กู้เสี่ยวหรานไม่มีทางเลือก นางจึงหันมามองขนมช้าๆ แต่ขนมสวยงามที่วางอยู่ในจานกลับสร้างความตกตะลึงให้นางครั้งใหญ่ “นี่...นี่มันเค้กนี่เ้าคะ ท่านยายเ้าคะที่มันเค้กช็อกโกแลตเชียวนะเ้าคะ ท่านยายมีสิ่งนี้ได้ยังไง หรือว่ามีใครทำขนมชิ้นนี้ขึ้นมา ท่านยายบอกข้าได้หรือไม่เ้าคะว่าเขาเป็ใคร”
“อืม...ขนมชิ้นนี้เรียกว่าขนมเค้กหรอกหรือ ยายก็เพิ่งจะรู้เหมือนกันนะนี่” ท่านยายเหอแอบถอนหายใจเบาๆ “ค่อยโล่งใจหน่อยอย่างน้อยเ้าก็ไม่ใช่ิญญาของปิศาจร้ายล่ะนะ เอ้า...รีบกินขนมพวกนี้ก่อนที่จะมีใครมาเห็นเข้า”
เด็กหญิงมองดูเค้กในจานกระเบื้องเคลือบลวดลายหรูหรากับนมอุ่นที่อยู่ในแก้วมีหูเข้าชุดกันด้วยความรู้สึกหลากหลาย นางหยิกแก้มตัวเองอยู่หลายครั้งจนมั่นใจว่าสิ่งที่อยู่ตรงหน้าไม่ใช่ความฝัน
“เ้าไม่ได้ฝันไปหรอก” ท่านยายเหอลูบผมหลานสาวเบาๆ “กินขนมให้สบายใจเถอะ หลังจากนี้เราค่อยคุยกัน”
“อร่อย! อร่อยมากเลยเ้าค่ะท่านยาย” กู้เสี่ยวหรานตักขนมเค้กเข้าปากอย่างมีความสุข
“อร่อยก็กินให้หมด ถ้าไม่พอเดี๋ยวยายจะเอามาเพิ่มให้อีก” ท่านยายเหอยิ้มมองหลานสาว
ใช้เวลาไม่นานกู้เสี่ยวหรานก็จัดการเค้กไปถึงสามชิ้น “ข้าอิ่มมากแล้วเ้าค่ะท่านยาย ข้ากินต่อไปไม่ไหวแล้ว”
“เอาล่ะ คราวนี้เราก็มานั่งคุยกัน เ้าเป็ใครมาจากไหน”
“ข้าก็ชื่อกู้เสี่ยวหรานเหมือนกับเด็กหญิงในร่างนี้เ้าค่ะ...” จากนั้นเด็กหญิงก็เริ่มเล่าของเื่ราวของตัวเอง
กู้เสี่ยวหรานเกิดและเติบโตมาในครอบครัวของศิลปินโดยแท้ คุณปู่เป็นักดนตรีที่มีความเชี่ยวชาญในดนตรีโบราณอยู่หลายชนิด ท่านจึงได้รับเชิญให้ไปเป็อาจารย์พิเศษเพื่อสอนเกี่ยวกับดนตรีโบราณให้กับสถาบันการศึกษาและสถาบันดนตรีอยู่หลายแห่ง คุณพ่อเป็อาจารย์สอนวิชาศิลปกรรมในมหาวิทยาลัย ภาพวาดของท่านเป็ที่้าของนักสะสมเป็อย่างมาก และท่านจะวาดภาพออกมาเพียงปีละหนึ่งภาพเท่านั้น แต่คุณแม่นั้นแตกต่างออกไป เพราะท่านเป็ดีไซเนอร์ที่มีแบรนด์เป็ของตัวเอง และแบรนด์เสื้อผ้าของท่านยังโด่งดังในระดับโลกอีกด้วย
เธอเป็ลูกสาวและหลานสาวเพียงคนเดียวของครอบครัว ยีนส์เด่นด้านศิลปะถูกถ่ายทอดมาให้เธอเต็มๆ โดยไม่แบ่งกับใคร แต่ถึงอย่างนั้นครอบครัวก็ไม่ได้กดดัน หากเธออยากจะเรียนหรืออยากจะทำอาชีพอะไรพวกท่านก็พร้อมจะสนับสนุนเธอเต็มที่ เธอเลือกสอบเข้ามหาวิทยาลัยในสาขาภาษาและวรรณคดีโบราณ แต่พอเรียนจบถึงรู้ความ้าที่แท้จริงว่าจริงๆ แล้วเธอมีความฝันที่อยากจะเป็เชฟ
