหน้าของนางธรรมเนียมเก่ามันจะเป็ไงก็ช่างเหอะ ข้าผู้มีอำนาจสูงสุดจะทำตามใจตนเองใครอยากมีเื่ก็เข้ามาเลย!
“แต่...”
“ไม่มีแต่”ข้าตัดบทแล้วจ้องหน้าเว่ยกุ้ยเฟย ให้ตายสิ...ข้าก็ยังทำใจรับกับวิกกี้เวอร์ชั่นนี้ไม่ค่อยได้อยู่ดี
เฮ้อ...ข้าน่าจะย้อนเวลามาเร็วกว่านี้จะได้แหกกฎของเสด็จย่าแล้วพระราชทานสมรสให้เ้ากับชายคนรักซะ แต่ก็มีปัญหาอีกล่ะเพราะข้าก็ไม่รู้ว่าเ้านั่นรักเ้ามั้ย ขืนเขาไม่รัก ก็เท่ากับยัดเยียดเมียให้โดยไม่เต็มใจอีก
“มิได้หรอกเพคะ”เว่ยกุ้ยเฟยเอ่ยเสียงเบา ก่อนลากแขนข้ามาที่เตียงของนาง
“หากพระองค์ไม่เริ่มหม่อมฉันเริ่มก่อนก็ได้” แล้วนางก็หันหน้ามาประกบปากกับข้าก่อนจะดันตัวข้าให้ล้มลงนอนบนเตียง
โอ้ว~~ผู้หญิงสมัยก่อนก็รุกเป็ว่ะ ในเมื่อเ้าเสนอมาข้าก็สนองละกันกุ้ยเฟยที่รัก ข้าได้ให้โอกาสเ้าเลือกแล้วนะ...
-------------------------------------------------------------
หลังจากผ่านค่ำคืนที่สุดแสนจะดื่มด่ำกับเว่ยกุ้ยเฟยปานจะกลืนกินซึ่งกันและกัน ข้าก็ได้ไปค้างคืนกับสนมอีกหลายคนทำให้ได้รู้ว่ามีทั้งคนที่เต็มใจเข้ามาถวายตัวและมาทั้งที่ไม่ได้เต็มใจ โดยหากเป็สนมที่เคยเป็องค์หญิงของเผ่าต่างๆจะถูกส่งมาเพื่อเชื่อมสัมพันธไมตรีส่วนคนที่เป็ลูกชาวบ้านจะถูกส่งมาเพื่อสร้างหน้าตาให้แก่ครอบครัว
“มี่เยี่ยน...”ทันทีที่กลับมาอยู่ในห้องทำงานของตนเอง ข้าก็เรียกชาโต้ หรานเจ้อคู่ใจออกมาหาทันที
“ขอรับ”
“ข้ารู้ละว่าข้าจะทำอะไรดี”แล้วข้าก็พูดต่อ
“อย่างแรกที่ข้าจะทำคือปฏิรูปวังหลัง!!!”
“......” ดูทำหน้าเข้าสิ
“คืองี้นะจากที่ข้ามาคิดดูแล้ว ร้อยละหกสิบห้าของคนในวังหลังแม่มมาอยู่นี่เพราะถูกบังคับทั้งนั้นข้าก็เลยจะปรับเปลี่ยนระบบการคัดเลือกสนมใหม่ซะ”
“แหงสิก็ใครจะอยากมาเป็บุปผาที่ถูกจองจำอยู่ในวังเล่า” มี่เยี่ยนพูดพลางทำหน้าเซ็งแล้วพึมพำด้วยความสงสัย
“แม่มนี่คืออะไรหว่า?”
“มันเป็คำสบถเพิ่มอรรถรสน่ะ”ข้าอธิบายแล้วพูดต่อ
“อืม...อย่างที่เ้าบอกแหละถ้าไม่มีการบังคับวังหลังคงเงียบเป็เป่าสาก แต่ข้าไม่ชอบคนที่ไม่เต็มใจนี่หว่าแถมบางทีคนที่โดนบังคับเนี่ยอาจจะมีคนรักอยู่แล้วก็ได้”
“.......”
