ภารกิจพิชิตสามี
บทที่ 17 กุ้ยอิง
ซูฉีได้เรียนรู้หลักสูตรเร่งรัดในการทอผ้าจนจบแล้ว ตอนนี้ไม่ใช่เพียงแค่ผ้าเท่านั้นที่นางนำมาทอได้ วัสดุหลายๆอย่างไม่ว่าจะเป็ เถาวัลย์ ต้นหญ้า หรือเส้นลวด นางก็สามารถทอได้แล้ว
แม้หญิงชราต้าชีจะอยากสอนสิ่งต่างๆที่นางรู้ให้กับซูฉีมากกว่านี้ แต่ด้วยเงื่อนไขเวลาที่ลูกศิษย์ให้มาเพียงสามวัน ทำให้นางพยายามอย่างเต็มที่ในการถ่ายทอดความรู้ทั้งหมดเท่าที่จะทำได้แก่ลูกศิษย์ผู้นี้
ซูฉีผู้ถูกยัดเยียดความรู้ใส่สมองจนแน่น ถึงกับถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอก เวลานอนของนางมีเพียงเวลาที่หญิงชราเผลอเท่านั้น ไม่รู้ว่าอาจารย์ป้าของนางไปเอาเรี่ยวแรงมาจากไหน นางไม่ได้พักผ่อนตลอดสามวันที่ผ่านมาแต่ยังดูกระปรี้กระเปร่าเหมือนคนเพิ่งตื่นนอนตลอดเวลา เฮ้อ
เฟยหลงนั่งหาวอยู่บนต้นไม้ มองดูซูฉีเดินออกมาจากบ้านด้วยท่าทางอ่อนเพลีย ตลอดสามวันที่ผ่านมา นอกจากกินกับนอนเขาก็ไม่ได้ทำอะไรอย่างอื่นอีก ทำให้ตอนนี้พุงน้อยๆของเขากลายเป็พุงแตงโม ถึงขั้นเวลาที่เขาขยับตัว พุงก็จะขยับตามไปด้วยแล้ว
"เ้าแน่ใจหรือว่าจะไม่เรียนทักษะนี้ต่อ?"
หญิงชราต้าชีอ้อนวอนให้ซูฉีอยู่เรียนรู้ต่อ นางรู้สึกว่าสตรีผู้นี้ช่างมีพร์ เหมาะกับการทอผ้าอย่างยิ่งจึงได้แต่รู้สึกเสียดาย ซูฉีที่ได้ยินเช่นนั้นก็ตอบกลับอย่างสุภาพว่า
"อาจารย์ป้า ทักษะของท่านนั้นช่างยอดเยี่ยม แต่ข้ามีเวลาเพียงเท่านี้จริงๆเ้าคะ"
ซูฉีทำเป็เอาแขนเสื้อซับน้ำตา ทั้งที่ในใจลิงโลด ในที่สุดนางก็หลุดพ้นเสียที หญิงชราต้าชียังคงไม่ยอมแพ้ นางเหลือบมองไปทางกระรอกน้อยเฟยหลงทีหนึ่งก่อนจะเอ่ยกับซูฉีขึ้นว่า
"แม่หนู กระรอกตัวนั้นเป็สัตว์เลี้ยงของเ้าหรือ"
"เ้าค่ะ"
หญิงชราต้าชีได้ยินเช่นนั้นก็ยกยิ้มมุมปากอย่างมีเลศนัย ก่อนจะเอ่ยขึ้นว่า
"แม่หนู เ้าอยากให้สัตว์เลี้ยงเปลี่ยนร่างเป็มนุษย์ได้หรือไม่?"