คุณปู่ คุณพ่อ และคุณแม่ต่างก็สนับสนุนเธออย่างที่เคยพูดเอาไว้ เธอเดินทางไปฝรั่งเศสเพื่อเข้าเรียนที่สถาบันสอนทำอาหารและขนมชื่อดัง หลังจากนั้นเธอก็ตระเวนไปตามประเทศต่างๆ เพื่อเรียนรู้ถึงอาหารของแต่ละประเทศ ใช้เวลาอยู่หลายปีกว่าที่เธอจะได้เป็เชฟชื่อดังสมใจ แต่เพราะไม่กี่ปีที่ผ่านมาเกิดโรคระบาดขึ้นทั่วโลก ร้านอาหารของเธอจึงต้องปิดกิจการลงตามมาตรการป้องกัน
กู้เสี่ยวหรานจึงหันมาให้ความสนใจกับอาชีพใหม่อย่างฟู้ดสไตลิสต์[1] ซึ่งเธอก็ทำออกมาได้ดีทีเดียว สร้างความปลาบปลื้มให้กับครอบครัวได้ไม่น้อยเลย แต่น่าเสียดายที่เธอถูกส่งเข้ามาอยู่ในร่างของเด็กหญิงตัวน้อยอายุเพียงแค่สิบขวบในยุคโบราณนี้เท่านั้น ความรู้ความสามารถที่สั่งสมมาจะมีประโยชน์อะไร
“ถอนหายใจอีกแล้ว เ้ารู้หรือไม่ว่าการถอนหายใจครั้งหนึ่งทำให้เ้าอายุสั้นลงไปกี่ปี”
“เอ่อ...ท่านยายก็ย้อนเวลากลับมาเหมือนกันหรือเ้าคะ” กู้เสี่ยวหรานถามท่านยายอย่างเพิ่งนึกขึ้นได้
“ไม่ใช่แค่ยาย แม้แต่ท่านยายทวดของเ้าก็ย้อนเวลากลับมาเหมือนกัน”
“จริงหรือเ้าคะ! ท่านยายย้อนมาจากยุคไหน แล้วทำไมท่านยายจึงไม่เอามิติวิเศษออกมาใช้ประโยชน์ให้มากกว่านี้เล่าเ้าคะ ความเป็อยู่ของท่านตาท่านยายจะได้ดีขึ้นกว่านี้” กู้เสี่ยวหรานนึกขึ้นได้ว่าตนเผลอพูดก้าวร้าวกับผู้าุโไป “ข้าขออภัยเ้าค่ะ”
“ตามที่ท่านยายทวดของเ้าบอกมา ยายเป็คนที่เกิดในยุคหกศูนย์ ยายเกิดในครอบครัวชาวนาที่ยากจน วันๆ ก็ใช้ชีวิตอยู่แต่ในไร่และทำงานหนักมาตลอด เ้าถามยายว่าทำไมยายถึงไม่เอาของในมิติออกมาใช้ประโยชน์ใช่ไหม” เมื่อเห็นหลานสาวพยักหน้ารับ “เพราะยายอ่านหนังสือไม่ออกอย่างไรเล่า ข้าวของในมิติมีตัวอักษรเขียนกำกับไว้ทุกชิ้น แต่ยายอ่านไม่ออกสักตัว ยายก็ทำได้แค่หยิบของกินที่ยายรู้จักออกมาเท่านั้น อีกอย่างท่านตาของเ้าก็ไม่ยอมให้ยายเอาของแปลกประหลาดในมิติออกมาใช้ เพราะเขากลัวว่าจะมีผู้คนหาว่ายายเป็แม่มดเป็ปิศาจแล้วจับยายไปเผา”
“ท่านยายบอกเื่นี้กับท่านตาด้วยหรือเ้าคะ” กู้เสี่ยวหรานถามอย่างแปลกใจ “ท่านตาก็รับเื่แปลกประหลาดนี้ได้ด้วยหรือ”
“รับได้สิ ยายพาท่านตาของเ้าเข้าไปสำรวจในมิติมาแล้ว ข้าวของในนั้นล้วนแต่...เขาเรียกว่าอะไรนะ” ท่านยายเหอทำท่าคิด ก่อนจะยิ้มออกมา “ทันสมัย ใช่แล้วคำนี้ล่ะ ท่านตาของเ้าถามยายเสียมากมายว่าของแต่ละอย่างเรียกว่าอะไร บางอย่างยายก็ตอบได้ แต่บางอย่างยายก็ไม่เคยเห็น”
“ท่านยายไม่รู้หนังสือ แล้วท่านยายทวดไม่ได้สอนท่านยายหรือเ้าคะ ในเมื่อมิตินี้ท่านยายทวดเป็คนส่งต่อมาให้”