“เพราะงั้นข้าถึงต้องปฏิรูปไง!!”
“แล้วจะทำอย่างไรล่ะ?”องครักษ์คู่ใจที่ตอนนี้พ่วงตำแหน่งสหายคนสนิทถาม
“ข้อแรก...”ข้าเริ่มพูด พร้อมกับเอากระดาษที่เขียนไว้มากางให้มี่เยี่ยนดู
“ยกเลิกการเชื่อมสัมพันธไมตรีด้วยการแต่งงานหากอยากผูกมิตรกับแคว้นไท่ ให้เปลี่ยนเป็เงินทองของมีค่าไม่ก็ส่งรัชทายาทหรือองค์ชายมาอยู่นี่แทน ยกเว้นจะมีสตรีสูงศักดิ์อยากมาด้วยตนเองจะส่งมาก็ได้ แต่ห้ามบังคับ!!”
“เอ่อ...ไม่กลัวเขาคิดว่าเ้า...”
“ข้าทำไมพูดมา อย่ามัวแต่อ้ำๆ อึ้งๆ”ข้าเอ่ยพลางจ้องไปที่ใบหน้าขาวเนียนของอีกฝ่ายที่ตอนนี้เริ่มขึ้นสีชมพูเื่ที่จะพูดต่อไปนี้มันน่าอายขนาดนั้นเลยเรอะ!
“เป็พวกตัดแขนเสื้อ!!ข้าหมายถึง…รักและชมชอบในบุรุษน่ะ!!”มี่เยี่ยนโพล่งออกมา
“ก็เื่ของเขา”ก็ไม่ใช่เื่น่าอายอะไรหนิ ทำไมเ้าต้องโอเวอร์ขนาดนั้น อ้อลืมไปสมัยก่อนเขาถือนี่นา
“ยิ่งดีข้าจะได้มีบุรุษมาไว้ใช้งานเยอะๆ เอาสตรีมาก็ทำประโยชน์อะไรไม่ได้อยู่ละแค่มาเป็หลักประกันไมตรี กับให้ชื่นชมเล่นไปวันๆจะตั้งครรภ์ก็ไม่ได้เพราะถูกให้กินยาห้ามตั้งครรภ์เพราะงั้นก็ไม่รู้จะเอามาทำแมวอะไร แต่ใครเต็มใจมาก็มาได้ เท่านั้นล่ะ”
“ความคิดเ้าก็เข้าท่าดีนะ”มี่เยี่ยนเริ่มคล้อยตาม
“ใช่ม้าคนเทพก็แบบนี้ล่ะ” แล้วข้าก็พูดต่อ แหนะ! ข้าเห็นนะว่าเ้าแอบหันไปทำท่าโก่งคออ้วก
“ข้อที่สอง...ในการคัดสนมและนางกำนัลห้ามบังคับใครมา หากข้ารู้ว่ามีการบังคับลูกสาวให้มาคัดตัวข้าจะปรับเงินยี่สิบตำลึงทอง ถ้าบ้านไหนรวยก็ปรับมันซะสามร้อยตำลึงทองเลย”
หาตังค์เข้ากระเป๋าไปอี๊ก
“ข้อที่สาม...ถ้าข้าสนใจใครข้าจะไปดูตัวเองไม่ต้องส่งภาพวาดมาเสนอข้า”
จะได้ประหยัดหมึกและกระดาษ#รักเรารักษ์โลกนะจ๊ะ
“ข้อที่สี่...เพื่อป้องกันเหตุการณ์สนมตบตีวางยาพิษแย่งชิงอำนาจกันถึงในรัชสมัยของข้ายังไม่เกิด แต่กันไว้ดีกว่าแก้ ถ้าใครเขม่นกันล่ะก็ข้าจะ...”
ตอนนี้อำนาจในวังหลังแน่นอนว่าเป็ของเว่ยกุ้ยเฟย ดูทรงแล้วนางก็ไม่อะไรมาก แต่ถ้ามีคนคิดล้มนางละก็...