เฟยหลงที่ได้ยินดังนั้นก็หูผึ่งตั้งชันขึ้นมาทันที เขารีบพาพุงกลมโตของตัวเองวิ่งมาหยุดอยู่ตรงหน้าซูฉี ก่อนจะส่งสายตาอ้อนวอนไปให้ เป็กระรอกเขาก็ชอบอยู่หรอกนะ แต่เขาชอบเป็มนุษย์มากกว่า หากมีทางไหนที่สามารถทำให้เขากลับเป็มนุษย์ได้ เขาก็อยากลองดูสักที
ซูฉีที่เห็นสายตาของหญิงชราต้าชีก็รู้สึกขนลุกขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก และเมื่อเหลือบไปเห็นสายตาของเฟยหลงนางก็หลุบตาลง พยายามอย่างยิ่งที่จะหลบสายตาเว้าวอนคู่นั้น แต่นางไม่ใช่คนใจร้าย สุดท้ายนางก็ยอมแพ้สายตาน่าสงสาร เอ่ยกับหญิงชราต้าชีขึ้นว่า
"ต้องทำอย่างไรหรือเ้าคะ"
"ไม่ยากๆ"
หญิงชราต้าชีหยุดพูด ยกยิ้มนิดหนึ่งก่อนจะเอ่ยต่อว่า
"ขอแค่เ้าเรียนกับข้าอีกสามวัน ข้าจะให้ผลไม้วิเศษกับเ้า"
ซูฉีที่ได้ยินดังนั้นก็อ้าปากค้างทันที ต้องเรียนต่ออีกสามวันงั้นหรือ? นางจะตายก่อนได้ไปทำภารกิจไหมนี่ หญิงชราต้าชีที่เห็นสีหน้าลำบากใจของลูกศิษย์ ก็เอ่ยขึ้นอย่างใจว่า
"เอาอย่างนี้ ขอแค่เ้าเรียนกับข้าต่ออีกสองวัน ข้าจะให้ผลไม้วิเศษแก่เ้าทันที ถ้าน้อยกว่านี้ไม่ได้แล้ว"
เฟยหลงพยักหน้ารัวๆเป็คำตอบแทนซูฉี ซูฉีที่เห็นเช่นนั้นก็ถอนหายใจออกมาก่อนจะตอบว่า
"สองวันเท่านั้นนะเ้าคะ ข้ายังมีภารกิจที่ต้องเร่งไปจัดการให้เสร็จ"
หญิงชราต้าชียิ้มกว้างก่อนจะพาซูฉีเข้าไปในบ้านต่อทันทีโดยไม่ให้ได้หยุดพัก ที่นางยอมแลกของวิเศษกับการขอให้ลูกศิษย์เรียนกับนางต่ออีกนั้น นางไม่ได้ทำเพื่อตัวนางเอง แต่นางทำเพื่อสำนักที่นางรัก ของวิเศษไหนเลยจะสำคัญไปกว่าสำนักทอผ้า ยี่สิบปีที่ผ่านมานางไม่เคยได้ยินเลยว่าสำนักทอผ้าจะมีคนมาสืบทอด จนเมื่อพบกับซูฉี ทำให้ไม้ใกล้ฝั่งอย่างนางรู้สึกมีความหวังอีกครั้ง ดังนั้นสองวันต่อจากนี้หลักสูตรจะยิ่งทั้งเร่งรัดและเข้มงวดกว่าเดิมเป็เท่าตัวแน่นอน
-------------
ณ สนามรบ
ชิ๊ง~ ชั๊บ~
เสียงดาบกระทบกันกึกก้องไปทั่วสนามรบ ผู้คนมากมายกำลังเข้าห้ำหั่นฟาดฟันอย่างเอาเป็เอาตาย นี่คือศึกชิงเมืองจูโจว แถบชายเดือนเมืองหลวง เสียงร้องด้วยความเ็ปดังระงม หญิงสาวเพียงหนึ่งเดียวในกองทัพจูโจวมือไม่ได้หยุดนิ่ง ทั้งดามขา พันแขน ห้ามเื อยู่ด้านหลังกองทัพ นางคือมู่กุ้ยอิง หรือที่ใครๆต่างขนานนามว่านางฟ้าแห่งจูโจว หมอหญิงเพียงหนึ่งเดียวแห่งกองทัพ
"แม่นางกุ้ยอิง ขาข้าจะถูกตัดไหม?"
"ไม่หรอก ดามเอาไว้เข่นนี้ หลังรักษาเสร็จก็จะหายแล้ว"
"แม่นางกุ้ยอิง ท่านแน่ใจนะขาข้าจะไม่ถูกตัด?"
"ไม่ถูกตัดแน่นอน ข้าขอตัวไปรักษาคนอื่นก่อนนะ"
"แม่นาง..."