“ท่านยายทวดของเ้าเป็เด็กสาวโชคร้าย ได้มีโอกาสย้อนเวลากลับมาทั้งที กลับได้มาอยู่ในร่างหญิงชราที่เหลือเวลาอยู่บนโลกอีกเพียงห้าวัน กว่าที่ยายทวดของเ้าจะยอมรับความจริงได้ นางก็เกือบจะส่งต่อมิติวิเศษมาให้ยายไม่ทันเวลา”
ท่านยายทวดเหอที่สองยายหลานกำลังพูดถึงเป็เพียงเด็กสาวอายุยี่สิบต้นๆ ที่ได้ย้อนเวลากลับมาอยู่ในร่างหญิงชรา ซึ่งตอนที่นางรู้ว่านางได้ย้อนเวลากลับมาในอดีต นางก็เอาแต่โวยวายพูดจาไร้สาระจนไม่มีใครจับใจความได้ ชาวบ้านและคนในครอบครัวต่างก็พูดกันเป็เสียงเดียวว่าคงเป็อาการเพ้อของคนใกล้ตายที่ไม่อาจเยียวยา หลังจากนั้นแค่ห้าวัน ท่านยายทวดก็จากโลกนี้ไปจริงๆ มีเพียงลูกสาวคนเล็กอย่างท่านยายเหอเพียงคนเดียวเท่านั้นที่อยู่ข้างกาย และมิติวิเศษก็ถูกส่งต่อให้กับท่านยายเหอในตอนนั้นนั่นเอง
“น่าสงสารเด็กสาวคนนั้นเหมือนกันนะเ้าคะ ได้ย้อนเวลากลับมาทั้งที แต่กลายเป็ว่า...” กู้เสี่ยวหรานถอนหายใจอีกรอบ
“เอาเถอะ ก็ถือว่านางไปสบายแล้วก็แล้วกัน ตัวเ้าเล่า ทำใจได้หรือยังที่ได้ย้อนเวลากลับมาในครั้งนี้”
“หากทำใจไม่ได้แล้วข้าจะแก้ไขอะไรได้หรือเ้าคะ”
“ทำใจได้แล้วก็ดี ต่อไปนี้เ้าก็เรียนรู้และปรับตัวให้เป็เด็กน้อยวัยสิบขวบให้ได้ ถึงเวลาเรียนก็เรียน ถึงเวลาเล่นเ้าก็ออกไปทำความรู้จักกับเด็กๆ ในหมู่บ้านเสียหน่อย ทำตัวให้กลมกลืนและศึกษาชีวิตความเป็อยู่ของพวกเขาไว้ให้มาก เมื่อเคยชินแล้วเ้าก็จะอยู่ในโลกนี้ได้อย่างไม่รู้สึกแปลกแยก เพราะต่อไปที่นี่จะเป็บ้านของเ้า”
“ท่านยายไม่คิดถึงชีวิตในชาติที่แล้วบ้างหรือเ้าคะ”
“คิดถึงแล้วจะอย่างไร ถึงยังไงเราก็กลับไปไม่ได้อยู่ดี เพราะฉะนั้นเราก็มาใช้ชีวิตอยู่กับปัจจุบันให้มีความสุขไม่ดีกว่าหรือ”
“ท่านยายพูดถูกแล้วเ้าค่ะ เรามาใช้ชีวิตในปัจจุบันให้มีความสุขกันดีกว่า” กู้เสี่ยวหรานยิ้มกว้าง นี่เป็รอยยิ้มที่สดใสครั้งแรกั้แ่ที่นางย้อนเวลากลับมา ‘อย่างน้อยก็ยังมีท่านยายที่ย้อนเวลามาด้วยอีกคน ในเมื่อแก้ไขอะไรไม่ได้ก็มาใช้ชีวิตให้มีความสุขกันเถอะ’
____________________
[1] Food Stylist (ฟู้ดสไตลิสต์) คือ ผู้ที่มีหน้าที่เป็นักออกแบบและตกแต่งอาหารโดยใช้ทักษะความรู้ด้านศิลปะ ด้านอาหาร และความคิดสร้างสรรค์ โดยมีหน้าที่ออกแบบเมนูอาหารให้ออกมาน่าทานผ่านภาพถ่าย โดยวางองค์ประกอบ จัดฉาก แสง สีสันต่างๆ ด้านมุมมองแปลกใหม่ เพื่อสร้างสรรค์เมนูอาหารให้มีหน้าตาที่น่าทานมากที่สุด