รู้สึกจะเห็นผ่านตาอยู่บ่อยๆว่าพวกผู้หญิงในหนังลอบวางยากันเก่งได้โล่ ถ้าต้องมีสนมแบบนี้รายล้อมรอบตัวข้าระแวงตายพอดี
“ปลดพวกนางทิ้งแล้วจับตัดหัวซะเลย!ไม่สนใจด้วยว่าเป็ลูกเต้าเหล่าใครใหญ่มาจากไหน ดีไม่ดีลงโทษผู้ปกครองด้วยข้อหาไม่สั่งสอนบุตรสาว” เดี๋ยวขอไปยืมเครื่องปะาหัวหมามาจากท่านเปาแปบ
“เอิ่ม......”
“อยู่ในวังของข้าทุกคนต้องรักใคร่ปรองดองกัน” ถึงชีวิตจริงข้าจะสับรางไปมาก็เถอะแต่อยู่นี่ข้าไม่ต้องหลบๆ ซ่อนๆ แล้วนี่ เลยี้เีรับมือกับพวกอยากเป็ใหญ่
ในเมื่ออยู่ที่เดียวกันใช้สามีร่วมกัน ก็ต้องรู้จักการแบ่งปัน!และข้าก็จะพยายามทำหน้าที่เป็ผู้ให้ที่ดีด้วย
อืม...ก็ข้ารู้ว่าข้าเป็ที่้าของคนหมู่มากไงข้าจึงจะทำตัวแบบไม่ต้องแย่งกันนะครับสาวๆ ได้เหมือนกันทุกคนไรงี้
“เป็ไปได้ข้าจะจัดกิจกรรมให้พวกนางมาทำร่วมกันด้วยนอกจากงานชมดอกไม้ เอาเป็กีฬาสีดีกว่า ฝึกความสามัคคี”ข้าพูดพร้อมกับกวาดสายตาดูกำหนดการของวังหลังว่ามีกิจกรรมอะไรบ้าง
“และข้อที่ห้า...”
“ยังไม่หมดอีกเรอะ!”
“หากพี่สาวน้องสาวของข้าอยากแต่งงานกับบุรุษผู้ใดให้มาบอกข้า”
จะได้เอาคนออกจากวังช่วยลดค่าเสบียง ประหยัดค่าใช้จ่ายไปได้อีก
“คิดว่าดีแล้วก็ทำเถิด”มี่เยี่ยนตอบ
คิดว่าดีก็ทำไปเลย!!ข้ามิอยากออกความเห็นอันใดอีกแล้ว!!
ด้วยเหตุนี้ในอีกไม่กี่วันต่อมาทุกคนในวังก็ได้ทราบถึงพระราชดำริสุดพิลึกพิลั่นของต้าเทียนฮ่องเต้โดยทั่วกัน
“ไยหลานข้าถึงเป็เช่นนี้ไปได้??”เว่ยไทฮองไทเฮาเอ่ยกับเก้าไทเฮาด้วยน้ำเสียงร้อนใจ
“ข้ามิอาจทราบได้เช่นกันเพคะแต่ข้าเชื่อว่าทุกการกระทำของฮ่องเต้ ย่อมต้องมีการไต่ตรองเป็อย่างดีแล้ว”
“เมื่อเ้าพูดเช่นนี้ข้าก็มิอยากกล่าวอันใดมาก แต่ข้าจะรอดูละกัน”หากสะใภ้คนเก่งของนางมองแล้วว่าทุกอย่างไปรอด แล้วนางจะไปขัดอะไรได้รึ?!
“เอ้อ...แต่ว่านะรั่วเอ๋อร์”
“เพคะเสด็จแม่?”
“ชาตินี้ข้าจะได้อุ้มหลานหรือไม่?!ข้าอยากอุ้มจะแย่อยู่แล้ว”
“ข้าคิดว่าอีกไม่นานเกินรอเพคะเพียงแต่เสด็จแม่ต้องให้เวลาหลานชายนิดนึง” เก้าไทเฮาตอบ
“ได้...ข้าจะรอ!” เว่ยไทฮองไทเฮาเอ่ยด้วยรอยยิ้ม…