"หากท่านยังรั้งข้าไว้ ข้านี่แหละจะตัดขาท่าน"
เมื่อได้ยินเช่นนั้นทหารก็รีบปล่อยมือทันที หมอหญิงแห่งจูโจวผู้นี้แม้จะมีฉายาว่านางฟ้าแห่งจูโจว แต่ก็ยังมีอีกฉายาคือแม่เสือสาวแห่งจูโจวด้วยเช่นกัน และฉายาเหล่านี้ไม่ได้มาเปล่าๆหรอกนะ นางเป็หมอหญิงที่รับรักษาคนทุกชนชั้นโดยไม่บ่ายเบี่ยงแม้แต่คนยากคนยากคนจนที่ไม่มีเงินนางก็ไม่เคยปฏิเสธ จึงได้รับฉายาว่านางฟ้าแห่งจูโจว แต่เมื่อพบความอยุติธรรมขึ้นตรงหน้านางจะแปลเปลี่ยนเป็แม่เสือสาวผู้ดุดันเข้าฟาดฟันศัตรู จนบุรุษน้อยใหญ่ต่างพากันถอยหนีเพราะความดุดันนี้
กุ้ยอิงกำลังช่วยรักษาคนาเ็อยู่ในสนามรบ นางเป็หมอคนเดียวที่ยอมมาที่สนามรบแห่งนี้ หมอส่วนใหญ่มักจะรอคนาเ็อยู่ที่ค่ายทหาร แต่สำหรับกุ้ยอิงแล้ว ทุกนาทีมีค่า หากมาช้าเพียงนิดเดียวก็อาจจะหมายถึงชีวิต นางเคยได้ััสิ่งน่ากลัวเ่าั้มาก่อน ทำให้นางมีความตั้งใจที่จะช่วยชีวิตคนในสนามรบให้ได้มากที่สุด
าใหญ่มีขึ้นทุกสามเดือน ผลการรบมีแพ้บ้างชนะบ้างตามจังหวะและโอกาส ฝ่ายแพ้จะต้องส่งบรรณาการให้ฝ่ายชนะตลอดสามเดือน เมื่อครบสามเดือน พวกเขาก็จะออกมาสู้รบกันใหม่ หากเป็เื่ราวในเกม ผู้เล่นเมื่อเสียชีวิตลงจะกลับมาเข้าเกมได้อีกครั้งใน 24 ชั่วโมง ตัวละคร NPC ก็จะกลับมามีชีวิตใหม่อีกครั้งใน 24 ชั่วโมงเช่นกัน
ั้แ่ที่กุ้ยอิงติดอยู่ในเกมแห่งนี้ นางพบว่าคนที่ตายจากสนามรบนั้นไม่ได้กลับเข้ามาในเกมอีก นางไม่รู้หรอกว่าทหารเ่าั้เป็ตัวละคร NPC หรือผู้เล่น แต่เท่าที่สังเกต ไม่ว่าจะหนึ่งวันผ่านไป สองวันผ่านไป หรือหลายวันผ่านไปนางก็ยังไม่เคยเห็นคนที่เสียชีวิตในสนามรบกลับมาเกิดใหม่อีกเลย ทำให้คนเป็หมออย่างนางมีความหวาดกลัวขึ้นในใจ นางจึงได้มาอยู่แนวหน้าทุกครั้งที่มีการรบ
การรบใหญ่เกิดขึ้นทุกๆสามเดือน แต่ยังมีการรบย่อยๆอีกมากมายในแถบชายแดน ทำให้ตอนนี้กุ้ยอิงยุ่งจนมือเป็ระวิงทุกวัน บางครั้งนางก็คิดอยากจะเข้าเมืองหลวง เพื่อช่วยคนอื่นๆสู้รบกับบอสใหญ่ในเกม แต่ติดที่นางไม่อยากทิ้งคนเจ็บไป จึงได้แต่ยืดเวลาออกมาจนถึงตอนนี้ นางตั้งใจไว้ว่าการรบครั้งนี้จะเป็การช่วยเหลือครั้งสุดท้ายก่อนที่นางจะออกเดินทาง
หลังาจบลง ทั้งสองฝ่ายต่างได้รับาเ็กันไม่น้อย กุ้ยอิงที่พันผ้าพันแผลทหาราเ็คนสุดท้ายเสร็จก็ทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้ ก่อนจะฟุบหลับคาโต๊ะในทันทีเพราะาครั้งนี้กินเวลากว่าสองวัน ทำให้กุ้ยอิงแทบไม่มีเวลาพักผ่อน
"แม่นางไปนอนในห้องดีๆเถอะขอรับ"
หลังกุ้ยอิงหลับไปได้พักหนึ่ง ได้มีคนมาส่งเสียงเรียกให้นางไปนอนที่ห้อง นางพยักหน้ารับคำก่อนจะเดินงัวเงียไปจนถึงที่นอนของตัวเองแล้วหลับสนิททันที
รุ่งเช้าวันต่อมา กุ้ยอิงที่ได้นอนหลับพักผ่อนเต็มที่ก็ตื่นขึ้นมาทำกิจวัตรประจำวัน อาบน้ำล้างหน้า ก่อนจะหิ้วสัมภาระที่จัดไว้ออกจากห้อง เนื่องจากเป็่เวลาเช้ามืด ฟ้ายังไม่สว่างดี ผู้คนที่เหนื่อยจากการรบต่างก็นอนหลับพักผ่อน ทำให้กุ้ยอิงไม่พบเจอใครในค่ายทหาร นางได้เขียนจดหมายบอกลาทุกคนเอาไว้ ก่อนจะเริ่มออกเดินทาง
เวลาผ่านไปเกือบครึ่งเดือนแล้วนับั้แ่นางติดอยู่ในเกม นางเชื่อว่าการที่ตัวเองติดอยู่ในเกมมันต้องมีเหตุผลอะไรบางอย่าง รวมถึงทุกคนที่ติดอยู่ในเกมพร้อมกับนาง จะต้องมีเหตุผลที่ทำให้พวกเขาติดอยู่ในเกมนี้แน่ๆ นางเชื่อเช่นนั้น นางจึงต้องออกเดินทางไปสมทบกับคนเ่าั้เพื่อจัดการภารกิจให้สำเร็จ และพาตัวเองออกไปนอกเกมให้ได้